Connect with us

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับสาวคณะสังคมสงเคราะห์ เค้าเรียนอะไรกัน พบกิจกรรมในธรรมศาสตร์ที่แสนจะไม่ธรรมดา!

Published

on

“คณะสังคมสงเคราะห์” ชื่อคณะที่แสนจะดูดีและมีภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจในสายตาของใครหลายๆ คน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในคณะที่หลายๆ คนมักจะฉงนสงสัยว่า นักศึกษาคณะนี้เค้าเรียนเกี่ยวกับอะไรกัน มีกิจกรรมอะไรบ้าง และสังคมในคณะจะเป็นอย่างไร..

วันนี้แบไต๋ก็เลยรีบคว้าตัวสาวสวย คณะสังคมสงเคราะห์มาพูดคุยกับเรา เพื่อจะได้ล้วงลึกกันไปเลย ว่าชื่อคณะที่แสนจะน่าสนใจนี้ จริงๆ แล้วเค้าเรียนอะไรกันบ้าง และชีวิตความเป็นอยู่ของหนุ่มสาวคณะนี้เป็นยังไง เอาหล่ะ ไปพูดคุยกับ อิ่ม- สุชานันท์  ฟังเสนาะ สาวคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กันเลย!

จุดเริ่มต้นของการเป็นสาวคณะสังคมสงเคราะห์..

เมื่อก่อนตอนเพื่อนในห้องแห่กันไปสอบตรงคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติวเข้าเรียนคณะนี้กัน เราเป็นคนนึงที่ไม่ได้เคยคิดอยากจะเข้าเลย งงด้วยซ้ำว่าคณะอะไรเนี่ย ไม่เคยรู้เลย (หัวเราะ)

ด้วยความที่เราเรียนศิลป์อังกฤษ – จีนมา ใจก็ลังเลว่าจะไปเรียนทางคณะภาษาไหนดี ในหัวตอนนั้นคิดแต่จะเข้าคณะภาษา แต่ก็ไม่อยากเรียนไกลบ้าน จนมาเจอแม่เพื่อนคนนึง ท่านเป็นคนที่เปรี้ยวเท่มาก ท่านเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ท่านใจดีมาก เรื่องบริการเทคแคร์แขกที่เข้ามาบ้านคือเป็นเลิศ เราถึงได้รู้จากเพื่อนว่า แม่เพื่อนเนี่ย จบคณะสังคมสงเคราะห์ ธรรมศาสตร์นั่นเอง เราถึง เห้ยยน่าสนใจ คณะนี้นี่เป็นยังไงกันน้า ทำไมจบมาก็เป็นแอร์โฮสเตสได้ และท่านก็บอกว่า เชื่อแม่สิ ภาษาเราไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมต่อยอดเอาเองข้างนอกได้ แต่วิชาคณะสังคมสงเคราะห์มันเป็นความรู้เฉพาะทาง มีแค่ที่คณะที่เดียว ตอนนั้นเลยรู้สึกว่าเออจริงด้วย ภาษาเราไปเรียนเพิ่มที่ไหนก็ได้ และวิชาทักษะการเรียนคณะนี้ก็ดูน่าสนใจ เลยตัดสินใจเลือกคณะนี้ค่ะ แล้วก็ติด (ยิ้ม)

พอเข้าไปเรียนแล้ว ถึงได้รู้ว่าคณะนี้ทำให้เราได้เปิดโลกกว้าง มีความคิดและทัศนคติที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ยิ่งเรียนยิ่งทำให้เข้าใจมนุษย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมันสามารถนำเอามาใช้ในชีวิตจริงได้จริงๆ

คณะสังคมสงเคราะห์ เรียนอะไรบ้าง

ตามชื่อคณะเลยค่ะ เราเรียนเกี่ยวกับการสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และช่วยเหลือสังคม พัฒนาสังคมเป็นหลัก

โดยปี1 เรียนทำความเข้าใจความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์แต่ละช่วงวัย จะเริ่มตั้งแต่วัยทารกถึงวัยชราเลยค่ะ ว่าวัยนี้ถึงวัยนี้จะมีความคิดและพฤติกรรมยังไง วัยเด็กร้องไห้ต้องการอะไร วัยรุ่นทำไมถึงต้องการเป็นจุดสนใจ วัยผู้ใหญ่ทำไมถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น วัยชราทำไมถึงเป็นวัยที่น้อยใจง่าย ซึ่งทุกอย่างล้วนมีสาเหตุ เป็นไปตามวัยและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เรียนเจาะลึกจะทำให้เราเข้าใจทุกคนมากขึ้น ไม่ตัดสินผู้อื่นแค่จากการกระทำ คำพูด หรือความคิดของพวกเขาค่ะ

พอปี2 วิชาคณะก็จะเริ่มเข้มข้นมากแล้วค่ะ

จะเรียนเน้นไปทางจรรยาบรรณวิชาชีพ เรียนวิธีการพูดคุยกับผู้ที่ประสบปัญหาชีวิต เรียนรู้การรับมือกับเด็ก เรียนการให้กำลังใจ เป็นที่ปรึกษาผู้อื่น ไม่ตัดสินผู้อื่น จากการกระทำหรือรูปร่างหน้าตาของนักโทษผู้ต้องขัง หรือผู้ที่กระทำความผิด และเราก็จะเริ่มลงชุมชน ลงพื้นที่เข้าหาผู้ใช้บริการที่ประสบปัญหาชีวิต ไปรับฟังปัญหาพวกเขาถึงที่ พร้อมทั้งหาสาเหตุและนำเอามาวิเคราะห์ เพื่อที่จะให้คำปรึกษาให้ชีวิตของพวกเขาได้มีทางเลือกที่ดีขึ้น และลงพื้นที่ ดูสถานเรือนจำ สถานพินิจ มูลนิธิต่างๆ ดูการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ ว่าพวกเขาปฏิบัติงานมีหน้าที่ทำอะไรกันบ้าง ส่วนปีอื่นๆ ที่อิ่มยังไม่ได้เรียน ก็คิดว่าน่าจะสนุกไม่แพ้กันค่ะ (ยิ้ม)

วิชาไหน ถูกใจอิ่มที่สุด

อิ่มชอบวิชาจรรณยาบรรณวิชาชีพและคุณค่าความเป็นมนุษย์ค่ะ เป็นวิชาที่ทำให้อิ่มหูตาสว่างเปิดใจเข้าใจทุกคนมากขึ้น เป็นวิชาที่คิดแต่ในแง่ดี ความคิดสวยสุดๆ  ค้นหาข้อดีของแต่ละคน ไม่ตัดสินผู้อื่นแค่ที่รูปร่างหน้าตา เพศ การกระทำ คำพูด หรือความคิดของพวกเขา

เล่าเรื่องที่คณะให้ฟังหน่อยสิ

สังคมคณะสังคมสงเคราะห์อิ่มว่าดีนะคะ อิ่มเจอแต่เพื่อนดีๆ เพื่อนที่รักและเป็นห่วงเราในทุกเรื่องในรั้วมหาลัย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเรียน เรื่องการใช้เงิน การหาเงิน การคบเพื่อน เพื่อนเห็นเราซื่อๆ ใจดีมากเกินไป เขาก็เป็นห่วงเรา กลัวเราโดนเพื่อนใหม่หลอกเกาะหวังผลประโยชน์ เพื่อนสนิทบางคนถึงขั้นวางแผนตารางเรียน วางแผนอนาคตให้อิ่มเลย (หัวเราะ) ทุกครั้งเวลาอิ่มมีปัญหาเรื่องเรียน ก็เพื่อนนี่แหละค่ะ ที่ทุ่มเทติวให้กับอิ่มเป็นจริงเป็นจังมาก สอบผ่านไปได้ในแต่ละครั้งต้องขอบคุณเพื่อนจริงๆ ที่ไม่เคยทิ้งกัน ตอนสอบไม่เคยมีคำว่าตัวใครตัวมันเลย มีแต่รวมตัวช่วยกันอ่านหนังสือติวให้กันทำให้อิ่มรู้ว่า เพื่อนที่มีอยู่ทุกวันนี้คือเพื่อนที่ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่ต้องทำทุกวันนี้คือ รักษาเพื่อนให้ดีที่สุด ดีกับเพื่อนให้มากๆ เลือกคบเพื่อนให้เป็น และมีเพื่อนใหม่ อย่าทิ้งเพื่อนเก่าเด็ดขาดค่ะ

เห็นบอกว่าคณะสังคมสงเคราะห์ทำให้อิ่มกลายเป็นคนรักเด็กไปแล้ว

ใช่ค่ะ (หัวเราะ) อย่างเมื่อก่อน อิ่มเป็นคนไม่ชอบเด็กมากๆ เลย มีความหลังกับเด็กดื้อเยอะมาก ทำให้เราไม่อยากยุ่งสุงสิงกับเด็ก แต่พอขึ้นมหาลัย คณะได้เน้นสอนเกี่ยวกับความคิดและพฤติกรรมมนุษย์ในแต่ละช่วงวัย และคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในตัวทุกคน ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิด ยันวัยชรา อิ่มรู้สึกอินและสนุกที่ได้เรียน เหมือนได้เปิดหูเปิดตาเปิดใจรับรู้เข้าใจกับความต้องการของมนุษย์มากขึ้น ตั้งแต่นั้นมาอิ่มเปลี่ยนกลายเป็นคนละคนเลย

ตอนแรกเราก็ไม่รู้ตัวเองหรอก จนหลังๆ ในหัวคิดแต่ว่า อยากเล่นกับเด็กจัง อยากเป็นพี่เลี้ยงเด็กจัง จึงทำให้อิ่มเริ่มหากิจกรรมที่อยู่แต่กับเด็กเล็ก เช่นการเป็นพี่เลี้ยงค่ายเด็กประถม การเป็นติวเตอร์สอนเด็กอนุบาล-ประถม การทำอาสาสมัครตามโรงเรียนเพื่อจะได้เล่นกับน้องๆ

เพราะเรามองเห็นความน่ารักในตัวเด็ก เราค้นพบความใสซื่อจริงใจและตลกเป็นธรรมชาติของเด็กๆ เลยทำให้อิ่มมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมกับเด็กๆ จนได้ยินหลายคนทักว่า เอออิ่มนี่รักเด็กเนาะ เราถึงมาเริ่มรู้ตัวเองว่า แต่ก่อนชั้นก็ไม่ได้บ้าเด็กมากขนาดนี้นะ แต่วันนี้กลายเป็นเห็นเด็กตัวเล็กๆ วิ่งไปมาแล้วมีความสุข

แบบนี้อิ่มต้องแนะนำเทคนิคการเลี้ยงลูกดีๆ บ้างแล้วหล่ะ

อิ่มเข้าใจว่าปัจจุบันหลายคนอาจมองว่า “ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน” เหมือนประโยคนี้จะทำให้ใครหลายคนกลายเป็นมีอคติกับเด็ก และไม่อยากยุ่งกับเด็กไปเลย อิ่มคิดว่าเด็กๆ เป็นไปตามวัย และขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของสังคมของเด็กและการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะหล่อหลอมเด็กคนนึงให้มีพฤติกรรม นิสัย และความคิดยังไง  สำหรับอิ่มเด็กตัวเล็กวัยแค่นี้ไม่ผิดหรอกค่ะ ผิดที่ผู้ปกครองล้วนๆ

เด็กดื้อมี 2 ประเภท

ดื้อแบบที่ 1 คือดื้อไปตามวัย พอโตมาก็ไม่ดื้อแล้ว เพราะได้รับการสั่งสอนจากผู้ปกครอง ซึ่งเราอาจพบเจอได้เยอะมาก เด็กผู้ชายที่ตอนเล็กๆ ดื้อซนใช้กำลังเถียงไม่หยุด พอโตมานิ่งเงียบเรียบร้อย เด็กผู้หญิงที่ตอนเล็กๆ เอาแต่ใจพูดมากกรี้ดกร้าดเวลาไม่ได้ดั่งใจ พอโตมาเขินขี้อายไม่กล้าแสดงออก

กับดื้อแบบที่ 2 ดื้อเพราะการเลี้ยงดูตามใจของผู้ปกครอง

ตอนเด็กๆ ดื้อยังไง โตมาก็ยังดื้อแบบนั้น นิสัยไม่เคยเปลี่ยน เหมือนเด็กวัยรุ่นทำตัวไม่ดีอย่างที่เราเห็นกันในข่าว อันนั้นเป็นการละเลยความไม่ใส่ใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของผู้ปกครองค่ะ อยากเปลี่ยนจากคำว่า “ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน” กลายเป็น “ลูกคุณแม่น่ารัก ถ้าคุณแม่รู้จักวิธีการรับมือกับลูกตัวเอง” บ่อยครั้งที่เวลาเห็นเด็กดื้อซนรบกวนคนรอบข้างจนเดือดร้อน แต่ผู้ปกครองปล่อยให้เด็กทำแบบนั้นต่อไป ไม่มีการเข้าไปห้ามปรามสั่งให้หยุดหรือสั่งสอนเด็กใน ณ ขณะนั้น  แน่นอนค่ะว่าโตมา เด็กมีสิทธิ์จะเป็นเด็กดื้อประเภทที่สอง คือเด็กจะทำตัวทำนิสัยแบบนี้ไปตลอดติดไปจนโต และใช้ข้ออ้างคำว่า ก็แค่เด็ก เป็นไปตามวัย ไม่ได้ค่ะ นั่นแปลว่าคุณรับมือกับลูกตัวเองไม่ได้ ไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นแม่คนค่ะ

และอยากบอกกับใครหลายคนที่เคยเจอเด็กดื้อและผู้ปกครองเด็กแบบนั้น เลยทำให้หวาดกลัวเด็ก ไม่อยากยุ่งเข้าใกล้กับเด็กอีกต่อไป อยากให้รู้ว่า “เด็กทุกคน ไม่ใช่คนเดียวกัน” ค่ะ ไม่อยากให้เจอเด็กคนเดียว แล้วเหมารวมว่าเด็กทุกคนจะต้องดื้อ และมีนิสัยเหมือนกัน ยังมีเด็กน่ารักๆอยู่บนโลกนี้รอเราเข้าไปเล่นทักทายอยู่ค่ะ

อิ่มเป็นอีกคนที่ชอบงานอาสาสมัคร เล่าให้ฟังหน่อย

อิ่มเป็นคนที่เอ็นจอยกับการได้มีเพื่อนใหม่มาก เป็นคนชอบทำกิจกรรมที่ได้พบเจอเพื่อนใหม่ และการได้ทำงานอาสาสมัคร มันทำให้เราได้เปิดโลกกว้าง เปิดหูเปิดตาในพื้นที่ใหม่ๆ กับคนใหม่ๆ เป็นอะไรที่สนุกตื่นเต้นท้าทายดี

กิจกรรมอาสาสมัครที่อิ่มเคยทำส่วนใหญ่ ก็จะเป็นพวก ก่อสร้าง ทาสี ทำความสะอาด เก็บขยะ พัฒนาชุมชน ทำกิจกรรมเล่นกับน้องๆ พัฒนาเยาวชน เป็นอาสาสมัครไกด์พาเที่ยวก็เคยเป็น (หัวเราะ) ทำแล้วค้นพบว่าตัวเองมีความสุขยิ้มได้กว้างหัวเราะได้มากขึ้น เลยทำต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

ค่ายที่ประทับใจที่สุด คือค่าย YMCA youth work camp ที่เชียงใหม่ค่ะ เป็นค่ายนานาชาติที่รวมหลายชาติมาร่วมกันอาสาสมัคร และค่ายนี้ไม่ใช่แค่การเป็นอาสาสมัครใช้แรงงานอย่างเดียว แต่เป็นกึ่งอาสาสมัครไกด์พาเพื่อนต่างชาติเที่ยวด้วย ไม่ว่าจะเป็นพาเที่ยวทั่วเชียงใหม่ เช่น สวนสัตว์เชียงใหม่ ถนนคนเดิน ดอยสุเทพ พิพิธภัณฑ์และวัดต่างๆ

และทำกิจกรรมเล่นเกมเอนเตอร์เทนเพื่อนต่างชาติในค่าย สอนทำขนมไทยและพากันกิน สอนทำพัดไทยเอาไว้ใช้ และที่สนุกก็คือ ในค่ายเราก็จะคิดการประกวดโชว์ของแต่ละประเทศ ฝึกซ้อมกันทุกคืนเหมือนเตรียมเข้าค่ายก่อกองไฟ แต่แค่ไม่มีไฟ (หัวเราะ)  และมีโชว์การแสดงของแต่ละชาติมาโชว์ ในคืนนั้นมีทั้งการแสดงของกลุ่มเกาหลี  ญี่ปุ่น เมียนมาร์ ลาว ไทย มาโชว์ความสามารถการแสดงของแต่ละชาติกัน สนุกมากค่ะ

เราอยู่เที่ยวทำกิจกรรมที่เชียงใหม่เสร็จ เราก็เริ่มทำอาสาสมัครก่อสร้างจริงจังละ คราวนี้นั่งรถตู้จากเชียงใหม่ไปที่จังหวัดลำพูนค่ะ เราไปสร้างห้องสมุดให้น้องที่รร. จังหวัดลำพูน โรงเรียนนี้ไม่มีห้องสมุดค่ะ คือเราเริ่มตั้งแต่ปูประเบื้องทำพื้นให้เลย และแบ่งหน้าที่กันไปทาสีโต๊ะโรงเรียน แบ่งกลุ่มกันไปทำกิจกรรมเล่นกับน้องๆ ในโรงเรียน

นอนบ้านโฮสต์ ก็จะสุ่มว่าใครได้นอนบ้านใคร วัดดวงมาก ว่าบ้านใครได้บ้านแบบไหน เพราะอากาศเย็นๆ บ้านใครอยู่ใกล้โรงเรียนสุด เพราะทุกวันเราต้องตื่นมาให้ทันเข้าแถวโรงเรียนหน้าเสาธงพร้อมกับน้องๆ ค่ะ และกฎมีอยู่ว่า ห้ามให้โฮสต์ขับรถมาส่งเด็ดขาด ต้องเดินมาเอง ซึ่งอิ่มก็จะแกมโกงหน่อยเวลาเห็นน้องผู้ชายที่เราจำหน้าได้ว่าเคยเล่นด้วยปั่นจักรยานผ่านมา เราก็จะโบกขอติดซ้อนท้ายน้องไปด้วย (หัวเราะ)  เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่สนุกมากค่ะ

ที่สำคัญการทำงานพวกนี้ นอกจากประสบการณ์การทำงาน การพบเจอความลำบาก การฝึกความอดทนแล้ว สำหรับอิ่มที่คุ้มค่ามากที่สุดคือ การได้เพื่อนสนิทใหม่ค่ะ เพื่อนที่ดี เพื่อนที่สไตล์เดียวกัน ลุยไปกับเรา ทุกวันนี้เราก็ยังสนิทติดต่อคุยแชทอัพเดตชีวิตเรื่องราวให้กันตลอด ถ้าเพื่อนต่างชาติที่สนิทกัน เขาจะบินมาเยี่ยมมาเที่ยวกับอิ่มปีละสองครั้งเลยค่ะ น่ารักมาก การได้พบเจอคนดีๆ เพื่อนดีๆ เป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดจากการไปค่ายค่ะ

จัดสรรเวลากับกิจกรรมและการเรียนต่างๆ ยังไงบ้าง

อยู่มหาวิทยาลัยการบ้านจะเพิ่มขึ้นมาทุกวัน ต้องรีบจัดลำดับเวลาก่อนส่งงาน และเคลียร์งานให้เสร็จก่อนไปค่ายค่ะ และจดปฏิทินกำหนดเวลาอ่านหนังสือก่อนสอบไม่ให้ประชั้นชิดกับเวลาทำกิจกรรมมากเกินไปค่ะ

แอปไหน ที่ทำให้ชีวิตดีสุดๆ

mandalastudio.asia

คงจะเป็นแอป Wongnai ค่ะ (หัวเราะ) เพราะคณะเราลงชุมชนบ่อยมาก จำเป็นต้องว่าระหว่างทางมีร้านของกินอะไรละแวกแถวนั้นบ้าง เพื่อไม่ให้อดตายข้างทางเวลาลงชุมชนทางไกลต่างจังหวัดค่ะ ชอบที่ทำให้เราเห็นร้านค้า ร้านอาหารใกล้ตัว เส้นทางการไปยังร้านได้สะดวกค่ะ

ดาวน์โหลด

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนต้องร้องว้าววว ดังๆ ให้กับสาวน้อยมหัศจรรย์ของเราวันนี้แน่ๆ เพราะนอกจากเธอจะมีทัศนคติดีๆ ต่อการใช้ชีวิตและสังคมแล้ว คณะที่เธอเรียนและกิจกรรมที่เธอทำ ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนครั้งหน้าแบไต๋จะพาคุณไปรู้จักกับหนุ่มสาวที่น่าสนใจคณะอะไร ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” คุยกับนักธุรกิจสาวกับการสร้างแบรนด์ออนไลน์ของตัวเอง

Published

on

ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่มีอิสระ และทำงานที่มีเวลาส่วนตัวกันทั้งนั้น และถ้าได้มีเวลาทำกิจกรรมที่ชอบแล้วด้วย มันคือชีวิตในฝันชัดๆ เหมือนกับสาวสวยที่เราจะพูดคุยกับเธอในวันนี้ ที่ตัดสินใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง และเริ่มเปิดขายออนไลน์ จนปัจจุบันมีวางขายในร้านค้าชั้นนำและเป็นที่นิยมไปแล้ว แถมเธอยังมีงานอดิเรกคือการท่องโลกเก๋ๆ ด้วย ว่าแล้วก็ไปคุยกับ ตูน – มาชิตา ภิรมย์ กันเลยดีกว่า

เล่าจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจให้ฟังหน่อยค่ะ                                                                                                       

เริ่มมาจาก Passion ล้วนๆ เลยค่ะ คือตูนเชื่อว่าการที่เราจะทำอะไรให้มันประสบความสำเร็จเนี่ย พื้นฐานของมันต้องเริ่มจากความชื่นชอบและความสนใจเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดค่ะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ตูนทำคือแป้งพัฟ ก็มาจากการที่ตูนเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก แล้วเวลาแต่งหน้าก็จะมีปัญหาในเรื่องของสิวอุดตัน เลยสอบถามจากเพื่อนๆ ด้วย แล้วก็เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ คือเราก็พบว่ามีคนที่มีปัญหาแบบเราค่อนข้างมาก มันเลยเกิดไอเดียในการทำธุรกิจ แป้งผิวแพ้ง่าย Babypuff ขึ้นมาค่ะ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์และก็จะมีต่อยอดขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ถ้าจะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง  

ตูนคิดว่าในปัจจุบัน Social network เข้ามามีบทบาทในธุรกิจเยอะมาก เลยทำให้เกิดการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่สำหรับตูนจะคิดถึงคุณภาพมาอันดับ 1 ตูนจะคิดอยู่เสมอว่าถ้าตูนเป็นลูกค้า ตูนจะคาดหวังอะไรจาก Product นี้ คือเราต้องคิดว่าเราเป็นลูกค้าค่ะ ถ้าคุณเป็นลูกค้าคุณจะได้รับความคุ้มค่าอะไรบ้างจากแป้งตลับนี้ และก็ทำมาออกมาให้ดีที่สุดในแบบฉบับของเราค่ะ รวมถึงการ Start up ของธุรกิจ online ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องของ marketing ให้ดีค่ะ แต่ว่าตูนเอง บางเดือนก็ยังใช้งบในการทำ marketing เกินงบไปเหมือนกัน เพราะว่าตูนก็ยังไม่เก่งค่ะ ยังต้องศึกษาเรียนรู้อีกเยอะ การวางแผนเลยสำคัญมากค่ะ เราต้องรู้ตัวว่าตรงนี้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ และเราจะได้ value อะไรบ้างจากตรงนี้

เคล็ดลับการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ สำหรับตูนคืออะไร

เอาจริงๆ ตูนยังไม่คิดว่าแบรนด์ตัวเอง Success ขนาดนั้นนะคะ (หัวเราะ) เพราะเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่ตูนเริ่มต้นมาเพียงคนเดียว แต่ตูนก็คิดว่า ตูนอยากให้สินค้าของตูนไม่ใช่สินค้าแบบกระแสที่มาแป้ปๆ แล้วหายไป แต่ตูนยึดมั่นในคุณภาพเป็นหลักอย่างที่บอกไปค่ะ รวมถึงจุดเด่นของ product เราก็ต้องดึงออกมาใช้ให้มากที่สุดค่ะ จนถึงตอนนี้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ขายไปได้หลายหมื่นตลับ สำหรับตูนคือตูนดีใจที่ลูกค้าแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ประทับใจ ทุกคนกลับมาซื้อซ้ำและมีการส่งรีวิวน่ารักๆ ให้เราชม มันทำให้ตูนมีความสุขมากๆ

ถ้าอยากทำธุรกิจทางออนไลน์ ต้องมีสกิลอะไร             

ในความคิดตูน สำคัญเลยคือ ต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจให้กับลูกค้า รวมถึงลูกจ้างด้วย และมองโลกตามความเป็นจริงค่ะ ตูนคิดว่า ถ้าเราคาดหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป มันเสี่ยงไปมากๆ สำหรับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ฉะนั้นเราต้องเตรียมรับมือให้พร้อมกับทุกเหตุการณ์ รวมถึงต้องมีสติและ fighting ทุกปัญหาไปให้ได้ค่ะ อย่ายอมแพ้ ตอนนี้ตูนเองก็ได้เรียน Master Degree (MBA) เพื่อเพิ่มความรู้ในด้านนี้โดยตรงค่ะ ตอนแรกตูนแทบไม่รู้อะไรเลย แต่พอได้มาเรียนปริญญาโท แล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์กลับไปมากๆ ค่ะ รวมถึงตูนก็อาศัยถามความรู้จากพี่ๆ จากเพื่อนๆ รอบตัวที่ทำธุรกิจค่ะ คือห้ามหยุดพัฒนาตัวเองสักวินาทีเลย ตูนจะชอบมากๆ ถ้าวันไหนตูนงานเยอะ งานยุ่ง ตูนรู้สึกว่าวันนี้เราใช้เวลาคุ้มค่า (หัวเราะ)

มีปัญหาหรืออุปสรรคไหนที่ตูนรู้สึกว่าพีคๆ บ้าง                                                          

ถ้าบอกว่าตูนเป็นคนใจร้อนจะเชื่อมั้ยคะ (หัวเราะ) คือตูนจะบอกเลยว่ามันอาจฟังดูเล็กน้อย แต่มันเป็นปัญหาและอุปสรรคใหญ่มากสำหรับการทำงานของตูน ตูนจะไม่ชอบความผิดพลาด ไม่ชอบอะไรที่ต้องคอยแก้ไข บางครั้งก็ตัดสินใจเร็วไปไม่ทันรอบคอบ เลยทำให้เกิดความผิดพลาด ตูนเองก็ได้เรียนรู้ว่าความใจร้อนมันทำให้พังไปหมดทุกอย่างจริงๆ ค่ะ มันเหมือนเป็นที่ดูดพลังงานเราและพลังงานคนรอบข้าง และมีเหตุการณ์ที่ทำให้ตูนสะเทือนใจอยู่พอสมควร ตูนเลยปรับและแก้นิสัยตัวเองค่ะ พยายามฟังความคิดคนอื่นมากขึ้นและเรียนรู้ได้ว่าปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดามากๆ สำหรับทุกธุรกิจค่ะ และก็ฝึกเป็นคนที่คิดช้าลงแต่รอบคอบมากขึ้นค่ะ

