Connect with us

หลังจบงาน Sharing Digital Experience By CS Loxinfo คุณหนุ่ย-พงศ์สุขได้กลั่นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในงาน และโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ทีมงานเว็บแบไต๋เห็นว่าบทความชิ้นนี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานได้จึงขอคัดมาลงเว็บแบไต๋ครับ

วันนี้ (4 ก.พ. 2559) ผมและทีมได้ทุ่มเทแรงกายและเวลาทั้งวันให้กับการ “กลับไปรับจ้างจัดงาน” ธุรกิจที่หลายท่านคงจำได้ว่าผมพากเพียรทำมา 10 ปีเต็มๆ จนเลิกไปเพราะสุดท้ายค้นพบเรื่องเศร้า 2-3 ประการคือ

  1. เป็นธุรกิจที่มีโปรดักส์คือ”คน”
  2. “คน”นี่แหละเป็นโปรดักส์ที่น่ากลัวที่สุด
  3. เรากำลังแก่ลง ไม่พร้อมต่อการเอาก้านสมองไปแช่ไว้กับความเครียด เครียดเพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ที่สุดตามนิสัยไม่ยอมอะไรง่ายๆ ซึ่งมันกลับกลายมาทำร้ายสุขภาพเราเอง

และที่สำคัญผมค้นพบว่าสิ่งที่ผมกำลังทำมันไม่ใช่ธุรกิจ แต่มันคือการ “รับจ้างในนามบริษัท” เท่านั้น… ธุรกิจที่แท้จริงเราต้องสร้างแบรนด์สร้างโปรดักส์เป็นของตนเองได้ เพื่อที่ตอนเหนื่อยแล้วจะได้พักได้บ้างเมื่อมันออกดอกออกผลเป็นรางวัลจากความเพียรพยายาม แต่นี่กรูต้องเพียรพยายามทุกงาน ไล่ฆ่าศัตรูเป็นนักดาบวิ่งโร่ออกสนามไปก่อน สร้างวิมานให้คนอื่นฟินแต่เราเริ่มไม่ฟินด้วยระบบการค้าที่ไม่เป็นธรรมคือ “ดึงเช็ค” เราจ่ายไปก่อน ทำเสร็จก็ต้องทุบมันทิ้งแล้วไปรอวางบิลเก็บเงินเค้าภายหลัง บวกกับระยะหลังมีเหตุผลกระปอดกระแปดอย่าง “เบื่อสุงสิงกับคน” …แก่แล้ว…จะให้มานั่งทรีตคนแบบทุกคนคือพระเจ้าก็ไม่ไหว เผอิญเจอพระเจ้าตัวจริงแล้ว จึงอยากรีไทร์จากการที่ต้องเจอใครแล้วชวนคุยแต่เรื่องงานเพื่อจะหาทางเอาเงินเขาตลอด.. อยากหาคนคุยด้วยที่ไม่ต้องคุยแต่เรื่องงานบ้าง

 ลือกันเลยเถิดว่าผม “เลิกรับงานพิธีกรอีเว้นต์” ซึ่งนี่ก็ยิ่งไม่จริงใหญ่

ห้า-หกปีที่ผมร้างลางานด้านนี้ไป โดยไม่ได้หวนคิดถึงทั้งสิ้นแล้วก็ไม่ได้เสียดายการตัดสินใจ .. มีข่าวลือผิดๆบ้างเช่นผม “รวยแล้วเลิก” ซึ่งไม่จริง (ถ้ารวยจริงต้องได้เป็น ‪#‎KingOfLifeStyle‬ อย่างคุณฟลุ๊คไปแล้วครับ) ซึ่งนอกจากลือผิด ก็ลือกันเลยเถิดว่าผม “เลิกรับงานพิธีกรอีเว้นต์” ซึ่งนี่ก็ยิ่งไม่จริงใหญ่ เนื่องจากสาเหตุที่เปิดบริษัทรับจ้างจัดงานเมื่อ 15 ปีก่อนก็เพราะ “ชอบเป็นพิธีกร” อยากเป็นพิธีกรแต่ตอนโนเนมชีวิตมันไม่ง่าย จะให้วิ่งไปเร่ขายโปรไฟล์ตนก็หน้าบาง จึงต้องเปิดบริษัทบังหน้าแล้วบอกเค้าว่า “ผมจัดงานให้พร้อมเป็นพิธีกรให้ได้ด้วย” … พอเลิกรับจ้างจัด ผมก็ยังดำเนินธุรกิจในนามเดิมแต่เปลี่ยนมาสร้างสรรค์คอนเท้นต์ของตัวเองเพื่อสะสมทรัพย์สินทางปัญญาไว้ให้ลูกหลาน สร้างแบรนด์งานมหกรรมประจำปีที่มี Trademark ที่สำคัญกว่าตัวบุคคล (เผื่อตาย ลูกหลานยังได้มีหม้อมีไหไว้จับปลาต่อได้)

…ส่วนงานพิธีกรนั้นตนเองปวารณาตัวเป็น “วัตถุดิบคุณภาพดี” ให้ผู้จัดคนอื่นๆหยิบเอาไปใช้ได้เลย.. เรียกใช้สอยได้ เทคิวให้ได้ ตกลงราคากับคุณตุ๊กได้ ผมก็ไป ร่างกายผมให้เป็นธุรกิจของคุณตุ๊กแล้ว ใครเจรจาค้าขายกับคุณตุ๊กเรียบร้อยผมก็จะเป็น”สินค้าที่ไปส่ง”ให้ในวันนั้น และไม่ขอรู้ค่าตัวตนเองก่อนขึ้นเวทีด้วยเพื่อที่จะได้ “ทำเต็มที่จริงๆให้กับทุกงาน”…ทำแบบนี้เรื่อยมาจนคิดว่าชีวิตลงตัวแล้วและพอใจกับสถานภาพนี้ ไม่จำเป็นต้องดังขึ้นอีกแล้วหรือต้องมีข่าวฉาวใดๆ ให้สังคมคิดถึง ..ผมไม่ต้องการเลย ผมอยู่แบบนี้สบายแล้ว

CSlox-anan

ปรากฏงาน Sharing Digital Experience By CS Loxinfo วันนี้ที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ ผมเผือกต้องคืนคำ กลับไปทำการ “รับจ้างจัดงาน” เฉกเช่นอดีตอันเคยรุ่งโรจน์แต่ปิดตำนานแล้ว… เหตุเพราะ “ลูกค้าเก่า” ที่มีบุญคุณกันแต่ครั้งเค้ายังสาว ได้ “บังคับให้รับงาน” ..ไม่ได้ขอร้องกันดีๆนะครับ เรียกว่า “สั่ง” เลยดีกว่า แถมสั่งงานล่วงหน้ากันเกือบปีนึง เตรียมงานให้นานเกินจนเกือบลืม และต้องหมั่นหันไปถามทีมงานว่าไอ้งานนี้สรุปมันจัดไปรึยังวะ? ทำไมมันเตรียมโปรดักชั่นนานจัง…

เอาเป็นว่าเล่าสั้นๆ ดีกว่า เพราะนี่มันคือการโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ไม่ใช่การพิมพ์หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก! … งานวันนี้เริ่ม 14.00 สิ้นสุด 17.41 น. ผมไปให้ตั้งแต่ก่อน 8โมงเช้า และคลุกตัวร่วมหัวจมท้ายอยู่ในโรงละครจนถึงช่วงเก็บข้าวของแยกย้าย (ช่วงเวลาคุณภาพที่ทำเราเห็นคุณค่าในหัวใจคนได้เสมอ) … ลูกค้า (เคย) สาวท่านนั้น ท่านที่เห็นผมมาแต่เด็กๆ เห็นผมกับตุ๊กจับมือกันครั้งแรกๆ จนมีลูกสาวเดินพล่านหาแผลทุกวี่วันแล้ว (และจนเค้าก็มีลูกโตเป็นหนุ่มสาวแล้ว) เสร็จงานเธอก็ได้เดินมากอดผมและ …”เธอร้องไห้” …ร้องไห้แบบฟูมฟาย ไม่ใช่ด้วยอารมณ์ยกภูเขาออกจากอกหรือสลัดความเครียดได้ แต่เธอร้องไห้แบบคนพบ “ความดีงาม” ..เนื้องานอีเว้นต์ในวันนี้ที่ผมพูดให้ตามเนื้อผ้าว่า “โคตรเป็นงานที่ดีงาม” …ทุกคนทำได้ดี ทำได้ดีกว่าซ้อม เทคนิครันคิวสมูธไม่มีอะไรผิดพลาด แถม “คนดูมีอารมณ์ร่วมตลอดเวลา” และคนดูได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผมในฐานะคนทำงานพูดคือ “เสียงฮาครืน” ที่ส่งกลับมาให้ตลอด …

