Connect with us

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

วัดใจเจแตก พริกป่นญี่ปุ่น กับส่วนผสมแห่งความลับทั้ง 7 เจาะเคล็ดลับที่กลมกล่อมแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

Published

on

แล้วเวลานี้ก็วนกลับมาทุกปี ช่วงกินเจลูกหลานชาวจีน ทำหน้าที่  ถือศีล อิ่มบุญ ไม่ทานเนื้อสัตว์ ในช่วง 9 วันสุดเคร่งครัด (แต่ก่อนหน้านี้ช่วง ตรุษจีน สารทจีน เชงเม้ง ก็จัดสารพัดสัตว์กันจนแทบจะฆ่าล้างเผ่าพันธ์กันเลยทีเดียว :P)

กลับมาที่เรื่องกินเจต่อ เดี๋ยวนี้ในห้าง ร้านต่างๆ ก็พยายามเข็นเมนูใหม่ๆ สารพัดเจมาเสิร์ฟ หมูเจ เป็ดเจ ไก่เจ ปีนี้ Bar B Q Plaza ก็เอากับเค้าด้วย แฮมเจย่างเตา -*- เอาตรงๆ มันก็แป้งกับโปรตีนเกษตรทั้งนั้นแหละ รวมกับอาหารเจที่ส่วนใหญ่เน้นน้ำมันอีก กินทุกวันจนหมดช่วงเจ นอกจากจะได้บุญแล้ว ยังได้ห่วงยางเพิ่มรอบพุง พร้อมกระโดดลอยน้ำได้เลยทีเดียว 💦

ถ้าดูเมนูในห้างที่มีของพวกนี้น้อยลงมาหน่อย ก็ยกให้ร้านอาหาร Fuji ที่พยายามใช้เต้าหู้ เห็ด และผักเป็นส่วนประกอบหลักในอาหาร (กราบงามๆ 3 ที)  แต่สไตล์คนไทย จะกินให้อร่อย ก็ต้องใส่พริกหน่อยๆ คว้าขวดพริกหมับ เทปั๊บ . . .   เฮ้ยยยยยยยยยยยยยย

มันไม่ได้เป็นพริกป่นเพียวๆ นี่หว่า . . . ใส่อะไรผสมมามั่งวะเนี่ย  เสี่ยงเจแตกตั้งแต่มื้อแรกแล้วมั๊ยล่ะ  สูตรเดิม รีบพลิกฉลากข้างขวดมาดู น้ำตาแทบไหล T____T  . . .  อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก 🎌

สุดท้ายเลยไปหาข้อมูลจาก website ของ S&B Foods ก็เจอส่วนประกอบของขวดนี้ มีตั้ง 7 อย่างมาลุ้นไปพร้อมๆ กันเลย

1.พริกแดง (Chili Pepper) 🌶️

2. ผิวส้ม (Orange Peel) 🍊

3. งาดำ (BlackSesame Seed) ⚫

4. งาขาว (White Sesame Seed) ⚪

5. พริกไทยญี่ปุ่น (Japanese Pepper) 🎐

6. ขิง (Ginger) ♨️

7. สาหร่าย (Seaweed) 🍙

สรุป  . . . รอดว่ะ 555 เจทุกอย่าง กินได้ อร่อยด้วย รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นสโนไวท์ กับเครื่องเทศทั้งเจ็ดจริงๆ สวยด้วย ใจบุญด้วย กินเจต่อได้ สบายใจละ

Bonus Track : ตอนแรกหาข้อมูลตั้งนาน S&B คืออะไร เจอแต่เฟอนิเจอร์ 555 หารู้ไม่ S&B มันย่อมาจาก “S”pice & Her”B” ที่แปลว่า เครื่องเทศ และ สมุนไพรนั่นเอง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

Energy Drink กับความจริงที่ไม่เคยรู้มาก่อน เจาะส่วนผสม ขุมพลังในขวดสีชา

Published

on

ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด
โปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง

วลียอดฮิตที่ติดอยู่ข้างๆ ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง เห็นพี่ๆ ก่อสร้างกับคุณลุงขับรถชอบซื้อดื่มกัน จนเริ่มสงสัยว่ามันดียังไง บางคนบอกว่ากินละมีแรง บางคนบอกไม่กินแล้วปวดเมื่อยตามตัว บางคนบอกว่าวันไหนไม่ได้กินแล้วปวดหัว (-*- อาการเหมือนตรูตอนไม่ได้กาแฟเลยว่ะ)

สรรพคุณขนาดนี้ ขอดูสักที ให้รู้กันไปเลยว่าในขวดมีอะไรบ้าง พอหยิบมาดู เพิ่งรู้ !! เครื่องดื่มชูกำลังไม่บอกส่วนประกอบเป็น % แต่จะบอกปริมาณสารแต่ละตัวโต้งๆ เลย (ก็ดีไม่ต้องคิดเยอะ รู้ไปเลยว่ากินอะไรเข้าไปเท่าไหร่บ้าง)

<กดที่รูปเพื่ออ่านฉลาก 🤓 >

หลักๆ เลยสารที่เห็นใส่เรียงตามลำดับปริมาณ ก็มี

น้ำตาลซูโครส = ก็น้ำตาลเราดีๆ นี่แหละ กินแล้วให้พลังงาน แถมหว๊านหวาน

🐟 ทอรีน* = กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น ร่างกายผลิตได้ มีส่วนช่วยบำรุงประสาท กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ และรักษาระบบความดันโลหิต (ตัวนี้แหละช่วยให้กล้ามเนื้อ ออกแรงได้หนักขึ้นและมากขึ้น)

คาเฟอีน* = สารกระตุ้นทำให้รู้สึกตื่นตัว สดชื่น ไม่ง่วงนอน ของคุ้นเคยอยู่ในกาแฟเราดีๆนี่แหละ

🥚 วิตามินบี 6 และ บี 12 = วิตามินช่วยเรื่องการทำงานระบบประสาท สมอง และการสร้างเม็ดเลือดแดง

*ทอรีน : ประกาศสำนักกรรมการอาหารและยา กำหนดให้ปริมาณสูงสุดทอรีนที่บริโภคต่อวัน ไม่เกิน 3,000 มิลลิกรัม
 คาเฟอีน : คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำหนดให้เครื่องดื่มผสมคาเฟอีนได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ

โดยรวมนี่ของดีนี่หว่า กินทีนึงเหมือนได้วาร์ปกลับบ้านไปน้ำพุ เลือดเต็ม มานาเต็ม ที่ได้ยินจากพี่ก่อสร้างกับลุงขับรถเป็นเรื่องจริง !!! แต่พลังงานหลักก็ยังมาจากอาหารที่กินเข้าไปอยู่ดี เราแค่เหมือนเปิดก๊อกยืมพลังออกมาใช้เท่านั้น
แล้วอะไรทำให้กินเกินวันละ 2 ขวดไม่ได้วะ ค้นต่อไป ก็ไปเจอประกาศของกระทรวงสาธารณสุขตามด้านล่างนี้เลย

สรุปคือห้ามดื่มเกิน 2 ขวด เพราะคาเฟอีน รวมแล้วไม่ควรกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน  . . . ดูแล้วท่าจะน้อยกว่ากาแฟในมือตรูอีก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่หว่า วันหลังเปลี่ยนจากกาแฟมากิน Energy Drink ท่าจะดี เพราะทุกวันนี้ตอนทำงานต้องเล่นโหมดสายแทงค์ขึ้นทุกวัน 😛  #อึดถึกทนคนออฟฟิศ2018 #กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้ #นั่นมันไวตามิลค์ -*-

Bonus Track : ในฉลากเราจะเห็นหน่วยย่อเป็น มก. ซึ่งก็คือ มิลลิกรัม เรารู้กันดี แต่ที่งงคือ “มคก.” คือไรวะ สรุป มคก. คือ ไมโครกรัม -*- (1,000,000 มคก. = 1 กรัม)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

ศึกแห่งศักดิ์ศรี เยลลี่หมี 2 ซีกโลก เจาะส่วนผสม หมีไทย (Jolly Bear) ปะทะ หมีเยอรมัน (Haribo)

Published

on

สมัยก่อนตอนยังมีขนมไม่หลากหลายเท่าปัจจุบัน เด็กยุค 90 แยกขนมได้ 2 อย่าง อย่างแรกซื้อเพื่อเอาของเล่น กับอย่างสองซื้อเพื่อเอาของกิน

แต่จะมีขนมอยู่อย่างนึงที่ซื้อแล้วได้ทั้งเล่นและกินก็คือ เจ้าหมีเยลลี่ Jolly Bear นี่แหละ ตอนเด็กๆ ชอบหักคอต่อตัว เอาหัวไปสลับสีกัน หรือบางทีก็เอาไปจิ้มแก้มเพื่อนเล่น ติดเป็นตุ่มก็ดูน่ารักดี 😀

วันก่อนแอบคิดถึงเลยเดินไปหาดูในห้างอ่าวเฮ้ย . . . “หมีตรูอยู่ไหน”

หาอยู่ตั้งนานหมีน้อยเพื่อนเก่าไปกองอยู่ในหลืบชั้นล่างสุด -*- ปล่อยให้เยลลี่เกาหลีกับหมีเยอรมัน (Haribo) มากินพื้นที่ไปหมดแผง

ด้วยความสงสัย ว่า Jolly Bear ด้อยกว่ายี่ห้ออื่นตรงไหน หรือเป็นเพราะส่วนประกอบ เลยขอลองดูหลังซองกันสักหน่อย  วัดกันลุ่นๆ เอาเฉพาะเยลลี่หมี  #หมีมาหมีกลับไม่โกง

Haribo : กลูโคส 51%  น้ำตาล 24% เจลาติน 6% น้ำผักและน้ำผลไม้เข้มข้น < 2% และอื่นๆ / น้ำหนักสุทธิ 30 กรัม 110 กิโลแคลอรี่

Jolly Bear : กลูโคส 39% น้ำตาล 35% น้ำผลไม้ 12% สารทำให้เกิดเจลและอื่นๆ / น้ำหนักสุทธิ 55 กรัม 192.5 กิโลแคลอรี่ (Gluten Free* และไม่มีวัตถุกันเสีย)

*เนื่องจากผู้บริโภคบางกลุ่มมีอาการแพ้สาร Gluten จึงต้องมีการระบุ Gluten Free ไว้บนฉลาก เพื่อแจ้งว่าผลิตภัณฑ์นี้ มีกลูเตนที่น้อยกว่า 20 ppm สามารถรับประทานได้ (Gluten เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์)

อ้าวโดยรวม ก็ไม่ขี้เหร่นี่หว่า น้ำตาลรวมแล้วพอกัน แถมหมีไทยใส่น้ำผลไม้มากกว่าตั้งเยอะ แล้วทำไม Jolly Bear ถึงได้ตกกระป๋องไปขนาดนี้วะ จะบอกหมีเยอรมันเจ้าใหญ่ทุ่มตลาดก็ไม่ใช่ เพราะ 10 บาทเท่ากันแถมได้น้อยกว่าอีก

สงสัยเป็นเพราะรสชาติ และรสสัมผัสที่ไม่เหมือนกันเลยทำให้คนเลือกที่จะกิน Haribo มากกว่า ขึ้นกับความชอบส่วนบุคคลละ

สุดท้ายนี้ กลัวไปหา Jolly Bear ครั้งถัดไปแล้วหาไม่เจอ แค่คิดว่าจะไม่ได้หักคอหมีมาสลับหัวเล่นก็ ตะเตือนไตละ T_T ของกินที่เล่นได้กำลังจะหายไปอีกอย่าง #แล้วลูกเราจะเล่นอะไร #อีกหน่อยจอลลี่แบร์อาจเหลือแค่ความทรงจำ #คิดถึงหมีหน่อยในฐานะอะไรก็ได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

เจต่อ ไม่รอแล้วนะ . . . เจาะส่วนผสม Jele ที่ข้างซองก็ติด “เจ” กับเค้าด้วย

Published

on

ตั้งแต่เด็กๆ มีคนบอกว่าเยลลี่ทำมาจากหนังหมู คงเพราะมันใสๆ หนึบๆ เหมือนกัน ตอนเด็กก็เลยเชื่อสนิท ถึงขั้นเพื่อนอิสลามบางคนไม่ยอมกินจอลลี่เแบร์ (แต่ไปดูที่ซองจอลลี่แบร์ มีสัญลักษณ์ Halal Food นะ O_o)

*Halal Food หมายถึงผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งอนุมัติตามบัญญัติศาสนาอิสลามให้มุสลิมบริโภคได้

พอมาดูข้างซอง ถึงได้รู้ว่ามันมีส่วนผสมของ เจลาติน (Gelatin) ซึ่งทำมาจากหนังและกระดูกของหมูหรือวัวจริงๆ เลยเข้าใจมาตลอดว่าเยลลี่ต่างๆ ทำมาจากสัตว์ กินช่วงกินเจไม่ได้

จนวันนี้เดินไปเข้า 7-11 แอบเห็นซอง Jele ทำไมมี อยู่ซองนึงพลิกกลับข้าง แล้วอะไรเหลืองๆ เด่นๆ หยิบมาดู เชร้ดดดดด

“เจ ด้วยว่ะ เป็นไปได้ไงวะ”

ด้วยความสงสัย ไหนลองพลิกมาอ่านหน่อย ข้างซองมีอะไรบ้าง . . . . อ่าวเฮ้ย ไม่มีเจลาติน O_o แต่เจอคำเตือนห้ามเด็กและสตรีมีครรภ์แทน งงหนักเลยทีนี้ ยังไม่รู้เลยใครฆ่าคุณประเสริฐ ยังต้องมางงกับส่วนผสมข้างซองเยลลี่ 10 บาทอีก . . . ชีวิต -*-

เอาประเด็นแรกก่อน เจอสารตัวนึงมีหน้าที่ทำให้เกิดเจล ชื่อ คาราจีแนน (Carrageenan) ซึ่งสกัดได้จากสาหร่ายทะเลสีแดง แทนที่จะเป็นหมูหรือวัว ปลดล็อคเรื่องเจ ไขได้แล้ว 1 คดี !!

ส่วนประเด็นที่สอง แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine)  สารตัวนี้ทำหน้าที่ ช่วยลำเลียงไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงานในร่างกาย และสารตัวจะนี้มีระบุไว้เสมอว่า เด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน  🚫 มิน่าคุ้นๆ เห็นชอบเป็นส่วนผสมของกาแฟลดความอ้วนนี่เอง จบไปได้อีกคดี (ปิดแฟ้มโดยไม่ต้องพึ่งโคนัน เย่ !!!) 😊 แต่ก็ยังไม่รู้ใครฆ่าคุณประเสริฐอยู่ดี

สุดท้ายนี้กว่าจะไขคดีได้หมด Jele ก็หายเย็นละ เดินเอากลับไปวางที่เก่า แล้วหยิบห่อใหม่ไปจ่ายตังค์ 😓

#นึกขั้นมาได้ไอ้ซองที่พลิกอยู่ตอนแรก #มันต้องมีคนอ่านฉลากก่อนหน้าแบบเราแน่เลย 😛

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!