Connect with us

บทความวงการเกม

สรุปความเห็น “เกมแห่งปี 2017” จากทีมบก. แบไต๋

Published

on

ปี 2017 เป็นปีที่ทีมงานเว็บแบไต๋รีวิวเกมกันเยอะมากนะครับ ลงรีวิวเกมทุกแนวจากทุกเครื่อง ซึ่งในช่วงสิ้นปีนี้เราจึงอยากสรุปความเห็นจากทีมบรรณาธิการด้านเกมกันว่า มองเกมไหนเด็ด เกมไหนกากกันบ้าง!

เกมที่ชอบที่สุดในปี 2017

Nioh / Team Ninja / PS4

น้องนัท – ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าผมรักซีรี่ส์ Souls เป็นอย่างมาก การมาของ Nioh ทำให้ผมได้สัมผัสรสชาติใหม่ๆของเกมแนวนี้ ด้วยระบบการเล่นที่เอาส่วนผสมของหลายๆ เกมมารวมกัน มันได้สร้างความแปลกใหม่ที่หาไม่ได้ในซีรี่ย์ Souls แต่จุดเด่นก็ยังหนีไม่พ้น “ความยาก” ที่ไม่ปราณีผู้เล่นเลยสักนิด ตัวเกมจะเล่าเรื่องในญี่ปุ่นยุคเซ็นโกคุ โดยเราจะได้รับบทเป็นซามูไรหนุ่มจากต่างแดนที่มาตามล่าใครบางคนในประเทศญี่ปุ่น ในเกมนี้เราจะได้พบปะกับตัวละครที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอีกด้วยครับ ส่วนตัวผมแล้วขอยกให้ Nioh เป็นสุดยอดเกมประจำปี 2017 ที่ทุกคนจะต้องมาหาเล่นกันให้ได้เลยล่ะ

(อ่านรีวิวเกม Nioh)

The Legend of Zelda: Breath of the Wild / Nintendo / Nintendo Switch, WiiU

พี่โดม – เกมยอดเยี่ยมแห่งปีจากหลายสำนัก โดยมันไม่ใช่แค่การปฏิวัติเกม Zelda ใหม่แต่เป็นการอัพเกรดแนว Open World ให้ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก เพราะเกมมีทั้งโลกกว้างๆให้สำรวจที่ผู้เล่นสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ในเกม แถมยังมีรายละเอียดที่น่าทึ่งเรียกว่าทุกส่วนของเกมไม่มีอะไรน่าเบื่อเลย

(อ่านรีวิว Zelda: Breath of the Wild)

ภาพสุดสวย ภาพตราตรีง

Destiny 2 / Bungie / PC, PS4, Xbox One

น้องนัท – เหตุผลที่ผมยกให้ Destiny 2 จริงๆแล้วมันไม่ได้อยู่ที่เรื่องกราฟฟิกอย่างเดียวครับ แต่ผมขอยกคะแนนให้ในเรื่องการ Optimize เกมด้วย ต้องบอกเลยว่าทีมงานทำผลงานในเรื่องการ Optimize มาอย่างดีมากๆ สามารถปรับกราฟฟิกได้สูงสุดโดยไม่มีอาการเฟรมเรตตก หรือมีอาการกระตุกให้เห็นเลยสักนิด อีกทั้งยังรองรับ 4K และไม่ ล็อคเฟรมเรตไว้ที่ 30 หรือ 60 อีกด้วย งานนี้ถือว่าได้ใจ PC Gamer อย่างผมไปเต็มๆเลยล่ะ

(อ่านรีวิว Destiny 2)

Uncharted the lost legacy / Naughty Dog / PS4

พี่โดม – แม้จะไม่ใช่ภาคหลักแต่ Sony ก็ยังลงทุนทำกราฟิกเกม Uncharted the lost legacy ให้ออกมาดูดีไม่แพ้ภาค 4 แถมยังมีโลกกว้างๆให้สำรวจ เรียกได้ว่าไม่เสียชื่อซีรีส์ล่าสมบัติ Uncharted ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งเกมภาพสวยประจำปีไป

(อ่านรีวิว Uncharted the lost legacy)

เกมเนื้อเรื่องโดนใจ

Wolfenstein II: The New Colossus / Machine Games / PC

น้องนัท – อีกหนึ่งเกมที่ผมได้รีวิวไปในเดือนที่ผ่านมา อย่างที่ผมได้กล่าวไปในรีวิวนั้นว่า “ไม่ได้สนุกกับเกม Single Player แบบนี้มานานมากแล้ว” เพราะว่าตัวเกมนั้นมีเนื้อเรื่องที่ Epic และการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิงมากๆ ถึงแม้ว่าตัวเกมจะสั้นเกินไปสักนิดหน่อยก็ตาม แต่สำหรับผมแล้ว Wolfenstein II นั้นเป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องโดนใจประจำปี 2017 นี้เลยครับ