 เสร็จงานเธอก็ได้เดินมากอดผมและ “เธอร้องไห้” ร้องไห้ฟูมฟาย แต่ร้องไห้แบบคนพบ “ความดีงาม”

พี่เล็ก (ผมเผยนามลูกค้าสาวรายนี้แล้วนะครับ) เธอทำงานคุมบังเหียนด้าน Marketing ที่ CS Loxinfo มาหลายปี มีความรักบริษัทมาก แต่ก็ต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดของบริษัทคือ “ไม่มาร์เก็ตติ้งจ๋า” หน้าที่เธอคือขายของดีเลิศแบบถ่อมเนื้อถ่อมตัว ขายแบบเงียบๆ (ขายแบบงงๆ ด้วยนะบางที) บริษัทมีกำไรนะ เพราะเห็นปันผลกันทุกปี แต่เธอต้องเห็นช้างขี้ไม่ขี้ตามช้าง เพราะถ้าเธอทำมาร์เก็ตติ้งจ๋าก็เท่ากับเธอออกไปเผาเงินแข่งกับยักษ์ที่มีพ่อขายเป็ดไก่ สู้ยังไงก็สู้เค้าไม่ได้ …เธอจึงต้องข่มความครีเอทีฟในตัวเธอไว้นับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งเธอก็เข้าใจบริษัทดี … แต่กับงานนี้ งานที่เธอชวนผมเข้าไปร่วมคิดด้วยตั้งแต่ในห้องประชุมที่มีแค่คำว่า “อยาก จัด งาน” และขยายต่ออีกนิดว่า “อยากจัดงานพูดให้ได้อย่างงาน TED” … ผมและทีมงานอันน้อยนิดอย่าง “เอ้” และ “ลูกศร” ..ก็เนรมิตมันออกมาให้ตามที่เธอฝันและตั้งใจไว้ …นายใหญ่ของเธอได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ดิจิตอลแลนด์สเคปแก่วงการไอทีที่น่าทึ่ง สมแล้วกับศักดิ์ศรีและวัยวุฒิที่ท่านได้ผ่านวงการไอทีมานานถึง 20 ปี.. มันเป็นงานทอล์กโชว์ด้านไอทีโซลูชั่นเต็มรูปแบบแบบจริงจังที่จัดได้เป็นครั้งแรกและทำออกมาได้ดีเลยในคราเดียว ….ผมไม่เคยเจอลูกค้าร้องไห้ใส่บ่าไหล่ผมมาก่อนหรอกนะ แต่ผมก็ไม่แปลกใจเลยที่ลูกค้าร้องไห้ถาโถมใส่ผมอย่างปิติ…. มันคือความปิตินั่นแหละ และ “ความปิติจากการทำงาน” จะตกเป็นของคนที่ “ตั้งใจทำมันจริงๆ” เท่านั้นครับ ไอ้ความปิติภิรมย์ภักดีแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใคร

เรารักลูกค้านะ แต่จะไม่หวนกลับไปรับจ้างจัดงานอีก …ฝีมือแรงงานดีๆเราสงวนไว้ทำให้คนที่เค้ารักเรา และเราก็รักเค้าครับ 🙂

หนุ่ย. พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

CSlox-nui

บันทึก ณ คืนหลังสิ้นสุดงานหนัก … (ปิติด้วยเช่นกัน)
บางครั้งความปิติก็ทำให้เรารู้สึกอื้ออึงจนนอนไม่หลับในคืนนี้

กลับบ้านเล่าให้ภรรยาฟังว่าวันนี้ผมเกิดความรู้สึก”รัก”ให้กับลูกน้องหญิงของผมคนหนึ่ง เธอทำงานอยู่กับผมมานานแล้วล่ะแต่ผมเพิ่งรู้สึกรักเธออย่างจริงจัง ความรักมันฟูขึ้นมาห่อหัวใจผมเลยหลังจบงานนี้ เธอเอาใจใส่งานและใส่ใจในตัวผมอย่างดีจริงๆ ..เธอชื่อ “ลูกศร” ครับ ..คุณตุ๊กเฉลยว่าตุ๊กดูออกมานานแล้วว่า “ลูกศรมันรักเธอ” …ผมได้ยินแล้วก็รู้สึกดีนะ ความรักเนี่ย

ตี 1 สี่สิบนาที
5 กุมภาพันธ์ 2016

แสดงความคิดเห็น

หนุ่ยรู้โลกรู้

หนุ่ยแนะนำละเอียด บัตร SCB M VISA ใหม่ทั้ง 5 ใบ ของมันต้องมีแต่ไม่ต้องพก!?

Published

on

ขอเล่ายาวถึงสิ่งที่ผมเห็นมาด้วยตากับความอลังดั่งวังคฤหาสน์หรูของการเปิดตัว “บัตรเครดิต/เดบิตและบัตรพรีเพด” ใหม่ของไทยพาณิชย์ที่ร่วมกับเดอะมอลล์กรุ๊ป ในชื่องาน SCB M Call it #eMperience จัดได้ชนิดที่เรียกได้ว่าศุกร์สะท้านสะพานสะเทือนเลื่อนลั่นสนั่นย่านพร้อมพงษ์ The Em District เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา

ดีลนี้มีเพื่อนพี่น้องบุคคลในแวดวงไปร่วมเฮกันเยอะมาก เรียกว่าอยากเจอใครก็ได้เจอ ไม่ได้เจอใครมานานก็ได้เจอในงานนี้ …สาเหตุก็เพราะ “เดอะมอลล์กรุ๊ป” โดยแม่ทัพหญิงคือคุณแอ๊ว ศุภลักษณ์ อัมพุช เธอตัดสินใจ “เปิดและปิด” ดีลยักษ์ใหญ่ใหม่นี้กับ SCB แทนที่จะเป็นแบงค์เดิมที่เคยออกบัตรคู่กันมาแต่แรกห้าง …ทุกคนจึงพร้อมมาร่วมแสดงความยินดี

… #SCB เองโดยคุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO คนหนุ่มหัว Digital Disruption เปิดเผยบนเวทีว่าที่ได้ดีลนี้มาเพราะโทรจีบคุณแอ๊วด้วยคำว่า “เรามาทำอะไรอย่าง ‘สุดซอย’ ด้วยกันเพื่อให้ลูกค้าดีกว่าครับพี่”

เลยเกิดบัตรเครดิตใหม่ภายใต้ชื่อ #SCBM VISA อีก 3 ประเภทบัตร (+1 เดบิต และ 1 พรีเพด) ไล่เรียงตั้งแต่ใหญ่สุดคือ (ดูภาพบัตรบนมือผมประกอบได้เลยครับ)

