Connect with us

บทความ

สรุปเนื้อเรื่องสุดมันส์ “Metro Last Light: แสงสุดท้ายแห่งแดนนิวเคลียร์มรณะ”

ขอต้อนรับกลับสู่ประเทศแม่รัสเซียกันอีกครั้ง สภาพอากาศยังคงปกติดีด้วยลมอุ่น ๆ จากพายุรังสีและฝุ่นนิวเคลียร์ที่มีให้เห็นบ้างประปราย แม้การผจญภัยบทที่หนึ่งของ Artyom ใน Metro 2033 “ฝ่านรกแดนอุโมงค์สยอง” จะจบไปแล้ว แต่บทใหม่ที่ท้าทายกว่าเก่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น ว่าแล้วก็มาสานต่อเรื่องราวกันต่อในภาค Last Light เลยดีกว่า พร้อมจะมุดลงอุโมงค์ใต้ดินแห่งกรุงมอสโควไปพร้อมกันรึยังสหาย?

(ใครยังไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องภาคแรก Metro 2033 ก็ไปอ่านกันก่อนได้ที่นี่นะ: https://www.beartai.com/article/308483)

*ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสปอยล์แบบจัดหนักจัดเต็มนะจ๊ะ ใครอยากเล่นเองรู้เองอย่าเพิ่งอ่าน!

เมื่อแสงแห่งการไถ่บาปปรากฏตรงหน้า เขาจะคว้ามันไว้หรือไม่

งานเก่าที่ยังค้างคา

หลังจากเหตุการณ์ตอนจบภาค Metro 2033 พระเอกหนุ่ม Artyom ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกหน่วย Ranger อย่างเป็นทางการจากผลงานที่เขาใช้จรวดมิสไซล์ถล่มรัง Dark One เป็นจุล เขาปรับตัวใช้ชีวิตอยู่กับพลพรรค Ranger ในฐานลับ D6 มาเกือบปีแล้ว แต่ความรู้สึกผิดที่เขาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ Dark One ยังคงตามหลอกหลอนและทำให้เขานอนฝันร้ายแทบทุกคืน วันหนึ่ง Artyom ตื่นจากฝันร้ายด้วยเสียงปลุกของ Khan สหาย Ranger ลึกลับผู้มีสัมผัสที่หก เขาแจ้งข่าวดีให้ Artyom ทราบว่ายังคงมี Dark One เหลือรอดอยู่อีกหนึ่งตน และมันอาจเป็นกุญแจสำคัญของมนุษยชาติรวมถึงทำให้ Artyom หยุดฝันร้ายสุดหลอนที่เขาเจออยู่ได้ Khan พยายามโน้มน้าวให้ Artyom เดินทางไปกับเขาเพื่อหาทางช่วยเหลือ Dark One ตนนี้ แต่ Ulman ก็ดันผ่านเข้ามาเรียกตัว Artyom พอดี เมื่อเขาเห็นว่า Khan ลักลอบเข้ามาในฐาน D6 โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งสองจึงถูก Ulman พาตัวไปหา Miller หัวหน้าหน่วย Ranger แห่งกองกำลัง Spartan และผู้คุมฐานทัพ D6 แห่งนี้

เหล่า Ranger จับจองฐาน D6 เป็นบ้านของตนเองไปแล้ว

Khan รายงานสถานการณ์ที่เขาเจอให้ Miller ทราบ และพยายามอธิบายว่า Dark One เพียงตนเดียวไม่เป็นภัยกับใครทั้งนั้น แต่ Miller เห็นต่าง เขายังเชื่ออย่างปักใจว่าเผ่า Dark One คือภัยร้ายที่สุดที่เหล่ามนุษย์ใน Metro เคยพบเจอ และสั่งให้ Artyom เดินทางไปกับ Anna นักแม่นปืนระดับพระกาฬของ Ranger ผู้เป็นลูกสาวของเขา เพื่อขจัด Dark One ที่เหลือให้สิ้นซาก Khan คัดค้านหัวชนฝาแต่ก็ถูก Ranger คนอื่นคุมตัวออกไปจากห้อง เขากล่าวทิ้งท้ายกับ Artyom ว่านี่เป็นโอกาสไถ่บาปของเขา จงอย่าปล่อยให้มันสูญเปล่า

รังของ Dark One กลายเป็นซากปรกหักพังไปหมดแล้ว

Artyom และ Anna ใช้รถรางเดี่ยวเดินทางจากฐาน D6 สู่พื้นดิน ระหว่างทาง Anna พูดจาดูแคลน Artyom ตลอดเวลาแถมยังเรียกเขาว่าเจ้ากระต่ายน้อยอีก เมื่อเข้าใกล้ซากรังของ Dark One เธอจึงสั่งให้ Artyom เดินเข้าไปเป็นตัวล่อจากทางพื้นดินในขณะที่เธอคอยยิงคุ้มกันให้ เพราะเธอรู้ดีว่า Artyom เป็นคนเดียวที่มี “พรสวรรค์” ที่ทำให้เขาไม่โดนพลังของ Dark One สะกด Artyom ฝ่าฝูงหนูยักษ์ Watcher เข้าสู่ซากรัง Dark One ได้อย่างไม่มีปัญหา เมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับ Dark One ตัวสุดท้ายเขาก็เหนี่ยวไกไม่ลง เนื่องจากเจ้า Dark One ตนนี้ยังเป็นเหมือนแค่เด็กตัวเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ Anna ไม่หวั่นไหวไปกับเขาด้วย เธอลั่นกระสุนสไนเปอร์ใส่เป้าหมายทันที เจ้า Dark One น้อยตกใจและรีบเผ่นหนีทันที Artyom วิ่งไล่ตามจนจับตัวมันไว้ได้ แต่มันก็สัมผัสโดนตัว Artyom ด้วยเช่นกัน Dark One ใช้พลังมองถึงอดีตของ Artyom จนทำให้เขาหมดสติไปพักหนึ่ง เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าทหารจากพรรคนาซีเข้ามายึดพื้นที่ไว้หมดแล้วและ Dark One น้อยโดนจับขังไว้ในกรง ส่วน Artyom ก็ได้รับการทักทายเป็นรองเท้าบู้ทเบอร์ 5 จนหลับไปอีกรอบ

Pavel ทหารฝ่ายแดงที่จับพลัดจับผลูต้องมาร่วมมือกับ Artyom

สหายใหม่กับภัยที่คืบคลาน

Artyom ตื่นขึ้นมาในห้องสอบสวนของนาซี พวกมันประหารพลเรือนไปต่อหน้าต่อตาเขาจากข้อหามียีนส์กลายพันธุ์ จากนั้นมันก็ยิงผู้ร่วมอุดมการณ์พรรคแดงทิ้งไปอีกคน จนมาถึง Artyom ที่กำลังจะโดนเค้นคอว่า Ranger มีธุระอะไรในถิ่นนาซี จังหวะนั้นเองที่นักโทษฝ่ายแดงอีกคนคว้าปืนออกจากมือยามด้านหลัง Artyom ไม่รอช้าเข้าล็อคคอเจ้าหน้าที่สอบสวนนาซีตรงหน้าทันที หลังจากจัดการนาซีในห้องเรียบร้อยแล้ว ทหารแดงก็แนะนำตัวเองว่าเขาชื่อ Pavel Morozov และพูดติดตลกว่าช่างหัวฝ่ายของตัวเองดีกว่า ตอนนี้ทหารเลวอย่างเราต้องจับมือกันหาทางเอาตัวรอด Pavel นำทาง Artyom หนีออกทางช่องทิ้งขยะ จากนั้นทั้งคู่ก็ลัดเลาะผ่านค่ายกักกันและแหกคุกนาซีผ่านประตูหน้าสถานี พวกเขาควบรถรางสาดกระสุนต้านผู้ติดตาม ล้มลุกคลุกคลานผ่านอุโมงค์ร้างที่เต็มไปด้วยแมงมุมยักษ์ แล้วลุยผ่านซากเมืองบนพื้นดินกับฝูงมิวแต้นท์อีกนับสิบ Artyom กับ Pavel เริ่มสนิทกันจนถึงขั้นเป็นสหายเพราะทั้งคู่ผลัดกันช่วยชีวิตกันและกันตลอดทาง ในที่สุด Pavel จึงเสนอแนะว่าให้เดินทางไปให้ถึงสถานี Red Line แล้วแยกย้ายกันที่นั่น ซึ่ง Artyom ก็ไม่ได้ขัดแต่อย่างใด

ทั้ง 2 ช่วยกันฝ่าด่านนาซีและภัยอันตรายอีกสารพัด

เมื่อมาถึงสถานี Red Line ได้อย่างปลอดภัย สหายใหม่ Pavel จึงขอเลี้ยงเหล้า Artyom เสียหน่อย พระเอกของเรากระดกเข้าไปแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างเพลิดเพลิน แต่เขาเริ่มเอะใจว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็ตอนที่ Pavel พาเพื่อนใหม่ในชุดทหารแดงมายืนประกบที่โต๊ะ 2 คน เมื่อเห็นว่าแกล้งโง่ต่อไปก็เท่านั้น Pavel เลยเผยตัวว่าอันที่จริงเขาไม่ได้เป็นแค่ทหารเลวของฝ่ายแดง แต่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์เลยต่างหาก และน่าเสียดายที่เขาคงจะปล่อย Artyom ไปไม่ได้เพราะหน้าที่ของเขาคือรวบรวมข้อมูลสำคัญทุกอย่างเกี่ยวกับฐาน D6 ของฝ่าย Ranger กล่าวจบแล้ว Artyom ก็ฟุบลงคาโต๊ะจากฤทธิ์ยานอนหลับในแก้วเหล้า…

โฉมหน้าของ Korbut วายร้ายจอมวางแผนแห่งทัพแดงที่หวังจะครอบครองแดน Metro

แม้จะถูกซ้อมอย่างหนักในห้องสอบสวนของคอมมิวนิสต์แต่ Artyom ก็ยังไม่ปริปาก เขาอาศัยจังหวะที่ยามปลีกตัวไปด้านนอกแก้พันธนาการของตัวเองแล้วหลบหนีผ่านทางช่องระบายอากาศ ระหว่างที่คลานอยู่ในท่อแอร์ Artyom เผอิญผ่านไปถึงห้องทำงานของหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้เขาได้ยินแผนการร้ายของ “Korbut” หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารของพรรคแดง ดูเหมือนว่าหมอนี่จะเป็นผู้ชักใยกองกำลังทหารแดงที่แท้จริง นอกจากนี้ Korbut ยังต้องการจะยึดครองฐาน D6 แล้วใช้สรรพาวุธที่อยู่ในนั้นควบคุมสถานีใน Metro ทั้งหมด Artyom ยังได้รู้ข้อมูลว่า Pavel เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคือมือขวาของ Korbut และยังมี Ranger ไส้ศึกชื่อว่า Lesnitsky เป็นสมุนของเขาอีกหนึ่งคน ข่าวร้ายเรื่องใหม่ก็คือ Lesnitsky ได้แอบขโมยอาวุธเชื้อโรคออกมาจากห้องนิรภัยใน D6 แล้ว ซึ่งหมอนี่อาจจะเอาไปทดสอบกับสถานีไหนก็ได้ใครจะรู้

ทหารแดงมีอยู่ทั่วทุกแห่ง Artyom ต้องใช้เงามืดตามที่กำบังให้เป็นประโยชน์

จุดเริ่มต้นของหายนะ

Artyom ย่องไปตามเงามืดในสถานี Red Line จนในที่สุดเขาก็พบกระเป๋าเป้สัมภาระของตัวเอง เขารีบคว้าปืนและอุปกรณ์ยังชีพทั้งหมดแล้วมุ่งหน้าออกจากสถานีของพรรคแดงทันที เพราะเขารู้ว่าเป้าหมายต่อไปของ Lesnitsky คือเจ้าหนู Dark One และ Anna คู่หูของเขา แต่เขาก็ช้าไปก้าวหนึ่ง Lesnitsky ได้ตัว Dark One ไปก่อน ส่วน Anna ก็ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีเล็ก ๆ ระหว่างทางซึ่งตอนนี้มันเต็มไปด้วยไฟกาฬเผาผลาญอาคารบ้านเรือนทุกหลัง ผู้คนที่ยังหลงเหลือมีเพียงกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์ที่สวมชุดฆ่าเชื้อรัดกุมมิดชิด พวกมันเผาทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยอ้างว่าสถานีนี้แปดเปื้อนโรคระบาดร้ายแรง แต่ Artyom รู้ดีว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เมื่อเขาสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากการไล่เก็บทหารแดงจึงทำให้ทราบว่าพวกคอมมิวนิสต์ต่างหากที่เป็นคนปล่อยเชื้ออีโบล่าดัดแปลงเข้าสู่สถานี เพียงเพราะ Lesnitsky ต้องการทดสอบพิษสงของเชื้อไวรัสร้ายที่เขาขโมยออกมาจากฐาน D6

อย่าแหยมกับ Ranger นะพวกเอ็ง

หลังจากใช้เปลวไฟเป็นที่กำบังแล้วค่อย ๆ จัดการทหารแดงไปทีละคนสองคน Artyom ก็เข้าถึงตัว Anna และรีบช่วยเธอออกมาจากสถานี แต่พวกเขากลับโดนดักซุ่มโจมตีจาก Lesnitsky ก่อนจะถึงทางออก ทั้งคู่ช่วยกันโต้กลับ Ranger ผู้ทรยศกลับไปได้แต่หน้ากากของพวกเขาแตกเสียหาย Artyom พา Anna โซซัดโซเซออกจากสถานีมาได้แล้วจึงหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็พบว่า Anna ตื่นขึ้นมาก่อนซักพักแล้วและพวกเขาอยู่ในเขตกักกันเชื้อโรคเพื่อตรวจดูว่าทั้งคู่ติดเชื้ออีโบล่ามาด้วยหรือไม่ Anna ขอบคุณ Artyom ที่มาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ความรู้สึกที่เธอมีกับ Ranger หนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนไปแล้ว เธอตัดสินใจโอบกอด Artyom เอาไว้ ซึ่งเขาก็น้อมรับมันเอาไว้ด้วยจุมพิต หากนี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้มีลมหายใจ พวกเขาก็ใช้มันอย่างคุ้มค่าแล้ว

Dark one เยาวว์วัยตนนี้อาจเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ

ลุยแหลกชิง Dark One

โชคดีที่ดวงของ Artyom และ Anna ยังไม่ถึงฆาต ผลตรวจโรคระบาดของทั้งสองออกมาปกติดี Khan เดินทางมาพบกับ Artyom ที่เขตปลอดเชื้อเพื่อบอกว่าเขารู้ตำแหน่งของเจ้า Dark One น้อยแล้ว พร้อมกับเสนอตัวเข้าช่วยเหลือเพื่อชิง Dark One. คืนมาจากฝ่ายคอมมิวนิสต์ พระเอกของเราแยกตัวจาก Anna เพื่อติดตาม Dark One ต่อ ส่วน Anna จะเดินทางกลับไปที่ Polis เพื่อสมทบกับกองกำลัง Ranger ทั้ง Artyom และ Khan กระโดดขึ้นรถรางติดอาวุธแล้วเร่งเครื่องติดตามรถไฟของพรรคแดงทันที Artyom ลักลอบขึ้นรถไฟมาได้และยิงต่อสู้กับทหารแดงอย่างดุเดือด เขาลุยประจัญบานจนมาถึงโบกี้ขนสัมภาระส่วนหน้าของรถไฟและได้พบกับ Dark One ที่ถูกขังอยู่ในกรงสัตว์ Artyom ตัดสินใจหยุดรถไฟด้วยการทำให้มันตกราง ม้าเหล็กล้มคว่ำและไถลไปตามอุโมงค์ใต้ดินส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท เหล็กกล้าหักสะบั้น ข้าวของหลุดลอยกระจัดกระจาย แต่ Artyom ก็ยังรอดมาได้และที่สำคัญคือเขาช่วยเหลือ Dark One ได้สำเร็จ

ผู้ที่เคยช่วยชีวิต Artyom เอาไว้ในอดีตก็คือเผ่า Dark One นั่นเอง

Dark One น้อยสัมผัสกับตัว Artyom เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตให้เขา นั่นทำให้เขาจำสาเหตุที่ตนสามารถต้านทานพลังจิตของเผ่าพันธุ์ Dark One ได้ ในวัยเด็ก Artyom ที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นชวนเพื่อนอีก 2 คนขึ้นไปดูทิวทัศน์บนผืนโลก พวกเขาปีนขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ไปได้เพียงหน้าประตูสถานีก็ถูกฝูงมิวแต้นท์ดักทำร้าย เพื่อนทั้งสองของเขารีบหนีเข้าสถานี ในขณะที่ Artyom ยังคงยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก Dark One ก็ปรากฏตัวเข้ามาช่วยกันเขาจากฝูงมิวแต้นท์เอาไว้ได้ทันควันและยังได้สัมผัสตัว Artyom โดยตรง นั่นทำให้เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับ Dark One และยังเป็นดั่งสะพานที่เชื่อมมนุษย์สายพันธุ์ใหม่และเก่าเข้าด้วยกัน น่าเสียดายที่เขาทำให้ Dark One ตนนั้นต้องผิดหวังเมื่อเขากดสวิตช์ปล่อยจรวดเข้าทำลายบ้านของเผ่าพันธุ์ Dark One เมื่อหนึ่งปีก่อน

สภาพบนพื้นดินยังคงเต็มไปด้วยกากพิษและสัตว์อันตรายมากมาย

สะสางบัญชีแค้น

Artyom ตั้งใจแน่วแน่ว่าเขาต้องปกป้องเจ้า Dark One ตัวน้อยตนนี้ให้ปลอดภัยไปตลอดรอดฝั่งให้ได้ ภารกิจนี้คือหนทางไถ่บาปของเขา Artyom, Dark One และ Khan เดินทางผ่านสภาพภูมิประเทศสุดเลวร้ายบนพื้นดินโดยมีที่หมายเป็นสถานี Polis ที่ซึ่งการประชุมสงบศึกระหว่างฝักฝ่ายตามสถานีต่าง ๆ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งสามคนช่วยกันฟันฝ่าฝูงมิวแต้นท์สารพัดสายพันธุ์ จนท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหนอนบ่อนไส้ Lesnitsky และ Pavel เพื่อนตัวแสบอีกรอบ ต่างกันตรงที่ครั้งนี้ Artyom พร้อมปิดบัญชีแค้นเต็มแก่แล้ว

ดาหน้ากันเข้ามาเลย! ไอ้พวกสายลับตัวแสบ!

หลังจากยิงปะทะกันไม่นาน Lesnitsky ก็ต้องพ่ายแก่ฝีมือที่เหนือกว่าของ Ranger หนุ่ม เขาตัดสินใจไม่ฆ่าหมอนี่และปล่อยให้ Dark One ล้างจิตใจอันสกปรกให้ไม่สามารถทำร้ายใครได้อีก Artyom ไล่ติดตาม Pavel ต่อจนจัดการกับเขาได้ กรรมชั่วของ Pavel ทำให้จิตของเขากำลังจะถูกส่งเข้าสู่นรกที่เต็มไปด้วยวิญญาณของผู้ผิดบาป แต่ในวินาทีสุดท้าย Artyom ตัดสินใจยื่นมือออกไปดึงจิตขอฝเขากลับมาเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่เคยมีให้กัน เมื่อจบเรื่องแล้วทั้ง 3 คนจึงมุ่งสู่ทางเข้าสถานี Polis ตรงหน้าเพื่อขัดขวางแผนร้ายของคอมมิวนิสต์

ตัวแทนสถานีต่าง ๆ เริ่มแคลงใจหน่วย Ranger

ปราการด่านสุดท้าย

เมื่อ Artyom และ Khan พาตัว Dark One มาส่งกับ Miller เขาทั้งช็อคทั้งโกรธทั้งคู่ที่ขัดคำสั่งของเขาโดยตรง แต่ Khan ขอร้องให้ Miller เชื่อใจเขาซักครั้ง เพราะนี่เป็นหนทางที่จะหยุดสงครามครั้งใหญ่ใน Metro เอาไว้ได้ Miller ตัดสินใจวัดดวงด้วยการพาเจ้าหนู Dark One เข้าไปในที่ประชุม สถานีต่าง ๆ กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่กองกำลัง Ranger ไม่ยอมแบ่งปันทรัพยากรใน D6 ให้สถานีอื่นใน Metro หารู้ไม่ว่ามรดกในคลังแสงของ D6 มีเพียงเชื้อไวรัสมรณะเท่านั้น Dark One น้อยใช้พลังจิตสะกดให้ Chairman Moskvin หัวหน้าพรรคแดงที่กำลังปลุกปั่นสถานีอื่นให้คายความจริงออกมา เขาหลุดปากออกมาหมดทั้งเรื่องที่ตัวเองเป็นแค่หุ่นเชิดของ Korbut เรื่องที่หมอนั่นต้องการชิงไวรัสใน D6 เพื่อขจัดทุกสถานีที่แข็งขืน และเรื่องที่กองกำลังของพรรคแดงทั้งกองร้อยกำลังเตรียมบุกฐาน D6 ของ Ranger อยู่ในขณะนี้

