Connect with us

บทความ

เปิดตำนานผู้กล้า 10 เรื่องราว Dragon Quest V และ Dragon Quest Your Story ที่คุณอาจไม่เคยรู้

จะเลือกใครเป็นเจ้าสาวดี ? วลีในตำนานที่นักเล่นเกมเมื่อราว ๆ 27 ปีที่แล้วต่างบ่นกับตัวเองเมื่อนั่งเล่นเกม Dragon Quest V เกมภาคที่ 5 ของซีรีส์เกม RPG ในตำนานที่ในตอนนั้นตัวเกมได้เปลี่ยนจากเครื่องเกมยุคเก่ามาสู่เครื่อง Super Famicom ที่มีความจุตลับที่สูงขึ้นและให้ภาพกราฟิกที่สวยกว่าสมัย Famicom ที่มาพร้อมกับระบบบันทึกเกมแบบใช้ถ่ายในตลับไม่ต้องมาจดรหัสกันอีกต่อไป และเมื่อตัวเกมเล่นมาถึงจุด ๆ หนึ่งเกมจะให้เราเลือกเจ้าสาวเพื่อแต่งงานซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงจะเลือก Bianca ตัวละครที่อยู่หน้าปกเกมเป็นเจ้าสาวแต่อีกใจก็นึกเสียดาย Flora สาวสวยแสนน่ารักจนทำให้เกิดคำถามนี้ขึ้นมา และทุกอย่างที่เราพูดมาทั้งหมดนั้นมันก็ได้เกิดขึ้นใน  Dragon Quest Your Story ที่ทำออกมาเพื่อเอาใจแฟน ๆ Dragon Quest และเมื่อตัวภาพยนตร์ออกฉายทาง Netflix จึงทำให้หลายคนได้ดูและวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกม Dragon Quest V และ Dragon Quest Your Story ให้มากขึ้นสำหรับคนที่ไม่รู้จักเกมนี้ส่วนแฟน ๆ เกมก็คงจะได้รู้จักเกม Dragon Quest V มากขึ้นอย่างแน่นอน

แบไต๋

เป็นภาคหลักที่ตัวเอกไม่ใช่ผู้กล้า

Dragon Quest

เมื่อพูดถึงเกมซีรีส์ Dragon Quest ต้องอธิบายสำหรับคนที่ไม่รู้จักเกมนี้ก่อนว่าเรื่องราวหลัก ๆ ของเกมซีรีส์นี้ทุกภาคจะเป็นการบอกเล่าผ่านตัวละครพระเอกของเกมที่รับบทผู้กล้าหรือผู้ที่ถูกเลือกในการออกเดินทางเพื่อไปปราบราชาปีศาจเพื่อช่วยโลกนั่นคือเนื้อหาหลักในทุกภาคของซีรีส์นี้ ซึ่งในบางภาค(นับเฉพาะภาคหลัก) ตัวเอกจะเป็นผู้กล้าที่ถูกเทพเจ้าเลือกหรือลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากผู้กล้าในอดีตซึ่งนั่นหมายถึงผู้ที่สามารถครอบครองอาวุธชุดเกราะในตำนานที่มีเพียงผู้กล้าเท่านั้นที่สามารถใช้ได้คนทั่วไปจะไม่สามารถยกขึ้นหรืออาจจะเป็นบุคคลพิเศษที่ใช้อาวุธชุดเกราะในตำนานในภาคนั้น ๆ ได้

Dragon Quest Your Story

ซึ่งแม้แต่เกมภาคที่ 11 ก็ยังคงใช้รูปแบบนี้จะมีเพียงแค่ภาค 5 เท่านั้นที่ตัวเอกนั้นเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้กล้าที่ถูกเลือกไม่ใช่ลูกหลานผู้กล้าในอดีตหรือเป็นคนพิเศษอะไรเลยซึ่งตอนแรกที่หลายคนได้เล่นต่างก็คิดว่าเรานั่นละคือผู้กล้าแบบภาคอื่น ๆ ขนาดในเกมกับในภาพยนตร์ก็บอกแบบนั้น จนมาถึงช่วงที่พระเอกเรายกดาบในตำนานไม่ขึ้น(ในเกมถ้าไม่ใช่ผู้กล้าจะยกไม่ขึ้นต่างกับภาพยนตร์ที่ชักดาบไม่ออก) นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แฟน ๆ ต่างตกใจและชื่นชอบในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อเกมให้เราเลือกเจ้าสาวผู้เล่นก็ทราบได้ทันทีว่าลูกชายของเรานั่นเองที่เป็นผู้กล้าที่ถูกเลือก Dragon Quest V จึงกลายเป็นภาคที่แฟน ๆ ต่างจดจำและชื่นชอบมากที่สุดในซีรีส์

