Connect with us

บทความ

เปิดโลกให้กว้าง แล้วท่องไปให้สุดกับ “TOYOTA ALIVE SPACE”

ในยุคที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆเติบโตไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ TOYOTA จึงมุ่งเน้นพัฒนาคุณสมบัติรถยนต์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้ TOYOTA ยังคงเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ครองใจผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆก็อย่างที่รู้กันว่ารถยนต์กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในชีวิตของเราและเป็นภาพสะท้อนถึงตัวตนของผู้ขับขี่ ทำให้ผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องของคุณสมบัติอีกต่อไปหากแต่มองไปถึงความคุ้มค่าและการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่จะได้รับกลับมาด้วย

ทำให้ตลอดปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า TOYOTA ได้สร้างสรรค์แคมเปญการสื่อสารในรูปแบบต่างๆเพื่อเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นและยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยรองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ภายใต้ Brand Idea “LIVE ALIVE” ที่ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ออกไปใช้ชีวิต ผ่านการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจาก โตโยต้า จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว TOYOTA ALIVE SPACE @ICONSIAM ชั้น 3 และ 4 ที่ที่จะพาทุกคนร่วมออกไปค้นพบแรงบันดาลใจสุดล้ำใน Toyota Showcase แห่งแรกในประเทศไทย

TOYOTA ALIVE SPACE คือสถานที่ที่เหมาะกับผู้ขับขี่ที่มองหาแรงบันดาลใจในการออกไปใช้ชีวิต เมื่อคุณก้าวเข้ามาคุณจะได้รับประสบการณ์อันแปลกใหม่ น่าตื่นเต้น น่าค้นหาที่ ALIVE SPACE มอบให้คุณ  

Toyota Alive Space…เป็นสถานที่ที่จะนำเสนอเรื่องราวนวัตกรรมยานยนตร์ใหม่ๆและเทคโนโลยี interactive ต่างๆอันทันสมัยจากโตโยต้าที่หาไม่ได้จากที่ไหนแล้ว เรียกว่าเป็นสถานที่แห่งใหม่ที่คุณจะได้สัมผัสถึงประสบการณ์และแรงบันดาลใจ และช่วยปลดปล่อยความคิดให้โลดแล่นไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งด้านเทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ อย่างที่โตโยต้าเขากล่าวไว้ว่า “Find your drive inspire your life พบทุกแรงขับเคลื่อน สร้างแรงบันดาลใจ ออกไปใช้ชีวิต!!” นั่นแหละค่ะ ครบจบทุกกระบวนในที่ที่เดียว!!

  • 360° Dare to Drive เชิญสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ ผ่านประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจกับ VR EXPERIENCE ที่สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมล้ำยุค TNGA ผสานเทคโนโลยี TOYOTA HYBRID ในรูปแบบเกมที่ขับแล้วหมุนได้แบบ 360 องศา ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ตื่นตาตื่นใจกับ Lifestyle Experience LED Wall ที่โอบล้อมอยู่ภายใน TOYOTA ALIVE SPACE มาพร้อมการเล่าเรื่องราวที่แสดงถึงเรื่องราวการผสมผสานระหว่างโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ของมนุษย์ กับ ยานยนต์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
  • พบกับเมนู signature ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเรียกน้ำย่อยให้ไหลได้อย่างดี กับที่นั่งพักผ่อนสุดผ่อนคลาย มีวิวแม่น้ำเจ้าพระยาให้คุณได้ชื่นชม และมุมถ่ายรูปสุดชิคที่เหมาะกับคนยุคมิลเลนเนียลและคนเมือง
  • และอย่างที่บอกไปค่ะ ว่าจุดเด่นที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยคือ “KINETIC PIN CAR SCULPTURE” ประติมากรรมยานยนต์สุดอัจฉริยะ ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในรูปแบบของโมเดลรถ ที่เป็นการผสมผสานงานศิลปะและวิศวกรรม จึงเกิดเป็นสิ่งใหม่ขึ้นมาให้คุณได้สัมผัส