(อ่านรีวิว Wolfenstein II: The New Colossus)

Assassin’s Creed Origins / Ubisoft / PS4, Xbox One, PC

พี่โดม – ต้นกำเนิดของตำนานนักฆ่าแห่ง อียิปต์โบราณ ที่ในภาคนี้ถือว่าเป็นการกลับมาแก้มือของทีมงาน Ubi Soft ได้ เพราะนอกจากเกมเพลย์จะสนุกขึ้นแล้ว เรื่องราวยังมีการเขียนเรื่องให้น่าติดตาม และมีการหักมุมกันเล็กน้อย รวมทั้งยังมีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีทั้ง ปโตเลมีที่ 13 , คลีโอพัตรา , จูเลียส ซีซาร์ อยู่ในเกมด้วย

(อ่านรีวิว Assassin’s Creed Origins)

เกมดูดเวลาชีวิต

Final Fantasy XIV: Stormblood / Square Enix / PC

น้องนัท – ภาคเสริมตัวที่ 3 แล้วของ FFXIV เอาเข้าจริงๆแล้วแค่ตัวเกมหลักมันก็ดูดเวลาชีวิตผู้เล่นไปเยอะมากๆแล้วล่ะ แต่สำหรับเจ้าภาคเสริมตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Stormblood ที่ต้องบอกเลยว่ามันทำออกมาได้ดีเหลือเกิน สำหรับเกม MMORPG ด้วยกันแล้ว ในภาคนี้ตัวเกมจะพาผู้เล่นนั่งเรือข้ามไปฝั่งตะวันออก หรือก็คือญี่ปุ่นนั้นแล่ะ มาพร้อมด้วยคลาสใหม่ 3 อาซีพ ดันเจี้ยนใหม่ๆ บอสใหม่ๆ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ Raid ใหม่ที่ได้ยกเอาเหล่าบอสจาก Final Fantasy V มาให้ผู้เล่นได้ปะทะกัน และยังมีอีกมากมายที่ดูดเวลาผมไปหลายเดือนเลยล่ะ (เพิ่งจะถอนตัวออกมาได้)

(อ่านรีวิว Final Fantasy XIV: Stormblood)

Xenoblade Chronicles 2 / Monolith Soft / Nintendo Switch

พี่โดม – เกม RPG จากนินเทนโด ที่มีโลกกว้างๆให้สำรวจ และมีภารกิจทั้งหลักและย่อยให้ทำมากมาย แค่นี้ยังไม่พอยังมีระบบตัวละคร Blades ที่เหมือนเป็นอาวุธและผู้ช่วยของเรา ที่เกมใช้ระบบสุ่มในการได้มา ทำให้เราอาจจะต้องใช้เวลาเล่นนับร้อยชั่วโมงเพื่อปลดล็อกให้หมดและนับเป็นเกมดูดเวลาแห่งปี

(อ่านรีวิว Xenoblade Chronicles 2)

เกมกากแห่งปี 2017

Star Wars Battlefront 2 / DICE EA / PC

น้องนัท – ผมเป็นแฟน Star Wars คนนึง อีกทั้งยังเป็นแฟนของ DICE Studio อีกด้วย และไอ่เจ้า Battlefront 2 ก็มาทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ว่า “DICE มันเมายาอะไร ทำไมถึงออกแบบเกมมาให้เป็นแบบนี้” หรือถ้าคิดในอีกแง่คือ หรือว่า EA มันสั่งให้ทำหรือเปล่า ด้วยระบบ Loot Box กับ Game Currency ที่เป็นปัญหา หลักๆที่คนบ่นกันก็คือการที่ตัวเกมบังคับให้ผู้เล่นใช้เงินในเกมปลดล็อคตัวละครที่ตัวเองต้องการ ผ่านกันเล่นตาม Match นี่แหละ แต่ปัญหาคือตัวละครแต่ละตัวมันแพงมากๆ โดยมีเกมเมอร์หลายคนคำนวนว่ามันจะใช้เวลาเกือบ 20 ชั่วโมงต่อตัวละคร 1 ตัวเลยทีเดียว อีกวิธีคือ Microtransaction ที่จะทำให้ 1 Click ก็ปลดล็อคตัวละครได้เลยนั้นล่ะครับ ก็นะจ่ายไป 59.99USD  แต่ได้เล่นอะไรไม่ครบนี่ มันก็สมกับเป็นเกมกากประจำปี 2017 นี้

(อ่านรีวิว Star Wars Battlefront 2)

Sonic Forces / SEGA / Nintendo Switch, PS4, Xbox One, PC

พี่โดม – ความจริงไม่ได้อยากเรียกเกมกาก แต่มันคือเกมที่น่าผิดหวังแห่งปีมากกว่า เพราะหลักมันไม่ได้เลวร้าย เกมเพลย์พอไปได้ แต่ไม่มีอะไรใหม่ อีกทั้งหลายส่วนในเกมเหมือนยกของเก่ามาปรับนิดหน่อย เท่านั้น แถมระบบใหม่ๆอย่างการสร้างตัวละครในเกมที่ดูเหมือนไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไร เรียกว่าผิดหวังมากสำหรับการกลับมาของ Sonic ในภาคนี้

แสดงความคิดเห็น

Games

[บทความพิเศษ] เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คุ้มค่าหรือไม่หากเล่นภาคหลักมาแล้ว !!

