ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ยุทธศาสตร์ใหม่ จีนวางแผน 5 ปีพัฒนา AI, ชิปเซ็ต และอื่น ๆ ใช้งานในประเทศเอง

Table of Content

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา รวมถึงภาพรวมของเศรษฐกิจก็ได้รับผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสพอสมควรจนตอนนี้สามารถฟื้นเศรษฐกิจขึ้นมาได้ดีแล้ว แต่ด้านเทคโนโลยีก็ได้รับผลกระทบมากพอสมควร

The Wall Street Journal รายงานว่ารัฐบาลจีนได้ร่างแผนระยะยาว 5 ปีในการพัฒนาความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงและการพัฒนาโดยรวมของประเทศชาติ โดยจะมีการสร้างห้องปฏิบัติการสำหรับส่งเสริมการวิจัยในเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ เช่น AI, ไบโอเทคโนโลยี, เทคโนโลยีชิปเซ็ต และควอนตัมคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้รัฐบาลจีนจะยังเพิ่มงบประมาณสำหรับการทำวิจัย 10.6% ในปี 2021 และอาจมีแผนระยะยาวถึง 10 ปี

ปัจจุบันจีนมีเทคโนโลยีหลายอย่างที่พร้อมใช้งานจริงอย่าง 5G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งยุคที่มาแรงจนสหรัฐฯ​ต้องเตะหน้าแข้งจนทำให้ Huawei ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีหลายอย่างของสหรัฐฯ ได้ รวมถึง AI ที่นำมาใช้งานได้จริงเช่นกัน จีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ชาติที่นำรถแท็กซี่ขับเคลื่อนด้วย AI มาให้บริการผู้บริโภคได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม แผนการพัฒนาเทคโนโลยีในครั้งนี้ก็คงทำเพื่อความอยู่รอดของประเทศเองด้วย อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกายังไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น นั่นหมายความว่าโอกาสที่จีนอาจไม่สามารถใช้งานเทคโนโลยีของสหรัฐฯ นั้นอาจร้ายแรงมากกว่านี้ ทำให้จีนต้องพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเองเพื่อให้สามารถใช้งานในประเทศได้

อ้างอิง Engadget

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

อัปเดตใหญ่ iOS 26.4 มาแล้ว! มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ?​

25/03/2026
Read More

เตรียมปิดแอปฯ Sora หลังเปิดตัวไปได้เพียง 6 เดือน 

25/03/2026
Read More

ดีลลับ Motor Show ! เป็นเจ้าของ The ALL-NEW NISSAN X-TRAIL e-POWER ผ่อน 0% 4 ปี เพื่อแฟน BT beartai เท่านั้น

24/03/2026
Read More

หมดห่วงเรื่องสภาพคล่อง ! บัตรกดเงินสด First Choice 2026 ‘แผนสำรองของชีวิต’

24/03/2026
Read More

10 ประเทศที่แฮปปีที่สุดในโลกปี 2026 

24/03/2026
Read More

คอกไม่มี แต่วัวไม่หาย ส่อง ‘Halter’ ปลอกคอ AI ที่กำลังปั้นอาณาจักร 7 หมื่นล้าน

24/03/2026
Read More

Related Content