Connect with us

สัมภาษณ์

UniChat ต้อนรับเปิดเทอมกับ “แสตมป์” เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เพิ่งเปิดเทอมกันไปสักพัก หนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยคงหน้าชื่นตาบาน มีความสุขต้อนรับเทอมแรกกันเรียบร้อย แต่น้องๆ เฟรชชี่หลายคนอาจยังรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกันอยู่ รวมถึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะแผนการเรียนเอย ชั่วโมงการเรียนเอย เพื่อนใหม่เอย ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง.. วันนี้แบไต๋ก็รีบจับสาวเฟรชชี่มานั่งพูดคุยด้วยว่ายินดียินร้ายกับขีวิตเฟรชชี่ยังไงบ้าง เอาล่ะ! ชักช้าอยู่ใยเดี๋ยววันนี้เราไปคุยกับ แสตมป์ – มนชิดา ลิขิตปถัมภ์ เฟรชชี่คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรชีวการแพทย์ นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กันเลย!

เป็นมายังไง ทำไมกลายเป็นสาววิทยาได้

ที่แตมเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ชีวการแพทย์หลักสูตรนานาชาติ เพราะแตมชอบเรียนวิชาชีวะ ชอบศึกษา Anatomy และสนใจด้านสุขภาพค่ะ ซึ่งสาขาชีวการแพทย์ก็ตอบโจทย์ความสนใจของแตมมาก เพราะเราได้เรียนพื้นฐานทั้งหมด พูดง่ายๆ ก็เรียนวิชาพื้นฐานของแพทย์ แต่ว่าไม่ได้เจาะลึกค่ะ

เล่าวันประกาศผลการสอบเข้าให้ฟังหน่อยสิ

ตอนประกาศผลรอบ 3 มหิดลประกาศเกือบท้ายๆ เลยค่ะ ตอนนั้นแตมลุ้นมาก (หัวเราะ) แตมอยู่ที่กระบี่กับเพื่อนๆ ค่ะ วันนั้นตอนเช้ากำลังจะออกไปดำน้ำกัน มหิดลประกาศตอน 9 โมง แตมรอตั้งแต่ 7 โมง พอเห็นชื่อเราในประกาศของมหาวิทยาลัย มือสั่นไปหมดเลย ทั้งรู้สึกดีใจแล้วก็โล่งใจ เหมือนความพยายามที่เราอดทนรอมาและตั้งใจมันเห็นผลสักที รีบบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อนเป็นอย่างแรก เพราะท่านเป็นกำลังใจและให้การสนับสนุนมาตลอด เรารู้สึกว่าพอเราติดแล้วทำให้ท่านภูมิใจ หายเหนื่อย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

สมมติว่าแสตมป์ไม่ได้เข้าคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ แตมจะบอกตัวเองว่ายังไง

จริงๆ แล้วแตมอยากเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ค่ะ แต่ว่าไม่ได้ในมหาวิทยาลัยที่แตมหวังไว้ วิธีที่แตมปรับทัศนคติและให้กำลังใจตัวเองคือก่อนเตรียมตัวสอบตลอดจนถึงการสอบ แตมพยายามตั้งใจทำให้เต็มที่ที่สุดค่ะ พอผลออกมาไม่ว่าจะตามที่เราต้องการหรือผิดหวังไปบ้าง แต่เราก็ได้ตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุดแล้ว เราก็ยอมรับผลที่ตามมาแล้วไม่รู้สึกเสียใจค่ะ และอีกทางคือเราก็หาคณะสำรองที่เราชอบและสนใจควบคู่ไปด้วย เป็นอีกแนวทางนึงที่เราควรเตรียมตัวเผื่อไว้ค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ผิดหวังกับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยครั้งนี้ จะฝากบอกเค้าว่าอะไร

แตมอยากบอกว่า มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นก้าวสำคัญของชีวิตก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่เราสอบไม่ติดคณะที่เราต้องการ จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตค่ะ แตมอยากให้ทุกคนเคารพในความสามารถตัวเอง เห็นค่าในความพยายามที่เราทำ และเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ถ้าเรายังชอบ ยังอยากเป็นในสิ่งนั้นๆ จริงๆ เรายังมีโอกาสที่จะทำตามฝันให้เป็นจริงเสมอค่ะ แตมเชื่อว่ามีอีกหลายคนมากๆ ทั้งครอบครัว ทั้งคนใกล้ตัวที่พร้อมจะเป็นกำลังให้เราค่ะ

กลับมาที่สาขาชีวการแพทย์กันบ้าง เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คณะวิทย์ ชีวการแพทย์หรือ Biomed เราเรียน 3 ปีครึ่งค่ะ ปี 1 ก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปค่ะ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พอปี 2 ก็จะมีการผ่าอาจารย์ใหญ่ค่ะ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของคณะนี้ ที่ได้มีการผ่าอาจารย์ใหญ่และลองลงมือทำจริงๆ แล้วก็เรียนพื้นฐานอื่นๆ เช่น พยาธิวิทยา เภสัชวิทยา ฯลฯ เราจะเน้นเรื่องการวิจัยแล้วก็ทำแลปเป็นส่วนมากค่ะ

มีกฎเคร่งๆ หรือเรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยที่รู้สึกเซอไพรส์บ้างมั้ย

จริงๆ แล้วด้วยความเป็นภาคอินเตอร์ กฏระเบียบก็จะไม่เคร่งมากค่ะ ค่อนข้างสบายมากด้วย เรื่องพีคๆ ในมหาวิทยาลัยคงเป็นการเจอตัวเงินตัวทองหรือบุ๋ย ที่เด็กมหิดลชอบเรียกกัน เดินเพ่นพ่านเป็นว่าเล่นในมหิดลเลยค่ะ

ที่มหิดล มีกิจกรรมต้อนรับเฟรชชี่อะไรบ้าง

ที่มหิดลจริงๆ มีกิจกรรมเฟรชชี่ให้ร่วมเยอะมากค่ะ หลักๆ ก็กิจกรรมรักน้องที่เหมือนกิจกรรมรับน้องของมหิดลที่ผ่านมาค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมตามชมรม แล้วก็ไฮไลท์เลยคือมหิดล มีคอนเสิร์ตเยอะมากค่ะ มาไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

แสตมป์ชอบกิจกรรมไหนบ้าง

กิจกรรมที่แตมชอบมากที่สุดน่าจะเป็นค่ายรับน้องของคณะวิทย์ค่ะ ถึงจะเป็นค่ายที่ไม่ใหญ่มากแต่สนุกและอบอุ่นมากค่ะ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ทุกสาขา กับรุ่นพี่ปีต่างๆ ได้มิตรภาพและความสนุกกลับไปเยอะแยะเลยค่ะ

เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับการเป็นเฟรชชี่คืออะไร

แตมว่าเรื่องยากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการจัดเวลาต่างๆ ให้ลงตัวค่ะ ทั้งการเรียน และกิจกรรม เพราะว่าไม่มีใครมานั่งบังคับเหมือนตอนเราอยู่มัธยม เรามีอิสระมากขึ้นในแทบทุกด้าน วิธีของแตมก็คือจัดสรรเวลาให้ดีค่ะ วางแพลนไว้ว่า วันนี้ อาทิตย์นี้เราต้องทำอะไรบ้าง เรียนอะไร มีควิซตัวไหน ต้องเตรียมตัวยังไง และก็ที่สำคัญพยายามเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดด้วยค่ะ เพราะชีวิตเฟรชชี่มีครั้งเดียวค่ะ

ระหว่างม.ปลายกับเฟรชชี่ ต่างกันยังไงบ้างสำหรับแสตมป์

อย่างที่แตมบอกว่าต่างกันที่อิสระในการทำสิ่งต่างๆ แล้วก็สังคมค่ะ มหาวิทยาลัยสังคมกว้างขึ้นมากๆ ได้รู้จักเพื่อนเยอะ และมีโอกาสได้ลองทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนในกิจกรรมต่างๆ ค่ะ

เคล็ดลับในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ

โชคดีที่แตมค่อนข้างเข้ากับคนง่าย และเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่แตมรู้จักก็น่ารักมากๆ ค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดี ส่วนวิธีที่แตมปรับตัวก็น่าจะเป็นการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆตลอดเวลาค่ะ แล้วก็ยอมรับความคิดเห็นและความแตกต่างของคนอื่น ทำให้เราอยู่ในสังคมอย่างแฮปปี้

วางแผนการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยไว้ยังไงบ้าง

แตมวางแผนไว้ว่าแตมตั้งใจจะจบตามกำหนด 3 ปีครึ่งค่ะ แล้วก็ระหว่างที่เรียนก็จะเก็บเกี่ยวและค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ในตัววิชาค่ะ เพื่อเอาไปต่อยอดหลังเรียนจบ

ตั้งแต่เปิดเทอมมา ประทับใจเรื่องไหนในมหาวิทยาลัยบ้าง

เปิดเทอมมา แตมประทับใจความสัมพันธ์ของคณะภาคแตมมาก แตมไม่ได้จะอวยนะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เรามีกันไม่เยอะ ทำให้เรารู้จักทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันแบบทั่วถึงจริงๆ มันทำให้เราสนิทกันเร็ว และมีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วยเหลือกันจริงๆ เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นแล้วก็น่ารักมากค่ะ

เครดิตรูปจาก Alanggraph

แนะนำแอปดีๆ ที่ต้องมีติดเครื่องหน่อยค่ะ

แอปที่แตมชอบใช้คือ แอป Calendars ค่ะ ใช้ตั้งแต่ตอนเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้า จนถึงตอนนี้ มีประโยชน์ในการจัดการเวลาแล้วก็เตือนความจำได้ดีมากค่ะ

YouTube

ดาวน์โหลด

เป็นไงกันบ้างคะ กับสาวเฟรชชี่ของเราในวันนี้ ทำเอาเปิดเทอมนี้สดใสเลยใช่มั้ยล่ะ.. แบไต๋ก็ขอให้เปิดเทอมนี้น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยสนุกและได้ประสบการณ์ดีๆ กันถ้วนหน้านะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

[exclusive] คุยกับ Mr.Nariaki Terada AKS Director ถึง AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

Published

on

บ่ายวันนี้ 11 ธันวาคม 2561 BNK48 ส่งเทียบเชิญสื่อเพื่องานแถลงข่าว AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK PRESENTED BY SHANDAGAMES  ที่จะจัดให้มีขึ้น ณ Impact Arena ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของ ABK48 Group ทั้ง 7 กรุ๊ป ทั้งในญี่ปุ่น และนอกญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย วง AKB48, JKT48, BNK48, MNL48, TEAM SH, TEAM TP, SGO48 แฟนๆ ชาวไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกันในงาน รายละเอียด AKB Group จัดใหญ่ AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

 

สัมภาษณ์ Mr.Nariaki Terada AKS Director

 

 

ลิ้งค์ งานแถลงข่าว

AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK

PRESENTED BY SHANDAGAMES

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

เผยส่วนเนื้อที่ใช่ของ สาวๆ Sweat16 [มีภาพ, มีคลิป]

Published

on

หลังจากที่ Sweat16 แอบเผยชุดใหม่สุดน่ารัก ของซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง ต่อหน้าแฟนคลับในงาน “SWEAT16! JU JU” ไปเมื่อ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ไปแล้ว หลังจากนั้นก็มีออกงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งออกให้สัมภาษณ์สื่อในแขนงต่างๆ งานโชว์ โดยยังไม่มีการร้องเต็มเพลงที่ไหนมาก่อน และก็มาเซอร์ไพรส์แฟนคลับ ด้วยการโชว์เต็มเพลง Yakiniku ปิ้งย่าง ในงาน Cat Expo 5 (24 พ.ย. 2561) เราก็เฝ้ารอคิวที่จะได้พูดคุยกับน้องๆ Sweat16 ถึง ซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง ว่าเป็นยังไงมายังไงกันบ้าง …

แล้ววันนั้นก็มาถึง 6 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมาโชคดีเวลาเหมาะ ก็ได้นั่งพูดคุยกับน้องๆ Sweat16 ถึง ซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) จะขาดไปก็แค่เพียง น้อง อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) กับน้อง ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมได้

บรรยากาศสบายๆ ยามบ่าย ไม่รีบเร่ง เริ่มต้นคำถามสบายๆ ด้วยว่า น้องๆ คิดว่าตัวเองเป็นส่วนใดของเนื้อ? ไปดูกันว่าจิตนาการของน้องๆ แต่ล่ะคนจะเป็นยังไงกันบ้าง คำถามต่อไป เนื้อเพลงของเพลงนี้พูดถึงอะไรบ้าง ชุดที่ใส่อยู่มีความหมายอย่างไร ท่อนไหนที่ร้องยาก (เวลาร้องหิวไหม) มีคำร้องที่ไม่เข้าปากไหม นานาคำถามถูกถามและถูกตอบ ไปชมคลิปกันดีกว่าครับ

 

สัมภาษณ์ Sweat16 Yakiniku ปิ้งย่าง

 

Sweat16 ร้องสด เพลง Yakiniku ปิ้งย่าง

 

อัลบั้มภาพ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับสาวนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กับการเรียน และการเป็นเชียร์ลีดเดอร์!

Published

on

คณะนิติศาสตร์ เป็นคณะที่คนภายนอกมักจะสนใจใคร่รู้ ว่าคณะนี้เค้าเรียนอะไรกัน ทำอะไรกัน มองโลกยังไง.. เพราะหนุ่มสาวคณะนี้เติบโตออกมาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมของสังคม แถมยังมีลุคส์ที่ดูสมาร์ทเฉียบคมอีก.. แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจก็คือหนุ่มสาวคณะนี้ เค้าเรียนหนักแบบหัวหมุนอย่างที่ล่ำลือกันจริงรึเปล่า วันนี้แบไต๋เลยจะพาไปหาคำตอบทุกสิ่งอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับคณะนิติศาสตร์ โดยผู้ที่มาไขคำตอบก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะ ชั้นปี 4 แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอม – สิตานัน สง่ากุล นั่นเอง

ทำไมเอมถึงเลือกเรียนนิติศาสตร์คะ

ที่เลือกเรียนคณะนิติศาสตร์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราเองมากๆ ทุกคนในสังคมต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หรือเวลาเกิดปัญหามีข้อพิพาทกัน ทุกคนก็จะต้องพึ่งกฎหมาย เลยคิดว่าหากเราได้ศึกษาอย่างจริงจัง กำลังเล็กๆ ของเราคงช่วยผู้คนในสังคมได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เรียนอะไรบ้าง

ในปี1 เราก็จะเรียนวิชาบังคับของคณะแค่ 2 วิชา คือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายและระบบกฎหมาย และกฎหมายลักษณะนิติกรรมสัญญา เป็นการปรับพื้นฐานค่ะ นอกนั้นก็จะเป็นวิชาบังคับของมหาวิทยาลัยสำหรับเด็กปี1 ที่ต้องเรียน

ปีที่2 และปีที่3 จะเป็นการเรียนวิชากฎหมายที่เฉพาะมากขึ้น โดยวิชาแต่ละวิชาก็อาจจะมีเนื้อหาไปตามเนื้อหาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายเกี่ยวกับการปกครอง เช่น กฎหมายลักษณะมรดก กฎหมายประกันด้วยบุคคลและทรัพย์ กฎหมายรัฐธรรมนูญ

ส่วนปีที่4 ก็เป็นวิชาที่เริ่มใช้กระบวนความคิดถึงเบื้องลึกของกฎหมายมากขึ้น เช่น ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย นิติปรัชญา

วิชาโปรดของเอม

ชอบวิชานิติเวชค่ะ แต่วิชานี้เป็นวิชาเลือกที่ไม่ใช่วิชาบังคับของคณะนะคะ ที่ชอบก็เพราะเป็นวิชาที่ไม่ได้เป็นการเรียนเกี่ยวกับกฎหมายโดยตรง แต่จะมีวิชาทางการแพทย์เข้ามาผสมด้วย เพราะจะต้องเกี่ยวข้องกับการพิสูจน์หลักฐานสำหรับการดำเนินคดี ทำให้รู้สึกว่าการเรียนแค่กฎหมายไม่เพียงพอ ควรมีความรู้รอบตัวหลายๆ อย่างเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

มีโปรเจ็คไหนที่ชอบที่สุดมั้ยคะ

เป็นโครงงานของวิชาหลักวิชาชีพนักกฎหมาย เพราะเป็นโครงงานที่ได้ทำประโยชน์ให้สังคมมากที่สุดค่ะ ของกลุ่มเอมจะทำเป็น เรื่องเกี่ยวกับ “เตือนภัยใครโกงแชร์ “ ที่จะคอยให้ความรู้คนทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องเเชร์ ที่บางอาจยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องแชร์ และเปิดโอกาสให้ผู้เป็นเหยื่อ ได้มีโอกาสบอกถึงประสบการณ์ที่เขาได้พบเจอมาด้วยค่ะ

คณะนิติศาสตร์ ขึ้นชื่อเรื่องการเรียนที่หนักสุดๆ เอมว่าความจริงเป็นยังไง

คิดว่าจริงค่ะ เพราะตัวเอมคิดว่าคณะนิติศาสตร์ก็เป็นอีกคณะนึงที่ต้องใช้ความขยันในการเรียนค่อนข้างสูง ไม่ต่างจากคณะอื่นๆ เพราะที่มธ. คณะนิติศาสตร์จะมีการสอบวัดผลเฉพาะสอบปลายภาค 100 คะแนนเลย ไม่มีการสอบกลางภาค ฉะนั้นทำให้การเตรียมตัวสอบครั้งนึง ต้องตั้งใจอ่านหนังสือมากๆ เพราะมีแค่การสอบครั้งเดียวที่จะเป็นตัวชี้วัดทุกอย่างเลยค่ะ

ในคณะกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้างคะ

กิจกรรมที่น่าสนใจในคณะนิติศาสตร์จริงๆ มีเยอะมาก แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คงจะเป็น กิจกรรมผู้นำเชียร์ ทูตรพี ละครเวทีค่ะ

แล้วเอมชอบกิจกรรมอะไรที่สุด

ก็คงจะตอบว่า กิจกรรมผู้นำเชียร์ค่ะ เพราะตัวเอมเองก็เป็นผู้นำเชียร์ประจำคณะนิติศาสตร์ ปี 2558 ด้วย

หลายคนสงสัยว่าสังคมคณะนิติศาสตร์ มธ. เป็นยังไง

จะเป็นสังคมที่ค่อนข้างอบอุ่นเลย เพราะเพื่อนทุกคนจะคอยช่วยเหลือกัน คอยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางกฎหมายกัน หรือคอยแชร์ความรู้แบ่งปันให้กันค่ะ

ย้อนไปช่วงการเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้ฟังหน่อยค่ะ ช่วงนั้นทำอะไรบ้าง

ช่วงปี1 ที่เป็นลีดใหม่ๆ ก็จะซ้อมค่อนข้างหนักมากค่ะ เลิกเรียนเสร็จ ก็ต้องรีบมารอซ้อมเลย แล้วก็จะวนลูปอย่างนี้ไปทุกวัน จนกว่าจะถึงวันแข่งหรือวันที่ต้องออกงาน พอปี2 จากที่เคยเป็นผู้เต้น ก็จะเปลี่ยนมาเป็นพี่ลีดที่คอยสอนท่า ต่อท่า ดูแลน้องๆ ปี1 ที่เข้ามาเป็นลีดต่อเรียกได้ว่าการเป็นเชียร์ลีดเดอร์นี่ไม่ได้เป็นแค่ปีเดียวจริงๆค่ะ แต่เป็นตลอดไปเลย

การเป็นเชียร์ลีดเดอร์ทำให้เอมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งการมีวินัย การฝึกความอดทน ทั้งยังได้มิตรภาพจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รักและผูกพันกันมาก แม้อาจจะต้องเสียสละเวลาส่วนตัวไปบ้าง หรือมีความท้อ ความเหนื่อยในการซ้อม แต่สิ่งที่ได้กลับมันคุ้มค่ามากกว่าสิ่งที่เราสละไปจริงๆ ค่ะ

แบ่งเวลาในเรื่องเรียนและใช้ชีวิตยังไงบ้างคะ

สำหรับตัวเอมเองก็จะให้โอกาสตัวเองได้ทำกิจกรรมพร้อมๆ ไปกับการเรียนด้วย อย่างตอนเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ก็จะต้องตื่นเร็วขึ้นเพื่อมาอ่านหนังสือก่อนไปซ้อม เพื่อชดเชยเวลาซ้อมที่จะทำให้เราไม่ได้อ่านหนังสือไปค่ะ

ถ้าอยากเรียนนิติศาสตร์ ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

หลักๆ เลยคงจะต้องเป็นคนที่มีความขยัน และตั้งใจในการมาเรียนกฎหมายจริงๆ ค่ะ เพราะเราเรียนเกี่ยวกับกฎหมายอย่างเดียวเลยจริงๆ ถ้าคนที่ไม่ได้มีใจรักหรือชอบในกฎหมายเข้ามาเรียน คงจะไม่มีความสุขกับการเรียนเลยค่ะ

ไหนๆ ก็อยู่ปี 4 แล้ว อยากให้เอมแนะนำการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่าที่สุดหน่อยค่ะ

จริงๆ เวลาในมหาวิทยาลัย 4 ปีสำหรับเอมผ่านไปเร็วมาก สำหรับใครที่มีกิจกรรมที่อยากทำ หรือสนใจกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ อยากให้กล้าที่จะลงมือทำเลย ไม่ต้องกลัวที่จะลงมือทำ เพราะถ้าเราไม่ลงมือทำตอนนี้ จบออกไปจากมหาวิทยาลัยเราอาจไม่ได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมอะไรแบบนี้อีกแล้ว ชีวิตในมหาวิทยาลัยมีอะไรให้เราออกไปเรียนรู้มากกว่าแค่การเรียนอีกเยอะเลยค่ะ

แอปตัวช่วยเจ๋งๆ ของเอมคือ

Notability ค่ะ เป็นแอปไว้สำหรับจดโน้ตสำหรับการเรียนใน IPad แต่แอปนี้พิเศษตรงสามารถฟังไฟล์เสียงได้ไปในตัว พร้อมๆ กับการจดโน้ตเลย เหมาะสำหรับคนที่ชอบถอดเทปไฟล์เสียงในแต่ละวิชาค่ะ

stxdymood

ดาวน์โหลด

วันนี้ก็เต็มอิ่มกันไปพอสมควรสำหรับเรื่องราวต่างๆ ของคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่หลายคนอาจสงสัยมาตลอดว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้ามีไลฟ์สไตล์การเรียนและการใช้ชีวิตยังไง และถ้าใครอยากรู้เรื่องราวของหนุ่มสาวคณะอะไรอีก ก็อย่าลืมกระซิบมาบอกด้วยล่ะ แบไต๋จะรีบไปเชิญน้องๆ คณะนั้นมาพูดคุยด้วยเลย.. แล้วเจอกันใหม่ใน UniChat ครั้งหน้าค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!