ถ้านับนิ้วอีก 5 เดือนข้างหน้า (กันยายน) ก็จะถึงช่วงที่ Apple จะออกมาเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าช่วงก่อนเปิดตัวแบบนี้ มักมีข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 18 ออกมาให้เห็นเนือง ๆ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง BT beartai ได้รวบรวม “ข่าวลือของ iPhone 18” ที่มีจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายนมาให้แล้ว เผื่อใครที่กำลังรอซื้อรุ่นใหม่อยู่ จะได้มีข้อมูล “คร่าว ๆ” ประกอบการตัดสินใจ
1. กลยุทธ์การเปิดตัวแบบ “แบ่งช่วงเวลา”
ข้อมูลระบุว่า Apple จะเปลี่ยนรูปแบบการเปิดตัวที่เคยทำมาตลอดเป็นรุ่นบนปลายปี และรุ่นล่างต้นปีถัดไป โดยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน) ปี 2026 จะเป็นคิวของรุ่นเรือธงอย่าง iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และอาจรวมถึง iPhone จอพับ (iPhone Ultra) รุ่นแรก ในขณะที่รุ่นราคาเข้าถึงง่ายอย่าง iPhone 18 และ iPhone 18e จะถูกเลื่อนไปเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 (มีนาคม) แทน การเปิดตัวแบบนี้จะเป็นการบังคับแบบกลาย ๆ ให้คนที่ต้องเปลี่ยนเครื่องช่วงปลายปี ตัดสินใจเลือกซื้อรุ่น Pro ที่มีราคาสูงกว่า หรือไม่ก็ต้องอดใจรอไปอีกหลายเดือน

2. ดีไซน์และสีสันใหม่
โดยรวมแล้ว iPhone 18 Pro จะยังคงยึดดีไซน์ใกล้เคียงกับ iPhone 17 Pro ด้วยระบบกล้องหลัง 3 ตัวบนฐานกล้องขนาดใหญ่ ที่ได้ชื่อเล่นว่า Plateau (ที่ราบสูง) และยังคงขนาดหน้าจอไว้ที่ 6.3 นิ้ว สำหรับรุ่น Pro และ 6.9 นิ้ว สำหรับรุ่น Pro Max แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนไปใน iPhone 18 Pro คือ
- ความหนาและน้ำหนัก รุ่น Pro Max อาจมีความหนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 8.8 มม. และน้ำหนักอาจทะลุ 240 กรัม
- ฝาหลังแบบไร้รอยต่อสี Apple อาจปรับกระจกฝาหลังให้มีสีกลมกลืนกับกรอบอะลูมิเนียมมากขึ้น ลดความแตกต่างของสีแบบทูโทน (Two-tone)
- สีไฮไลต์ประจำปี ข่าวลือชี้ไปที่สีแดงอมม่วงเข้มโทน Dark Cherry พร้อมกับมีสีฟ้าอ่อน (Light Blue), สีเทาเข้ม (Dark Gray) และสีเงิน (Silver)
3. หน้าจอและ Dynamic Island
แม้จะมีข่าวลือว่า Apple กำลังซุ่มทำระบบสแกนใบหน้าใต้หน้าจอ (Under-display Face ID) แต่ดูเหมือนเทคโนโลยีนี้จะยังไม่พร้อมสำหรับ iPhone 18 สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแทนคือ การย่อขนาด Dynamic Island ให้เล็กลงประมาณ 35% (ลดเหลือ 13.5 มม.) แม้ว่าแหล่งข่าวบางแห่งจะแย้งว่าการลดขนาดนี้อาจถูกเลื่อนไปเป็นรุ่น iPhone 19 ก็ตาม
4. อัปเกรดกล้องหลัง
ระบบกล้องจะเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของ iPhone 18 Pro โดยมีการอัปเกรดที่น่าสนใจดังนี้
- ปรับรูรับแสงได้ (Variable Aperture) กล้องหลักจะสามารถปรับรูรับแสงได้ ทำให้สามารถปรับการรับแสงได้เอง และทำให้เกิดระยะชัดลึก-ชัดตื้น (Depth of field) ได้ดียิ่งขึ้น
- เซนเซอร์รับภาพแบบใหม่ อาจใช้เซนเซอร์รับภาพแบบซ้อนทับ 3 ชั้น (3-layer stacked sensor) จาก Samsung ช่วยลดจุดรบกวนในภาพ เพิ่มความไวในการตอบสนอง และขยาย Dynamic Range
- รับแสงได้มากขึ้นได้ทั้งกล้องหลักและกล้อง Telephoto ที่จะมีขนาดรูรับแสงที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีและเบลอฉากหลังได้เนียนตายิ่งขึ้น
5. ชิปเซต 2 นาโนเมตร และต่อเน็ตผ่านดาวเทียมได้
- ชิป A20 Pro จะถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมขนาด 2 นาโนเมตร ของ TSMC ซึ่งประมวลผลเร็วขึ้น 15% และประหยัดพลังงานขึ้น 30% นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีจัดเรียงชิปแบบใหม่ (WMCM) ที่ฝัง RAM รวมไว้กับ CPU และ GPU โดยตรง ช่วยให้ประมวลผล Apple Intelligence ได้รวดเร็วและยืดอายุแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนของชิป 2 นาโนเมตรนั้นสูงกว่าเดิมถึง 50% ทำให้ชิปนี้อาจถูกจำกัดไว้เฉพาะในรุ่น Pro เท่านั้น
- ชิปโมเด็ม C2 ของ Apple จะรองรับเทคโนโลยี 5G mmWave และอาจเปิดรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมแบบเต็มรูปแบบ (NR-NTN) ทำให้สามารถใช้งานแอปเปิลแมปส์ (Apple Maps), รูปภาพ หรือแอปพลิเคชันภายนอกได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ
6. แบตเตอรี่และราคา
สำหรับ iPhone 18 Pro Max คาดว่าจะมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่เล็กน้อย 5,100 – 5,200 mAh ที่เมื่อทำงานร่วมกับชิป 2 นาโนเมตร จะยิ่งทำให้เป็นสมาร์ตโฟนที่แบตเตอรี่อึดเป็นอันดับต้น ๆ ของตลาด
นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Ming-Chi Kuo คาดการณ์ว่า Apple จะไม่มีการปรับขึ้นราคา ในรุ่น Pro ทาง Appel จะแบกรับต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเองเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดเอาไว้ (ราคาปัจจุบันอ้างอิงจาก iPhone 17 Pro เริ่มต้นที่ 1,099 ดอลลาร์ และ Pro Max ที่ 1,199 ดอลลาร์
นี่คือข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 18 เท่าที่เรารู้ ยังมีเวลาอีก 5 เดือนก่อนที่จะเปิดตัว อาจจะมีข่าวลือใหม่ ๆ ออกมาอีกแน่นอน ทั้งนี้ต้องรอติดตามข่าวกันอีกทีว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง







