5 อันดับเกม WiiU ที่ย้ายมาลง Nintendo Switch ที่ไม่ควรพลาด

หนึ่งในความล้มเหลวของนินเทนโด สำหรับโฮมคอนโซลคงหนีไม่พ้น WiiU เครื่องเกมที่ขายได้น้อยอย่างไม่น่าเชื่อทั้ง ๆ ที่มันเป็นรุ่นที่สานต่อความสำเร็จมหาศาลของ Wii รุ่นแรก แต่กลับทำยอดขายห่างกับรุ่นพี่ราวฟ้ากับเหว เพราะยอดขาย Wii ที่มากกว่า 100 ล้านเครื่อง แต่ WiiU กลับขายได้เพียง 14 ล้านเครื่องเท่านั้น และทำให้เป็นอีกรอยแผลของประวัติศาสตร์ของค่ายนินเทนโด (ส่วนหนึ่งก็เพราะคนไม่คิดว่า WiiU เป็นเครื่องเกมใหม่ด้วยแหละ นึกว่าเป็นส่วนเสริมของ Wii)

ซึ่งแม้เครื่อง WiiU จะขายไม่ดีแต่เกมที่ออกวางขายไม่ได้มีคุณภาพด้อยกว่าเครื่องอื่นเลย แต่ด้วยยอดขายเครื่องเกมที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินทำให้แผ่นเกมขายไม่ออกไปด้วย ทำให้เชื่อว่ามีแฟน ๆ มากมายพลาดของดีที่ออกบน WiiU และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่นินเทนโดขนเอากองทัพเกม WiiU มาย้ายบ้านลง Nintendo Switch และก็ออกมาเป็นสิบเกมแล้ว วันนี้ทาง Beartai ได้จัด 5 อันดับเกมที่เคยออกบน WiiU และมีให้เล่นบนคอนโซลลูกผสม Switch ที่คุณควรมีติดเครื่องไว้ ไปดูกันว่ามีเกมอะไรบ้างแต่รับประกันความสนุกทุกเกม โดยรายชื่อทั้งหมดออกเฉพาะ WiiU ไม่เคยลงเครื่องอื่นมาก่อนจะวางขายบน Nintendo Switch

5. Donkey Kong Country Tropical Freeze

เกมลิงยักษ์ Donkey Kong ในตำนานของนินเทนโด ที่มีการออกภาคต่อมายาวนาน และเป็นหนึ่งในตัวละครแรก ๆ ของค่าย นินเทนโดด้วย ส่วนภาค Tropical Freeze ออกวางขายในปี 2014 บน WiiU และเปิดตัวแบบเงียบ ๆ เพราะเครื่องขายไม่ดีบวกกับในตอนนั้น PS4 มาแรงแซงโค้งมากทำให้มันถูกมองข้ามไป ทั้งที่ตัวเกมสนุกมากและเป็นอีกภาคที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม แถมเต็มไปด้วยภาพที่สวยงามระดับ HD เป็นครั้งแรกของซีรีส์ลิงยักษ์

รูปแบบของเกม Donkey Kong Country Tropical Freeze มาแนวแอ็กชัน 2 มิติมุมมองด้านข้าง แต่กราฟิกจะเป็น 3D ที่มีความชัดระดับ HD ที่มีความคลาสสิกของเกมระดับตำนานในอดีต เพราะมีความยากพอสมควรตัวละครโดนอัดไม่กี่ทีก็ตาย และฉากเต็มไปด้วยศัตรูโหด ๆ ที่พร้อมโจมตีเราทุกทาง แถมฉากในเกมยังเต็มไปด้วยกับดักโหด ๆ รวมทั้งมีเหวที่พร้อมจะทำให้เราหัวร้อนกันตลอด ใครทันเล่นภาคแรกสมัย Super Famicom คงจะจำความโหดของเกมได้ ส่วนการออกบน Switch ถือว่าทำได้ดีแต่ไม่ได้เพิ่มให้ภาพในเกมสวยขึ้นมากมายอะไร แต่มีข่าวดีเพราะบน Switch มีโหมดง่ายที่เราจะได้เล่นเป็น Funky Kong ด้วยทำให้มือใหม่สามารถจบได้ไม่ยาก ทำให้มันเป็นอีกเกมที่ใครพลาดเล่นบน WiiU

อ่านรีวิว: Donkey Kong Country Tropical Freeze

4. Bayonetta 2

หนึ่งในเกมดราม่าตอนที่เกมประกาศจะออกเฉพาะ WiiU เพราะนินเทนโดออกเงินให้สร้างทำให้ในตอนนี้มันยังไม่มีโอกาสลงบนเครื่องอื่น และต้นฉบับได้วางขายในปี 2014 บน WiiU โดยมันคือแอ็กชันระดับฮาร์ดคอร์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง แถมได้ทีมสร้างเดิมที่มีคุณ ฮิเดกิ คามิยะ มาสานต่อความสนุก ซึ่งน่าเสียดายที่ต้นฉบับบน WiiU ขายไม่ค่อยดีนักทั้ง ๆ ที่เกมได้รับเสียงวิจารณ์ที่ยอดเยี่ยมระดับ 10/10 กันเลย ทำให้มีการนำมาสู่บ้านใหม่บน Nintendo Switch ด้วย นอกจากนี้เกม Bayonetta ยังวางขายภาคแรกพร้อมกันด้วย และมีการแยกขายด้วยเช่นกันทำให้หากคุณอยากได้แค่ภาค 2 ก็ซื้อได้

ความโดดเด่นของ Bayonetta 2 คือความสนุกของแอ็กชันความเร็วสูงและไม่ให้ผู้เล่นหยุดพัก ตัวละครหลักอย่างสาวแว่นมีท่าไม้ตายที่มีความรุนแรงสวยงามและ Sexy เหมือนเดิม และจัดเต็มเรื่องความโหดเลือดสาดมากกว่าเดิมทั้งที่ออกบนคอนโซลนินเทนโด มีการใช้เส้นผมแปลงร่างเป็นปีศาจแล้วอัดศัตรูถือว่าเป็นจุดเด่น รวมทั้งท่าหน่วงเวลาเมื่อเราหลบการโจมตีได้และทำให้เกมสนุกมากกว่าเดิมหลายเท่า ส่วนตัวแล้วคิดว่าเกม Bayonetta 2 ดีกว่า Devil May Cry 5 เสียอีก ดังนั้นใครอยากเล่นเกมแอ็กชันระดับเทพบน Nintendo Switch มันคือคำตอบแรกแบบไม่ต้องคิด และถือว่าเล่นไว้รอ Bayonetta 3 ที่จะออกเฉพาะบน Switch ก็แล้วกัน

อ่านรีวิว: Bayonetta 2

3. New Super Mario Bros. U Deluxe

เครื่องเกมนินเทนโดนั้นส่วนใหญ่เกมคู่บุญเปิดตัวจะเป็นลุงหนวดมาริโอ และเกมที่ออกวางขายพร้อม WiiU คือ New Super Mario Bros. U ในปี 2012 และถือว่าเป็นซีรีส์มาริโอเกมแรกมีกราฟิกเป็นแบบ HD แม้โดยรวมงานออกแบบและรายละเอียดของมันจะไม่ได้แตกต่างมากมายอะไร แต่ก็เล่นได้ลื่นเฟรมเรตดี รวมทั้งงานออกแบบที่เต็มไปด้วยความน่ารักของเกมมาริโอครบ ๆ เรียกว่าหากคุณชอบ 2D Mario แล้วเกมนี้มีครบทั้งกระโดดเก็บเห็ด มีดอกไม้ไฟ ให้เราเล่นเหมือนสมัยยังเด็กในกราฟิกแบบ HD ที่สวยงาม และแน่นอนว่าเราสามารถเล่นกับเพื่อนได้พร้อมกัน 4 คนในฉากเดียวที่เป็นความโดดเด่นของซีรีส์ มาริโอ 2 มิติบนคอนโซลในยุคหลังด้วย ซึ่งมันทั้งสนุกและวุ่นวายมาก

ส่วนการย้ายบ้านมาลง Nintendo Switch มีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง เช่นการตัดเอาลูกเล่นที่ใช้หน้าจอสัมผัสของ WiiU เพื่อเรียก “Boost Block” ออกไป และยังมีตัวละครใหม่ที่เหมือนเป็นโหมดง่ายของเกม ทั้ง Toadette ที่สามารถแปลงร่างเป็น Peachette ที่มีความสามารถมากมายและเคยเป็นตัวละครที่โด่งดังมากอยู่ช่วงหนึ่ง รวมทั้งมีโหมดง่ายสุด ๆ อย่างการได้เล่นเป็น Nabbit ที่แทบจะเป็นอมตะทำให้มือใหม่จบได้ง่าย ๆ

นอกจากนี้ยังบวกเอา New Super Luigi U ภาคเสริมที่ออกบน WiiU เช่นกันมารวมขายบน Switch ด้วยเรียกว่าได้ 2 เกมในราคาเดียวเลยซึ่งใน Luigi U จะเพิ่มโหมดใหม่เข้าไปท้าทายผู้เล่นมากมาย เช่นการเล่นแบบมีเวลาจำกัด และ Luigi เองก็ควบคุมได้ยากกว่า Mario ทำให้มีความท้าทายกว่าเดิม ทำให้ New Super Mario Bros. U Deluxe บน Nintendo Switch คุ้มค่าซึ่งหากยังไม่เคยเล่นบน WiiU มาก่อนและชอบความสนุกของเกม 2 มิติที่สนุกตามมาตรฐานนินเทนโดไม่ควรพลาด

อ่านรีวิว: New Super Mario Bros. U Deluxe

2. Super Mario 3D World + Bowser Fury

Mario 3D World คือเกมลุงหนวดอีกภาคที่ออกบน WiiU ในปลายปี 2013 ที่มาแปลกเพราะภาพในเกมจะเป็น 3D แต่สามารถเล่นกับเพื่อนได้พร้อมกัน 4 คนในฉากเดียวแบบเกม 2D ได้ด้วยและภาคนี้จะมาพร้อม 4 ตัวละครในตำนานอย่าง Mario , Luigi , Toad และ เจ้าหญิง Peach ที่ภาคนี้ไม่ได้โดนจับตัวไปแล้ว ส่วนรูปแบบการเล่นสนุกลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อเพราะทีมงานได้ออกแบบด่านแบบ 3D แบบปรับมุมกล้องไม่ได้ทำให้ไม่มีการสับสนเมื่อเล่นหลายคน และต่อให้เล่นคนเดียวก็ไม่เมามุมกล้อง

นอกจากนี้ไอเทมใหม่ในภาคนี้อย่างชุดแมว ก็โดดเด่นเพราะไต่กำแพงได้ทำให้โลกในเกมกว้างกว่าเดิม และเป็นหนึ่งในซีรีส์ Mario ที่สนุกที่สุดเกมหนึ่ง นอกจากนี้ภาพในเกมก็พัฒนาขึ้นดูดีดว่า New Super Mario Bros. U มาก ยิ่งเมื่อมาผสานกับเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมและมีเพลงติดหูมากมายทำให้มันลงตัวสุด ๆ ตั้งแต่บน WiiU แล้ว

ส่วนบน Nintendo Switch จะเพิ่มโหมดใหม่ในชื่อ Bowser Fury ที่เพิ่มฉากใหม่ที่เป็นโลกกว้าง ๆ และแบ่งเป็นโซนให้เราเลือกเล่นได้ตามใจชอบ โดยในโหมดนี้จะได้รับบทเป็น Mario ตัวละครเดียว ส่วนอีกตัวคือ Bowser Jr. ที่จะมาเป็นผู้ช่วยเราที่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้คอมเล่นหรือเพื่อนมาช่วยเล่นได้ นอกจากนี้ในโหมดนี้ยังสามารถปรับมุมกล้องได้ และมีเกมเพลย์แบบ Open World เล็ก ๆ ที่สามารถท่องไปได้ทั่วเพื่อเก็บไอเทม และความโดดเด่นคือ Bowser ที่ได้กลายร่างเป็นยักษ์ใหญ่ที่ทำลายล้างทุกอย่าง ซึ่งลุงหนวดของเราต้องแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าแมวร่างยักษ์ออกต่อสู้ในฉากที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก เรียกว่าหากโหมดนี้ทำให้ยาวกว่านี้สามารถแยกเป็นภาคหลักได้เลย โดยรวมทำให้การมาของภาคนี้คุ้มค่าราคาเกมที่ขายแบบเต็ม ๆ กันเลย

อ่านรีวิว: Super Mario 3D World + Bowser Fury

1. Mario Kart 8 Deluxe

เกมระดับเรือธงของค่ายนินเทนโดที่ออกกี่ภาคก็ขายดี แม้แต่เวอร์ชั่น WiiU Mario Kart 8 ที่ออกในปี 2014 ก็ขายดีในระดับน่าพอใจ ส่วนบน Switch ที่มาในชื่อต่อท้ายว่า Deluxe ยิ่งขายดีแบบถล่มทลายทำยอดเป็นอันดับ 1 และขายไปได้มากกว่า 33 ล้านชุด ทำให้มันติดอันดับ 1 เกมที่ต้องมีติดเครื่อง โดยรูปแบบการเล่นอย่างที่รู้ ๆ กันคือเกมรถแข่งมาริโอที่มีความหลุดโลกไม่เน้นสมจริง มีการใช้ไอเทมมาแกล้งกันเพื่อให้เราเข้าเส้นชัย ที่ทั้งสนุกและในภาคนี้ยังเสริมด้วยสนามแข่งแบบไร้แรงดึงดูดที่หลุดโลกกว่าเดิมทำให้มันเป็นเกมแข่งรถที่แตกต่างและเล่นได้หลายรอบมากโดยไม่เบื่อ แน่นอนว่ายิ่งเล่นกับเพื่อนยิ่งสนุกและมีโหมดออนไลน์ให้เล่นเหมือนเดิมด้วย

นอกจากนี้ใน Mario Kart 8 Deluxe บน Nintendo Switch ยังเพิ่มฉากในโหมด Battle ที่ภาค 8 บน WiiU ขาดหายไป และมีมาให้ทั้งหมด 8 สนามและทำให้เราแข่งดวลกับเพื่อนได้สนุกขึ้น แน่นอนว่ากฎกติกายังคงเป็นการทำลายลูกโป่ง กัน นอกจากนี้ในภาคนี้ยังเพิ่มโหมดการเก็บไอเทมได้สองชิ้นด้วย แน่นอนว่าภาคมาขายใหม่ยังเพิ่มตัวดาวน์โหลดเสริมมาให้ครบหมด เช่นสนามแข่งที่มาครบ รวมทั้งตัวละครจากเกม Zelda และยังมีตัวใหม่ที่มีเฉพาะบน Switch คือ Dry Bone , Inkling Girl และ Inkling Boy จากเกม Splatoon และยังเสริม King Boo และ Bowser Jr. รวมแล้วเกมจะมีตัวละครให้เลือกมากถึง 42 ตัวกันเลย และแนะนำว่าหากคุณมี Switch ควรมี Mario Kart 8 Deluxe ติดเครื่องเป็นอย่างยิ่ง

อ่านรีวิว: Mario Kart 8 Deluxe

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส