Connect with us

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับสาวคณะสังคมสงเคราะห์ เค้าเรียนอะไรกัน พบกิจกรรมในธรรมศาสตร์ที่แสนจะไม่ธรรมดา!

Published

on

“คณะสังคมสงเคราะห์” ชื่อคณะที่แสนจะดูดีและมีภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจในสายตาของใครหลายๆ คน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในคณะที่หลายๆ คนมักจะฉงนสงสัยว่า นักศึกษาคณะนี้เค้าเรียนเกี่ยวกับอะไรกัน มีกิจกรรมอะไรบ้าง และสังคมในคณะจะเป็นอย่างไร..

วันนี้แบไต๋ก็เลยรีบคว้าตัวสาวสวย คณะสังคมสงเคราะห์มาพูดคุยกับเรา เพื่อจะได้ล้วงลึกกันไปเลย ว่าชื่อคณะที่แสนจะน่าสนใจนี้ จริงๆ แล้วเค้าเรียนอะไรกันบ้าง และชีวิตความเป็นอยู่ของหนุ่มสาวคณะนี้เป็นยังไง เอาหล่ะ ไปพูดคุยกับ อิ่ม- สุชานันท์  ฟังเสนาะ สาวคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กันเลย!

จุดเริ่มต้นของการเป็นสาวคณะสังคมสงเคราะห์..

เมื่อก่อนตอนเพื่อนในห้องแห่กันไปสอบตรงคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติวเข้าเรียนคณะนี้กัน เราเป็นคนนึงที่ไม่ได้เคยคิดอยากจะเข้าเลย งงด้วยซ้ำว่าคณะอะไรเนี่ย ไม่เคยรู้เลย (หัวเราะ)

ด้วยความที่เราเรียนศิลป์อังกฤษ – จีนมา ใจก็ลังเลว่าจะไปเรียนทางคณะภาษาไหนดี ในหัวตอนนั้นคิดแต่จะเข้าคณะภาษา แต่ก็ไม่อยากเรียนไกลบ้าน จนมาเจอแม่เพื่อนคนนึง ท่านเป็นคนที่เปรี้ยวเท่มาก ท่านเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ท่านใจดีมาก เรื่องบริการเทคแคร์แขกที่เข้ามาบ้านคือเป็นเลิศ เราถึงได้รู้จากเพื่อนว่า แม่เพื่อนเนี่ย จบคณะสังคมสงเคราะห์ ธรรมศาสตร์นั่นเอง เราถึง เห้ยยน่าสนใจ คณะนี้นี่เป็นยังไงกันน้า ทำไมจบมาก็เป็นแอร์โฮสเตสได้ และท่านก็บอกว่า เชื่อแม่สิ ภาษาเราไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมต่อยอดเอาเองข้างนอกได้ แต่วิชาคณะสังคมสงเคราะห์มันเป็นความรู้เฉพาะทาง มีแค่ที่คณะที่เดียว ตอนนั้นเลยรู้สึกว่าเออจริงด้วย ภาษาเราไปเรียนเพิ่มที่ไหนก็ได้ และวิชาทักษะการเรียนคณะนี้ก็ดูน่าสนใจ เลยตัดสินใจเลือกคณะนี้ค่ะ แล้วก็ติด (ยิ้ม)

พอเข้าไปเรียนแล้ว ถึงได้รู้ว่าคณะนี้ทำให้เราได้เปิดโลกกว้าง มีความคิดและทัศนคติที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ยิ่งเรียนยิ่งทำให้เข้าใจมนุษย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมันสามารถนำเอามาใช้ในชีวิตจริงได้จริงๆ

คณะสังคมสงเคราะห์ เรียนอะไรบ้าง

ตามชื่อคณะเลยค่ะ เราเรียนเกี่ยวกับการสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และช่วยเหลือสังคม พัฒนาสังคมเป็นหลัก

โดยปี1 เรียนทำความเข้าใจความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์แต่ละช่วงวัย จะเริ่มตั้งแต่วัยทารกถึงวัยชราเลยค่ะ ว่าวัยนี้ถึงวัยนี้จะมีความคิดและพฤติกรรมยังไง วัยเด็กร้องไห้ต้องการอะไร วัยรุ่นทำไมถึงต้องการเป็นจุดสนใจ วัยผู้ใหญ่ทำไมถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น วัยชราทำไมถึงเป็นวัยที่น้อยใจง่าย ซึ่งทุกอย่างล้วนมีสาเหตุ เป็นไปตามวัยและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เรียนเจาะลึกจะทำให้เราเข้าใจทุกคนมากขึ้น ไม่ตัดสินผู้อื่นแค่จากการกระทำ คำพูด หรือความคิดของพวกเขาค่ะ

พอปี2 วิชาคณะก็จะเริ่มเข้มข้นมากแล้วค่ะ

จะเรียนเน้นไปทางจรรยาบรรณวิชาชีพ เรียนวิธีการพูดคุยกับผู้ที่ประสบปัญหาชีวิต เรียนรู้การรับมือกับเด็ก เรียนการให้กำลังใจ เป็นที่ปรึกษาผู้อื่น ไม่ตัดสินผู้อื่น จากการกระทำหรือรูปร่างหน้าตาของนักโทษผู้ต้องขัง หรือผู้ที่กระทำความผิด และเราก็จะเริ่มลงชุมชน ลงพื้นที่เข้าหาผู้ใช้บริการที่ประสบปัญหาชีวิต ไปรับฟังปัญหาพวกเขาถึงที่ พร้อมทั้งหาสาเหตุและนำเอามาวิเคราะห์ เพื่อที่จะให้คำปรึกษาให้ชีวิตของพวกเขาได้มีทางเลือกที่ดีขึ้น และลงพื้นที่ ดูสถานเรือนจำ สถานพินิจ มูลนิธิต่างๆ ดูการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ ว่าพวกเขาปฏิบัติงานมีหน้าที่ทำอะไรกันบ้าง ส่วนปีอื่นๆ ที่อิ่มยังไม่ได้เรียน ก็คิดว่าน่าจะสนุกไม่แพ้กันค่ะ (ยิ้ม)

วิชาไหน ถูกใจอิ่มที่สุด

อิ่มชอบวิชาจรรณยาบรรณวิชาชีพและคุณค่าความเป็นมนุษย์ค่ะ เป็นวิชาที่ทำให้อิ่มหูตาสว่างเปิดใจเข้าใจทุกคนมากขึ้น เป็นวิชาที่คิดแต่ในแง่ดี ความคิดสวยสุดๆ  ค้นหาข้อดีของแต่ละคน ไม่ตัดสินผู้อื่นแค่ที่รูปร่างหน้าตา เพศ การกระทำ คำพูด หรือความคิดของพวกเขา

เล่าเรื่องที่คณะให้ฟังหน่อยสิ

สังคมคณะสังคมสงเคราะห์อิ่มว่าดีนะคะ อิ่มเจอแต่เพื่อนดีๆ เพื่อนที่รักและเป็นห่วงเราในทุกเรื่องในรั้วมหาลัย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเรียน เรื่องการใช้เงิน การหาเงิน การคบเพื่อน เพื่อนเห็นเราซื่อๆ ใจดีมากเกินไป เขาก็เป็นห่วงเรา กลัวเราโดนเพื่อนใหม่หลอกเกาะหวังผลประโยชน์ เพื่อนสนิทบางคนถึงขั้นวางแผนตารางเรียน วางแผนอนาคตให้อิ่มเลย (หัวเราะ) ทุกครั้งเวลาอิ่มมีปัญหาเรื่องเรียน ก็เพื่อนนี่แหละค่ะ ที่ทุ่มเทติวให้กับอิ่มเป็นจริงเป็นจังมาก สอบผ่านไปได้ในแต่ละครั้งต้องขอบคุณเพื่อนจริงๆ ที่ไม่เคยทิ้งกัน ตอนสอบไม่เคยมีคำว่าตัวใครตัวมันเลย มีแต่รวมตัวช่วยกันอ่านหนังสือติวให้กันทำให้อิ่มรู้ว่า เพื่อนที่มีอยู่ทุกวันนี้คือเพื่อนที่ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่ต้องทำทุกวันนี้คือ รักษาเพื่อนให้ดีที่สุด ดีกับเพื่อนให้มากๆ เลือกคบเพื่อนให้เป็น และมีเพื่อนใหม่ อย่าทิ้งเพื่อนเก่าเด็ดขาดค่ะ

เห็นบอกว่าคณะสังคมสงเคราะห์ทำให้อิ่มกลายเป็นคนรักเด็กไปแล้ว

ใช่ค่ะ (หัวเราะ) อย่างเมื่อก่อน อิ่มเป็นคนไม่ชอบเด็กมากๆ เลย มีความหลังกับเด็กดื้อเยอะมาก ทำให้เราไม่อยากยุ่งสุงสิงกับเด็ก แต่พอขึ้นมหาลัย คณะได้เน้นสอนเกี่ยวกับความคิดและพฤติกรรมมนุษย์ในแต่ละช่วงวัย และคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในตัวทุกคน ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิด ยันวัยชรา อิ่มรู้สึกอินและสนุกที่ได้เรียน เหมือนได้เปิดหูเปิดตาเปิดใจรับรู้เข้าใจกับความต้องการของมนุษย์มากขึ้น ตั้งแต่นั้นมาอิ่มเปลี่ยนกลายเป็นคนละคนเลย

ตอนแรกเราก็ไม่รู้ตัวเองหรอก จนหลังๆ ในหัวคิดแต่ว่า อยากเล่นกับเด็กจัง อยากเป็นพี่เลี้ยงเด็กจัง จึงทำให้อิ่มเริ่มหากิจกรรมที่อยู่แต่กับเด็กเล็ก เช่นการเป็นพี่เลี้ยงค่ายเด็กประถม การเป็นติวเตอร์สอนเด็กอนุบาล-ประถม การทำอาสาสมัครตามโรงเรียนเพื่อจะได้เล่นกับน้องๆ

เพราะเรามองเห็นความน่ารักในตัวเด็ก เราค้นพบความใสซื่อจริงใจและตลกเป็นธรรมชาติของเด็กๆ เลยทำให้อิ่มมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมกับเด็กๆ จนได้ยินหลายคนทักว่า เอออิ่มนี่รักเด็กเนาะ เราถึงมาเริ่มรู้ตัวเองว่า แต่ก่อนชั้นก็ไม่ได้บ้าเด็กมากขนาดนี้นะ แต่วันนี้กลายเป็นเห็นเด็กตัวเล็กๆ วิ่งไปมาแล้วมีความสุข

แบบนี้อิ่มต้องแนะนำเทคนิคการเลี้ยงลูกดีๆ บ้างแล้วหล่ะ

อิ่มเข้าใจว่าปัจจุบันหลายคนอาจมองว่า “ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน” เหมือนประโยคนี้จะทำให้ใครหลายคนกลายเป็นมีอคติกับเด็ก และไม่อยากยุ่งกับเด็กไปเลย อิ่มคิดว่าเด็กๆ เป็นไปตามวัย และขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของสังคมของเด็กและการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะหล่อหลอมเด็กคนนึงให้มีพฤติกรรม นิสัย และความคิดยังไง  สำหรับอิ่มเด็กตัวเล็กวัยแค่นี้ไม่ผิดหรอกค่ะ ผิดที่ผู้ปกครองล้วนๆ

เด็กดื้อมี 2 ประเภท

ดื้อแบบที่ 1 คือดื้อไปตามวัย พอโตมาก็ไม่ดื้อแล้ว เพราะได้รับการสั่งสอนจากผู้ปกครอง ซึ่งเราอาจพบเจอได้เยอะมาก เด็กผู้ชายที่ตอนเล็กๆ ดื้อซนใช้กำลังเถียงไม่หยุด พอโตมานิ่งเงียบเรียบร้อย เด็กผู้หญิงที่ตอนเล็กๆ เอาแต่ใจพูดมากกรี้ดกร้าดเวลาไม่ได้ดั่งใจ พอโตมาเขินขี้อายไม่กล้าแสดงออก