มาดูกันว่าเกม final fantasy 15 pocket edition จะคุ้มค่าแค่ไหน

Published

on

เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition หรือไฟนอล 15 ฉบับย่อส่วน ถือว่าเป็นการมาที่สร้างความประหลาดใจเพราะมันคือเกมภาคหลักที่โดนไฟฉายย่อส่วนลงมา เพื่อให้เล่นบนสมาร์ทโฟนได้ และหลังจากรอกันมานานแสนนานในที่สุดค่ายก็ปล่อยออกมาให้เล่นบน ios และ android แต่มันก็มีข้อสงสัยว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่เพราะเกมแทบจะถอดมาจากต้นฉบับแต่จะแตกต่างที่กราฟิก วันนี้ทางทีมงาน Beartai จึงอยากบอกเล่ากันว่าภาคนี้จะคุ้มค่าหรือไม่

กราฟิกเปลี่ยนใหม่แต่เพลงเหมือนเดิม

สัมผัสแรกกราฟิกในเกมก็อย่างที่เห็นในตัวอย่าง เพราะมันทำออกมาแนวการ์ตูนหัวโตๆ ที่ดูน่ารักแต่ก็จำลองตัวละครในเกม Final Fantasy 15 ออกมาได้แบบที่รู้ในทันทีว่าคือตัวไหน และคุณภาพของกราฟิกอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับเกมมือถือด้วยกันเอง เพลงประกอบก็ยกเอาของเดิมมาทั้งหมด รวมทั้งเกมยังใส่เสียงพากย์แบบจัดเต็มมา แต่ก็มีข้อเสียเพราะเกมกินสเปกมือถือพอสมควร และยังต้องมีเนื้อที่มหาศาลเพื่อลงเกม แต่เกมจะไม่ได้โหลดมาในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆทยอยโหลดซึ่งแต่ละครั้งก็กินความจุมหาศาล ซึ่งใครมีมือถือความจุน้อยๆอาจจะเล่นไม่ได้

และหากมองตรงกราฟิกแล้วคอเกม Final Fantasy ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นคอเกมที่ใส่ใจในกราฟิกอยู่แล้ว อาจจะไม่ค่อยถูกใจ เพราะแม้เกมจะพยายามถ่ายทอดฉากในคอนโซลมาสู่หน้าจอเล็กๆของมือถือได้ดีที่สุดแล้ว แต่กราฟิกแบบนี้น่าจะไม่ถูกใจแฟนเกมที่บ้ากราฟิกแน่นอน ดังนั้นหากมองว่ามันต้องเสียเงินปลดล็อกฉากเพื่อเล่นถือว่าอาจจะไม่คุ้มในจุดนี้ (เกมให้ลองเล่นฉากแรกฟรี)

รูปแบบการเล่นปรับให้เข้ากับมือถือ และใช้เนื้อเรื่องเดิม

แน่นอนว่าเมื่อมันมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ต้องมีการปรับเปลี่ยน และตามคาดที่เกมใช้การสัมผัสไปที่หน้าจอเพื่อบังคับให้ตัวละครเดินไป และเมนูก็ใช้การสัมผัสที่ย่อลงมาให้ดูง่ายมาก ส่วนการต่อสู้ก็จิ้มไปที่ศัตรูแล้วกดรัวๆได้เลย แต่หากเรากำลังจะโดนศัตรูโจมตีจะมีสัญลักษณ์ที่เมื่อจิ้มไปเราจะหลบหลีกและโจมตีสวนกลับได้ รวมทั้งประเภทอาวุธก็ยังคงมีโดยเราสามารถใส่ได้ 4 ชนิดเหมือนเดิม แต่ด้วยมุมกล้องที่นำเสนอด้านบน ทำให้ฉากในเกมดูแคบลงมาก แม้ว่าผู้สร้างจะพยายามจะทำให้เหมือนบนคอนโซลมากที่สุดแต่ยังไงก็ไม่เหมือน อีกทั้งฉาก แบ่งเป็นส่วนๆไม่ได้กว้างเท่ากับต้นฉบับ

แต่โดยรวมฉากต่อสู้ถือว่าทำได้สนุกดี และดูดีกว่าเกมบนมือถือทั่วๆไป มีระบบที่เหมือนกับภาคหลักบนคอนโซล แต่ย่อจนสามารถเล่นบนหน้าจอสัมผัสเล็กๆได้ อย่างที่บอกว่าเนื้อเรื่องเป็นของเดิม แต่ย่อความยิ่งใหญ่จนแทบไม่มีความอลังการ ซึ่งหากคุณเล่นบนคอนโซลมาจนทะลุแล้วจะเห็นได้ว่าแต่ละฉากจะมีความเหมือนกัน แต่จะตัดออกไปหลายส่วน แถมการแสดงสีหน้าของตัวละครก็แทบจะไม่มีเรียกว่าเล่นไปผ่านๆพอขำๆเท่านั้น

คุ้มหรือไม่ ลองโหลดไปเล่นก่อนได้

อย่างที่บอกว่าเกมโหลดไปเล่นฟรีเฉพาะ Chapter แรก ตัวเกมเต็มๆจะขายในราคาเหมารวม 699 บาท หรือจะเลือกปลดล็อกเฉพาะตอน โดยมีราคาขายแยกที่แตกต่างกันโดย Chapter 2 และ 3 ในราคา 35 บาท แต่ตอนที่เหลือจะมีราคาตอนละ 139 บาท ถือว่าสูงพอสมควรสำหรับเกมมือถือ (เกมมีทั้งหมด 10 Chapter)

บอกตรงๆว่าเกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คือภาคหลักที่สามารถเล่นได้จริงๆเหมือนกับต้นฉบับ มีการเพิ่มเกมเพลย์ใหม่ๆเข้าไปที่เหมาะกับการเล่นบนมือถือ แต่บอกตรงๆหากคุณรักความเป็น Final Fantasy ที่ความอลังการงานสร้างบอกได้เลยว่าข้ามไปเล่นเกมอื่นได้เลย เพราะมันเหมือนทำออกมาตอบสนองคนที่อยากเล่น Final 15 แต่ไม่มีเครื่องเกมคอนโซล หรืออยากเล่นในอีกรูปแบบที่ย่อส่วนลงมาแต่ยังคงเรื่องราวเดิม แต่ราคาขาย 699 บาทแบบเต็มๆเกมถือว่าแพงไปหน่อย และไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก

สเปกของสมาร์ทโฟน

iOS

  • ios 10.0 หรือสูงกว่า รองรับ iPhone, iPad และ  iPod touch

Android

  • Android 5.0 ขึ้นไป
  • CPU:1.5GHz
  • RAM:2GB
  • ต้องการเนื้อที่ 5GB และ 8GB เพื่อความละเอียดสูงกว่า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[บทความพิเศษ] ทำไมมือใหม่ถึงควรเล่นเกม Monster Hunter World !!

มาดูกันว่า Monster Hunter World มีอะไรเหมาะกับมือใหม่บ้าง

Published

on

ในตอนนี้ไม่มีเกมอะไรมาแรงเท่าเกม Monster Hunter World ภาคหลักที่เพิ่งจะออกวางขายบน PS4 , XBoxOne ที่แฟนประจำก็คงกำลังเล่นอยู่ แต่สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นมาก่อนคงจะลังเลใจ เพราะเป็นที่รู้กันว่าเกมเพลย์ของมอนฮัน ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้เล่นทั่วไปนัก อย่างไรก็ตามการที่ Capcom ได้ปรับเปลี่ยนระบบใหม่ในภาค World ทำให้มันเป็นภาคที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่เริ่มต้น วันนี้ทาง beartai ขอสรุปว่ามันมีอะไรที่เหมาะกับมือใหม่บ้าง

ระบบอาวุธ ปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับแต่งก็ง่าย

ปรกติแล้วหากคุณเคยสัมผัสเกมซีรีส์ Monster Hunter ในอดีตที่ผู้เล่นหน้าใหม่อาจจะเล่นได้ไม่กี่ประเภทเพราะ อาวุธบางชนิดไม่ได้มีความว่องไว ทำให้การเล่นต้องกะจังหวะให้ดี และไม่เป็นมิตรกับมือใหม่ หรือเรียกง่ายๆว่ามันไม่ใช่เกมแอ็คชั่นแบบทั่วไป มาในภาค World ได้ปรับให้ลื่นไหลมากขึ้น แต่มันไม่ได้ปรับให้เป็นเหมือนเกมทั่วไปมันก็ยังคงความเป็นเกมมอนฮันอยู่เหมือนเดิม

ส่วนตัวแล้วผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเล่นได้เกือบทุกประเภท แต่ต้องทำความเข้าใจระบบอาวุธเล็กน้อยเช่นปืนที่มีการเล่นกับกระสุนหลายชนิด ที่ใช้งานง่ายแต่ต้องรอตอนบรรจุกระสุน หรือธนูที่ปรับให้มีความรวดเร็วในการใช้งานมากขึ้น แต่จะเสียค่าพลังความอึดตอนยิงออกไปทำให้ใช้ต่อเนื่องไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วเกมลื่นขึ้นกว่าเดิมทำให้หลายคนที่ได้เล่นในครั้งแรกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ส่วนอาวุธประเภทดาบยังถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่เข้าถึงได้ง่ายเหมือนเดิม แถมยังปรับให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

อีกทั้งการแนะนำอาวุธยังใส่รายละเอียดแบบจัดเต็ม มีการบอกการกดท่าในเมนูและแต่ละท่าไม้ตายก็เรียกออกมาใช้งานได้ง่าย การกดปุ่มไม่ซับซ้อน ส่วนการปรับแต่งหรืออัพเกรดก็ทำได้ง่าย เพราะมีร้านอาวุธที่ปรับให้ดูสมจริงมากขึ้น อีกส่วนความเรียบง่ายเพราะเมนูการปรับแต่งที่เข้าถึงได้ง่ายมีภาพประกอบที่ชัดเจน และแม้ว่าในเกมอาจจะไม่ได้บอกว่าวัตถุดิบของการตีอาวุธอยู่ที่ไหนแบบตรงๆ แต่เราก็สามารถเอาชื่อไปค้นใน google ก็จะทราบถึงตำแหน่งที่ตั้งอย่างละเอียดเพราะมีสังคมออนไลน์ทำคู่มือออกมามากมาย

ทำให้การออกค้นหาวัตถุดิบมาตีของทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมาใช้คู่มือหนาเท่าสมุดโทรศัพท์เหมือนในอดีต หรือไอเทมประเภทยาก็มีเมนูที่เข้าใจง่ายเช่นกัน มีการบอกเลยว่าต้องการอะไร ถ้าขยันอ่านกันสักนิดก็จะเข้าใจได้ในทันที และอย่างที่บอกว่าเกมนี้เราสามารถเดินไปกินยาไปได้แล้ว แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากเพราะตอนใช้ยาเราเดินช้ามากแต่ก็ยังดีกว่าภาคก่อน โดยรวมแล้วระบบอาวุธและไอเทมที่ถือเป็นหัวใจหลักถูกปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นและเป็นแบบที่ควรจะเป็นแล้ว

เกมปรับให้เข้าถึงง่าย แต่ยังมีความท้าทาย

ระบบของเกมที่เป็นการรับภารกิจที่กระดาน เป็นสิ่งที่คุ้นตากันอยู่แล้ว เมื่อลงเราบินไปสู่ฉากจะพบว่าภารกิจส่วนใหญ่ที่เป็นการไล่ล่าตัวมอนสเตอร์ แต่จะไม่มีการระบุว่ามันจะอยู่ตรงจุดไหน เราต้องออกหาเบาะแสและร่อยรอยของมันที่มักจะอยู่ในจุดที่มองเห็นได้ง่าย และการไล่ล่าทำได้ง่ายเพราะเมื่อเราพบร่องรอยจนเพียงพอแล้วจะเกิดเป็นแสงสีเขียว ที่จะนำทางเราไป และเมื่อเราเจอตัวมอนสเตอร์แล้วก็จะไม่ต้องหาร่องรอยอีกต่อไป ที่แม้ว่าเราจะพลาดโดยตบจนสลบเมื่อร่างของเราถูกหิ้วกลับมาที่ฐานแล้ว ก็จะออกไปไล่ล่าต่อได้ในทันที ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วกว่าเดิมมาก

อีกทั้งแอ็คชั่นของเกมถูกปรับให้ลื่นขึ้น ตัวละครของเรามีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่าเดิม แต่มันยังไม่ได้เป็นเกมแอ็คชั่นที่รวดเร็วเหมือนเกมทั่วไป แต่ก็มีความสมจริง และยังคงความเป็นเกมเพลย์แบบที่แฟนมอนฮันคุ้นเคย ที่ต้องกะจังหวะในการต่อสู้ หรือหลบหลีกกันตลอดซึ่งหากคุณมีพื้นฐานเกมแอ็คชั่นโหดๆอย่าง Dark Souls มาก่อนจะไม่ต้องปรับตัวมากนักเพราะมีหลักการคล้ายๆกัน แน่นอนว่าการวิ่งและการกลิ้งหลบศัตรู เราจะเสียค่าพลังความอึด ซึ่งสามารถใช้ยาช่วยได้ซึ่งจะทำให้การต่อสู้กับบอสตัวโหดๆทำได้ลื่นมาก ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอย้ำอีกรอบว่ามันไม่ใช่แอ็คชั่นลุยๆ แต่เป็นการใช้อาวุธและเทคนิคในการเล่นซึ่งส่วนนี้เป็น เสน่ห์ของซีรีส์ล่าแย้มาตลอด และการใช้จอยเกม PS4 ที่ดูถนัดมือกว่าสมัยออกบนเครื่องพกพา ก็ทำให้การเล่นสะดวกขึ้นเช่นกัน

เข้าใจง่ายเพราะมีภาษาอังกฤษ

ก่อนหน้านี้โดยเฉพาะในยุค 3DS เกม Monster Hunter จะออกโซนญี่ปุ่นก่อน และการที่ 3DS ล็อกโซนทำให้คนที่มีเครื่องอเมริกา หรือโซนอื่นอดเล่นและกว่าจะออกภาษาอังกฤษ ก็ต้องรอกันเป็นปี แต่ในภาค World ทาง Capcom ได้เอาใจแฟนๆทั่วทั้งโลกด้วยการออกพร้อมกันทุกโซนทุกภาษา ทำให้แฟนเกมชาวไทยสามารถเข้าใจได้ง่าย

จริงอยู่หากคุณเป็นแฟนมอนฮันมานาน ภาษาคงไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับมือใหม่มันจำเป็นมากเพราะเราสามารถเข้าใจ เควสได้ในทันที และยังสามารถอ่านเมนูเพื่อผสมยา หรือตีอาวุธเทพๆได้โดยไม่ต้องใช้คู่มือ เรียกว่าง่ายขนาดนี้มือใหม่ต้องไม่พลาดแล้ว อีกทั้งเควสในเกมจะมีการบอกว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนบนแผนที่อย่างชัดเจน (แต่ต้องหาตัวมอนสเตอร์เอง)ทำให้เราเล่นแบบลื่นไหลไปจนจบได้เหมือนกับเกมทั่วไป

ระบบออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย

ส่วนระบบออนไลน์ในภาค World ทาง Capcom ได้ทำระบบออนไลน์ที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการเล่นเป็นทีมหรือจะเล่นคนเดียวก็ตาม และสำหรับมือใหม่แล้ว การได้ออกไปล่าร่วมกับเพื่อนถือว่าเป็นข้อดีอย่างมากเพราะจะได้ต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเรารวมทีมออกล่า ตัวมอนสเตอร์ในเกมจะมีค่าพลังเพิ่ม แต่หากรวมตัวกัน 4 คนแล้วแบ่งหน้าที่กันดีๆก็จะผ่านไปได้

อีกทั้งในภาคนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่กำลังลุยเดียวส่งสัญญาณ SOS ออกไปขอความช่วยเหลือได้ และในภารกิจออนไลน์แม้ว่าเราจะลุยเดี่ยวก็มีโอกาสพบเจอผู้เล่นคนอื่นและออกล่าพร้อมกันได้ และยังมีระบบ Chat ด้วยเสียงทำให้เราสามารถพูดคุยและสั่งการทีมของเราได้ แต่หากคุณไม่ชอบออนไลน์มันก็สามารถเล่นได้ เรียกว่าภาคนี้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เล่นได้ทุกรูปแบบอย่างแท้จริง

ทิ้งท้ายกันเล็กน้อย แม้ว่าเกม Monster Hunter World จะปรับให้เป็นมิตรและง่ายในการเข้าถึง แต่เกมก็ยังคงเป็นแอ็คชั่นที่เน้นการใช้ความสามารถในการเล่น การผสมของและการสร้างอาวุธ มาต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวเทพๆ ไม่ใช่เกมแอ็คชั่นลุยแหลก ดังนั้นหากคุณทำความเข้าใจในรูปแบบของเกมแล้ว รับประกันได้ว่าคุณจะสนุกไปกับเกมจนกลายเป็นสาวกเกมล่าแย้ แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการเกม

[บทความพิเศษ] Game & Watch เกมกด ตำนานเครื่องเกมพกพาของนินเทนโด

มาดูตำนานเกมกด เครื่องเกมพกพารุ่นคุณปู่

Published

on

เชื่อว่าในยุคปัจจุบัน คอเกมจะคุ้นชินกับเกมมือถือ ทั้งแบบที่ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะอย่าง NDS , 3DS , PSP , PS Vita , Nintendo Switch หรือ แท็บเล็ต และ สมาร์ทโฟน มากกว่า แต่เด็กในยุคอดีต เครื่องเกมมือถือ อาจจะเป็นแค่ฝัน เพราะด้วยราคาที่น้องๆเกมคอนโซลในยุคนั้น แถมเกมมือถือในยุคแรกเริ่ม ไม่สามารถเปลี่ยนตลับได้ซื้อมาก็เล่นได้แค่เกมเดียว หลายคนอาจจะคิดว่าไม่คุ้ม ทำให้การมีเครื่องเกมมือถือไว้สักเครื่องในบ้านเป็นเรื่องยากเย็น และในยุคแรกๆคนไทยนิยมเรียกเครื่องเกมมือถือว่า “เกมกด” ดังนั้นในบทความจึงขอเรียกว่าเกมกด เพื่อความเข้าใจร่วมกัน

โดยจุดกำเนิดของเครื่องเกมมือถือ นั้นเริ่มจากเครื่องคิดเลข ที่คุณ Gunpei Yokoi บิดาแห่งเกมบอยในเวลาต่อมา ได้สังเกตเห็นว่า นักธุรกิจใช้เวลาว่างระหว่างโดยสารรถไฟ ไปกับการนั่งเล่นเครื่องคิดเลข จึงเป็นที่มาของการทำเครื่องเล่นเกมฆ่าเวลา พร้อมกับ เป็นนาฬิกาไปในตัวในชื่อ Game & Watch ที่วางขายในปี 1980

และด้วยมีจุดกำเนิดมาจากเครื่องคิดเลข ทำให้เกมกดยุคแรกเริ่มใช้หน้าจอผลึกเหลวแบบเดียวกับ เครื่องคิดเลข ที่มีการเคลื่อนไหวจำกัด เพราะมีช่องๆการเดินของตัวละครจำกัด เหมือนตัวเลขในเครื่องคิดเลข แม้การเคลื่อนไหวในเกมจะจำกัด และใช้ถ่าน นาฬิกา เป็นพลังงาน แม้เกมจะไม่ได้มีอะไรมาก แต่สำหรับเด็กในยุคนั้นถือว่าเป็นความสนุกที่หาที่ไหนไม่ได้ และถ้าเด็กคนไหนมี “เกมกด” เด็กคนนั้นจะกลายเป็นซูเนโอะ ในยุคนั้น ที่เพื่อนๆจะแวะเวียนไปหยิบยืม หรือยึด ด้วยเพราะราคาแพงและความหายาก

โดยนินเท็นโด ได้ออก Game & Watch มามากมายหลายรุ่น เรียกว่าถ้าจะแนะนำให้หมดออกเป็น Pocket Book อีกเล่มยังได้ นี่ยังไม่นับรวมเกมกดจากค่ายอื่นที่มีมากมาย ส่วนรุ่นที่คนไทยรู้จักมีไม่กี่รุ่น โดยส่วนใหญ่จะเป็นเกมกดรุ่นแรกๆ


Game & Watch Silver วางขายในปี 1980 โดยมีทรงเป็นสี่เหลี่ยม มีปุ่มกด 2 ปุ่ม และเป็นนาฬิกาได้


Game & Watch Gold วางขายในปี 1981 หลังจากประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย และได้เพิ่มเกมและเพิ่มความสามารถในการตั้งเวลาปลุกได้ รวมทั้งมีขาตั้งทำให้วางเหมือนนาฬิกาตั้งโต๊ะได้ เหมือนกับ Nintendo Switch ในปัจจุบัน


Game & Watch Multi Screen (1982–1989)
รุ่นที่โด่งดังที่สุด เพราะมีถึง 2 หน้าจอ ลักษณะเหมือน Nintendo DS และ 3DS ในปัจจุบัน โดยมีเกมดังๆอย่าง ดองกี้คอง เป็นตัวชูโรง และเพิ่มความซับซ้อนด้วยปุ่ม D-Pad


Game & Watch Tabletop (1983)
มีลักษณะ เหมือนเกมตู้(อาเขต) เล็กๆ และเป็นจอสี แต่มีราคาแพงจึงเป็นหนึ่งในรุ่นที่หายาก โดยนอกจากรูปร่างแล้วยังมีปุ่มบังคับที่เหมือนกับเกมตู้ !!


Game & Watch Panorama (1983–1984)
มีจุดเด่นที่เป็นหน้าจอสี แต่ต้องเล่นผ่านเงาสะท้อนในกระจกเพื่อเล่น รุ่นนี้ราคาค่อนข้างสูง แต่ก็พอหาได้บ้างในไทย ตอนเด็กๆผู้เขียนก็พอจะเคยได้เล่นบ้าง ปัจจุบันเป็นของสะสมราคาสูง


Game & Watch New Wide Screen (1982–1991)
รุ่นที่สานต่อความสำเร็จจาก Silver ,Gold โดยมีการนำเกมดังๆของ นินเท็นโดมาสร้างเป็นเกมกด ทั้ง มาริโอ , เซลด้า และมีการสร้างอย่างยาวนานถึงปี 1991 แม้กระทั้งยุคที่เกมบอยวางขายแล้ว โดยมีฉากหลังเป็นสีสันสวยงาม


Game & Watch Super Color (1984)
รุ่นจอสีที่มีสีที่พื้นหลังของหน้าจอ โดยรุ่นนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม และหายากในไทย


Game & Watch Micro Vs. System (1984)
เกมกดตามชื่อที่เล่นได้ 2 คนพร้อมกัน และมีจอยแยกออกมาให้คนละอัน ซึ่งมันอาจจะเป็นต้นแบบของ Nintendo Switch ในปัจจุบัน


Game & Watch Crystal Screen (1986)
หรือเรียกเล่นๆว่ารุ่นจอใส ที่โปร่งแสง เกมออกมาในยุคที่เกมบอยใกล้จะมาแล้ว เลยไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

 

Game & Watch Mini Classics (1998)
รุ่นพิเศษที่ทำออกมาในแนวย้อนยุค โดยมีขนาดเล็ก กะทัดรัด ให้เหมือนเป็นพวงกุญแจขนาดเล็ก โดยมีเกมคลาสสิกออกมาให้เล่นกันหลายเกม เช่นเกม Super Mario โดยรุ่นนี้ก็มีขายในไทยในยุคนั้น

นอกจากนี้ยังมี Game & Watch รุ่นพิเศษอีกหลายเกมทั้งที่เป็นนาฬิกา , พวงกุญแจ และรุ่นพิเศษเพื่อฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ แต่นอกจากเกมกดของค่าย นินเท็นโด แล้วยังมีอีกหลายค่ายที่สร้างออกมานับไม่ถ้วน แต่ที่โดดเด่นคือ ของค่ายผู้ผลิต นาฬิกา และ เครื่องคิดเลข อย่าง คาสิโอ และค่ายที่ทำของเล่น Bandai ที่ทำออกมาหลายเกม


เกมกดที่โดดเด่น western bar เกมกดในตำนาน

แม้ Game & Watch ของ นินเท็นโด จะโดดเด่นโดนใจคอเกมในยุคนั้นแต่เชื่อได้เลยว่า เกมกด ที่สร้างความประทับใจ โดยเป็นเกมกดจากค่าย คาสิโอ นาม western bar ที่คนไทยเรียกว่า เกมคาวบอย โดยโดดเด่นที่เป็นเกมกดที่มีด่าน และมีบอส รวมกันอยู่ในเกมเดียว โดยเกมหลักๆจะเป็นการยิง แก้ว ขวด จาน แต่ต้องไม่ยิงโดนระเบิด

และอีกส่วนจะเป็นการต่อสู้กับบอส ตัวเกมเรียบง่าย แต่มีจุดเด่นที่ความดังของเสียงในเกมผ่านลำโพงขนาดยักษ์ ที่เปิดทีกระหึ่มชนิดเครื่องเกมรุ่นใหม่อย่าง 3DS ยังอาย แม้มันจะมีแค่เสียงประกอบก็ตาม โดย western bar ยังหาได้ในยุคปัจจุบันผ่านการเล่นบน อีมูเลเตอร์ , บน iphone และ ตลาดขายเกมมือ 2 ที่ยังคงพอมีให้เห็นบ้าง


เกมกดในไทย บาทเดียวก็เล่นได้ !!

เนื่องด้วยราคาเกมกดในยุคนั้นที่สูงมาก และเล่นได้แค่ 1 เกม ต่อ 1 เครื่อง ทำให้การเป็นเจ้าของ เกมกดไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กในยุคนั้น แต่ใช่ว่าจะไม่มีช่องทาง เพราะ เกมกดเหล่านี้สามารถหาได้ในสถานที่ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมี เช่นตามงานวัด หรือหน้าโรงงิ้ว ที่จะมีคนนำเกมกดมาให้เช่า โดยผูกโซ่ ติดกับตัวเกมกด เพื่อกันขโมย และให้เช่าเป็นเกม ที่มีให้ 3 ตัว ต่อ 1 บาท และเด็กยุคนั้นหลายคนรวมทั้งผู้เขียนเองที่ เมื่อมีโรงงิ้วมาเปิดแสดงที่ไร จะอาสาพาอาม่า ไปดูทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะอยากดูงิ้ว แต่เพราะอยากไปเล่นเกมกด ซึ่งเด็กในยุคนั้นแม้จะมีงบน้อยก็พอจะหาเล่นเกมกดได้ ในงบแค่ บาทเดียว

ปัจจุบันหาได้ที่ไหน

แม้จะผ่านเวลาไปนาน แต่ในปัจจุบัน เกมกด ก็ยังหาเล่นได้ โดยมีของใหม่ที่ส่วนมากจะเป็นเกมตัวต่อ Tetris ส่วนเกมกดเก่าๆอย่าง Game & Watch ที่ยังพอหาได้ เพราะมีคนเล่นเป็นของเก่า ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ถ้าสภาพดี หรือตามตลาดนัดของเก่าอาจจะพอหาได้บ้าง ส่วนคอเกมที่งบน้อย ยังหาเล่นได้บน อีมูเลเตอร์ บน PC หรือ App บน ios และเกมบน 3DS

แม้เวลาจะผ่านไปนาน 38 ปีแล้ว แต่เกมกด ยังอยู่ในใจใครหลายคน แม้จะมีรูปแบบการเล่นเรียบง่าย มีแค่เกมเดียว กราฟิกก็แทบไม่มีอะไร แต่สำหรับเด็กในยุคนั้นความตื่นตาตื่นใจไม่ต่างจากเครื่องเกมเทพๆในยุคนี้ ที่หยิบขึ้นมาเมื่อไรก็คิดถึงความสนุกสมัยยังเด็ก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!