หน่วย Ranger รีบระดมกำลังเตรียมรับมือผู้รุกราน

เมื่อ Miller รู้ว่าการประชุมสันติภาพเป็นแค่แผนหันเหความสนใจของ Korbut เขาจึงรีบเกณฑ์ Artyom, Khan รวมถึงกองกำลัง Ranger ทั้งหมดขึ้นรถไฟมุ่งไปยังประตูหน้าของฐาน D6 โดยเร็วที่สุด ในขณะที่ Dark One น้อยตัดสินใจแยกทางกับ Artyom ตรงนี้ เพื่อไปหาทางปลุกพรรคพวก Dark One ที่หลงเหลือและกำลังหลับใหลอยู่ลึกเข้าไปใน D6 แต่เขาสัญญาว่าจะกลับมาช่วยเหลืออีกแรงแน่นอน ส่วน Anna ถูก Miller และ Artyom ทิ้งไว้เบื้องหลัง เพราะพวกเขารู้ดีว่านี่อาจเป็นศึกหนักศึกสุดท้ายที่ทั้งสองไม่รอดชีวิตกลับมา และกองกำลัง Ranger ก็อาจถูกกวาดล้างจนสิ้นซากจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นได้

ผนึกกำลังรวมเป็นหนึ่ง!

Ranger ปะทะกองทัพแดง

ทั้งสามมาถึงที่หมายในช่วงที่ศึกใหญ่กำลังจะอุบัติ กองกำลัง Ranger ที่พร้อมทั้งขวัญกำลังใจ ยุทโธปกรณ์ และฝีไม้ลายมือ เตรียมตัวรับมือกับข้าศึกจำนวนมากมายมหาศาลประหนึ่งชาว Spartan ที่ต้องปะทะกับกองทัพ Persian และแล้วมันก็เริ่มต้นขึ้น ทหารแดงนายแล้วนายเล่ากรูเข้ามาที่ด่านหน้าของฐาน D6 พระเอกของเราและสหายศึกลั่นไกปืนในมืออย่างไม่รอช้า เสียงแผดกระสุน ลูกตะกั่วแหวกอากาศ และเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วอุโมงค์อันมืดมิด Artyom, Khan, Miller, Ulman และ Ranger ฝีมือพระกาฬอีกหลายสิบนายยืนหยัดสู้กับข้าศึกอย่างไม่หวั่นเกรง แม้จำนวนของพวกเขาจะน้อยกว่าทหารแดงจนน่าใจหายแต่ทั้งหมดก็กัดฟันสู้สุดใจขาดดิ้น Artyom ต้องรับมือกับกองร้อยทหารเลว ทหารหุ้มเกราะติดอาวุธหนัก หรือแม้แต่รถถังด้วยปืนและกระสุนเท่าที่พอจะหาได้ตรงหน้า Ranger ผู้หาญกล้าเริ่มล้มตายไปทีละคนสองคน ส่วน Artyom เองก็สู้ตายจนแทบจะหมดแรงถือปืนขึ้นมายิง ในช่วงที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด กองกำลังคอมมิวนิสต์ก็หยุดการบุกลงกลางคัน สมรภูมิกลับสู่ความเงียบสงบเพียงชั่วครู่แล้วม้าเหล็กหุ้มเกราะก็พุ่งออกมาจากความมืด ปะทะกับปราการของ Ranger เข้าอย่างจัง…

แม้พวกเขาจะสู้อย่างถวายชีวิต แต่จำนวนคนมันผิดกันเกินไป…

ด่านสุดท้ายของกองกำลัง Spartan พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี Miller และ Attyom บาดเจ็บหนักจนแทบขยับตัวไม่ได้ สายตาของเขามองเห็น Korbut และลูกสมุนก้าวเข้ามาดูผลงานตัวเองอย่างพอใจ แต่ Miller ยังเหลือไพ่ตายใบสุดท้าย นั่นคือสวิตช์ระเบิดทำลายสถานีที่ตกอยู่ตรงหน้า Artyom เขาเอื้อมมือออกไปพร้อมจะพลีชีพตัวเองเพื่อปกป้อง Metro แต่ก่อนที่เขาจะทันสับสวิตช์ เวลารอบตัวก็หยุดลง Dark One น้อยปรากฏตัวออกมาจับมือ Artyom เอาไว้และบอกว่าไม่ต้องกังวลไป เขาได้พาครอบครัวของตัวเองมาช่วยแล้ว

แสงสุดท้ายของแดน Metro หาใช่มนุษย์ไม่… มันคือเจ้า Dark One น้อยผู้นำความหวังตนนี้ต่างหาก

Dark One นับสิบตนใช้พลังจิตล้างสมองทหารแดงทั้งกองทัพจนสิ้นฤทธิ์ ส่วน Korbut ก็โดน Dark One น้อยเล่นงานจนหมดสภาพ พลิกสถานการณ์ให้กองทัพแดงแตกพ่ายในทันที หลังจบศึก Miller สูญเสียขาทั้งสองข้าง Ulman เสียชีวิตในหน้าที่ และ Khan ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วน Artyom และ Anna ก็ต้องเตรียมต้อนรับลูกน้อยที่กำลังจะมาลืมตาดูโลกในไม่ช้า เจ้า Dark One น้อยออกเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวเหลืออยู่ของเขา มุ่งหน้าสู่แดนนิวเคลียร์บนพื้นผิวโลกเพื่อตามหา Dark One ตนอื่น ๆ ต่อไป แต่เขาสัญญาว่าจะกลับมาหา Artyom อีกแน่นอน กลับมาเพื่อช่วยฟื้นฟูโลกใบนี้ให้น่าอยู่อีกครั้ง เพราะเขาคือแสงแห่งความหวังสุดท้ายที่ชาว Metro รอคอยมานานแสนนาน…

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความวงการเกม

สรุปตัวอย่าง CGI ยาว 5 นาทีของ “Rainbow Six Siege” หรือนี่จะเป็นการมาของโหมดเนื้อเรื่อง ?? มาวิเคราะห์กัน

Published

on

By

ในงาน Six Invitational 2019 จัดขึ้นที่ Montreal, Canada ณ วันที่ 11-17 กุมภาพันธ์ 2019 เป็นงานแข่งขัน E-SPORT ของเกม Rainbow Six Siege มีทีมต่างๆจากทั่วโลก รวมไปถึงเอเชียเองด้วยก็ได้ไปเข้าร่วม และดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่เมื่อมีการจัด Event E-SPORT เมื่อไร ก็จะมีการเปิดตัวโชว์เนื้อหาของเกมใหม่ๆออกมา และอย่างที่แฟนๆเกมรู้กันดีว่าภายในงานนี้จะมีการเปิดตัว Operation Burnt Horizon เนื้อหาเสริมแรกสำหรับ Year 4 Pass ที่วางจำหน่ายไปแล้วในเดือนธันวาคม 2018

แต่แล้ว Ubisoft ก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดโชว์ตัวอย่างใหม่ในรูปแบบ CGI กลางงาน Six Invitational 2019 แบบสดๆ ให้คนดูตกใจกัน และถือว่าไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นตัวอย่าง CGI จาก Rainbow Six Siege ยาวขนาด 5 นาที แสดงว่านี่จะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเกมอย่างแน่นอน หลายๆคนที่ไม่เคยเล่นก็อาจจะสงสัยว่า ไอ่ Rainbow Six Siege เนี่ยมันเกมที่เน้น Multiplayer แล้วมันมีเนื้อเรื่องกับเขาด้วยหรอ ?? ก็ต้องขอบอกว่า มีครับ และมีเยอะมากด้วย

ขอแนะนำให้รู้จัก Harishva “Harry” Pandey หรือ The New Six ของทีม Rainbow เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วสำหรับคนที่เล่นเกม ทีม Rainbow จะมีผู้อำนวยการ หรือจะเรียกว่าหัวหน้าหน่วยก็ได้อยู่ ซึ่งในภาค Siege ผู้อำนวยการของทีม Rainbow ก็คือ Aurelia “Six” Arnot โดยเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับชื่อ Six เธอมีหน้าที่ดูแลและคัดเลือกคนมาเข้าร่วมทีม โดยการรวมตัวของทีม Rainbow ครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อร่วมกันต่อต้านผู้ก่อการร้ายนามว่า “White Masks” ที่ก่อเหตุไปทั่วโลก

ซึ่งตรงนี้ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับพวก White Masks ก็ในโหมด Terrorist Hunt นั้นเองครับ โดย AI พวกนั้นก็คือ White Masks นั้นแหล่ะ โดยหน้าที่ของเราก็แล้วแต่เช่น จัดการหยุดระเบิด ช่วยเหลือตัวประกัน ปราบศัตรูให้หมด อะไรพวกนี้เป็นต้น ส่วนในโหมด Multiplayer ที่เราเห็นเหล่า Operators มาแบ่งทีมยิงกันเองนั้น มันเป็นการฝึกซ้อมใน Virtual reality ของทีม Rainbow ครับ โดยเหตุการณ์ในช่วง Outbreak ของ Operation Chimera จะเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นเห็นเหล่า Operators ต่างฝ่ายมาร่วมมือกัน

กลาง คุณ Lucien Soulban ขวา คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle

และการมาของ Harry หรือ The New Six นั้นจะหมายถึงอะไรกันแน่ ? จากที่ผมได้ดู Live สดๆ มาโดยเป็นการพูดคุยของ Chief Writer คุณ Lucien Soulban และ Narrative Director คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle (ชื่อโคตรยาว) มาพูดถึงแนวทางของเนื้อเรื่องภายในเกม ที่ตลอด 3 ปีตั้งแต่วางขายมานั้น ทีมงานพยายามใส่ความลึกล้ำของตัวละครทั้งหมดทั้ง Lore และเสียงพากย์ ให้มีความเชื่อมโยงกันนั้นเอง


 The Hammer and the Scalpel


เปิดตัวอย่างมา เราจะเห็นการฝึกซ้อมของทีม Rainbow ปกติ โดยเราจะเห็น Thatcher และ Dokkaebi กำลังจะบุก Dokkaebi ได้ใช้ Tablet ของเธอเข้า Hack กล้องวงจรปิดของฉากเพื่อที่จะได้เห็นวิสัยทัศน์โดยรวมก่อนบุกเข้าไป แต่ Thatcher นั้นรอไม่ไหว และกลับใช้ระเบิด EMP บุกเข้าห้องแทน แน่นอนว่ามันทำให้ทั้งกล้อง และแสงไฟในห้องดับหมด หลังจากฝึกเสร็จ Dokkaebi นั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอได้เข้ามาคุยกับ Thatcher และมีการเถียงกันเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับ Harry

Harishva “Harry” Pandey เขานั้นมีบทบาทอยู่ในทีม Rainbow มาตั้งแต่เริ่มรวมทีมใหม่แล้ว เขาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของ Aurelia “Six” Arnot ผู้อำนวยการทีม Rainbow นอกจากนี้เขายังเป็นที่ปรึกษาด้าน จิตวิทยา และ การทหารให้กับตัวเธอเอง และคนในทีม Rainbow ทุกคนอีกด้วย หน้าที่หลักๆของเขา ก็คือช่วยเหลือ Aurelia ในการคัดกรองและคัดเลือกผู้สมัครเข้าทีม เพื่อให้แน่ใจว่าเขาสามารถเข้ากันได้ดีกับทีม Rainbow ได้เป็นอย่างดี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา Harry เป้าหมายที่จะรวบรวมทีมที่มีโดดเด่นและหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยภารกิจในครั้งนี้จะประกอบไปด้วยวัตถุประสงค์หลัก 3 อย่าง ได้แก่ “To be the best, train with the best, joint training exercises, and comradery.” โดยเขามีแผนจะคัดเลือก Operators ที่มีความสามารถในการต่อต้านกับภัยคุกคามด้านเทคโนโลยี (เช่น Drone, อุปกรณ์สวมใส่, อาวุธไฮเทค, นาโนเทคโนโลยี) โดย Operators อย่าง Clash และ Finka นั้นตรงตามกับสิ่งที่เขาตามหาเป็นอย่างมาก

สำหรับเรื่องการเป็นที่ปรึกษาให้กับทีม Rainbow นั้น เราจะเห็นได้จากตอน Operation Para Bellum ที่ทั้งสองตัวละครใหม่อย่าง Alibi และ Maestro มีการประเมินผลทางจิตวิทยาเพิ่มเข้ามาในส่วนของประวัติตัวละคร ซึ่งตรงนี้หากผู้เล่นไม่สังเกตให้ดีก็อาจจะไม่เห็น ตัวอย่างนี้เตรียมการมาทั้งหมด 8 เดือนเต็ม โดยได้คุณ Andy McQueen นักแสดงทีวีซีรี่ส์ชื่อดังมารับบทพากย์เสียง Harry ให้ในครั้งนี้อีกด้วยครับ

จากการพูดคุยกันของ ของ Chief Writer คุณ Lucien Soulban และ Narrative Director คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle เขาได้บอกว่า ในตัวอย่างเราจะเห็นถึงการขัดแย้งกันของ 2 Operators Thatcher และ Dokkaebi ที่ทั้งสองคนนั้นอายุห่างกันมาก ใช้ภาษาต่างกัน ทัศนคติและความคิดต่างกัน บ้านเกิดก็ต่างกัน วัฒนธรรมและการเป็นอยู่ก็ต่างกัน แต่สิ่งที่ทั้งสองคนเหมือนกัน ก็คืออยู่ทีม Rainbow เหมือนกัน และต้องทำงานร่วมกันตลอดเวลา

ซึ่งตรงนี้มันก็เหมือนกับตัวผู้เล่นเกมทั่วโลกเอง ที่ต่างคนต่างมีอายุที่ห่างกัน ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน อยู่คนละประเทศ แต่ก็ต้องมาเล่นเกมร่วมกันในทีมเดียวกัน โดยในตัวอย่างที่เราได้ดูไปนั้น มันคือภาพสะท้อนของสังคมใน Rainbow Six Siege นั้นเองครับ

“Outbreak” โหมดการเล่นแบบ Coop ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Operation Chimera”

แล้วตกลงมันจะสื่อถึงอะไรกันแน่ ?? เรื่องนี้เองพวกเขาไม่ได้ให้คำตอบเอาไว้ และเราเองก็คงไม่มีทางรู้จนกว่าจะได้เห็นประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเรื่องนี้ก็น่าจะคาดเดากันได้ง่ายๆอยู่แล้ว เพราะในช่วงต้นปีที่แล้วนั้น Operation Chimera ซึ่งเป็นอัปเดตแรกของ Year 3 ได้มีการเพิ่มโหมด Outbreak ซึ่งเป็นโหมดเสริมที่ทำออกมาให้ผู้เล่นได้สนุกกัน แถมยังมีการเติมเต็มเนื้อเรื่องของ Rainbow Six เข้าไปอีกด้วย

และแน่นอนว่าอัปเดตแรกของ Year 4 นั้นได้ประกาศออกมาแล้วในชื่อ Operation Burnt Horizon จะต้องมีโหมดอะไรสักอย่างมาให้เราเล่นในช่วงต้นปีนี้อย่างแน่นอน และจากที่เราเห็นตัวอย่างล่าสุดที่เป็น Teaser ล่าสุดไปก็จะเห็นว่า ไอ่ Operators ใหม่สองตัวนี้มันค่อนข้างจะหลุดความเป็นทหาร หรือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ไปมากเลยทีเดียว ซึ่งมันก็น่าจะเข้าทางกับการที่ Harry ต้องการอะไรใหม่ๆจากทีม Rainbow นั้นเองครับ

และแน่นอนว่าหากมีการเคลื่อนไหวอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับ Rainbow Six Siege ทีมงาน Beartai เองจะรีบนำมาอัปเดตกันให้ทราบอย่างแน่นอน !!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

คุยกับคุณกระทิงประธาน KBTG คนใหม่ ถึงอนาคตเทคโนโลยีกสิกรไทย และความเสถียรระบบในปัจจุบัน

Published

on

กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกสิกร บิซิเนส – เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG

หนึ่งในเนื้อหาจากงานแถลงวิสัยทัศน์ของกสิกรไทย ที่ 5 ผู้บริหารของธนาคาร ชูการผนวกไอที-ดาต้า-คน-พันธมิตรเพื่อก้าวสู่ธนาคารยุคใหม่ที่สามารถแข่งขันในสมรภูมิที่เทคโนโลยีแข่งกัน Disrupt ธุรกิจเดิม ซึ่งพื้นฐานสำคัญสำหรับองค์กรยุคใหม่คือระบบไอทีที่รองรับงานยุคใหม่ได้ และมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะรับผู้ใช้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ สำหรับธนาคารกสิกรไทย หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงคือ กสิกร บิซิเนส – เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG ซึ่งวันนี้แบไต๋ได้คุยกับคุณกระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน KBTG ถึงอนาคตที่กำลังจะมุ่งไปครับ

ปี 2562 KBTG ชูนวัตกรรม 3 ด้าน

1. Cognitive Banking หรือธนาคารอัจฉริยะ

ธนาคารอัจฉริยะคือการนำข้อมูลและ insight ต่างๆ มาทำให้เข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น เหมือนเอาพนักงานแบงค์ 20,000 คน มาร่วมให้บริการลูกค้าโดยอยู่ในมือถือตลอดเวลา และให้บริการที่ตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น ซึ่งแอปต่างๆ จะต้องทำหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น KPlus ที่มีความสามารถหลายอย่างในแอปเดียว และให้ข้อมูลได้ทั้งในส่วนที่คิดว่าลูกค้าต้องการ และในส่วนที่ลูกค้ายังไม่สนใจ แต่คาดว่าน่าจะสนใจเมื่อได้รู้ข้อมูลได้ด้วย

2. Augmented Intelligence (AI)

กสิกรไทยไม่ได้มองว่าปัญญาประดิษฐ์คือคู่แข่งขันสำหรับแรงงาน แต่ AI ในความหมายของกสิกรไทยคือ Augmented Intelligence ที่หมายถึงการที่คนกับเครื่องจักรจะทำงานด้วยกัน เพราะบุคลากรของกสิกรไทยนั้นสั่งสมประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจ และความต้องการของลูกค้ามายาวนาน ส่วนปัญญาประดิษฐ์ก็ให้ความรู้ที่ครบรอบด้าน ซึ่งถ้าทำงานร่วมกันก็จะได้สุดยอดพนักงานที่เข้าใจลูกค้า และรอบรู้

แทนที่จะสร้างเทคโนโลยีที่ชนะคน ก็สร้างเทคโนโลยีที่จะช่วยเหลือคนให้ดีขึ้น

3. inclusive innovation นวัตกรรมที่ดีต้องสร้างคุณค่าให้แก่ทุกคน

แบงค์จะต้องไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง เทคโนโลยีจะช่วยให้แบงค์เข้าใจคนมากขึ้น สามารถให้บริการคนได้ทุกระดับ เช่นนำเสนอสินเชื่อรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลให้กับลูกค้ากลุ่ม Underbanked ที่ในอดีตไม่สามารถรับบริการสินเชื่อจากธนาคารได้เพราะขาดคุณสมบัติ เช่น การเดินบัญชีไม่เพียงพอ หรือไม่มีรายได้ที่สม่ำเสมอ

ซึ่งภารกิจเหล่านี้ กสิกรไทยไม่อาจทำได้คนเดียว จึงมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ผ่านนวัตกรรมการร่วมมือใหม่ที่ทำให้เชื่อมต่อระหว่างกันง่ายขึ้นคือ

  • Open Banking API ความสามารถในการต่อเชื่อมบริการของธนาคารให้แก่พันธมิตรโดยสะดวกและปลอดภัย
  • Innovation Sandbox คือ สนามทดลองเพื่อรองรับการทดสอบไอเดียทางนวัตกรรมใหม่ ๆ ของพันธมิตรโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพ ได้อย่างประหยัดและรวดเร็ว
  • K PLUS Business Platform การสร้างความหมายใหม่ของ K PLUS จากการเป็นธนาคารบนโทรศัพท์มือถือไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจที่พันธมิตรสามารถนำไปต่อยอดสร้างบริการแบบดิจิทัล โดยการประยุกต์ใช้คุณสมบัติที่มีอยู่แล้วอย่างเต็มศักยภาพ

ซึ่งในปี 2562 นี้จะทุ่มงบลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และบุคลากร กว่า 5,000 ล้านบาท (ซึ่งคุณกระทิงบอกว่า งบ IT 5,000 ล้านต่อปี ก็ถือว่าเยอะ แต่ถ้าคิดเป็น USD ก็ไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับองค์กรระดับโลก) เพื่อเป้าหมายการพัฒนา KBTG ไปสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปลี่ยนแกนเทคโนโลยีของโลกมาสู่ประเทศไทย ภายในปี 2565

คุยกับคุณกระทิง-เรืองโรจน์เกี่ยวกับแง่มุมเทคโนโลยีใน KBTG

ความเสถียรของระบบธนาคารไทยเป็นอย่างไรในปัจจุบัน

คุณกระทิง: เรามีการวางแผนปรับปรุงขีดความสามารถในการรองรับธุรกรรมมากขึ้นอยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ทำแอป K Plus ใหม่ก็มีการปรับ back-end ใหม่ด้วย ซึ่งตอนนี้ได้ถึงระดับใกล้หมื่นธุรกรรมต่อวินาทีแล้ว (TPS) ก็จะไปให้ถึงหลักหมื่น TPS ต่อไป และช่วงก่อนตรุษจีนจะมีการขยายขึ้นระบบขึ้นไปอีกเพื่อรองรับการทำธุรกรรมจำนวนมากขึ้น

ที่เราทำตอนนี้คือเน้นวางสถาปัตยกรรมระบบใหม่ ป้องกันรักษาความปลอดภัยให้ดี ปรับปรุง Core banking ต่อไปถ้าย้ายจากระบบจาก On Premise (เซิร์ฟเวอร์ในบริษัท) ไปบน Cloud มากขึ้น ก็จะรองรับการใช้งานได้เยอะขึ้น เพราะสามารถขยายระบบเพื่อรองรับการใช้งานขึ้นลงได้ตลอดเวลา ซึ่งเรื่องนี้ทุกแบงค์ต้องช่วยกันในการวางสถาปัตยกรรมกลางด้วย

แรงงานด้านเทคโนโลยีในไทยเป็นอย่างไร และการจ้างงานสายเทคโนโลยีโดยกสิกรเป็นอย่างไรบ้าง

คุณกระทิง: ตอนนี้ KBTG มีพนักงานมากกว่า 1,200 คน และยังจะจ้างเพิ่ม 300 อัตรา ตอนนี้รับทุกสายของไอที ซึ่งรับประกันว่าจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เรียนรู้เทคโนโลยี รูปแบบการทำงานใหม่ๆ ที่นี่แน่นอน

KBTG ก็มีการใช้แนวทางการบริหารงานใหม่ๆ เสมอ อย่าง Flat Organization ที่การทำงานเสมอกันระหว่างผู้มีตำแหน่งสูงกับต่ำ หรือแนวคิด One KBTG รวมเป็นหนึ่ง ตัดงานต่างๆ ให้ไวขึ้น ลดขอบกั้นระหว่างแผนกต่างๆ เพื่อให้งานเดินไวขึ้น ซึ่งตอนนี้เริ่มใช้ OKR ควบคู่ไปกับ KPI แบบเดิม และกำลังขยายให้ใช้มากขึ้น เพื่อวัดผลในรูปแบบสมัยใหม่ หรือกระบวนการพัฒนาที่ปกติ KBTG ทำในรูปแบบ Agile อยู่แล้ว ก็เริ่มก้าวไปสู่กระบวนการใหม่ๆ ให้ Beyond Aglie มากขึ้น

ซึ่ง KBTG ต้องเป็นอันดับหนึ่งขององค์กรด้านเทคโนโลยีในไทยให้ได้ ปัจจุบันในไทยก็มีคู่แข่งด้านองค์กรเทคโนโลยีอย่าง Agoda หรือ LINE ที่ก็เติบโตอย่างรวดเร็วเหมือนกัน

ใครที่สนใจก็ส่งใบสมัครมาได้เลยที่ recruitment@kbtg.tech

กสิกรไทยมองภาพ Super App ไว้อย่างไร

คุณกระทิง: Super App หรือแอปใหญ่ ความสามารถเยอะๆ ลูกค้าจะใช้เวลาอยู่กับแอปใหญ่ๆ แบบนี้นานขึ้น ซึ่ง KPlus จะเหนือแอปอื่นๆ กว่าตรงที่เข้าไปอยู่ใน Super App อื่นๆ ด้วย (เช่นระบบจ่ายเงินของ K Plus ไปอยู่ในเฟซบุ๊กให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินผ่านบัญชีของกสิกรได้) ซึ่งเราเรียกว่ากลยุทธ์แบบนี้ว่า Omni Presense ไปอยู่ทุกที่ที่ลูกค้าอยู่ ซึ่งต้องอาศัยการร่วมงานกับพาร์ทเนอร์เยอะมาก พอกสิกรไทยไปอยู่ในทุกที่ ก็จะ Disrupt ยากขึ้น เพราะเราพร้อมให้บริการจากทุกทาง

ซึ่ง KBTG จะโฟกัสที่เทคโนโลยี และเชื่อมต่อต่างๆ เพื่อการพัฒนา ซึ่งจะไม่ได้เน้นสนับสนุน Startup มากนัก เพราะมีหน่วยงานอื่นๆ ในกสิกรไทยที่ดูแลเรื่องนี้อยู่

อนาคตของ KADE (K PLUS AI-Driven Experience) จะเป็นอย่างไร

คุณกระทิง: ระบบ AI ของกสิกรไทยก็ต้องเก่งขึ้น ด้วยข้อมูลต่างๆ ที่มีมากขึ้น มีการอ้างอิงสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เช่นไปอยู่ใน Grab หรือ LINE ก็ต้องให้ผลต่างกันตามสภาพแวดล้อมของแอป

ซึ่งปีที่แล้วข้อมูลที่กสิกรไทยเก็บได้ เท่ากับที่เคยเก็บกันมา 60 ปี ซึ่งปีนี้ก็จะมากขึ้น จึงต้องมีการวางยุทธศาสตร์และรากฐานการจัดเก็บข้อมูลให้ดี ซึ่งเรื่องความปลอดภัยและความเสถียรถือว่าเป็น 2 เรื่องที่สำคัญมาก เราถึงมีการตั้ง Cyber Security Office เพื่อดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะ

Q: เราได้เรียนรู้อะไรได้จากจีน?

A: จีนเป็นประเทศที่มี Data มากที่สุดในโลก เรื่อง IoT ก็เป็นระดับโลก เราเรียนรู้เพื่อเอามาเทียบและพัฒนา ไม่ได้รู้เพื่อกลัว อย่างประกันในจีนสามารถเคลมได้ใน 8 วินาที เพราะเอาข้อมูลต่างๆ มาประกอบการวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งของ 400,000 ชิ้นใน 3 ชั่วโมง เรื่อง Fintech จีนก็เก่งกว่าอเมริกา มี QR มีการปล่อยกู้ผ่านแอป รวมถึง AI ก็น่าจะนำได้เร็วๆ นี้

แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ต้องการให้ AI ทดแทนคน แต่ทำให้คนเก่งขึ้น และสงครามเทคโนโลยีจีน-อเมริกาไม่จบเร็วๆ นี้แน่ๆ ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของ Trade War ซึ่งเราก็ไม่ควรเลือกข้าง เพราะก็ต้องอิงธุรกิจและเทคโนโลยีจากทั้ง 2 ฝั่งอยู่ดี

เมื่อเทคโนโลยีแข็งแกร่งเป็นรากฐาน กสิกรไทยก็มุ่งสู่วิสัยทัศน์ใหม่ได้

ซึ่งการแถลงข่าว K Bank Vision 2019 ยังมีทีมผู้บริหาร ขึ้นให้รายละเอียดของวิสัยทัศน์ที่จะใช้ AI เข้ามาเสริมการทำงานของธนาคาร ทั้งการทำงานเชิงรับที่พนักงานธนาคารจะเก่งขึ้น รอบรู้มากขึ้นจากความช่วยเหลือของ AI หรือการใช้งานเชิงรุกที่นำข้อมูล Big Data มาวิเคราะห์ถึงผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าน่าจะสนใจและนำเสนอออกไป นอกจากนี้ยังบุกตลาดในกลุ่ม CCLMVI (จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย) ให้มากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีพื้นฐานอย่าง QR Code มาตรฐานไทยเพื่อให้ผู้ใช้แอปธนาคารไทยสามารถใช้สแกนชำระเงินนอกประเทศได้ หรือการพัฒนา National Digital ID (NDID) ระบบยืนยันตัวตนออนไลน์ เพื่อให้ระบุตัวผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานธุรกรรมสำคัญๆ อย่างการเปิดบัญชีหรือการขอสินเชื่อ โดยไม่ต้องไปธนาคารได้

ซึ่งผู้บริหารที่ขึ้นให้ข้อมูลในงานนี้มี 5 ท่านดังนี้

  1. ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กับแง่มุม inCorporate “แกร่งในไทย ก้าวไกลข้ามเขตแดน เป็นหนึ่งในอาเซียน”
  2. ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในแง่มุม insight “มหัศจรรย์บิ๊กดาต้า เจาะลึกแบบรู้ใจรายคน ดันปล่อยกู้ 3 หมื่นล้านบาท”
  3. พิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กับแง่มุม ignite “ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจในต่างประเทศ โตกว่า 8 เท่าใน 3 ปีภายใต้เศรษฐกิจผสานมิติ”
  4. พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย แง่มุม integrate“เดินหน้าหาลูกค้าใหม่ มุ่งรายย่อยโต 9-12%”
  5. เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส – เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กับ innovate “เตรียม 5,000 ล้านลงทุนนวัตกรรมการเงิน ชู KBTG บริษัทไอทีอันดับหนึ่ง”

วิดีโอภาพรวมวิสัยทัศน์จาก 5 ผู้บริหารของกสิกรไทย

ซึ่งเนื้อหาในงานวัน Kbank A year of i ก็มีทั้งวิสัยทัศน์จากผู้บริหาร และโซนซื้อของแบบไม่ใช่เงินสดให้ได้ทดลองกันด้วย สำหรับคนที่สนใจรายละเอียดงานจากผู้บริหารท่านอื่นๆ ว่ากสิกรไทยในปี 2019 จะรุกตลาดอย่างไรบ้าง ก็สามารถอ่านรายละเอียดได้จากบทความ “สรุปวิสัยทัศน์ 2562 กสิกรไทย ผนวกไอที-ดาต้า-คน-พันธมิตร สู่ธุรกิจแบงก์ยุคใหม่ พร้อมขยายสู่ต่างประเทศ” เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

ตะลุยทุ่งข้าวสาลี ส่องวัตถุดิบกับพี่หมีโคอาล่า ในอาหารเช้าซีเรียลโฮลเกรน “โกโก้ครั้นช์”

Published

on

“วันหนึ่งมีช็อกโกแลต 🍫 ไหลลงในทุ่งข้าวสาลี 🌾 แล้วก็บู้ม เกิดเป็นโกโก้ครั้นช์”

วลีโฆษณาเด็ด ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่รู้ว่าคนคิดต้องการจะสื่อให้เด็กๆ ตื่นเต้นอยากดู หรือต้องการจะบอกว่า Hey You ผลิตภัณฑ์ของเราทำจากข้าวสาลี ผสมโกโก้นะ แต่ต้องบอกว่ามัน Work มากๆ จนทำให้ติดหูคนยุค’90 มาจนทุกวันนี้

จำได้เมื่อก่อนเป็นรูปถ้วยนี่หว่า แต่ตอนนี้ทำแบบใหม่เป็นรูป  “พี่หมีโกโก้” 🐻  ต้องบอกว่าเกร๋มากๆ เอาใจเด็กสุดๆ #กินหมีกัน มาดูส่วนผสมกันดีกว่า ว่าพี่หมีโกโก้เรา มีอะไรผสมอยู่บ้าง

  •  ข้าวสาลีทั้งเมล็ด* 27%
  •  น้ำตาล 26%
  •  แป้งข้าวสาลี 24%
  •  ข้าวโพดบด 10%
  •  ผงโกโก้ชนิดลดไขมัน 5%
  •  มอลต์สกัดจากข้าวบาร์เลย์** 5%
  •  น้ำมันปาล์ม 1%
*Whole Wheat Grain คือ ข้าวสาลีเต็มเมล็ด ที่ไม่ผ่านการขัดสี จึงคงคุณค่าสารอาหาร เยื่อหุ้มเมล็ด และจมูกข้าว ที่อุดมด้วย ใยอาหาร วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระ

ตามประโยคโฆษณาข้างต้น ต้องบอกว่ามันคือโกโก้ผสมข้าวสาลีจริงๆ ด้วยว่ะ แต่ผงโกโก้แค่ 5% เองนะ ไม่ได้ทะลักเหมือนในโฆษณา แต่ก็ถือว่าได้รสชาติโกโก้ที่อร่อยเข้มข้น ยิ่งถ้าได้กินร่วมกับ”นมไทยเดนมาร์ค“แช่เย็นนะ อร่อยจนอยากไปวิ่งเล่นในทุ่งข้าวสาลีจริงๆ

กล่อง 25 กรัม ให้พลังงาน 90 kCal เอง แถมมาจากไขมันแค่ 5 kCal (ก็แน่ละส่วนใหญ่เป็น ข้าว แป้ง น้ำตาล) แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์ คือ พวกวิตามินบี และธาติเหล็ก ได้มาจากได้ธัญพืชเต็มเมล็ดแน่ๆ กินกับนมและผลไม้ ตามที่ข้างกล่องแนะนำ ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกอาหารเช้าที่ครบคุณค่าได้ดีทีเดียว

สุดท้ายนี้แอบสงสัย ว่ากล่องนี้ผลิตจากทุ่งข้าวสาลีที่ไหน ดูข้างกล่องก็บอกแค่แบ่งบรรจุในไทย

แต่ใครจะเชื่อ . . . TOPS มีบอกไว้ ตามป้ายด้านล่างนี้เลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!