“KINETIC PIN CAR SCULPTURE” คือจุดเด่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อคุณก้าวเข้าสู่โลกของ TOYOTA ALIVE SPACE ประติมากรรมยานยนต์สุดอัจฉริยะ ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในรูปแบบของโมเดลรถ เชื่อเถอะค่ะว่าคุณจะต้องตื่นตาไปกับงานศิลป์ที่ผสานเข้ากับศาสตร์แห่งวิศวกรรมอย่างแน่นอน วัตถุประสงค์หลักของ “KINETIC PIN CAR SCULPTURE” คือการนำเสนอรูปแบบรถยนต์ให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ของรถยนต์ในแต่ละรุ่นว่ามันต่างกันยังไง กระตุ้นประสาทสัมผัสการรับรู้สิ่งใหม่ๆให้กับคนไทย ครั้งแรกในประเทศ!! และมีที่ TOYOTA ALIVE SPACE ที่เดียวเท่านั้น

 

ที่ TOYOTA ALIVE SPACE มีโซนที่โชว์เทคโนโลยีเอาไว้ให้ได้สัมผัสกันถึง 8 โซนด้วยกัน คุณจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับเทคโนโลยีใหม่สุดจากโตโยต้า ที่ที่คุณจะไม่สามารถพบได้จากที่ไหน

เทคโนโลยีทั้งหมด 8 โซน ประกอบไปด้วย

Welcoming Zone

เริ่มกันที่จุดต้อนรับที่จะทำให้คุณประทับใจตั้งแต่ย่างเท้าก้าวเข้ามาในโชว์รูมรถแห่งนี้ คุณจะได้พบที่สุดแห่งนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำอนาคต สะกดทุกสายตา พร้อมนำคุณเข้าสู่ Registration Zone การลงทะเบียนสุดล้ำ เป็นครั้งแรกกับการลงทะเบียนด้วยเทคโนโลยี FACE ID

Perfect Control

นำสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่จะมาเปลี่ยนทุกความรู้สึกของการขับขี่ มาให้คุณได้เข้าใจถึงที่มาความเชื่อมโยงของคุณ และโครงสร้างของรถ

Infinite Power

โลดแล่นเร้าใจในโลกของระบบไฮบริด ผ่านการทดสอบการขับขี่รถยนต์ที่มีพลังงานไฮบริด ผ่านเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่ทรงพลังและเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

360° Dare to Drive

ความสนุกใหม่ที่จัดเต็มสไตล์ VR ตื่นเต้นถึงขีดสุดทุกจังหวะไปกับเกมขับขี่ VR Experience สะท้อนนวัตกรรมล้ำยุค TNGA ผสานเทคโนโลยี TOYOTA HYBRID ที่จะพาคุณเคลื่อนไหว ผ่านประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจในรูปแบบ 360องศา ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Safety Sense VR

ความปลอดภัยมิติใหม่ สัมผัสความปลอดภัยใหม่ในรถโตโยต้า ผ่าน VR Safety Simulator แบบ 4D MOTION เหมือนอยู่ในสถานการณ์จริง เปรียบเทียบรถที่มี และไม่มีระบบความปลอดภัย เพื่อให้คุณมั่นใจอย่างที่ไม่เคยมาก่อน

Lifestyle connectivity

เชื่อมต่อชีวิต แบบไร้ขีดจำกัด ให้คุณเปิดมุมมองใหม่ๆแห่งการเชื่อมต่อสุดสมาร์ท ช่วยพาไปทุกเส้นทางที่ต้องการ ควบคุมบนหน้าจอที่คุณบังคับเองได้ ด้วย Interactive LED Wall

Touch of Features

เลือกคันที่ใช่ในสไตล์ที่คุณชอบ เต็มอิ่มกับข้อมูลรถยนต์ที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างลงตัว แค่ปลายนิ้วกับ smart table อยากรู้อะไร TOYOTA ALIVE SPACE เขาจัดให้

และ TOYOTA ALIVE CAFÉ by The Coffee Club

นำเสนอ เมนู Signature ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเรียกน้ำย่อยให้ไหลได้อย่างดี เป็นมุมพักผ่อนที่สะดวกสบายและผ่อนคลาย มีวิวรอบๆให้คุณได้พักสายตา พร้อมเปิดโอกาสให้ร่วมแชร์ไอเดียสุดครีเอท สร้างสรรค์เมนูใหม่ร่วมกันกับ TOYOTA ALIVE CAFÉ by The Coffee Club

TOYOTA ALIVE SPACE ตั้งอยู่ที่ : ชั้น 3 โซน ICONACTIVE และ ชั้น 4 โซน ICONCRAFT ฝั่งเดียวกับ Apple Store ณ ศูนย์การค้าหรูติดริมแม่น้ำอย่าง ไอคอนสยาม เป็นสถานที่ที่นำความทันสมัยเข้ามาให้คุณมีส่วนร่วมไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆผ่านประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ในรูปแบบดิจิทัลแบบที่คุณเอง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และตอบรับพฤติกรรมผู้ที่เข้าใช้บริการในทุกระดับได้อย่างน่าประทับใจ

การเดินทางมาที่ TOYOTA ALIVE SPACE  โดยรถยนต์ , รถสาธารณะ , BTS  และ ทางเรือ

โดยรถยนต์

  • วิ่งเข้าถนนสมเด็จเจ้าพระยา จากถนนประชาธิปก จากนั้นตรงยาวมาเรื่อยๆจนเจอทางแยกให้เลี้ยวขาว ตรงมาอีกไม่ไกลก็จะถึง
  • วิ่งจากถนนลาดหญ้า ตรงมาจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวา ตรงมาอีกไม่ไกลก็จะถึง
  • วิ่งมาจากถนนสาทรใต้ ข้ามสะพานตากสินมาแล้วชิดซ้ายเพื่อลอดใต้สะพาน และขับรถตรงไปอีกไม่ไกล

โดยรถสาธารณะ

  • มีรถเมล์สายที่ผ่านคือ สาย 3, 6, 84, 88, 89, 111, 149, 167, 177
  • Shuttle Bus บริการฟรี จากสถานีธนบุรี สถานีวงเวียนใหญ่ ศึกษานารี  (ขาไป-ขากลับ ตลอดทั้งวัน)

โดยรถไฟฟ้า (BTS)

  • ลงบีทีเอส สถานีสะพานตากสิน ทางออกที่ 2 และไปต่อเรือที่ท่าเรือสาทร มีเรือมาส่งฟรีทุกๆ 15 นาที
  • ลงบีทีเอส สถานีกรุงธนบุรี ทางออกที่ 1 ไปขึ้นรถ Shuttle Bus (ฟรี)
  • **และในอนาคตประมาณอีก 2 ปี จะมีสถานี ICONSIAM (เป็น BTS สายสีทอง)

โดยเรือ

  • มีบริการเรือรับส่งฟรี ด้วย Shuttle Boat ของ ICONSIAM เรือออกทุกๆ 10 – 15 นาที (วิ่งตลอดวัน 09.00 – 23.00 น.)
    • ท่าเรือ สาทร
    • ท่าเรือ อาคาร กสท. โทรคมนาคม (CAT Telecom)
    • ท่าเรือ สี่พระยา
    • ท่าเรือ ราชวงศ์
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

มุมมองป๋าเต็ด-ยุทธนา กับอนาคตของวงการเพลงในโลกไฮเทคโนโลยี

Published

on

เรื่องราวของเทคโนโลยีนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับเรื่องกีกๆ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนอย่างเดียว แต่โลกดนตรีก็เปลี่ยนไปเยอะมากตามเทคโนโลยีที่อยู่รอบตัว ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครให้ข้อมูลได้ดีกว่า ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ผู้คร่ำหวอดในวงตรีเพลง ดีเจ และการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเสียงเพลงมายาวนาน ซึ่งให้ความเห็นภายในงาน Creative Talk Conference 2019 (CTC 2019) ไว้อย่างน่าสนใจครับ

สถานที่ที่ฟังเพลง มันเปลี่ยนวงการเพลงในแต่ละยุคแต่ละสมัย

  • ยุคเพลงคลาสสิก ทำเพลงเพื่อสรรเสริญพระเจ้า เครื่องดนตรีเลยต้องดัง และเสียงยาวๆ เลยกลายเป็นออแกนเป็นพระเอก
  • ต่อมาคนรวยอย่างฟังเพลงที่บ้าน ซึ่งห้องที่ฟังก็เปลี่ยนไป เสียงไม่ได้ก้องอย่างห้องใหญ่ ดนตรีเลยเปลี่ยนเป็นวงเล็กลง
  • ดนตรีแจ๊ส เกิดในผับ ต้องต่อสู้กับเสียงคนที่คุยกัน ทำให้เสียงดนตรีต้องดัง และมีจังหวะที่จะแทรกเข้าไประหว่างผู้คนได้
  • ปัจจุบัน สถานที่จัดคอนเสิร์ตของวงดังๆ กลายเป็นสถานที่ใหญ่มาก เช่นสนามกีฬา ซึ่งคนที่มาฟังก็แมสมากๆ เพลงจึงต้องมีท่อนที่จำง่ายๆ ให้คนร้องตามได้

เทคโนโลยีการบันทึกเสียง ก็เปลี่ยนรูปแบบเพลง

  • ยุคแผ่นเสียงต้องทำให้เพลงสั้นลง เพราะหน้าแผ่นเสียงมีจำกัด จะเพลงยาวแบบเพลงคลาสสิกที่มีหลาย Movement ก็ไม่ไหว
  • ยุควิทยุต้องเปิดทีละเพลง เพลงเลยสั้นลงเหลือราว 3.30 นาที เพราะนานไปเดี๋ยวคนหมุนหนี ทำให้สถานีวิทยุไม่เปิด
  • ยุคเทปมีหน้า B ก็เอาไว้ลงเพลงแปลกๆ ที่ไม่ฮิต เลยมีศัพท์เรียกว่า B side
  • ยุคหนึ่ง ringtone ฮิตมาก การแต่งเพลงก็ต้องดีไซน์ฮุคหนึ่ง ความยาวสัก 30 วิเพื่อไปอยู่ใน ringtone ได้เพราะๆ
  • ยุคโซเซียล อันนี้น่าสนใจมาก เมื่อ Tierra Whack ออกเพลง 1 นาทีทั้งอัลบั้ม เพื่อออกใน instragram ได้

เทรนด์วงการเพลงในอนาคตจะเป็นยังไง

  • ศิลปิน noname จะดังเร็วขึ้น ถ้าทำเพลงฮิตจริงๆ เพราะตอนนี้กระจายได้เร็วมากผ่าน Social Media (ลองดูตัวอย่างในบทความนี้นะครับ “10 ที่สุดของเนื้อร้องเพลงไทยในปี 2018” )
  • ธุรกิจคอนเสิร์ตเติบโตอย่างรุนแรง บัตรก็แพงขึ้น เพราะคนออกมาร่วมมากขึ้น
  • ตอนนี้ AI สามารถช่วยแต่งเพลงได้ โดยเฉพาะช่วยแต่งทำนอง แต่ง Beat ที่คนน่าจะติดหู
  • เพลงสำหรับผู้สูงอายุ คนแก่เริ่มใช้ออนไลน์มากขึ้นแล้ว
  • ไวนิลจะเริ่มกลับมา เทปก็กลับมาในบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มซื้อความทรงจำ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

สรุปเทรนด์เทคโนโลยี 2019 โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Techsauce

Published

on

เนื่องจากว่าเว็บแบไต๋นั้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งหัวข้อในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2019 (CTC 2019) คือเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดในปี 2019 ครับ ซึ่งในหัวข้อนี้ได้คุณมาร์ค-อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Brand Inside พร้อมคุณมิมี่-อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Techsauce ขึ้นให้ข้อมูลครับ

เทรนด์เทคโนโลยีปี 2019 คือ ABC

ความเห็นจากคุณมาร์ค เทรนด์เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนไปมากในปี 2019 คือ ABC ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย

AI – Artificial Intelligence

ซึ่งความหมายของปัญญาประดิษฐ์ในช่วงปี 2019 AI คือระบบ Automation หรือระบบช่วยทำงานต่างๆ นะครับ ยังไม่ใช่ AI แบบที่เป็นหุ่นยนต์แทนมนุษย์ได้เหมือน Terminator ตัวอย่างของ AI ในยุคปี 2019 เช่นการคัดแยกรูป ซึ่งถ้าไม่ใช้ AI จะต้องใช้แรงคนถึกแยกเอง ซึ่งลักษณะ AI แบบนี้จะเติบโตและหลากหลายขึ้นในปี 2019

แต่คุณมาร์คก็ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นฐานของ AI คือมันพัฒนายากอยู่แล้ว ต้องใช้นักวิจัยเก่งๆ อ้างอิงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ระดับสูงถึงจะทำได้ ซึ่งทำให้การสร้าง AI แบบเฉพาะทางสักชุดหนึ่งทำยาก ถ้าบริษัทไม่มีทรัพยากรเพียงพอ แต่ถ้าเป็นงานทั่วไปที่คนทั่วไปใช้ เช่นแยกรูป แยกเสียง ก็มีบริษัทใหญ่ๆ ก็วิจัยและทำผลิตภัณฑ์ออกมาให้ใช้บริการแล้ว

BLOCKCHAIN

คุณมาร์คคาดว่าปี 2019 เทคโนโลยี Blockchain กำลังจะตายลง เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับทุกอย่าง อย่างที่เราเห็นหลายๆ บริษัทประกาศว่าจะนำ Blockchain มาใช้ แต่สุดท้ายก็ออกสู่ตลาดจริงไม่ได้ ทำให้ทิศทางของ Blockchain ไปในกลุ่มเฉพาะมากขึ้น เพราะมันเหมาะสำหรับงานที่เป็นลำดับ หรือ sequential และยกตัวอย่างไปที่ BitTorrent ที่ออกแบบมาสำหรับยุคที่เน็ตช้าๆ พอเน็ตเร็วขึ้นก็ทำให้ BitTorrent เลื่อมความนิยมลงไป เพราะกด Steaming ก็ดูได้เลย

CLOUD

คลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่เกิดมานานแล้ว แต่ก็ยังมีความสำคัญอยู่ตลอด ตอนนี้เกิดกระแสในธุรกิจคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทำให้รายใหญ่กินรวบในตลาด รายเล็กๆ สู้ไม่ได้ทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยี ซึ่งทำให้รายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น

ความคิดเห็นด้านเทรนด์เทคโนโลยีจาก Techsauce

คุณมิมี่จาก Techsauce มองว่า AI จะมาคู่กับ Data เสมอ ทำให้องค์กรต้องเอาคนมาทำงานกับข้อมูลมากขึ้น แต่ปัญหาของทุกองค์กรคือหาคนไม่ได้ โดยเฉพาะคนไทยที่หายากมาก ทำให้ต้องไปดึงมาจากต่างประเทศ

และบริษัทไทยเริ่มถูกคุกคามมากขึ้น จากคู่แข่งที่เมื่อก่อนอยู่นอกวงการกัน กลายเป็นว่าตอนนี้คนที่รู้ข้อมูลดีที่สุดกลับเป็นบริษัท Technology แม้ว่าบริษัทเราจะอยู่ในธุรกิจมานาน เช่น แบงค์ หรือการสื่อสาร แต่ข้อมูลไปอยู่กับ facebook, google ที่รู้จักลูกค้าเรามากกว่า ปีที่ผ่านมาเราจึงเห็นว่าแบงค์เข้าไปจับมือกับบริษัทเทคโนโลยี เพื่อให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ และเก็บข้อมูลเองมากขึ้น

ถ้าเป็นนักธุรกิจ ตอนนี้เราต้องรู้เรื่องอะไร

  • มาร์ค Blognone – เทคโนโลยีภาพรวมของ 2019 เทียบกับ 2018, 2017 นั้นต่างไปไม่มาก เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้านี้ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนกันโหดมาก เช่นดูสมาร์ตโฟนตอนนี้ ไม่ได้ต่างกันมากแล้วในแต่ละปี เทรนด์ความก้าวหน้าตอนนี้คือใครต่อยอดได้เจ๋งกว่า ดีกว่า ก็จะชนะ ซึ่งคุณมาร์คยกตัวอย่างอย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบันมีแคมเปญการตลาดเจ๋งๆ มากมายที่เล่นกับเทคโนโลยี แต่สุดท้ายผลแพ้ชนะของแคมเปญวัดกันที่ Operation หน้างานว่าใครจะจัดการได้ดีกว่า ถ้าสื่อสารออกไปดี ทั่วถึง แต่หน้างานไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ มีข้อผิดพลาดในการทำงาน สุดท้ายพังไปก็มีมาก
  • มิมี่ Techsauce – คือการปรับความคิดของคนที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี มองว่า People กับ Process เป็นกระบวนการสำคัญ ซึ่งต้องเริ่มจากคนที่เป็นหัวก่อน ต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจภาพรวมว่าอะไรกำลังจะเปลี่ยนไป กระทบกับธุรกิจเรายังไง ตอนนี้อาจจะตื่นตัว กลัวโดน Disrupt แต่โฟกัสออกมาว่าจะทำอะไร แก้อะไร ต้องทำออกมาเป็น Action ให้ได้ แล้วจะหาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาของเรา สรุปคือ ต้องรู้ก่อนว่าปัญหาของเราคืออะไรกันแน่ แล้วค่อยหาเครื่องมือ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

บก. The STANDARD เล่าให้ฟัง อนาคตสื่อเป็นยังไง คนทำสื่อควรทำอย่างไรบ้าง?

Published

on

เป็นอีกหนึ่ง Session ในงาน Creative Talk Conference 2019 (CTC 2019) ที่น่าสนใจ เมื่อ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ Editor-in-Chief ของสื่อยุคใหม่ที่เติบโตเร็วอย่าง THE STANDARD พูดในหัวข้อ “The Future of Content Creation” ซึ่งในฐานะของคนทำสื่อยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในไทย เราก็ต้องอยากฟังอยู่แล้วว่าคุณเคนมีแนวคิดอย่างไรบ้าง

ปัญหาของการสื่อสารใน Social Media ตอนนี้คือสารพัดสิ่งที่เปลี่ยนไปตลอด

เรื่องแรกที่คุณเคนพูดถึงคือเรื่อง Disruption ที่มาเป็นระลอกๆ กลุ่มแรกที่โดนคือเพลงที่โดนไปก่อนหน้านี้แล้วหลายปี ส่วนปี 2018 คือสื่อหรือแบงค์ และปี 2019 น่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์

สิ่งที่มา Disrupt คือ Platform ซึ่งแพลทฟอร์มหมายถึงตัวกลางที่แลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างกัน เมื่อก่อนผู้ผลิตกับผู้บริโภคเนื้อหาแยกกันอย่างชัดเจน ผู้อ่านก็ไม่สามารถเป็นผู้ผลิตได้ง่ายนัก แต่ตอนนี้ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันหมด มีโอกาสแสดงตัวให้คนอื่นได้ไถผ่านอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ทุกคนเป็นสื่อได้หมด

ตอนนี้บรรณาธิการกลายเป็นหุ่นยนต์ (อัลกอริทึมของเฟซบุ๊ก) ข่าวที่ผ่านตาเราใช้หุ่นยนต์เลือกทั้งหมด

การจะสร้างเนื้อหาที่ดีได้ต้องเข้าใจ 3 อย่างคือ

  1. เข้าใจตัวเองว่าตัวเองเด่นเรื่องอะไร เช่น The Standard ทำนิตยสารมาก่อน ก็เก่งเรื่องการทำให้สวย หรือใส่ความคิดสร้างสรรค์ เราก็มุ่งทางนี้
  2. ต้องเข้าใจกลุ่มผู้อ่าน หรือกลุ่มที่อ่านสื่อของคุณเป็นใคร เราทำกำลังทำเนื้อหาให้ใครเสพ
  3. เข้าใจโลก เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ เข้าใจอัลกอริทึมว่าคิดยังไง

มองภาพ Social Media แทนอะไรในไทยตอนนี้

  • facebook คือสังคมเสมือนของไทย ทุกอย่างรวมอยู่ในนี้หมด เหมือนโลกเสมือนออนไลน์
  • Twitter คือเทรนด์ตอนนี้ เป็นตัวจุดกระแส กระแสหลายอย่างมาจาก # ทวิตเตอร์เป็นสิ่งที่ทำให้คนไปร่วมกับประเด็นนั้นๆ แตกต่างจาก facebook ที่คนจะบอกเรื่องของตัวเองออกมา
  • Instagram คือ Lifestyle Magazine
  • Youtube คือทีวี อย่างในต่างจังหวัดเปิดค้างไปเรื่อยๆ เลย วิ่งไปทั้งวันแทนช่องทีวีไปแล้ว
  • LINE Today เป็นหนังสือพิมพ์

ซึ่งเนื้อหาของเราก็เหมือนเป็นไข่ ที่เอาไปทำได้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นการจะไปอยู่กับแพลทฟอร์มไหนก็ต้องปรุงให้เหมาะกับแพลทฟอร์มนั้นๆ ไม่ใช่เนื้อหาเดียวกันไปอยู่ในทุกแพลทฟอร์ม ได้รับการปรุงแบบเดียว มันก็ไม่เกิด

สื่อระดับโลกจึงมี Social Media Editor เพื่อปรุงเนื้อหาเดียวกันให้แตกต่างกัน

พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน สื่อยุคเก่าคือ Lean back คนดูเหมือนนั่งชิวๆ พิงไปกับเบาะ แล้วรับสิ่งที่สื่อจะนำเสนอออกมาอย่างเดียว ส่วนปัจจุบันคนเสพสื่อเป็นแบบ Lean forward คือผู้บริโภคเป็นคนเลือกเนื้อหาได้ทันที และมีสิทธิโวยวายเมื่อทำเนื้อหาไม่ถูกใจ และเปลี่ยนได้ทันที

ทำให้คนทำสื่อไม่ใช่ผู้เลือกนำเสนอเนื้อหาอีกต่อไป คนทำสื่อเป็นผู้ถูกเลือกโดยผู้เสพสื่อ คนทำสื่อต้องถ่อมตัว เพราะเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น ทำให้โฆษณาใน social น่ารำคาญมาก ในขณะที่โฆษณาทีวีไม่น่ารำคาญเท่า ซึ่งเรามีเวลาเพียง 1.7 วินาทีในการดึงคนให้สนใจ

เนื้อหาที่ดีคืออะไร

  1. มันน่าสนใจรึเปล่า เช่นข่าวดารา แมว พวกนี้น่าสนใจอยู่แล้ว แต่ผู้เสพก็ไม่ได้ความรู้อะไรเพิ่มเติม
  2. เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่มันจะน่าเบื่อๆ หน่อย
  3. แต่ถ้าทำข้อมูลที่มีประโยชน์และน่าสนใจไปด้วย ก็จะได้ดียิ่งกว่า คือ เรื่องดี และ เล่าดี
    1. เรื่องดี มันเป็นเหมือนสูตรสำเร็จว่า เรื่องที่มีประโยชน์คืออะไร ไม่ว่าเมื่อไหร่ เรื่องดี เนื้อหาดี มันก็มีรูปแบบตายตัวของมัน
    2. แต่เล่าดีมันเปลี่ยนไปตามสื่อที่ไปอยู่ตลอดเวลา ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ใช้เครื่องมือที่มีทั้งหมด เพื่อให้เล่าดี ตื่นตาตื่นใจ

สรุปพฤติกรรมผู้ใช้ตอนนี้

  1. ทุกอย่างต้องตอนนี้ Generation Now ยิ่งเร็ว ยิ่งดี
  2. ไม่สนใจว่าจะฉายเมื่อไหร่ ตอนไหน เพราะคนดูจะดูย้อนหลังเอาในเวลาที่เหมาะ Anywhere anytime
  3. รูปภาพและวิดีโอจู่โจมได้มากกว่าตัวอักษรอย่างเดียว
  4. คนแชร์เพราะเนื้อหาบอกตัวตนของตัวเอง

“ทางที่ดีที่สุดในการทำนายอนาคต คือสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!