กับดื้อแบบที่ 2 ดื้อเพราะการเลี้ยงดูตามใจของผู้ปกครอง

ตอนเด็กๆ ดื้อยังไง โตมาก็ยังดื้อแบบนั้น นิสัยไม่เคยเปลี่ยน เหมือนเด็กวัยรุ่นทำตัวไม่ดีอย่างที่เราเห็นกันในข่าว อันนั้นเป็นการละเลยความไม่ใส่ใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของผู้ปกครองค่ะ อยากเปลี่ยนจากคำว่า “ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน” กลายเป็น “ลูกคุณแม่น่ารัก ถ้าคุณแม่รู้จักวิธีการรับมือกับลูกตัวเอง” บ่อยครั้งที่เวลาเห็นเด็กดื้อซนรบกวนคนรอบข้างจนเดือดร้อน แต่ผู้ปกครองปล่อยให้เด็กทำแบบนั้นต่อไป ไม่มีการเข้าไปห้ามปรามสั่งให้หยุดหรือสั่งสอนเด็กใน ณ ขณะนั้น  แน่นอนค่ะว่าโตมา เด็กมีสิทธิ์จะเป็นเด็กดื้อประเภทที่สอง คือเด็กจะทำตัวทำนิสัยแบบนี้ไปตลอดติดไปจนโต และใช้ข้ออ้างคำว่า ก็แค่เด็ก เป็นไปตามวัย ไม่ได้ค่ะ นั่นแปลว่าคุณรับมือกับลูกตัวเองไม่ได้ ไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นแม่คนค่ะ

และอยากบอกกับใครหลายคนที่เคยเจอเด็กดื้อและผู้ปกครองเด็กแบบนั้น เลยทำให้หวาดกลัวเด็ก ไม่อยากยุ่งเข้าใกล้กับเด็กอีกต่อไป อยากให้รู้ว่า “เด็กทุกคน ไม่ใช่คนเดียวกัน” ค่ะ ไม่อยากให้เจอเด็กคนเดียว แล้วเหมารวมว่าเด็กทุกคนจะต้องดื้อ และมีนิสัยเหมือนกัน ยังมีเด็กน่ารักๆอยู่บนโลกนี้รอเราเข้าไปเล่นทักทายอยู่ค่ะ

อิ่มเป็นอีกคนที่ชอบงานอาสาสมัคร เล่าให้ฟังหน่อย

อิ่มเป็นคนที่เอ็นจอยกับการได้มีเพื่อนใหม่มาก เป็นคนชอบทำกิจกรรมที่ได้พบเจอเพื่อนใหม่ และการได้ทำงานอาสาสมัคร มันทำให้เราได้เปิดโลกกว้าง เปิดหูเปิดตาในพื้นที่ใหม่ๆ กับคนใหม่ๆ เป็นอะไรที่สนุกตื่นเต้นท้าทายดี

กิจกรรมอาสาสมัครที่อิ่มเคยทำส่วนใหญ่ ก็จะเป็นพวก ก่อสร้าง ทาสี ทำความสะอาด เก็บขยะ พัฒนาชุมชน ทำกิจกรรมเล่นกับน้องๆ พัฒนาเยาวชน เป็นอาสาสมัครไกด์พาเที่ยวก็เคยเป็น (หัวเราะ) ทำแล้วค้นพบว่าตัวเองมีความสุขยิ้มได้กว้างหัวเราะได้มากขึ้น เลยทำต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

ค่ายที่ประทับใจที่สุด คือค่าย YMCA youth work camp ที่เชียงใหม่ค่ะ เป็นค่ายนานาชาติที่รวมหลายชาติมาร่วมกันอาสาสมัคร และค่ายนี้ไม่ใช่แค่การเป็นอาสาสมัครใช้แรงงานอย่างเดียว แต่เป็นกึ่งอาสาสมัครไกด์พาเพื่อนต่างชาติเที่ยวด้วย ไม่ว่าจะเป็นพาเที่ยวทั่วเชียงใหม่ เช่น สวนสัตว์เชียงใหม่ ถนนคนเดิน ดอยสุเทพ พิพิธภัณฑ์และวัดต่างๆ

และทำกิจกรรมเล่นเกมเอนเตอร์เทนเพื่อนต่างชาติในค่าย สอนทำขนมไทยและพากันกิน สอนทำพัดไทยเอาไว้ใช้ และที่สนุกก็คือ ในค่ายเราก็จะคิดการประกวดโชว์ของแต่ละประเทศ ฝึกซ้อมกันทุกคืนเหมือนเตรียมเข้าค่ายก่อกองไฟ แต่แค่ไม่มีไฟ (หัวเราะ)  และมีโชว์การแสดงของแต่ละชาติมาโชว์ ในคืนนั้นมีทั้งการแสดงของกลุ่มเกาหลี  ญี่ปุ่น เมียนมาร์ ลาว ไทย มาโชว์ความสามารถการแสดงของแต่ละชาติกัน สนุกมากค่ะ

เราอยู่เที่ยวทำกิจกรรมที่เชียงใหม่เสร็จ เราก็เริ่มทำอาสาสมัครก่อสร้างจริงจังละ คราวนี้นั่งรถตู้จากเชียงใหม่ไปที่จังหวัดลำพูนค่ะ เราไปสร้างห้องสมุดให้น้องที่รร. จังหวัดลำพูน โรงเรียนนี้ไม่มีห้องสมุดค่ะ คือเราเริ่มตั้งแต่ปูประเบื้องทำพื้นให้เลย และแบ่งหน้าที่กันไปทาสีโต๊ะโรงเรียน แบ่งกลุ่มกันไปทำกิจกรรมเล่นกับน้องๆ ในโรงเรียน

นอนบ้านโฮสต์ ก็จะสุ่มว่าใครได้นอนบ้านใคร วัดดวงมาก ว่าบ้านใครได้บ้านแบบไหน เพราะอากาศเย็นๆ บ้านใครอยู่ใกล้โรงเรียนสุด เพราะทุกวันเราต้องตื่นมาให้ทันเข้าแถวโรงเรียนหน้าเสาธงพร้อมกับน้องๆ ค่ะ และกฎมีอยู่ว่า ห้ามให้โฮสต์ขับรถมาส่งเด็ดขาด ต้องเดินมาเอง ซึ่งอิ่มก็จะแกมโกงหน่อยเวลาเห็นน้องผู้ชายที่เราจำหน้าได้ว่าเคยเล่นด้วยปั่นจักรยานผ่านมา เราก็จะโบกขอติดซ้อนท้ายน้องไปด้วย (หัวเราะ)  เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่สนุกมากค่ะ

ที่สำคัญการทำงานพวกนี้ นอกจากประสบการณ์การทำงาน การพบเจอความลำบาก การฝึกความอดทนแล้ว สำหรับอิ่มที่คุ้มค่ามากที่สุดคือ การได้เพื่อนสนิทใหม่ค่ะ เพื่อนที่ดี เพื่อนที่สไตล์เดียวกัน ลุยไปกับเรา ทุกวันนี้เราก็ยังสนิทติดต่อคุยแชทอัพเดตชีวิตเรื่องราวให้กันตลอด ถ้าเพื่อนต่างชาติที่สนิทกัน เขาจะบินมาเยี่ยมมาเที่ยวกับอิ่มปีละสองครั้งเลยค่ะ น่ารักมาก การได้พบเจอคนดีๆ เพื่อนดีๆ เป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดจากการไปค่ายค่ะ

จัดสรรเวลากับกิจกรรมและการเรียนต่างๆ ยังไงบ้าง

อยู่มหาวิทยาลัยการบ้านจะเพิ่มขึ้นมาทุกวัน ต้องรีบจัดลำดับเวลาก่อนส่งงาน และเคลียร์งานให้เสร็จก่อนไปค่ายค่ะ และจดปฏิทินกำหนดเวลาอ่านหนังสือก่อนสอบไม่ให้ประชั้นชิดกับเวลาทำกิจกรรมมากเกินไปค่ะ

แอปไหน ที่ทำให้ชีวิตดีสุดๆ

mandalastudio.asia

คงจะเป็นแอป Wongnai ค่ะ (หัวเราะ) เพราะคณะเราลงชุมชนบ่อยมาก จำเป็นต้องว่าระหว่างทางมีร้านของกินอะไรละแวกแถวนั้นบ้าง เพื่อไม่ให้อดตายข้างทางเวลาลงชุมชนทางไกลต่างจังหวัดค่ะ ชอบที่ทำให้เราเห็นร้านค้า ร้านอาหารใกล้ตัว เส้นทางการไปยังร้านได้สะดวกค่ะ

ดาวน์โหลด

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนต้องร้องว้าววว ดังๆ ให้กับสาวน้อยมหัศจรรย์ของเราวันนี้แน่ๆ เพราะนอกจากเธอจะมีทัศนคติดีๆ ต่อการใช้ชีวิตและสังคมแล้ว คณะที่เธอเรียนและกิจกรรมที่เธอทำ ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนครั้งหน้าแบไต๋จะพาคุณไปรู้จักกับหนุ่มสาวที่น่าสนใจคณะอะไร ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

UniChat ต้อนรับเปิดเทอมกับ “แสตมป์” เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Published

on

เพิ่งเปิดเทอมกันไปสักพัก หนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยคงหน้าชื่นตาบาน มีความสุขต้อนรับเทอมแรกกันเรียบร้อย แต่น้องๆ เฟรชชี่หลายคนอาจยังรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกันอยู่ รวมถึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะแผนการเรียนเอย ชั่วโมงการเรียนเอย เพื่อนใหม่เอย ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง.. วันนี้แบไต๋ก็รีบจับสาวเฟรชชี่มานั่งพูดคุยด้วยว่ายินดียินร้ายกับขีวิตเฟรชชี่ยังไงบ้าง เอาล่ะ! ชักช้าอยู่ใยเดี๋ยววันนี้เราไปคุยกับ แสตมป์ – มนชิดา ลิขิตปถัมภ์ เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรชีวการแพทย์ นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กันเลย!

เป็นมายังไง ทำไมกลายเป็นสาววิทยาได้

ที่แตมเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ชีวการแพทย์หลักสูตรนานาชาติ เพราะแตมชอบเรียนวิชาชีวะ ชอบศึกษา Anatomy และสนใจด้านสุขภาพค่ะ ซึ่งสาขาชีวการแพทย์ก็ตอบโจทย์ความสนใจของแตมมาก เพราะเราได้เรียนพื้นฐานทั้งหมด พูดง่ายๆ ก็เรียนวิชาพื้นฐานของแพทย์ แต่ว่าไม่ได้เจาะลึกค่ะ

เล่าวันประกาศผลการสอบเข้าให้ฟังหน่อยสิ

ตอนประกาศผลรอบ 3 มหิดลประกาศเกือบท้ายๆ เลยค่ะ ตอนนั้นแตมลุ้นมาก (หัวเราะ) แตมอยู่ที่กระบี่กับเพื่อนๆ ค่ะ วันนั้นตอนเช้ากำลังจะออกไปดำน้ำกัน มหิดลประกาศตอน 9 โมง แตมรอตั้งแต่ 7 โมง พอเห็นชื่อเราในประกาศของมหาวิทยาลัย มือสั่นไปหมดเลย ทั้งรู้สึกดีใจแล้วก็โล่งใจ เหมือนความพยายามที่เราอดทนรอมาและตั้งใจมันเห็นผลสักที รีบบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อนเป็นอย่างแรก เพราะท่านเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนมาตลอด เรารู้สึกว่าพอเราติดแล้วทำให้ท่านภูมิใจ หายเหนื่อย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

สมมติว่าแสตมป์ไม่ได้เข้าคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ แตมจะบอกตัวเองว่ายังไง

จริงๆ แล้วแตมอยากเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ค่ะ แต่ว่าไม่ได้ในมหาวิทยาลัยที่แตมหวังไว้ วิธีที่แตมปรับทัศนคติและให้กำลังใจตัวเองคือก่อนเตรียมตัวสอบตลอดจนถึงการสอบ แตมพยายามตั้งใจทำให้เต็มที่ที่สุดค่ะ พอผลออกมาไม่ว่าจะตามที่เราต้องการหรือผิดหวังไปบ้าง แต่เราก็ได้ตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุดแล้ว เราก็ยอมรับผลที่ตามมาแล้วไม่รู้สึกเสียใจค่ะ และอีกทางคือเราก็หาคณะสำรองที่เราชอบและสนใจควบคู่ไปด้วย เป็นอีกแนวทางนึงที่เราควรเตรียมตัวเผื่อไว้ค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ผิดหวังกับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยครั้งนี้ จะฝากบอกเค้าว่าอะไร

แตมอยากบอกว่า มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นก้าวสำคัญของชีวิตก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่เราสอบไม่ติดคณะที่เราต้องการ จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตค่ะ แตมอยากให้ทุกคนเคารพในความสามารถตัวเอง เห็นค่าในความพยายามที่เราทำ และเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ถ้าเรายังชอบ ยังอยากเป็นในสิ่งนั้นๆ จริงๆ เรายังมีโอกาสที่จะทำตามฝันให้เป็นจริงเสมอค่ะ แตมเชื่อว่ามีอีกหลายคนมากๆ ทั้งครอบครัว ทั้งคนใกล้ตัวที่พร้อมจะเป็นกำลังให้เราค่ะ

กลับมาที่สาขาชีวการแพทย์กันบ้าง เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คณะวิทย์ ชีวการแพทย์หรือ Biomed เราเรียน 3 ปีครึ่งค่ะ ปี 1 ก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปค่ะ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พอปี 2 ก็จะมีการผ่าอาจารย์ใหญ่ค่ะ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของคณะนี้ ที่ได้มีการผ่าอาจารย์ใหญ่และลองลงมือทำจริงๆ แล้วก็เรียนพื้นฐานอื่นๆ เช่น พยาธิวิทยา เภสัชวิทยา ฯลฯ เราจะเน้นเรื่องการวิจัยแล้วก็ทำแลปเป็นส่วนมากค่ะ

มีกฎเคร่งๆ หรือเรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยที่รู้สึกเซอไพรส์บ้างมั้ย

จริงๆ แล้วด้วยความเป็นภาคอินเตอร์ กฏระเบียบก็จะไม่เคร่งมากค่ะ ค่อนข้างสบายมากด้วย เรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยคงเป็นการเจอตัวเงินตัวทองหรือบุ๋ย ที่เด็กมหิดลชอบเรียกกัน เดินเพ่นพ่านเป็นว่าเล่นในมหิดลเลยค่ะ

ที่มหิดล มีกิจกรรมต้อนรับเฟรชชี่อะไรบ้าง

ที่มหิดลจริงๆ มีกิจกรรมเฟรชชี่ให้ร่วมเยอะมากค่ะ หลักๆ ก็กิจกรรมรักน้องที่เหมือนกิจกรรมรับน้องของมหิดลที่ผ่านมาค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมตามชมรม แล้วก็ไฮไลท์เลยคือมหิดล มีคอนเสิร์ตเยอะมากค่ะ มาไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

แสตมป์ชอบกิจกรรมไหนบ้าง

กิจกรรมที่แตมชอบมากที่สุดน่าจะเป็นค่ายรับน้องของคณะวิทย์ค่ะ ถึงจะเป็นค่ายที่ไม่ใหญ่มากแต่สนุกและอบอุ่นมากค่ะ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ทุกสาขา กับรุ่นพี่ปีต่างๆ ได้มิตรภาพและความสนุกกลับไปเยอะแยะเลยค่ะ

เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับการเป็นเฟรชชี่คืออะไร

แตมว่าเรื่องยากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการจัดเวลาต่างๆ ให้ลงตัวค่ะ ทั้งการเรียน และกิจกรรม เพราะว่าไม่มีใครมานั่งบังคับเหมือนตอนเราอยู่มัธยม เรามีอิสระมากขึ้นในแทบทุกด้าน วิธีของแตมก็คือจัดสรรเวลาให้ดีค่ะ วางแพลนไว้ว่า วันนี้ อาทิตย์นี้เราต้องทำอะไรบ้าง เรียนอะไร มีควิซตัวไหน ต้องเตรียมตัวยังไง และก็ที่สำคัญพยายามเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดด้วยค่ะ เพราะชีวิตเฟรชชี่มีครั้งเดียวค่ะ

ระหว่างม.ปลายกับเฟรชชี่ ต่างกันยังไงบ้างสำหรับแสตมป์

อย่างที่แตมบอกว่าต่างกันที่อิสระในการทำสิ่งต่างๆ แล้วก็สังคมค่ะ มหาวิทยาลัยสังคมกว้างขึ้นมากๆ ได้รู้จักเพื่อนเยอะ และมีโอกาสได้ลองทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนในกิจกรรมต่างๆ ค่ะ

เคล็ดลับในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ

โชคดีที่แตมค่อนข้างเข้ากับคนง่าย และเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่แตมรู้จักก็น่ารักมากๆ ค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดี ส่วนวิธีที่แตมปรับตัวก็น่าจะเป็นการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆตลอดเวลาค่ะ แล้วก็ยอมรับความคิดเห็นและความแตกต่างของคนอื่น ทำให้เราอยู่ในสังคมอย่างแฮปปี้

วางแผนการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยไว้ยังไงบ้าง

แตมวางแผนไว้ว่าแตมตั้งใจจะจบตามกำหนด 3 ปีครึ่งค่ะ แล้วก็ระหว่างที่เรียนก็จะเก็บเกี่ยวและค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ในตัววิชาค่ะ เพื่อเอาไปต่อยอดหลังเรียนจบ

ตั้งแต่เปิดเทอมมา ประทับใจเรื่องไหนในมหาวิทยาลัยบ้าง

เปิดเทอมมา แตมประทับใจความสัมพันธ์ของคณะภาคแตมมาก แตมไม่ได้จะอวยนะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เรามีกันไม่เยอะ ทำให้เรารู้จักทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันแบบทั่วถึงจริงๆ มันทำให้เราสนิทกันเร็ว และมีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วยเหลือกันจริงๆ เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นแล้วก็น่ารักมากค่ะ

เครดิตรูปจาก Alanggraph

แนะนำแอปดีๆ ที่ต้องมีติดเครื่องหน่อยค่ะ

แอปที่แตมชอบใช้คือ แอป Calendars ค่ะ ใช้ตั้งแต่ตอนเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้า จนถึงตอนนี้ มีประโยชน์ในการจัดการเวลาแล้วก็เตือนความจำได้ดีมากค่ะ

YouTube

ดาวน์โหลด

เป็นไงกันบ้างคะ กับสาวเฟรชชี่ของเราในวันนี้ ทำเอาเปิดเทอมนี้สดใสเลยใช่มั้ยล่ะ.. แบไต๋ก็ขอให้เปิดเทอมนี้น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยสนุกและได้ประสบการณ์ดีๆ กันถ้วนหน้านะคะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

คุยกับผู้จัดการวง SiamDream วงไอดอล ไทย & ญี่ปุ่น “สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลัง”

Published

on

ผมทราบข่าวการกำเนิดเกิดวงนี้ราวๆ เดือน มิ.ย. 2561 ย้อนดูรูปโปรไฟล์โพสต์ครั้งแรกช่วงเดือน พ.ค. 2561 ประกาศ Siam☆Dream 1st Fan Meeting ครั้งแรกวันที่ 11 มิ.ย. 2561 รับจำนวนจำกัดพบปะกันแบบอบอุ่น มีกลุ่มแฟนคลับยังไม่มากนัก แต่มีกิจกรรมพบปะต่อเนื่อง รูปแบบการดำเนินการไปจนถึงที่มาของวง SiamDream มานั่งคุยกันครับ

ธราดล สุคนธากรณ์ (ดลลี่)

แรงบันดาลใจในการมาทำวงไอดอล
ชอบมาเป็นสิบปีล่ะ แล้วก็ก่อนที่จะมาทำวงก็คือทำที่เรียกว่า siamdol เป็นทีมที่คอยจัดงานให้ไอดอลญี่ปุ่นมางานที่ไทย

ความรู้มือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเป็นยังไง
เราก็ไปรู้จักกับฝั่งญี่ปุ่น แล้วมีความคิดเห็นตรงกันว่าเราอยากจะทำวงที่เป็นไอดอลที่เป็นไทยญี่ปุ่น และเนื้องด้วยครบรอบความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น 130 ปี ด้วย

“ทำด้วยความสนุก เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลังจากเรื่องความสนุก สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน ถ้าถามว่ามาปีกว่าๆ ถามว่าได้เงินไหม ถ้าให้บอกตามตรงแล้ว มันไม่ได้เงิน มันเสียด้วยซ้ำ”

แล้วทำไปเพื่อ????
ถ้าเรารู้สึกว่าตลาดไอดอลญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าไอดอลไม่นับว่าจะมี BNK48 Sweat16 ถ้านับไอดอลญี่ปุ่นที่จะมาดังในไทยแล้วเห็นว่าแฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบไอดอลญี่ปุ่นมีความสุขก็ Happy นี่คือเป้าหมายแรกของผม

แล้วค่าใช้จ่าย
นี่คือความสุขเบื้องต้น เราก็คาดหวังในอนาคตว่ามันอาจจะได้เงินบ้าง แต่ตอนนี้ทำแล้วยังไม่ได้ไม่เป็นไร ทำแล้วสนุก มีความสุข เห็นคนอื่นที่มาร่วมงานแล้วมีความสุข

 

ถามจริงๆ ปีกว่าหมดไปเท่าไหร่แล้ว
พูดเป็นตัวเลขก็ลำบากใจครับ คือยังมีแรงสู้อยู่ครับ ก็ยังมีเพื่อนๆ หรือว่าคนที่มางานประจำสนับสนุนอยู่ เพราะว่า เอาตรงๆ ออร์แกไนเซอร์ที่เรียกว่าไอดอลญี่ปุ่น ปัจจุบันถ้าเราจะเห็นนะก็จะมีงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำพวก คอมมิคคอน หรือว่า เจแปนเอ็กโปร ที่นำเข้าไอดอลญี่ปุ่นมาเล่น แต่ว่าของผมก็ต้องยอมรับว่า เป็นหนึ่งเดียวที่เป็นออร์แกไนเซอร์ไอดอลญี่ปุ่นเพียวๆ เพียง 1 เดียว

ฐานแฟนคลับมีประมาณเท่าไหร่
เอาตรงๆ ทำมาปีกว่า เอาจริงๆ ไม่น่าจะเกิน 500 คน แต่งานที่ผมจัดๆ อยู่ แล้วมีคนมาก็ประมาณ 100 – 200 คน

จะสุขได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้ายังไม่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ
ด้วยความด้วยที่ไม่ได้เริ่มทำมาด้วยมุมมองธุรกิจเลยไม่ได้มองว่ามันจะตอบโจทย์หรือเปล่า ตอบโจทย์ตอนนี้คือเสมอตัว

ฝันสูงสุดจริงๆ คืออะไร
คือทำแล้วมันเลี้ยงดูเราได้ พูดตรงๆ แต่ถ้าถามว่าอีกนานไหม ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าไอดอลในบ้างเราจะได้รับความนิยมได้อีกนานเท่าไหร่ ไอดอลญี่ปุ่นไม่สามารถเทียบได้กับความได้รับความนิยมของ BNK48 หรือว่า Sweat16 ซะด้วยซ้ำไป เพราะมันแทบจะแยกกันเลย มันมีแค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นเองที่ชอบทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบแค่ไอดอลไทยเยอะกว่า เค้าอาจจะไม่ได้สนใจไอดอลญี่ปุ่นเลย มีอยู่จำนวนเดียวที่ชอบทั้งคู่

มีเพลงที่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น 4 เพลงแล้ว เมื่อไหร่จะมีเพลงเวอร์ชั่นไทยบ้าง
ก็ตั้งใจอยู่ครับ ความยากของการทำเนื้อไทยคือเมมเบอร์ญี่ปุ่นพูดภาษาไทยไม่ได้ เดี๋ยวรอเมมเบอร์ญี่ปุ่น พูดไทยออกเสียงให้ชัดขึ้นอนาคตเพลงไทยก็จะตามมา เพราะว่าการที่ร้องไม่ได้มันยากตอนอัดเสียง

ฝากอะไรถึงแฟนๆ สยามดรีมหน่อยครับ
ก็อยากจะให้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าเป็นวงที่เพิ่งเริ่ม เราเป็นมือสมัครเล่นมากที่สุด ณ เวลานี้ ก็อยากให้ลองตามไปเรื่อยๆ มันใจว่าน้องๆ จะพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นได้อีก

 

 

 

Siam☆Dream at Asia Comic Con Malaysia 2018【Comment+LIVE】

 

Siam☆Dream「サイアム☆ドリーム」อ่านว่า สยาม – ดรีม
วงไอดอลสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสมาชิกวงจาก “ประเทศไทย” และ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยคอนเซปต์ นำความเป็นไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น มุ่งสู่ความฝันเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความเป็น “ไอดอล” ออกไปยังประเทศต่างๆ
Siam(สยาม) = คำแทนจากประเทศไทย,☆ = ประกายส่องแสงความเป็นไอดอล,Dream(ดรีม) = ความฝันและความมุ่งมั่น

「サイアム☆ドリーム」タイ文化と日本のポップカルチャー「アイドル」を合わせるというコンセプトのタイ人と日本人アイドルグループです🇹🇭❤️🇯🇵「アイドル」でタイと日本を繋ぎ、色んな国に広げるのを目指す!

Member 「メンバー」

❤ Mary「メリー」
IG : https://www.instagram.com/m_maryys/
Twitter : https://twitter.com/m_maryys

💛Hikarin「ヒカリン」
IG : https://www.instagram.com/llt_hikarin/
Twitter : https://twitter.com/LLT_Hikarin

💜 Minami Nico「南にこ」
IG : https://www.instagram.com/minaminico_28/
Twitter : https://twitter.com/minami_nico28

💙Yamashita Haruka「山下春花」
IG : https://www.instagram.com/haruka_yamashita0212/
Twitter : https://twitter.com/yamashitaharuka

Siam☆Dream (サイアム☆ドリーム) / Hi-touch (ハイタッチ)【MV Official】

 

 

 

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ลานสยามเพลิน ตรงข้ามมาบุญครอง โดย IdeaMaker

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

UniChat สัมภาษณ์ “เจเจ” ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กับชีวิตปี 1 ในรั้วธรรมศาสตร์

Published

on

เป็นคณะยอดฮิต ที่ใครๆ ก็มักจะคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ อย่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพราะนับเป็นคณะเก่าแก่ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน แถมยังเม้าส์กันว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเนี๊ยบและมีระเบียบสุดๆ ส่วนจะจริงหรือเท็จยังไง วันนี้แบไต๋จะพาไปไขความกระจ่างกับ เจเจ-เปมิกา เสงี่ยมกุล ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปคุยกับเธอกันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีคะ

ที่เจเลือกเรียนคณะนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบคณิตศาสตร์ค่ะ ชอบอะไรที่มันมีกฎเกณฑ์ มีกรอบให้ว่า ทำแบบนี้ถูกนะหรือทำแบบนี้ผิด เจเป็นคนที่ไม่ค่อย creative เท่าไหร่ค่ะ แล้วพอดีแม่ทำบริษัทรับทำบัญชีด้วย จะได้มาทำต่อแม่ได้ค่ะ แถมยังมีข้อดีคือบัญชีเป็นวิชาชีพค่ะ ถ้าไม่จบบัญชีก็ไม่สามารถทำบัญชีได้ค่ะ จึงทำให้หางานง่ายค่ะ

สาขาบัญชี เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

ปี 1 จะเรียนวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยค่ะ แล้วก็วิชาแกนบังคับของคณะตัวแรกๆ ค่ะ

ปี 2 ปี 3 และปี 4 ก็จะเรียนวิชาแกนของคณะ แล้วก็วิชาเอกของตัวเองค่ะ อย่างเจเรียนเอกบัญชี ก็จะแตกไปเป็นอีกหลายวิชา เช่น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร บัญชีภาษีอากร การสอบบัญชี ประมาณนี้ค่ะ

วิชาโปรดของเจเจ

คงจะเป็นวิชาบัญชีค่ะ เจอยู่ปี 1 ก็เลยได้เรียนไปแค่ 2 ตัวค่ะ คือ AC201 การบัญชีชั้นต้นวิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานของบัญชีทั้งหมด และ AC311 การบัญชีชั้นกลาง วิชานี้ก็จะเจาะลึกมากกว่า AC201 ค่ะ ที่เจชอบวิชาบัญชีมากสุดเพราะอย่างที่เคยบอกไปค่ะว่าเจชอบอะไรที่มันเป็นกฎเกณฑ์ค่ะ แต่ก็อยู่ที่อาจารย์ด้วยค่ะ ถ้าอาจารย์น่ารัก ใจดี ก็ชอบค่ะ (หัวเราะ)

โปรเจ็คที่ชอบที่สุด ตั้งแต่เคยทำมาคือโปรเจ็คอะไร

เพราะเจอยู่ปี 1 เลยยังไม่มีโปรเจ็คใหญ่ๆ ค่ะ ก็จะมีทำงานงานเล็กๆ บ้างค่ะ ถ้าที่ชอบที่สุด ก็คงเป็นของวิชา Fn201 การเงินธุรกิจค่ะ ก็จะให้เราเลือกธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วก็ใช้งบการเงินในการวิเคราะห์ว่า ธุรกิจนั้นมีแนวโน้มเป็นยังไง โดยใช้ข้อมูลจากอดีตมาเปรียบเทียบแล้วก็ดูว่า เราควรลงทุนในธุรกิจนี้ไหม

จำเป็นมั้ย ที่เรียนบัญชีต้องเก่งเลข

เอาจริงๆ บัญชีไม่ได้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์มากค่ะ จะไม่มีพวกแคลคูลัสเหมือนกับวิศวะค่ะ จะใช้แค่พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ค่ะ และส่วนใหญ่ก็จะใช้เครื่องคิดเลขคิดเอาค่ะ ถ้าคนที่คิดว่าไม่เก่งเลขแต่อยากเรียน เจแนะนำว่า ควรมีพื้นฐานที่ดีค่ะ แต่ที่สำคัญกว่าคือความชอบค่ะ เพราะถ้าเราชอบอะไรจริงๆ เราก็จะพยายามแล้วทุ่มเทกับมันค่ะ

และถ้าอยากเก่งเลข ต้องพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

ต้องมีวินัยแล้วก็มีความมุ่งมั่นค่ะ ฝึกทำโจทย์เยอะๆ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามค่ะ

ว่ากันว่าสาวๆ บัญชีมักจะดุ

เจว่าไม่จริงนะ เพราะเจใจดี (หัวเราะ) เจว่าอยู่ที่คนมากกว่าค่ะ  

เห็นเจเจเป็นดาวคณะด้วย เล่าตอนประกวดให้ฟังหน่อยค่ะ

ปกติคณะบัญชีของธรรมศาสตร์จะมีการแข่งร้องเพลงทุกปีค่ะ โดยในคณะเองจะแบ่งกันเป็นโต๊ะ แล้วก็ให้แต่ละโต๊ะมาแข่งกัน โดยแต่ละโต๊ะจะโหวตเลือกดาวเดือนเอาไว้แล้ว ซึ่งเจก็ได้รับโอกาสนั้นค่ะ ในการแข่งร้องเพลง ก็จะมีการแสดงในโต๊ะแล้วก็ร้องเพลงของมหาวิทยาลัยค่ะ ส่วนเจที่ประกวดดาวคณะก็จะมีจับฉลากตอบคำถามเพิ่มค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า ได้คำถามที่ยากอยู่ค่ะ เจก็ตอบไป งงตัวเองไปค่ะ  (หัวเราะ) พอผลออกมา โต๊ะเจได้ที่ 3 ส่วนเจก็ได้เป็นดาวคณะแบบงงๆ ค่ะ (หัวเราะ) พอหลังจากได้รางวัลแล้วก็จะต้องเป็นตัวแทนคณะไปแข่งดาวมหาวิทยาลัยต่อค่ะ

มีกิจกรรมไหนเจ๋งๆ ที่เจเจประทับใจอีกมั้ยคะ

ตอนช่วงเทอมแรก มีงาน TU freshy game เจเลยลงแข่งว่ายน้ำค่ะ ลงแข่ง 4 ท่า ได้ 3 ทอง 1 ทองแดงค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมประกวดดาวเดือน ของมหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งก็จะมี workshop ต่างๆให้ดาวเดือนแต่ละคณะ ได้ทำร่วมกันค่ะ กิจกรรมที่ชอบที่สุด น่าจะเป็นตอนที่ให้ดาวเดือน แต่ละคนช่วยกันทำ กล่องรับบริจาค แล้วไปรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ เด็กกำพร้าค่ะ

ต้องมีหลายคนอยากรู้แน่ๆ ว่าสังคมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีเป็นยังไง

ที่ธรรมศาสตร์ค่อนข้างจะให้อิสระกับนักศึกษาค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นค่ะ แล้วก็อาจารย์ที่นี่จะพูดอยู่เสมอว่า ให้นักศึกษาทุกคนต้องช่วยกันเรียนค่ะ ไม่ให้แข่งกัน เพราะฉะนั้น เพื่อนก็จะน่ารักทุกคนค่ะ มีอะไรไม่เข้าใจก็แชร์กัน ช่วยกันค่ะ

เคล็ดลับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในแบบของเจเจ

เรื่องการแบ่งเวลาค่อนข้างสำคัญค่ะ เจเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่เด็ก ก็เลยจะยุ่งมาตลอดค่ะ ก็เลยจะมีการจัดตารางชีวิตของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เราก็จะแบ่งเวลาได้ถูกค่ะ ว่าเวลาไหนเที่ยวเล่นได้นะ หรือเวลาไหนที่ต้องอ่านหนังสือ ต้องทำการบ้าน แต่ถ้าใครไม่ค่อยคุ้นชิน ก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้มากหน่อยค่ะ ที่สำคัญคือเรื่องการปรับตัวค่ะ ระดับมหาวิทยาลัยจะไม่มีครูมาคอย จ้ำจี้จ้ำไชเหมือนตอนเรียนมัธยมและบางคนที่เป็นเด็กต่างจังหวัดก็ต้อง อยู่หอ อยู่ห่างจากพ่อแม่ ก็จะไม่มีใครมาคอยคุมเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตค่ะ

แรงบันดาลใจในการเรียน

เจคิดแค่ว่า เจอยากมีอนาคตที่ดีค่ะ อยากทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวเราค่ะ

แอปพลิเคชั่นที่ชอบใช้ในการเรียน

แอป Notes Writer ค่ะ เพราะเวลามีงานหรือมีการบ้านต่างๆ เจก็จะมา list ไว้ เพื่อจะได้จัดตารางค่ะ ว่างานไหนควรทำก่อนหรือทำหลัง และแต่ละงานมีรายละเอียดยังไงบ้างค่ะ

itunes.apple.com

ดาวน์โหลด

ใครที่คิดว่าสาวๆ คณะนี้จะดุๆ อย่างเดียว คงได้เปลี่ยนความคิดกันคราวนี้แล้วหล่ะ เพราะน้องเจเจสาว UniChat ของเราวันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าสาวบัญชีน่ารัก สดใส และหวานสุดๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!