Dragon Quest Your Story

ความแตกต่างในเกม Dragon Quest กับฉบับภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story ที่ต่างกันซึ่งคนเล่นไม่ไม่พอใจ

Dragon Quest Your Story

ก่อนอื่นต้องอธิบายสำหรับคนที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเกม Dragon Quest V นั้นถูกเอามา Remake หลายครั้งมาก ๆ แม้ทุกครั้งจะมีเนื้อเรื่องและการเล่าเรื่องเหมือนกันแต่ในหลาย ๆ ส่วนก็มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งในภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story นั้นจะเป็นการอ้างอิง Dragon Quest V ฉบับ Super Famicom ที่เป็นตัวเกมแรกสุดมาใช้ในการเล่าเรื่อง ซึ่งความแตกต่างระหว่างเกมที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์นั้นมันเป็นสิ่งที่ต้องมีเพราะเราไม่สามารถหยิบทุกอย่างในเกมมาเล่าในภาพยนตร์ได้แต่สิ่งที่เราจะพูดถึงนั้นคือความแตกต่างที่หายไปจากฉบับเกมซึ่งมันคือสิ่งสำคัญมาก ๆ ในเกมแต่ในฉบับภาพยนตร์ไม่ได้เล่าถึงซึ่งแฟน ๆ หลายคนรับไม่ได้ที่ในภาพยนตร์ตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป

Dragon Quest Your Story

เริ่มจากเรื่องแรกที่ตัวภาพยนตร์ตัดไปคือความความสัมพันธ์ระหว่างตัวพระเอกกับ Bianca ในวัยเด็กที่ตัวเกมได้บอกเล่าถึงความผูกพันของทั้งคู่ที่เดินทางร่วมเสี่ยงตายในบ้านผีสิงที่ในภาพยนตร์นั้นบอกเล่าเร็วเกินไปจนคนที่ไม่เคยเล่นเกมอาจจะไม่อินว่าจู่ ๆ ทั้งคู่มาเจอกันอีกทีตอนโตแล้วมาชอบมันมันเลยทำให้คนเล่นเกมรู้สึกแปลก ๆ อีกเรื่องคือระบบชักชวนมอนสเตอร์ที่ในเกมนั้นมันคือระบบเด่นอีกหนึ่งอย่างที่แฟน ๆ ต่างจดจำเพราะเราสามารถชักชวนมอนสเตอร์ที่สู้เสร็จมาเป็นเพื่อนร่วมทีมซึ่งเราสามารถสวมชุดเกราะเหมือนเป็นเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งซึ่งเป็นระบบชูโรงของเกม แต่ในภาพยนตร์ไม่ได้อธิบายอย่างแน่ชัดว่า Ryuka นั้นมีพลังในการชักชวนมอนสเตอร์รึเปล่าเพราะทั้งเรื่องมีแค่ครั้งเดียวที่ใช้และนั่นก็ทำให้ผู้เล่นเกมขัดใจ อีกประเด็นคือการตัดตัวละครลูกสาวฝาแฝดออกไปจากเกมซึ่งนั่นคือสิ่งที่แฟน ๆ เกมรับไม่ได้เพราะลูกสาวฝาแฝดของผู้กล้ามันคือดอกไม้งามคือสิ่งดีงามในเกมที่ผู้เล่นชอบเพราะความเก่งของเธอในการใช้คาถารวมถึงความน่ารักที่มาพร้อมกับผู้กล้าลูกชายมันคือสิ่งที่ลงตัวในเกมแต่ในภาพยนตร์กลับตัดออกไปอย่างน่าเสียดาย

Dragon Quest V

ภาคแรกที่มีระบบเลือกคู่แต่งงานกับเจ้าสาวคนที่ 3 ในเกมที่ต่างกับภาพยนตร์

Dragon Quest V

เมื่อพูดถึงระบบเด่น ๆ ของเกม Dragon Quest V เชื่อว่าหลายคนคงจะคิดถึงระบบเลือกเจ้าสาวในเกมที่แม้แต่ในภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story ก็ยังมีการพูดถึงและเอามาเป็นหัวใจหลักของเรื่องราวเลยทีเดียว ซึ่งภายในเกมนั้นเราสามารถเลือกเจ้าสาวได้ระหว่าง Bianca กับ Flora ไม่ได้บังคับตายตัวแบบในภาพยนตร์ทั้งที่ Ryuka บอกกับคนตั้งโปรแกรมไปแล้วก่อนเล่นเกมว่าครั้งนี้จะเลือก Flora ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผู้เล่นเกมหลายคนต่างคิดแบบนั้นก่อนเล่นเกมในครั้งต่อ ๆ ไป แต่สุดท้ายร้อยทั้งร้อยก็เลือกก็ Bianca เหมือนเดิมซึ่งอาจจะเป็นเพราะภาพบนปกกับในหนังสือที่บอกเราอ้อม ๆ แล้วว่าคู่ที่แท้จริงของเราคือ Bianca เราเลยเชื่อแบบนั้นไปโดยไม่รู้ตัว

Dragon Quest V

และเมื่อช่วงปี 2008 เกม Dragon Quest V ได้ถูกเอามา Remake อีกครั้งบนเครื่องเกมพกพาอย่าง Nintendo DS ซึ่งครั้งนี้ทางทีมพัฒนาได้เพิ่มตัวเลือกให้ยากขึ้นไปอีกกับเจ้าสาวคนที่ 3 ที่ชื่อว่า Debora Briscoletti ที่เป็นพี่สาวของ Flora ที่ตัวของเธอนั้นจะมีลักษณะนิสัยสวยเริ่ดเชิดหยิ่งเอาแต่ใจที่ต่างกับสองสาวไปอีกแบบและการเพิ่มตัวละคร Debora ลงไปนั้นก็ทำให้ตัวเกมมีการเปลี่ยนแปลงไปหลาย ๆ อย่างเช่นตัวละครใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในทีมฉากแต่งงานสุดหรูและลูกฝาแฝดที่จะมีผมสีดำเพิ่มเข้ามาในเกมซึ่งถ้าในภาพยนตร์มี Debora เพิ่มเข้าไปด้วยและ Ryuka เลือก Debora เข้าไปอีก ถ้าเป็นแบบนั้นเนื้อเรื่องคงจะน่าสนใจมากขึ้นอย่างแน่นอน(มีหวังคงโดนด่ามากกว่านี้)

Dragon Quest V

คะแนนรีวิว Dragon Quest Your Story

Dragon Quest Your Story

ถ้าใครที่ได้ติดตามข่าว Dragon Quest Your Story มาคงจะทราบดีว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ฉายเรื่องนี้ไปก่อนที่ Netflix จะซื้อมาให้เราได้ชมกันถึง 1 ปีและในช่วงที่ Dragon Quest Your Story ฉายที่ญี่ปุ่นก็ได้รับเสียงตอบรับที่แย่มาก ๆ จากแฟน ๆ เกมที่ต่างพอไม่พอใจเรื่องราวในภาพยนตร์ที่เปลี่ยนหลาย ๆ อย่างที่น่าจะมีแต่ไม่มีและที่เป็นประเด็นที่สุดคือตอนจบของเรื่องที่เป็นปัญหาซึ่งแฟน ๆ เกมต่างไม่พอใจจนทำให้คะแนนใน imdb อยู่ที่ 6.6 เต็ม 10 และได้รับความนิยมตกลงถึง 713 คะแนนในขณะที่คำวิจารณ์นั้นแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนระหว่างคนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้ต่างก็ชื่นชมว่าภาพยนตร์ดูสนุกเนื้อเรื่องดีขณะที่แฟน ๆ เกมต่างพากันกดคะแนนและต่อว่าเรื่องราวของตอนจบและหลาย ๆ อย่างที่เราได้บอกไป

Dragon Quest Your Story

ขณะที่ Rotten Tomatoes Movies นั้นในตอนนี้มีเพียงคะแนนของฝั่งผู้ชมที่ให้สูงถึง 77% ที่เราต้องอธิบายก่อนว่า Dragon Quest ในตลาดต่างประเทศนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมเมื่อเทียบเท่า Final Fantasy ที่เป็นสากลและเข้าถึงชาวต่างชาติมากกว่าขณะที่ Dragon Quest ที่แม้จะเป็นเกมที่มีบรรยากาศแบบตะวันตกแต่ตัวเกมกลับถูกอกถูกใจชาวเอเชียมากกว่ายิ่งในประเทศญี่ปุ่น Dragon Quest นั้นโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากกว่า Final Fantasy ดังนั้นคะแนนใน Rotten Tomatoes Movies จึงเป็นเพียงมุมมองของคนที่ดูหนังมากกว่าคนเล่นเกม ต้องรอดูคะแนนฝั่งนักวิจารณ์ว่าจะเป็นอย่างไรแต่เชื่อว่าคะแนนต้องออกมาดีเพราะถ้าเราตัดเรื่องที่แฟน ๆ เกมที่ขัดใจออกไปและนั่งดูในฐานะภาพยนตร์การ์ตูนเพียงอย่างเดียว Dragon Quest Your Story ก็คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดูสนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

Dragon Quest Your Story

ระบบชักชวนมอนสเตอร์ใน Dragon Quest V คือต้นแบบหลายเกมในปัจจุบัน

Dragon Quest Your Story

กลับมาที่เรื่องราวของเกมกันบ้างในสิ่งที่เกม Dragon Quest V ทำเอาไว้ให้กับวงการเกมกับระบบชักชวนมอนสเตอร์ในเกมมาเป็นพวกที่เรียกได้ว่าเป็นระบบเด่นที่สุดในเกมซีรีส์นี้เลยก็ว่าได้ เพราะการต่อสู้ในหลาย ๆ ครั้งหลังจากที่เราได้รับพลังในการชักชวนมอนสเตอร์แล้วเราจะสามารถเลือกได้ว่าจะเอามอนสเตอร์ตัวไหนมาเป็นพวกหลังจบการต่อสู้ซึ่งในภาคหลัง ๆ จะมีการชักชวนให้อาหารระหว่างต่อสู้ที่เป็นตัวตัวเลือกที่มากขึ้นในการชวนมอนสเตอร์ ภายหลังระบบดังกล่าวได้ถูกแยกย่อยออกมาเป็นเกมในซีรีส์ Dragon Quest Monsters บนเครื่อง Game Boy Color ปี 1998 หรือ 6 หลังจาก Dragon Quest V วางจำหน่ายไปแล้ว

Dragon Quest Monsters

และนอกจากจะเอาระบบนี้มาพัฒนาเป็นซีรีส์ Dragon Quest Monsters แล้วตัวเกมภาคหลักก็มีการเพิ่มอาชีพที่สามารถชักชวนมอนสเตอร์มาเป็นพวกให้เลือกเปลี่ยนในเกมได้ด้วย และนอกจากเกมในซีรีส์ Dragon Quest ของตนเองแล้วระบบการชักชวนมอนสเตอร์ยังเป็นต้นแบบให้เกมชื่อดังอีกหลายเกมไม่ว่าจะเป็นเกมในซีรีส์ Persona ที่มีการชวนปีศาจมาเป็นพวกเพื่อเอามารวมร่าง Yo-kai Watch เกมชื่อดังในประเทศญี่ปุ่นที่เราสามารถชวนภูติผีที่เราสู้ด้วยมาเป็นเพื่อนไปจนถึง Monster Hunter Riders ที่อยู่บนมือถือก็มีระบบการเอามอนสเตอร์มาเป็นเพื่อนได้แบบเดียวกับ Dragon Quest V แล้วถ้าคุณคิดว่าการจับมอนสเตอร์ใส่ลูกบอลในเกมซีรีส์ Pokémon มันก็คือระบบการชวนมาเป็นพวกก็สามารถนับรวมไปได้ แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ Dragon Quest Monsters นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตามกระแสเกม Pokémon ที่กำลังโด่งดังในตอนนั้นทั้งที่ตัวเองน่าจะเป็นต้นแบบระบบเกมแต่กลับเพิ่งคิดออกว่าตัวเองก็มีระบบชักชวนมอสเตอร์ที่คล้ายของ Pokémon ซึ่งเราก็ไม่ขอฟันธงว่าเกม Pokémon มีต้นแบบมาจาก Dragon Quest V เพราะไม่ได้มีการยืนยันเป็นเพียงการคิดของผู้เขียนเท่านั้น

Official OfficialPersona, Yo-kai Watch , Monster Hunter Riders , Pokémon

ระบบมีลูกใน Dragon Quest V คือต้นแบบให้หลายเกมในปัจจุบัน

Dragon Quest Your Story

อีกหนึ่งระบบที่เป็นตัวชูโรงซึ่งสำคัญไม่แพ้ระบบชักชวนมอนสเตอร์นั่นคือระบบการแต่งงานมีลูกที่ในยุคนั้นเกม RPG ส่วนมากหรือแม้แต่ตัวเกม Dragon Quest เองก็จะมีตัวเอกที่ตายตัวคือเรารู้เลยว่าตัวนี้คือพระเอกที่ต้องนำพาทุกคนปกป้องโลกไม่ก็คือคนพิเศษที่มีพลังพิเศษในการปราบปีศาจแต่ใน Dragon Quest V กลับเปลี่ยนแนวคิดเหล่านั้นออกไปและโยนบททุกอย่างที่เรากล่าวมาทั้งหมดให้ลูกชายที่เป็นผู้กล้า แต่บทบาทตัวเอกที่เป็นผู้นำก็ยังคงอยู่แต่ความสำคัญหรือการเป็นบุคคลพิเศษกลับไปอยู่ที่ลูกชายซึ่งถือว่าแปลกใหม่และน่าสนใจมาก ๆ ในยุคนั้น และด้วยความแปลกใหม่ที่น่าสนใจจึงทำให้ Dragon Quest V เป็นต้นแบบให้หลายเกมเอาระบบมีลูกไปใช้ในปัจจุบัน

Dragon Quest Your Story

ไม่ว่าจะเป็น The Sims ที่เพิ่มระบบมีลูกขึ้นมาในภาคที่ 2 Story of Seasons เกมปลูกผักที่สืบทอดจิตวิญญาณของผู้สร้าง Harvest Moon ที่ทั้งสองเกมนั้นก็มีระบบมีลูกและถ้าพูดถึงเกมแนวนี้ก็จะขาด Stardew Valley ไปได้อย่าไร หรือจะเป็นเกมภาษาอย่าง Fable II ก็มีระบบมีลูกอยู่ในนั้นและที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงนั่นคือเกม Pokémon ก็มีระบบฟักไข่มีลูกเหมือนกันและยังมีอีกหลายเกมที่เอาระบบมีลูกมาใช้ในระบบการเล่นที่มีต้นแบบมาจาก Dragon Quest V และการหยิบยกระบบแบบนี้มาใช้มันคือเรื่องปกติที่เกิดขึ้นไม่ใช่การลอกเลียนแต่อย่างใด

The Sims , Harvest Moon , Story of Seasons , Fable II

จุดที่ภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story เอาใจแฟนเกม

Dragon Quest Your Story

พูดถึงเรื่องไม่ค่อยดีของ Dragon Quest Your Story มาเยอะคราวนี้มาพูดถึงเรื่องดี ๆ กันบ้างโดยเราจะขอพูดถึงส่วนที่ภาพยนตร์เอาใจแฟน ๆ เกมกันโดยเริ่มจากตอนเปิดเรื่องที่ตัวภาพยนตร์ใช้การเปิดเรื่องด้วยเกม Dragon Quest V บนเครื่อง Super Famicom ฉบับเก่าที่แฟน ๆ ที่ได้เห็นฉากนี้ต่างก็คงอยากร้องออกมาดัง ๆ ด้วยความประทับใจ ยังมีฉากตอนต้นเรื่องที่ Ryuka คุยกับใครบางคนตอนเด็กที่แฟน ๆ สามารถรู้ได้ทันทีว่าคนที่ Ryuka ตอนเด็กคุยด้วยคือใคร(ไม่ต้องรอเฉลยตอนท้าย) ซึ่งถ้าใครสังเกตในเกมตอนเด็กเราจะเห็นตัวละครเราตอนโตเดินไปมาในฉากด้วย

Dragon Quest

นอกจากนี้ก็มีฉากที่ Ryuka สู้กับ Metal Slime ในช่วงต้นเรื่องที่คนซึ่งไม่ใช่แฟนเกมคงจะขำเพราะมุกตลกแต่สำหรับแฟนเกมแล้วฉากนี้มันขำเพราะความพยายามของ Ryuka ที่เลือกสู้กับ Metal Slime เพราะเจ้าตัวนี้จะให้ค่าประสบการณ์เราถึง 1000 หน่วยถ้าปราบมันลงได้ซึ่งการโจมตีปกติจะโดนมันยากแถมมันก็ชอบหนีอีกต่างหาก และถ้าใครที่ได้ดูฉบับเสียงไทยจะยิ่งประทับใจเพราะทีมงานแปลใส่ใจในรายละเอียดมาก ๆ เพราะชื่อคาถาและตัวละครทุกอย่างนั้นในภาพยนตร์นั้นจะอ้างอิงมาจากฉบับภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดซึ่งแฟน ๆ เกม Dragon Quest ต่างทราบดีว่าเมื่อ Dragon Quest เปลี่ยนมาเป็นชื่อ Dragon Warrior หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษตัวเกมจะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ทั้งหมดรวมถึงคาถาในเกม เรียกว่าทีมงานใส่ใจกันสุด ๆ แถมเสียงพากย์ไทยก็ทำออกมาได้ดีเสียงเข้ากับตัวละครมาก ๆ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือตอนจบที่ตัวไวรัสคอมพิวเตอร์เอาตลับเกม Dragon Quest V Super Famicom มาโชว์ก็เป็นการเอาใจแฟนเกมรุ่นเก่าแต่ฉากนี้กลับให้อารมณ์ตรงข้ามไปเสียอย่างนั้นในสายตาแฟนเกมรุ่นเก่า

Dragon Quest Your Story

ความเชื่อมโยงของเรื่องราวในเกม Dragon Quest หลาย ๆ ภาค

Dragon Quest

อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนเกม Dragon Quest ต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่าเรื่องราวของเกมในซีรีส์นี้ไม่ว่าจะเป็นภาคหลักหรือภาคแยกภาคย่อยมักจะมีความเกี่ยวกันเหมือนอยู่คนละช่วงเวลายกตัวอย่างเกมภาคล่าสุดอย่าง Dragon Quest XI ที่เราได้เห็นดาบในตำนาน Roto ในนั้นหลายคนต่างก็ตีความไปว่าเรื่องราวมันจะเป็นก่อนหรือหลังเกมภาคหลัก ก่อนที่ตอนจบเกมจะเฉลยเป็นภาพของหญิงสาวที่กำลังอ่านเรื่องราวในภาค 11 ที่ถูกบันทึกลงในหนังสือที่ถูกเล่าสืบต่อกันมา ก่อนที่คนอ่านที่น่าจะเป็นแม่เดินมาปลุกลูกชายให้ตื่นซึ่งแฟน ๆ ต่างรู้ทันทีว่าฉากนั้นคือตอนเปิดเรื่องของเกม Dragon Quest lll ที่เป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน Roto ที่ถ้าเราจะเรียงตามเรื่องราวแล้วคงต้องเป็นภาคที่ 11 แล้วก็มาเล่นภาค 3 ตามด้วยภาค 1 และ 2 นับเป็นการใส่เรื่องราวที่น่าสนใจเพราะในสมัย Dragon Quest lll เมื่อเราเล่นจบตัวเกมจะขึ้นต่อว่า To be Continued to Dragon Quest I.II เป็นการบอกผู้เล่นว่าเรื่องราวใน Dragon Quest lll คือจุดเริ่มต้นของเกมนั่นเอง

Dragon Quest XI

หรือจะเป็นเรื่องราวใน Dragon Quest V ที่ในภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story เราจะได้เห็นดาบในตำนานที่ Ryuka ตามหาซึ่งดาบเล่มนี้ก็คือดาบเล่มเดียวกับที่ไปปรากฏตัวใน Dragon Quest IV ที่น่าจะเป็นเรื่องราวก่อน Dragon Quest V และแน่นอนว่าดาบเล่มนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังภาคที่ 6 รวมถึงเทพมังกรที่เป็นชายแก่ที่ช่วยเราในภาพยนตร์ที่ไปปรากฏตัวทั้ง 3 ภาคซึ่งเราก็ไม่มั่นใจว่าเรื่องราวใน Dragon Quest VI นั้นจะเป็นเนื้อเรื่องก่อนหรือหลังจากภาค 4 กับ 5 เพราะตอนนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันของแฟน ๆ (เพราะเทพมังกรนี่ละที่เป็นข้อถกเถียงว่าคือตัวเดียวกันรึเปล่า) ในขณะที่ภาค 7 ถึง 10 นั้นจะเป็นเรื่องราวใหม่ที่ไม่เชื่อมต่อกันซึ่งเป็นสิ่งที่แฟน ๆ ไม่ค่อยชอบจนมาภาคที่ 11 แฟน ๆ ก็สมหวังเพราะเป็นการโยงเรื่องราวถึงตำนานผู้กล้า Roto ที่แฟน ๆ คิดถึง

Dragon Quest

ยอดขายคะแนนเกม Dragon Quest V

Dragon Quest V

คราวนี้มาดูยอดขายเกม Dragon Quest V กันบ้างซึ่งต้องบอกก่อนว่าเกมนี้ถูกเอามา Remake ขายใหม่ถึง 3 ครั้งเรามาดูกันว่า Dragon Quest V ทั้งหมดจะมียอดขายสูงขนาดไหนเริ่มจากภาคแรกอย่าง Dragon Quest V บนเครื่อง Super Famicom นั้นมียอดขายสูงถึง 2.8 ล้านตลับซึ่งเป็นยอดขายในประเทศญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ภายหลังในปี 2004  Dragon Quest V ก็ถูก Remake บนเครื่อง PlayStation 2 พร้อมชื่อภาคว่า Hand of the Heavenly Bride  ที่ขายได้ 1.836 ล้านชุดที่นับเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นจนมาถึงปี 2008-2009 Dragon Quest V ก็วางจำหน่ายบนเครื่องเกมพกพาอย่าง Nintendo DS กับยอดขายรวมได้ 1.57 ล้านชุดแบ่งเป็นญี่ปุ่น 1.44 ล้านชุดที่เหลือคือยอดขายในภาษาอังกฤษและบนโทรศัพท์ Android กับ iOS ในช่วงปี 2014-2015 กับยอด Download เกิน 10,000 ครั้งไม่ใช่น้อย ๆ เลยทีเดียว

Dragon Quest V

มุมมองตรงกลางระหว่างคนเล่นเกมและไม่เคยเล่นกับฉากจบใน Dragon Quest Your Story

Dragon Quest Your Story

ปิดท้ายกับสิ่งที่เป็นประเด็นซึ่งถูกพูดถึงเป็นอย่างมากสำหรับฉากจบของ Dragon Quest Your Story ที่ตอนท้ายนั้นเรื่องราวกลับสรุปว่าทั้งหมดที่เราเห็นมาทั้งหมดนั้นมันคือโลกในเกมไม่ใช่ของจริงและไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ถูกแอบซ่อนมาในเกม Dragon Quest V ก็เกิดจากคนที่ไม่ชอบเล่นเกมและมองว่าการเล่นเกมคือเรื่องเสียเวลาที่เอาเวลาชีวิตไปหมดกับหน้าจอทีวีกับการเล่นเกมซึ่งก็ไม่ได้อะไร ยิ่งบางคนโตแล้วมีงานมีการทำแต่ก็ยังนั่งเล่นเกมสู้เอาเวลานั้นไปทำประโยชน์ในชีวิตไม่ดีกว่าหรือ นั่นคือสิ่งที่ไวรัสคอมพิวเตอร์บอกกับเราหรือเอาจริง ๆ มันก็บอกแฟนเกมนั่นละที่เชื่อว่าเกินครึ่งที่นั่งดูเรื่องนี้ก็ยังคงเล่นเกมอยู่ และ Ryuka ที่เป็นตัวแทนของคนเล่นเกมก็จะพูดแทนเราว่า การเล่นเกมไม่ใช่เรื่องไร้ประโยชน์มันคือช่วงเวลาแห่งความสุขที่เราไม่สามารถหาได้จากโลกแห่งความเป็นจริงได้แต่วิดีโอเกมมันคือโลกอีกใบที่เราสามารถไปอยู่เพื่อมีความสุขกับมันและมันยังมีความทรงจำในอดีตที่เราเคยหลงลืมไปแล้วให้กลับมาอีกครั้งเมื่อได้เล่นเกมที่คนไม่ได้เล่นเกมคงไม่เข้าใจ

Dragon Quest Your Story

แน่นอนว่าสิ่งที่เราพูดถึงนั้นมันกินใจและยอดเยี่ยมมาก ๆ และเป็นสิ่งที่ทีมสร้าง Dragon Quest Your Story ต้องการบอกแฟน ๆ เกมนี้ที่ตอนนี้น่าจะโตกันหมดแล้วและคงจะถูกคนที่ไม่ได้เล่นเกมด่าว่าโตแล้วยังเล่นเกมอยู่(ไวรัสคือตัวแทนคนกลุ่มนั้น) ให้ได้เข้าใจถึงมุมมองความรู้สึกของคนเล่นเกม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟน ๆ เกม Dragon Quest ต้องการเพราะแฟนเกมอย่างเรานั้นเจอเรื่องแบบนี้โดนว่าแบบนี้มาจนชินไปแล้วและสิ่งแรกที่เราในฐานะแฟนเกม Dragon Quest Your Story ต้องการคือการได้เห็นเรื่องราวของพระเอกที่เดินทางตามเนื้อเรื่องในเกมและจบลงด้วยการปราบราชาปีศาจโลกกลับมาสงบสุขนั่นคือสิ่งที่คนเล่นเกมต้องการเห็นในภาพยนตร์ไม่ใช่หักมุมแบบนี้ เพราะสิ่งที่ภาพยนตร์ทำมันเหมือนเป็นการหักหลังแฟน ๆ เกมนี้เพราะวินาทีแรกที่แฟนเกมนี้ได้เห็นตัวอย่างภาพยนตร์  Dragon Quest Your Story ทุกคนต่างก็คิดถึงการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ของพระเอกที่ต้องเจออะไรมากมายจนมีความรักมีลูกทุกคนร่วมมือกันไปปราบราชาปีศาจซึ่งตัวภาพยนตร์ก็ถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ ในเกมออกมาได้ดีตลอดทั้งเรื่องจนมาหักเลี้ยวในตอนท้ายที่ทำเอาแฟน ๆ ร้องเฮ้ย ! ออกมาดัง ๆ มันเหมือนการตบหน้าคนดูแรง ๆ ให้ตื่นจากฝันอะไรแบบนั้นได้เลย

Dragon Quest Your Story

ซึ่งเราก็ในฐานะคนเล่นเกมก็ซาบซึ้งที่ตัวภาพยนตร์ต้องการเป็นสื่อกลางให้คนที่ไม่ได้เล่นเกมที่มาดูภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าใจถึงมุมมองของคนที่โตแล้วแต่ยังเล่นเกมได้เข้าใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟนเกม Dragon Quest ต้องการ ซึ่งผู้เขียนในฐานะแฟนพันธุ์แท้เกมนี้ที่อยู่ตรงกลางคือไม่ชอบตอนจบแต่ก็เข้าใจที่คนสร้างภาพยนตร์ต้องการสื่อจึงต้องการบอกถึงสิ่งที่แฟน ๆ เกม Dragon Quest ไม่ชอบว่ามันคืออะไรจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายให้คนที่ไม่ได้เล่นเกม  Dragon Quest V แต่ดู Dragon Quest Your Story เข้าใจว่าทำไมแฟน ๆ เกมญี่ปุ่นรวมถึงคนไทยถึงโวยวายกับตอนจบของ Dragon Quest Your Story เพราะสิ่งที่ Ryuka พูดนั่นละคือสิ่งที่แฟนเกมต้องการให้มีในภาพยนตร์

Dragon Quest Your Story

ก็จบกันไปแล้วกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเกม Dragon Quest V และ Dragon Quest Your Story กับข้อมูลต่าง ๆ ที่เราหยิบมานำเสนอเพื่อให้คนที่ไม่รู้จักเกมนี้แต่ได้ดู Dragon Quest Your Story จะได้เข้าใจเรื่องราวของเกม Dragon Quest V มากขึ้นว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ส่วนคนที่เคยเล่นเกมมาก่อนและรู้เรื่องราวในเกมอยู่แล้วก็คงจะได้มุมมองแง่คิดของผู้สร้างภาพยนตร์ Dragon Quest Your Story ว่าต้องการสื่ออะไรกับเราคนดูและหวังว่าบทความนี้จะเป็นสะพานเชื่อมให้คนที่ไม่ได้เล่นเกมกับคนที่เป็นแฟนเกมได้เข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งถ้าข้อมูลผิดพลาดขาดตกตรงไหนก็ขออภัยมาด้วยส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น