ของเล่นสำหรับเด็กที่ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปฏิสัมพันธ์ และหวังสร้างพัฒนาการในเด็กกำลังเป็นที่นิยม แม้ AI เป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลก แต่ก็ไม่ได้รับประกันถึงความปลอดภัย ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนถึงความไม่ปลอดภัยและผลกระทบที่ไม่คาดคิดต่อเด็กเล็ก เนื่องจากเทคโนโลยี AI เหล่านี้ยังใหม่เกินไป และยังไม่มีการทดสอบความปลอดภัยเพียงพอ
รายงานวิจัยล่าสุดจาก U.S. Public Interest Research Group Education Fund (PIRG) องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค และการทดสอบโดย NBC News ได้เปิดเผยว่าของเล่น AI ยอดนิยมหลายชิ้นให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม เป็นอันตราย และนำเสนอเนื้อหาทางเพศแก่ผู้ใช้ นำมาซึ่งความกังวลใหม่เกี่ยวกับผลกระทบทางพัฒนาการ
การทดสอบของเล่น AI ยอดนิยม 5 ชิ้น
ของเล่น AI 5 ชิ้นที่วางขายในตลาดถูกนำมาทดสอบโดยทีมงานของ NBC News และ PIRG ด้วยคำถามที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และหัวข้อที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทางเพศ

- Miiloo
ตุ๊กตาขนนุ่มจากจีน ที่จะให้คำแนะนำผ่านการตอบคำถามโดยละเอียด รวมไปถึงการให้วิธีจุดไม้ขีดไฟและวิธีลับมีดอย่างละเอียด อีกทั้งยังตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อนของจีน

- Alilo Smart AI Bunny
ตุ๊กตากระต่ายรูปลักษณ์น่ารัก เป็นที่นิยมบน Amazon ถูกโฆษณาว่าเป็น “ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเล็ก” สามารถพูดคุยโต้ตอบคำถามต่าง ๆ ได้ จากการทดสอบพบว่า มันสามารถอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ๆ เนื่องจากไม่ใช่เนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับเด็ก

- FoloToy Sunflower Warmie (Kumma Bear)
FoloToy Sunflower Warmie ใช้โมเดล AI ของ OpenAI (GPT-4o) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีจุดไม้ขีดไฟหรือหามีด และตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศหรือยาเสพติดอย่างแอ็กทิฟ สำหรับ FoloToy ได้ระงับการขาย เพื่อทำการอัปเกรดซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยแล้ว

- Miko 3
หุ่นยนต์ที่มีหน้าจอสัมผัส กล้อง และไมโครโฟน สามารถจดจำใบหน้าและเสียง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นไบโอเมตริกซ์ส่วนบุคคล โดยจะมีการเก็บข้อมูลนี้ได้นานถึงสามปี นอกจากนี้ยังใช้ระบบสกุลเงินดิจิทัล เพื่อจูงใจให้เด็กเล่นต่อ สร้างความกังวลเกี่ยวกับการดูดข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก

- Curio Grok
ของเล่นตุ๊กตา AI อัจฉริยะ เป็นหนึ่งในของเล่นที่ถูกทดสอบโดย NBC News เพื่อตรวจสอบมาตรการป้องกันและความเป็นไปได้ในการให้เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือเป็นอันตราย ซึ่งตุ๊กตาตัวนี้สามารถโต้ตอบทุกเรื่องกับเด็กได้ราวกับแชตบอต แน่นอนว่ามันรวมไปถึงเนื้อหาอันตรายและประเด็นอ่อนไหวด้วยเช่นกัน
ดร. ทิฟฟานี มุนเซอร์ (Dr. Tiffany Munzer) จาก American Academy of Pediatrics ได้เตือนผู้ปกครองว่า ไม่ควรซื้อของเล่น AI เป็นของขวัญในช่วงเวลานี้ เนื่องจากขาดการศึกษาที่เพียงพอและมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย
ประเด็นสำคัญที่น่ากังวลในของเล่น AI
แม้เทคโนโลยี AI ในโลกนี้จะก้าวหน้าไปขนาดไหน แต่สำหรับประเด็นของเล่น AI ในเด็กยังถือเป็นเรื่องใหม่ ที่สร้างความกังวลถึงผลกระทบที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน อาทิ
- ประเด็นความไม่พร้อมสำหรับเด็ก บริษัท AI ชั้นนำหลายแห่ง เช่น OpenAI และ Anthropic ระบุอย่างชัดเจนว่าแชตบอตหลักของตนออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ และไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 13 หรือ 18 ปี
- มาตรการป้องกันที่หละหลวม แม้ผู้ผลิตของเล่นบางรายอ้างว่าได้ปรับโมเดล AI สำหรับเด็กโดยเฉพาะ แต่การทดสอบพบว่ามาตรการป้องกันเหล่านี้ไม่สอดคล้องและสามารถล้มเหลวได้ในการสนทนาที่ยาวนาน ทำให้เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือเป็นอันตรายหลุดรอดมาได้
- ความเสี่ยงด้านพัฒนาการและความผูกพัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการสร้าง “ความผูกพันเสมือน” กับของเล่น AI อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางภาษา สติปัญญา และสังคมที่ไม่เหมาะสมในเด็กเล็ก
อย่างไรก็ตาม ของเล่น AI ในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และผู้ปกครองควรตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพัฒนาการของบุตรหลาน













