วงการรันคลับอีกหนึ่งวงการมั้ยนะ ? เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเล่นเกมคุกกี้รัน (Cookie Run) กันมาก่อนแน่นอน หากย้อนกลับไปในช่วงสิบกว่าปีก่อน ยุคที่สมาร์ตโฟนเริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นปรากฏการณ์เลยคือเสียงเอฟเฟกต์เกมที่ดังขึ้นทุกที่ ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า ในห้องเรียน หรือในออฟฟิศ และเกมแรก ๆ ที่ทุกคนต้องมีติดเครื่องไว้ซิ่งก็คือ ‘คุกกี้รัน’ เกมวิ่งหนีแม่มดที่สร้างปรากฏการณ์ส่งคำเชิญเพื่อขอ ‘หัวใจ’ กันทั้งวันทั้งคืน
หลังจากผ่านยุคทองมาได้ไม่กี่ปี แฟนเกมชาวไทยก็ต้องใจสลายเมื่อ ‘LINE คุกกี้รัน’ ได้ประกาศยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มิถุนายน 2018 เนื่องจากหมดสัญญาระหว่างผู้พัฒนาอย่าง Devsisters กับทาง LINE ซึ่งถือเป็นการปิดฉากเกมมหาชนที่ทุกคนเคยเติมเงินและสะสมไอเทมกันมาอย่างแท้จริง
ทว่าสิ่งที่ยังอยู่คือ ‘ไอพี’ (IP) หรือตัวแบรนด์คุกกี้รันที่ทาง Devsisters ไม่ยอมปล่อยให้ตายตามเกมภาคแรกไป เลยเลือกที่จะเปิดเกมภาคต่อเองในชื่อ ‘Cookie Run: OvenBreak’ ที่ปล่อยมาตั้งแต่ช่วงปี 2016 เพื่อรองรับผู้เล่นที่ยังอยากวิ่งต่อ แม้ในช่วงแรกกระแสจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าเวอร์ชัน LINE และดูเหมือนจะเงียบหายไปในสายตาคนทั่วไป แต่การรักษาฐานแฟนคลับกลุ่มนี้ไว้ คือก้าวสำคัญที่นำไปสู่จุดเปลี่ยนในเวลาต่อมา

การแปลงโฉมสู่เกมแนวอื่นที่หลากหลาย
คุกกี้รันไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่เกมแนววิ่ง แต่ได้ขยายจักรวาลออกไปในหลายแนวทาง ซึ่งภาคที่สร้างเสียงฮือฮาที่สุดคือ ‘Cookie Run: Kingdom’ ที่เปลี่ยนมาเป็นแนวสะสมตัวละครและสร้างเมือง ผสมผสานกับการต่อสู้แบบ RPG ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย และล่าสุดกับ ‘Cookie Run: Tower of Adventures’ ที่เน้นการเล่นร่วมกันแบบ Co-op โหมด 3D ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมคนเล่นเกมในยุคนี้ได้อย่างตรงจุดกว่าเดิม
คุกกี้รันคัมแบ็ก !
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปิดให้กลับมาดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากปิดตัวไปอย่างเนิ่นนาน ก็ทำให้วงการรันคลับกลับมาเช่นกัน ความทรงจำของคนยุคส่งหัวใจมันพร้อมจะปะทุอยู่แล้ว ก็แห่ดาวน์โหลดกันมากมาย
ทำไม ‘คุกกี้รัน’ ถึงยังครองใจคนเล่นและกลับมาฮิตได้อีกครั้ง ?
1. พลังแห่งความทรงจำในวัยเด็ก
คุกกี้รันเป็นเหมือน ‘กล่องความทรงจำ’ ของคนเจเนอเรชันหนึ่ง การได้เห็นคุกกี้ผู้กล้าหาญ คุกกี้รสสมุนไพร หรือคุกกี้รสโกโก้ กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในกราฟิกที่สวยขึ้น มีเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งขึ้น มันทำให้ความทรงจำเก่า ๆ กลับมา ช่วยให้กลุ่มผู้เล่นที่ตอนนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีกำลังทรัพย์ในการเติมเกมเอนจอยขึ้น
2. ดีไซน์ตัวละครที่มีคาแรกเตอร์
สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของคุกกี้รันคือ ‘คาแรกเตอร์’ ตัวละครคุกกี้แต่ละตัวไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่มีเรื่องราวปูมหลัง มีนิสัยใจคอ และมีความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่น่าติดตาม การสร้างโลก ที่จริงจังและน่าเอาใจช่วย ทำให้ผู้เล่นเกิดความผูกพันกับตัวละคร ไม่ต่างจากการติดตามอนิเมะหรือการ์ตูนเรื่องหนึ่ง
3. เข้าถึงง่าย แต่มีมิติ
ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเป็นเกมแนวไหน คุกกี้รันยังคงรักษามาตรฐานการเล่นที่เข้าใจง่ายในเบื้องต้น แต่ถ้าอยากจะเก่งหรือผ่านด่านระดับสูง ผู้เล่นจำเป็นต้องศึกษาการจัดทีม การจับคู่สมบัติ และการวางกลยุทธ์อย่างจริงจัง ความท้าทายที่พอดีนี้ทำให้เกมไม่น่าเบื่อ และเล่นได้เรื่อย ๆ ไม่หัวร้อนจนลบเกมทิ้ง

เพื่อนร่วมรุ่นในตำนาน เกมมหาชนยุคคุกกี้รันฟีเวอร์
นอกจากนี้แล้วในช่วงปี 2013 – 2015 ซึ่งเป็นยุคที่คุกกี้รันแมสแรก ๆ ก็ยังมีเกมมือถือในไทยอื่น ๆ ร่วมแมสมาด้วยกัน ที่ใครเห็นก็ต้องร้องอ๋อ
‘LINE เกมเศรษฐี’ (LINE Let’s Get Rich) : คู่แข่งตัวฉกาจในแพลตฟอร์ม LINE ยุคนั้นเดินไปทางไหนก็จะได้ยินเสียง ‘สร้างแลนด์มาร์ก !’ เป็นเกมกระดานที่ทำลายมิตรภาพเพื่อนฝูงได้ง่ายที่สุด
‘Hay Day’ : เกมปลูกผักเลี้ยงสัตว์ในตำนาน ยุคนั้นใคร ๆ ก็ต้องคอยตื่นมาเก็บไข่ไก่ ตัดอ้อย และเปิดหนังสือพิมพ์เพื่อหาซื้อ ‘โฉนดที่ดิน’ หรือ ‘หมุด’ มาขยายฟาร์ม
‘Temple Run’ & ‘Subway Surfers’ : สองเกมแนววิ่งยุคบุกเบิกที่มาก่อนคุกกี้รันเล็กน้อย เป็นเกมทดสอบความเร็วของนิ้วมือที่ต้องคอยเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางและหนีการไล่ล่า
‘Candy Crush Saga’ : เกมเรียงลูกกวาดสุดน่ารักที่ดูเหมือนจะเล่นง่าย แต่ด่านหลัง ๆ ชวนให้หัวร้อน
อย่างไรก็ตาม การกลับมาของคุกกี้รัน ก็เหมือนเป็นการดึงกลุ่มผู้เล่นที่เติบโตมาพร้อมกับเกมให้กลับมารวมตัวกัน จาก ‘เกมแฟชั่น’ ในวันนั้น กลายเป็น ‘เกมคลาสสิก’ ที่โทรศัพท์แทบทุกเครื่องจะต้องมี ใครลองเล่นแล้วเป็นไง ต่างจากแต่ก่อนมั้ย ลองคอมเมนต์มาพูดคุยกัน