แรงบันดาลใจและคติในการทำงาน                                                                                                                                   

แรงบันดาลใจหรือคติในการทำงานของตูนคือ ถ้าคุณเริ่มต้นที่จะทำ คุณก็เป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานแล้วค่ะ ตูนเชื่อว่าทุกคนมีสิ่งที่เรารัก เราหวังที่อยากจะทำแต่อาจไม่ได้ทำสักที ตูนว่าแค่เราเริ่มต้นเราก็คือผู้ชนะแล้วค่ะ ในที่นี้ตูนไม่ได้หมายถึงแค่ในเรื่องของการทำงานอย่างเดียวนะคะ มันรวมไปถึงการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย หรือการออกไปท่องเที่ยว การที่ได้ทำอะไรที่เราไม่เคยได้ทำ การฝึกเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ แล้วคือตูนคิดเสมอว่า ทุกวันนี้ตูนทำงานเหนื่อยๆ แต่ตูนกลับรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลย เพราะตูนมีความสุขกับงานที่ตูนทำ ตูนเลยรู้สึกชิลมาก เวลาผ่านไปเร็วจัง ยังอยากนั่งประชุมต่อ ยังอยากนั่งคิด project ต่อเลย (หัวเราะ)

คุยเรื่องงานอดิเรกกันบ้าง เห็นตูนไปเที่ยวบ่อยมาก                                                                                 

แต่ก่อนตูนไปเที่ยวไม่บ่อยนะ เพราะตูนงก (หัวเราะ) มัวแต่เก็บเงิน เพิ่งมาเที่ยวบ่อยๆ ตอนปีกว่าๆ นี้เองค่ะ ซึ่งไปมาหลายจังหวัด หลายประเทศ เรียกได้ว่าบินทุกเดือนค่ะ (หัวเราะ) ส่วนแรงบันดาลใจในการเที่ยวของตูนคือปกติตูนไม่เคยไปต่างประเทศคนเดียวเลย แต่ปีที่แล้วตูนได้ลองทำ หลังจากนั้นก็มีทริปตามมาเรื่อยๆ ค่ะ คือตูนมาเปลี่ยนความคิดตัวเองว่า ถ้าเรามัวแต่ทำงาน มัวแต่รอคนอื่น เราจะเสียโอกาสหลายๆ อย่างไปเลยนะ แล้วเวลาที่ตูนไปเที่ยว ตูนได้มองเห็นโลกมากขึ้น เห็นวัฒนธรรมที่หลากหลาย เรียนรู้และนำมาปรับใช้เป็นไอเดียให้ธุรกิจของเราได้ค่ะ บางคนอาจมองว่าการท่องเที่ยวบ่อยจนเกินไปจะเป็นอะไรที่สิ้นเปลือง แต่สำหรับตูนมันคือวิธีชาร์จแบตให้ตัวเองที่ดีที่สุดค่ะ และถ้าเราคิดว่าเราจะเที่ยวเยอะ เราต้องหาเงินให้เยอะกว่าที่เราเที่ยวสิคะ ฟังดูแบบตลก แต่จริงๆ มันเป็นแรงบันดาลใจให้ตูนทำงานหนักเพิ่มขึ้นจริงๆ นะคะ เพราะทริปไปเที่ยวรออยู่อีกเยอะมาก (หัวเราะ)

มีทริปไหนที่ตราตรึงบ้าง                                                                             

ประทับใจที่สุดคือทริปล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วเลยค่ะ เมือง Cappadocia คือมันสวยมากๆ แล้วก็เป็นทริปที่เราอยากไปมานานแล้ว ถึงแม้จะเดินทางเหนื่อยมาก แต่ทุกอย่างมันคุ้มค่าจริงๆ คือทาง ไกด์บอกว่าเนี่ย บอลลูนไม่มี flight ขึ้นมา 2 สัปดาห์แล้วนะ เพราะสภาพอากาศของเขาอะค่ะ ตูนแบบดีใจมาก รู้สึกโชคดีมากที่ไปถึงแล้วได้ขึ้นไปข้างบนนั้น สวยมากค่ะ รู้สึกเวลาผ่านไปไวมาก ยังอยากถ่ายรูปนานกว่านี้เลย ถ้ามีโอกาสคิดว่าอยากไปอีกค่ะ แต่คงไปช่วงซัมเมอร์น่าจะสวยกว่านี้ (ยิ้ม)

มีที่ไหนที่ยังไม่เคยไป แต่ต้องไปให้ได้สักครั้งมั้ย

ทริปที่เป็น To die for ของตูนเลยคือ Santorini ประเทศกรีซค่ะ คือจะบอกว่าไงดี คืออยากไปทริปนี้มากค่ะ แต่มันดูเป็น Honeymoon Trip มาก ซี่งถ้าเราได้ไปกับคนที่เรารักคงแฮปปี้มาก แต่ตูนยังไม่มีแฟนอะค่ะเหตุผลหลักๆ (หัวเราะ) เลยต้องพับเก็บทริปในฝันนี้ไว้ก่อน ส่วนเหตุผลที่อยากไปคือ ตูนชอบบรรยากาศของพระอาทิตย์กำลังจะตกดินมาก แล้วได้ยินมาว่าที่ Santorini นี่ เวลานั้นสวยสุดๆ รวมถึง ชายหาด white beach ของที่นั่นเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ซึ่งตูนว่ามันน่าสนใจมากค่ะ อยากไปมากที่สุดแต่รอมีคนไปด้วยก่อนนะคะ (หัวเราะ)

การท่องโลกให้อะไรกับตูนบ้าง                                                                                                                                             

มันทำให้ตูนรู้ว่าโลกของเรามันสวยงามมาก มีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้เรียนรู้ เปิดทั้งความคิดและประสบการณ์ของเราค่ะ และเสน่ห์ของการท่องโลกคือความเป็นมิตรของผู้คนที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป น่ารักดีค่ะ แต่ไม่ว่าจะทริปไหนตูนมักหลงทางทุกทริปค่ะ แม้กระทั่งที่ไทย (หัวเราะ) แต่นั่นก็ถือว่าเป็นสเน่ห์ของการไปเที่ยวจริงมั้ยคะ (ยิ้ม)

ขอแอปเจ๋งๆ ที่ใช้ประจำหน่อยสิ                                                               

แอปที่ตูนคิดว่ามันเจ๋งมากคือ Goals on Track ค่ะ สามารถนำมาใช้ได้ทั้งการทำงานและการท่องเที่ยวเลยค่ะ เหมือนเราตั้งเป้าหมายของเราเอาไว้ว่าเราจะทำอะไรบ้าง ภายในเวลาเท่านี้ แล้วก็ให้เราอัพเดท คอยเป็นแรงกระตุ้นในการทำเป้าหมายนั้นๆ มันอาจจะดูเป็นแอปที่เบสิคมาก แต่สำหรับตูนมัน classy ที่สุดเลยค่ะ (หัวเราะ)

ดาวน์โหลด

ถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เราอยากใช้ชีวิตคุ้มๆ เพราะสาวคนนี้ได้ทำให้เราเข้าใจคำว่า Work hard, play harder จริงๆ ว่าแล้วก็อยากจะตั้งใจทำงาน หาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วออกไปท่องโลกบ้างแล้ว!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

Unichat สัมภาษณ์ “น้ำฝน” สาวออกแบบนิเทศศิลป์ กับการเรียนในคณะที่สนุกสุดๆ

Published

on

ใครคิดว่าตัวเองติสส์ๆ รักงานศิลปะมาทางนี้ เพราะวันนี้เราจะมาพูดถึง 1 ในสาขาวิชาที่คนรักศิลปะใฝ่ฝันอยากจะเรียน นั่นคือ “สาขาออกแบบนิเทศศิลป์”  โดยเราจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับสาวน้อยผู้รักงานศิลปะเป็นชีวิตจิตใจ อย่าง น้ำฝน – พรสายชล วนทอง สาวคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าสาขานี้เค้าเรียนอะไรกันบ้าง 

เล่าที่มาของการเลือกเรียนสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ให้ฟังหน่อย

มาจากความชอบล้วนๆ เลยค่ะ เพราะน้ำฝนเป็นคนชอบวาดรูป ชอบงานเกี่ยวกับกับศิลปะ งานออกแบบหนังสือ งานออกแบบกราฟฟิค ต่างๆ ค่ะ เลยลองหาข้อมูลดูว่ามีคณะไหนที่ตรงกับสิ่งที่เราสนใจบ้าง พอหาข้อมูลได้แล้วก็เลยเลือกเรียนสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ค่ะ ตรงกับสิ่งที่เราชอบที่สุดแล้ว (ยิ้ม)

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์จะเรียนคลอบคลุมและหลากหลายมากๆ ค่ะ ตั้งแต่เข้ามาเรียนปี1ก็จะมีเรียน การดรออิ้งพื้นฐาน จิตรกรรมพื้นฐาน ภาพพิมพ์ ประติมากรรม พวกประวัติศาสตร์ศิลป์ หลักการออกแบบ รวมไปถึงการเขียนแบบพื้นฐาน ด้วยค่ะ

พอขึ้นปี 2 ก็จะเริ่มลงลึกในส่วนของนิเทศศิลป์มากขึ้นนะ ก็จะมี เรียนถ่ายภาพด้วย เป็นวิชาที่แบบเราจะได้ออกไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ตามที่อาจารย์เขากำหนดมา วิชานี้สนุก ฝนชอบมาก (หัวเราะ) มีการเรียนทำโลโก้ ทำฟอนต์ตัวอักษร ด้วยวิชานี้ก็สนุกนะ เราสามารถเอาไปต่อยอดได้หลายอย่างเลย ส่วนวิชาที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในปี2 ก็คือ วิชาออกแบบคาแรกเตอร์ ซึ่งเป็นวิชาที่หรรษามากๆ ค่ะ (หัวเราะ) คืออาจารย์จะให้แต่งตัวมาเรียนในแต่ละสัปดาห์ไม่เหมือนกัน คือตามแต่คาแรกเตอร์ที่อาจารย์ได้กำหนดมาของแต่ละสัปดาห์ อย่างสัปดาห์นี้ให้แต่งเป็นลุคส์บุพผาชน แบบชาวอินดี้ ก็ต้องแต่งมา มีเป็นลุคส์คนบ้ามาก็มีค่ะ (หัวเราะ) ได้ทำมาสคอตส่งขนาดเท่าตัวเอง ซึ่งเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อนอันนี้สนุกสุดๆ

พอขึ้นปี 3 ก็จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ การทำบรรจุภัณฑ์ โฆษณา ทำกราฟฟิค โมชั่น ที่สนุกก็ทำหนังค่ะ ได้ออกกอง ได้ทำจริง ทำทั้งหนัง ทั้งโฆษณา ทั้งมิวสิควิดิโอ สุดยอดมาก (หัวเราะ) งานเยอะสุดก็ปี 3 นี่แหละค่ะ

พอมาปี 4 เทอม 1 เราก็จะมาเข้าสู่โหมดตะลุยกับ Thesis หรือ Art Thesis นั่นเองก็คือการทำศิลปนิพนธ์จบของนักศึกษา ใครชอบอะไรถนัดทางไหนก็ต้องงัดสิ่งนั้นออกมาโชว์กับ Thesis ของตัวเองนั่นเองค่ะ จะใช้เวลาทำเกือบทั้งเทอมนะ ซึ่งของเรา นี่พึ่งผ่านไปหมาดๆ เลยจ้า (หัวเราะ) แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เล่นเอาลากเลือดเหมือนกัน

วิชาโปรดของน้ำฝน

ชอบเรียนหมดทุกวิชานะ เลือกไม่ถูกจริงๆ (หัวเราะ) คือสำหรับฝน ฝนว่าทุกวิชาสนุกหมดเลย มีความท้าทายในตัวเองหมดเลย เลือกไม่ถูก หรืออาจเป็นเพราะเราเรียนสิ่งที่ชอบด้วยมั้ง เลยกลายเป็นว่าเราสนุกกับการเรียนในทุกๆ วิชาค่ะ

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ค่อนข้างจะมีความเฉพาะทางพอสมควร น้ำฝนคิดว่า ทักษะและพรสวรรค์ที่ต้องมีในการเรียนสาขานี้คืออะไร

สำหรับน้องๆ ที่อยากจะเข้าในสาขานี้ ก่อนอื่นเลยนี่ต้องมีความรัก มีความชอบกับงานศิลปะก่อนเลย เวลาเรียนก็จะไม่ฝืนตัวเอง และเราจะมีพลังในการเรียนมากๆ แต่ทักษะที่ต้องมีใช้ในการเรียนแน่ๆ เลยคือ ดรออิ้งค่ะ ใช้ตั้งแต่สอบเข้าเลย ต้องพอมีพื้นฐานในการวาดรูปบ้าง ซึ่งของแบบนี้สามารถฝึกกันได้ค่ะ ไม่ได้ยาก อยู่ที่การฝึกฝน พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นค่ะ ใช้พรแสวงล้วนๆ (หัวเราะ) ลองดูผลงานของคนอื่นๆ  ฝึกดรออิ้งเยอะๆ ฝึกการใช้สีพื้นฐาน แสงเงา องค์ประกอบภาพ การใช้โปรแกรมตกแต่งภาพพื้นฐานอย่าง photoshop และ illustrator อันนี้อินโฟเดธพูลที่เราทำตอนเรียนค่ะ

จบสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ ทำอาชีพอะไรดี

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายมากเลย เช่น Graphic Designer ประจำบริษัทหน่วยงานต่างๆ ,Web Graphic Designer นักออกแบบเว็บไซด์ ,Advertising Graphic Designer นักออกแบบที่ทำเกี่ยวกับออกแบบสิ่งพิมพ์ทุกอย่าง เช่น ออกแบบบูท บรรจุภัณฑ์ สินค้าต่างๆ ,Art Director นักออกแบบโฆษณา อันนี้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่แหวกแนวหน่อย ,Animator นักออกแบบอนิเมชั่น สายการ์ตูนมาทางนี้จ้า (หัวเราะ) ,Motion Graphic Designer นักออกแบบโมชั่น , Illustrator / Digital Artist นักออกแบบหนังสือ ภาพประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะนิยาย หรือนิตยสารต่างๆ ในส่วนของฝนเรียนจบไปก็อยากทำงานเกี่ยวกับด้านกราฟฟิคเพราะที่บ้านก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านนี้ค่ะ  ก็สานต่อกันไปเนอะ (หัวเราะ)

เล่ากิจกรรมที่คณะให้ฟังหน่อย

ที่คณะจะมีกิจกรรมแวะเวียนตลอดทั้งปีค่ะ เช่น การจัดนิทรรศการ โชว์ผลงานของนักศึกษาในแต่ละสาขา สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ เช่น “นิทรรศการบ้านใครบ้านมัน” ค่ะ จะจัดทุกปี อย่างปีของฝนจะแสดงเกี่ยวกับการได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อ ตัวงานนั้นจะมีการสร้างสรรค์โมเดลกระดาษในรูปทรงเรขาคณิต พร้อมด้วยแสงไฟที่เปรียบเสมือนคำสอนของพ่อที่คอยเป็นแสงสว่างให้กับปวงชนชาวไทย เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ค่ะ

โดยงานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ จะจัดที่ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ชั้น1 ค่ะ ชื่องานว่า PLAY TONE – Special Project Exhibition จะมีงานโชว์หลากหลายประเภทเลย อาทิ CORPORATE IDENTITY, MULTIMEDIA, ADVERTISING, BOOK & ILLUSTRATION ในส่วนของฝนที่เคยทำมาจะอยู่ใน MULTIMEDIA ค่ะ งานที่ทำตอนนั้นเป็นงานออกแบบเว็บไซด์ของชุมชนบ้านบาตรค่ะ เพื่ออนุรักษ์บาตรพระทำมือของไทยค่ะ ก็เป็นอีกงานที่ฝนตั้งใจทำและรู้สึกสนุกกับมัน พองานออกมาดี เราก็ดีใจค่ะ (ยิ้ม)

กิจกรรมนอกคณะ หรือนอกมหาลัย ที่น้ำฝนชอบทำคืออะไร

ของฝนจะมีแต่นัดกันกิน มากกว่านะ 5555 เรียนเสร็จ ชาบูหน้ามอ ชาบูหน้ามอกันตลอดเลยหลังๆ ขึ้นปี4 มายิ่งบ่อยเลย (หัวเราะ) จริงๆ แล้วมีรับงานวาดรูป งานออกแบบด้วย เพราะที่บ้านก็ทำพวกนี้อยู่แล้วก็ถือเป็นการทำงานและฝึกฝีมือไปในตัว และก็มีออกไปถ่ายรูปเล่นบ้าง ตอนนี้เรารับถ่ายอยู่นะ เป็นแบบให้พี่ๆ ตากล้องถ่าย ฝนว่าก็สนุกดีได้ประสบการณ์ ได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ  

มาคอลัมน์นี้ทั้งที ต้องแนะนำแอปซะหน่อยแล้ว

News in Levels ค่ะ เป็นแอปพลิเคชั่นข่าวภาษาอังกฤษ ฝึกทักษะทางด้านการอ่านและฟังภาษาอังกฤษค่ะ ชอบตรงที่ มันมีแบ่งเป็น 3 ระดับ ง่าย ปานกลาง ยาก และคำศัพท์ไม่ได้ยากเวอร์เกิน เรียนแล้วไม่ปวดหัว ไม่กดดัน เก็บเอาไว้ฝึกภาษาอังกฤษค่ะ ใครอยากฝึกก็ลองโหลดดูเด้อ มีทั้ง iOS และ Android เลย

ดาวน์โหลด

น้องๆ คนไหนอยากเรียนสาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ แล้วมาเจอบทความนี้พอดี ก็คงยิ้มด้วยความมั่นใจพร้อมก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแน่ๆ เลย เพราะสาวคณะนี้เค้าคอนเฟิร์มมาแล้วว่าเรียนสนุกและท้าทายมาก ใครอยากเข้าก็ไปแจมโลดดด..

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์ “หลิงหลิง” นางแบบสาวอาชีพกับเคล็ดลับการทำงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

Published

on

“นางแบบ นายแบบ” นับเป็นหนึ่งอาชีพที่ใครๆ ต่างก็ปรารถนา เพราะเป็นงานที่อิสระ ไม่มีขอบเขตหรือกฎเกณฑ์ตายตัว แถมยังสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ และไม่ว่าจะเป็นนางแบบนายแบบสมัครเล่นหรือมืออาชีพ ก็มีรายได้ดีๆ ได้ไม่ยากเลย

วันนี้แบไต๋เลยจะพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปพูดคุยกับนางแบบหน้าสวย หลิงหลิง-วนาภรณ์ วุฒิจรรยารักษ์ ที่มีผลงานในวงการบันเทิงมาอย่างมากมาย ทั้งถ่ายแบบนิตยสาร ถ่ายแบบโฆษณา และพิธีกรต่างๆ แถมยังจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์มาโดยตรงด้วย เอาล่ะ ไปทำความรู้จักกับเธอกันค่ะ!

จุดเริ่มต้นของอาชีพนางแบบ

จุดเริ่มต้นมาจากการที่หลิงได้ประกวดเวทีแรกคือ UTAITIP FRESHY IDOL สมัยนี้เค้าใช้ชื่อว่า UTIP แทนค่ะ ซึ่งเป็นเวทีแรกในการประกวด เลยทำให้เราได้รู้จักพี่ๆ ในกอง รวมถึงมีโมเดลลิ่งมาติดต่อให้ไปอยู่ในสังกัด หลังจากนั้นก็เริ่มมีการถ่ายแบบและเดินแบบเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ และยิ่งพอเราไปแคสงานตรงนู้นตรงนี้ สังคมก็กว้างขึ้น ก็มีโอกาสได้ทำงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก เลยเป็นการต่อยอดไปเรื่อยๆ ค่ะ

ทำไมถึงเลือกทำงานในวงการบันเทิง

จริงๆ ตั้งแต่สมัยเรียน หลิงก็ชอบทำกิจกรรมของโรงเรียนอยู่แล้ว เลยรู้ว่าตัวเราเองชอบงานในวงการบันเทิงทุกด้าน ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเลย ตอนมหาวิทยาลัยก็เลยศึกษาต่อคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เอกการประชาสัมพันธ์ โท ภาพยนตร์
เพราะเรารู้สึกว่างานด้านนี้ต้องเจอคนมากมายหลายรูปแบบ ได้เรียนรู้สังคมต่างๆ มากขึ้น เหมือนเราได้ทำอะไรแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา รู้สึกท้าทายดีค่ะ

อยากเป็นนางแบบอาชีพแบบหลิงหลิง ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

สำหรับหลิงคิดว่าการเป็นนางแบบอยู่ที่ประสบการณ์ค่ะ แรกๆ ก็ยังไม่รู้ว่าเราต้องโพสท่ายังไง ทำหน้ายังไง มือวางตรงไหน ยอมรับเลยว่าหลิงเองแรกๆ ก็เกร็งมาก แต่พอเราทำงานบ่อยๆ พัฒนาตัวเองมากขึ้น เราก็มีทักษะต่างๆ มากขึ้นด้วย แต่แนะนำเรื่องการเตรียมตัวสำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนางแบบ น้องๆ ก็สามารถดูได้จากคอลัมน์แฟชั่นต่างๆ แล้วสังเกตท่าโพสของนางแบบ แล้วก็หัดโพสหน้ากระจก เราจะได้ไม่เขิน โดยมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ คือถ้าเราต้องถ่ายงานพรีเซนท์สินค้าอะไร เราก็ต้องโพสท่าให้สินค้านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดค่ะ ยกตัวอย่างนะคะ ถ้าเราต้องพรีเซนท์เสื้อผ้า เราก็จะต้องทำให้เสื้อผ้าเด่นขึ้นมานั่นเองค่ะ ลองดูนะคะน้องๆ ไม่ยากเลย

ผลงานที่หลิงหลิงชอบที่สุดคือ..

จริงๆ ชอบหลายงานเลยค่ะ ขอพูดถึงงานถ่ายแบบงานแรกเลย คือของนิตยสารญี่ปุ่นค่ะ ที่ชอบเพราะได้แต่งตัวหลากหลายสไตล์ เหมือนเราได้แต่งตัวในแบบที่เราไม่เคยแต่ง อารมณ์แบบสาวญี่ปุ่นหลุดออกมา (หัวเราะ) ชุดน่ารักมากๆ พร็อบจัดเต็ม วันนั้นถ่ายประมาณ 5 ชุดค่ะ ซึ่งระหว่างถ่ายก็สนุกมากค่ะ ถ่ายแล้วไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะทีมงานทุกคนน่ารัก ตากล้อง ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม สไตล์ลิส คือทำงานไวมาก ตอนถ่ายเราก็ต้องโพสท่า ยิ้ม หัวเราะ สนุกสนาน น่ารักใสใส รวมถึงเซ็กซี่ด้วย ยากนิดหน่อย แต่ก็ผ่านมาด้วยดี (ยิ้ม) นิตยสารออกรู้สึกชอบมาก ภาพออกมาสวย ถูกใจหลิงมาก ซื้อเก็บไว้ด้วยนะ ในอนาคตจะได้เอาไว้ให้ลูกเราดูว่าแม่ก็เคยถ่ายแบบด้วย (หัวเราะ)

อาชีพนางแบบเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูง มีวิธีพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

ยอมรับเลยค่ะว่าการแข่งขันสูงจริงๆ เราก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พัฒนาฝีมือของเราตลอดเวลา เพราะคนที่ทำงานกับเราจะได้ทำงานง่ายด้วย (หัวเราะ) เรื่องการตรงต่อเวลาก็สำคัญมากค่ะ ถ้าเราไปสาย ก็จะเสียเวลากับคนอื่นๆ ทำให้คนอื่นต้องมารอเรา ก็ไม่น่ารักเลย ดังนั้นมาก่อนเวลาได้เป็นอันดีค่ะ จะได้แสดงถึงความรับผิดชอบของเราด้วย


แคสงานยังไงให้ได้งาน.. ขอเทคนิคหน่อยสิ

เราต้องดึงความเป็นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุดค่ะ เพราะการเป็นตัวเองจะทำให้เราดูเป็นธรรมชาติและน่าสนใจขึ้นมาได้ และบางทีความตื่นเต้นก็อาจจะทำให้เราทำพลาดได้ แต่ถ้าพลาดแล้ว เราก็ต้องสามารถแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ และสิ่งที่เราต้องมีคือ “สติ และความมั่นใจ” จะทำให้เราผ่านมันไปได้ด้วยดีค่ะ

งานในวงการบันเทิงให้อะไรเราบ้าง

หลิงได้เรียนรู้เยอะมาก สำคัญที่สุดคือเราได้เรียนรู้ถึงการทำงานร่วมกับผู้อื่นค่ะ เพราะงานด้านนี้เราต้องเจอผู้คน หลากหลายเพศ หลายวัย หลายเชื้อชาติ ฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไร จะพูดอะไร ต้องคิดก่อนพูด คิดก่อนทำเสมอ งานด้านนี้เลยเป็นอะไรที่ทำให้หลิงได้เรียนรู้ถึงการปรับตัวและวางตัวให้เหมาะสมในทุกสถานการณ์ค่ะ

ต้องมีทักษะอะไรบ้าง ถ้าอยากทำงานด้านนี้

หลิงว่าคงเป็นการกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเองค่ะ เราควรฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะงานด้านนี้การแข่งขันสูงพอสมควรเลย และเด็กรุ่นใหม่เก่งขึ้นทุกวัน (หัวเราะ) หากเราย่ำอยู่กับที่เราก็จะไม่ได้รับโอกาสใหม่ๆ เข้ามาค่ะ

คติในการทำงาน

ตรงต่อเวลา มีสัมมาคารวะ และต้องรักษามาตรฐานการทำงานของเราให้ดีอยู่เสมอค่ะ (ยิ้ม)



หลิงหลิงคิดว่าเสน่ห์ของงานด้านนี้คืออะไร

หลิงว่าคงเป็นเพราะงานด้านนี้ ไม่มีกรอบในการทำงานที่ตายตัว ไม่ได้กำหนดว่าเราต้องเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ เรียกได้ว่าเราสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทำให้เรารู้สึกเป็นอิสระ ไม่ต้องกังวลหรือวิตกมากเกินด้วยค่ะ

แนะนำแอปที่ถูกใจใช่เลยหน่อยค่ะ

หลิงค่อนข้างจะชอบถ่ายรูปค่ะ บางทีก็เซลฟี่ตัวเองเล่นๆ ก็มีแต่งรูปบ้างประปราย ปกติแอปที่ใช้ในการปรับสี หรือแต่งรูปจะเป็น BeautyPlus ค่ะ ใช้งานง่ายและสะดวก มีลูกเล่นให้เล่นเยอะ สามารถปรับสีตามที่เราชอบได้ เป็นแอปโปรดของหลิงเลย

ดาวน์โหลด

ถือเป็นบทสัมภาษณ์ดีๆ จากนางแบบหน้าใส หุ่นเป๊ะ อย่างหลิงหลิงจริงๆ.. ใครที่อยากเป็นนางแบบ นายแบบอาชีพหรือสมัครเล่น เห็นทีจะได้แรงบันดาลใจและลู่ทางดีๆ ไปไม่น้อยเลย และแม้ว่าเส้นทางนี้อาจไม่ได้โรยด้วยกีบกุหลาบ แต่แบไต๋ก็เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของคุณแน่นอน

เอาเป็นว่าแบไต๋ขอเอาใจช่วยนางแบบ นายแบบหน้าใหม่แล้วกันนะ ลุยยย!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!