Connect with us

บทความ

[บทความพิเศษ] 5 อันดับเกม Dragon Quest ที่มือใหม่ควรหามาเล่น

มาดู 5 อันดับเกม Dragon Quest ที่หากคุณอยากลองเล่นควรหามาเล่น

ตามกระแสเกม Dragon Quest 11 ที่เปิดตัวแรงขายได้ 2 ล้านภายใน 2 วัน แม้ว่าจะมีเพียงภาษาญี่ปุ่นแต่ก็เรียงเสียงฮือฮาได้ ไม่เว้นแม้กระทั้งในไทยที่มีแฟนซีรีส์ Dragon Quest อย่างมากมาย แต่ก็มีคอเกมหลายคนยังไม่เคยเล่นหรือเกิดไม่ทันยุค JRPG รุ่งเรือง แต่ก็ยังอยากสัมผัสความสนุกที่เป็นตำนาน วันนี้ทางทีมงานแบไต๋จึงอยากแนะนำ 5 เกม Dragon Quest ที่มือใหม่ควรจะหามาเล่น โดยคัดมาทั้งภาคเก่าและใหม่ ไปดูกันว่ามีภาคไหนที่มือใหม่ติดอันดับบ้าง

(หมายเหตุ) เกม Dragon Quest ไม่มีภาคไหนง่าย ผู้เล่นต้องท่องจำสกิล และคาถาให้แม่นๆเพราะมันจำเป็นในการต่อสู้มาก เพราะศัตรูนอกจากจะโจมตีแรง และมีพลังป้องกันสูงแล้วยังทำให้เราติดพิษ หรือสถานะแปลกๆได้ ดังนั้นผู้เล่นต้องทำความเข้าใจว่ามันไม่ใช่ ซีรีส์เกมง่ายๆเหมือนกราฟิกที่ดูเป็นการ์ตูนแน่นอน

5. Dragon Quest 4

สำหรับ Dragon Quest 4 ที่มีต้นฉบับอยู่บนเครื่อง Famicom และออกวางขายในปี 1990 โดยภาคนี้มีความโดดเด่นที่ตัวละครที่มีความหลากหลาย และถือเป็นต้นแบบของซีรีส์เกม RPG เช่นนักรบ จอมเวทย์ หรือนักมวย โดยเกมจะแบ่งออกเป็นตอนๆที่มีตัวละครหลักที่แตกต่างกัน และทุกตัวละมาเจอกันในตอนสุดท้าย ซึ่งก็เหมือนกับเรามีอาชีพให้เลือกใช้งาน

โดยรูปแบบการเล่นแทบจะเป็นเทิร์นเบส RPG แบบพื้นฐานมากๆ เรียกว่าไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ระบบอาวุธเครื่องป้องกันการอัพเกรดก็ไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจากนี้คุณจะได้อิ่มแอมไปกับบรรยากาศของซีรีส์ Dragon Quest ในยุคแรกๆที่เป็นพื้นฐานของเกม RPG ในทุกวันนี้

และข่าวดีสำหรับคนที่ไม่อยากเล่นกราฟิกแบบ 8 Bit แฟมิคอม เพราะมันได้ถูกสร้างใหม่บน PS1 และ Nintendo DS แบบที่ปรับกราฟิกให้ดูดีขึ้น และยังสามารถหาเล่นได้บน สมาร์ทโฟนด้วย ทำให้การหามาเล่นไม่ใช่เรื่องยาก แถมยังมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษออกมาให้เล่นด้วย

4. Dragon Quest 9

ภาคที่มาแปลกเพราะเป็นภาคหลักที่ออกมาเครื่องเกมพกพาอย่าง NDS ที่ก่อให้เกิดดราม่ามากมายในตอนที่ยังไม่ออกวางขาย เพราะมีข่าวว่ามันจะเปลี่ยนระบบต่อสู้ จนทีมงานต้องกลับมาใช่รูปแบบเดิมๆ แต่แม้จะกลับมาใช้รูปแบบเดิมแต่ Dragon Quest 9 ก็ถือเป็นภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายส่วนจนอาจเรียกว่าเป็นการปรับใหญ่ของซีรีส์เลยก็ว่าได้

ไล่ตั้งแต่การสร้างตัวละครหลักเองได้แม้ว่าจะไม่ได้ละเอียดเท่าเกม RPG จากตะวันตก แต่สำหรับ JRPG จากแดนปลาดิบที่ออกมยาวนานแล้วถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และเมื่อเปลี่ยนอาวุธเครื่องป้องกัน ก็จะแสดงผลในฉากด้วย ส่วนการพัฒนาตัวละครจะมีระบบอาชีพที่เราสามารถอัพเกรดสกิลได้ง่ายดาย และไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แม้โดยรวมจะไม่ค่อยมีความโดดเด่นเรื่องกราฟิกนำเสนอเพราะมันออกบน NDS ที่ต้องพูดตรงๆว่าย้อนยุคไปไกล แต่เราก็สนุกไปกับมันได้แม้ว่าจะผ่านมา 7-8 ปีแล้วก็ตาม และเกมมีภาคภาษาอังกฤษมาให้เล่นกันด้วยทำให้มือใหม่เล่นได้อย่างสบายใจ แต่การหามาเล่นคุณต้องหา Nintendo DS มาให้เท่านั้นไม่มีให้เล่นบนเวอร์ชั่นอื่น (ในตอนนี้)

3. Dragon Quest 5

Dragon Quest 5 อีกภาคที่ถือว่าเป็นตำนานของซีรีส์ แต่ไม่ใช่รูปแบบการเล่นอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องราวสุดดราม่า ที่ตัวละครหลักต้องพบเจอ ที่กว่าจะจบต้องผ่านเรื่องราวรันทดมากมาย (อยากรู้ไปเล่นเอง) แต่ใช่ว่าตัวเกมจะไม่มีอะไรโดดเด่นเพราะการที่มันเป็นเกมแรกของซีรีส์ที่ออกบน Super Famicom ทำให้กราฟิกไม่ได้ดูเชยจนเกินไป

ส่วนรูปแบบการเล่นหลักๆก็ยังคงเป็นเทิร์นเบส RPG ที่ภาคนี้จะไม่มีระบบอาชีพ แต่ด้วยตัวละครที่หลากหลายทำให้มันยังคงโดดเด่น โดยเฉพาะระบบจับมอนสเตอร์มาเป็นพวกได้ และมันทำให้ตัวเกมโดดเด่นมาก เพราะมันเหมือนทำให้เรามีตัวละครมากมายกว่าภาคไหนๆ (แต่มันไม่ใช่ Pokemon นะ)

และนอกจากต้นฉบับบน Super Famicom แล้ว Dragon Quest 5 รีเมคครั้งใหญ่บน PS2 ที่กราฟิกถูกยกระดับไปมาก และยังสามารถหาได้บน NDS และบน สมาร์ทโฟนระบบ ios , android ด้วย

2. Dragon Quest 11

ภาคล่าสุดที่เพิ่งจะออกไป ที่มาติดอันดับแนะนำแม้ว่ามันยังไม่มีภาคภาษาอังกฤษ เพราะการนำเสนอด้วยกราฟิกระดับสูงด้วย Unreal Engine 4 (ในเวอร์ชั่น PS4 ) ทำให้มันเข้าถึงคอเกมรุ่นใหม่ได้ไม่ยาก และอย่างที่บอกว่าโลกของ Dragon Quest ถูกนำเสนอในรูปแบบที่ดูดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่วนบน 3DS โดดเด่นที่กราฟิกแบบย้อนยุคที่ย้อนไปไกลถึงสมัย 16Bit แต่ก็เป็นทางเลือกที่ชอบของวินเทจ โดยทั้ง 2 เกมจะมีเนื้อเรื่องเดียวกัน

เกมเพลย์แม้ว่าดูเหมือนจะมีความพยายามปรับเปลี่ยนเช่นการในฉากต่อสู้สามารถบังคับตัวละครเดินได้ แต่โดยรวมเกมเพลย์ยังคงเหมือนเดิมที่ต้องใส่คำสั่งเพื่อโจมตี ระบบการอัพเกรดตัวละครก็ใช้ Skill Panel ที่เป็นการเดินตามช่องพิมพ์นิยมของเกม RPG ทั่วไป อีกทั้งเกมจะมีการอำนวยความสำดวกในการดำเนินเนื้อเรืองด้วยการมีจุดที่บอกว่าต้องไปไหน แต่ก็มีบางส่วนที่ต้องเดาทางไปบ้างแต่โดยรวมแล้วมันไม่น่าจะยากในการเล่นสำหรับมือใหม่

ข้อเสียของเกมคือมันยังไม่มีภาษาอังกฤษออกภายในปีนี้ (เกมออกโซนอเมริกาออกปี 2018) โดยคุณสามารถหามาเล่นได้ง่ายดายเพราะเกมออกบน PS4 และ 3DS ที่ยังคงมีวางขายตามร้านเกมทั่วไป และมีวางขายผ่านร้านค้าออนไลน์ด้วย

1 Dragon Quest 8

อีกภาคที่เหมือนฝันของคอเกมในยุคนั้น เพราะมันเป็น Dragon Quest ภาคหลักภาคแรกที่มาในรูปแบบ Full 3D ที่มีกราฟิกที่ดูดีมากในยุคนั้น (เกมออกบน PS2) เกมเพลย์ที่แม้จะเหมือนเดิมแต่การนำเสนอด้วยกราฟิกของคอนโซลรุ่นใหม่ (ในตอนนั้น) เหมือนเป็นการยกระดับซีรีส์เก่าแก่ให้เข้าสู่โลกของเกมยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ และการอัพเกรดตัวละครใช้การอัพสกิลตามประเภทของอาวุธ ที่แต่ละตัวละครสามารถสวมใส่ได้หลายอย่าง ทำให้มีอะไรให้อัพเกรดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่าไม้ตายหรือเวทย์แรงๆ

โดยต้นฉบับบน PS2 โซนญี่ปุ่นจะแตกต่างจากโซนอเมริกาเพราะฉบับภาษาอังกฤษ ถือว่ามีการปรับเปลี่ยนไปมากเพราะมีเสียงพากย์ และระบบเมนูถูกเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น และสำหรับมือใหม่แล้วอยากให้หาโซนอเมริกามาเล่นมากกว่า เพราะเกมถูกปรับให้เข้าใจง่ายขึ้น

ต้นฉบับ Dragon Quest 8 ออกบน PS2 และมีการพอร์ตลงบน 3DS ที่มีกราฟิกด้อยกว่า และยังหาเล่นได้บนสมาร์ทโฟนด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น