  1. SCBM “Legend” VISA Infinite : ใบนี้ต้องได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งชีวิตการเป็น VVIP ก็ต้องเหนื่อยนิดนึงคือต้องรักษายอดซื้อ 2,000,000.-/ปี จึงจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตร 10,000.-/ปี *ปีแรกฟรี
  2. SCBM “Luxe” VISA Signature : ใบนี้เหมาะกับผมเลย ใครมีเงินเดือน 100,000 ขึ้นไปก็สมัครบัตรนี้ได้ รักษายอดซื้อ 400,000.-/ปี ก็ฟรีค่าธรรมเนียม 4,000.-/ปี *ปีแรกยังไงก็ฟรี
  3. SCBM “Live” VISA Platinum : ใบนี้ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยทำงาน เงินเดือน 15,000 ขึ้นไปก็สมัครได้เลย ฟรีค่าธรรมเนียมปีแรกเช่นกัน และใช้ยอดซื้อเพียง 50,000.-/ปีเพื่อรักษาสถานะบัตร (ไม่งั้นก็จ่าย 500.-/ปีซะดีๆ ฮา)

ส่วนบัตรเดบิต SCBM นั้นของ่ายเลยก็เวลาคุณไปทำบัตร ATM ที่ธนาคารไทยพาณิชย์คุณก็รีเควสเป็นบัตร SCBM VISA Debit ได้เลย

อีกหนึ่งใบใหม่คือ SCBM VISA Prepaid นี่คือ “บัตรของขวัญ” ดีๆนี่เองครับ ซื้อเพื่อโหลดเงินใส่เข้าไปเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญของฝากแบบเกร๋ๆไปอีกแบบ คนได้รับก็ Wow นะแบบนี้เนื่องด้วยลายหน้าบัตรสวยงามเหลือเกิน ซื้อบัตรได้จากบูธ SCB Exchange ภายในห้างได้เลยครับ

ข้อดีของบัตร SCBM ใบต่างๆ คือการซื้อสินค้าในห้างทั้งเครือของ The Mall ได้ลด% ทุกชิ้น จะแบ่งจ่าย 0% 6 เดือนเขาก็ยอม ยังได้ M Point คูณตั้งแต่ 1 ถึง 4 เท่า (หากช้อปนอกเครือเดอะมอลล์ได้คะแนนตามปกติ 25 บาทเป็น 1 M Point) และนำ M Point ทั้งหมดที่ได้กลับมาแทนเงินสดซื้อสินค้าทุกชิ้นได้ในห้างโดยไม่มีข้อแม้

หน้าบัตรต่างๆให้ส่วนลดสูงสุดต่างกันดังนี้…

  • Legend : ลด 10% ได้รับคะแนน M Point X4 เท่า
  • Luxe : ลด 10% ได้รับคะแนน M Point X4 เท่า
  • Live : ลด 5% ได้รับคะแนน M Point X3 เท่า
  • Debit : เป็นครั้งแรกที่นักเลงเงินสดจะได้ลด 5% และคะแนน M Point X2 เท่า
  • Prepaid : เป็นครั้งแรกที่บัตรพรีเพดจะได้สะสมคะแนน M Point ไว้ได้ด้วย และเอาไปซื้อของนอกห้างได้ภายใต้บริการจาก VISA

แต่นั่นคือเรื่องปกติ… ที่ไม่ปกติคือ~!!!

บัตรทั้งหมด นอกจากจะได้เป็นบัตรจริงแล้ว ยังทำเป็น Virtual Card ไว้ในแอบ SCB Easy ได้ด้วย!!

โดยทุกจุดแคชเชียร์ของเดอะมอลล์กรุ๊ปทุกห้าง ทุกชั้น ทุกแผนก จะมีติดตั้งเครื่อง Smart EDC แบบใหม่ที่อ่าน QR Code จากแอป SCB Easy ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุดในการทำธุรกรรม เพราะ QR Code เปลี่ยนทุกครั้ง เรียกข้อมูลใหม่จากระบบเสมอ ไม่มีซ้ำ แถมเราไม่ต้องส่งบัตรจริงผ่านมือใครเลย … จะอยู่ที่ห้างไหน หรือลืมเอาบัตรมาก็ช้อปได้ทุกเวลา (หวังว่าจะไม่มีใครลืมเอามือถือมานะครับ ฮา!)

***ต่อไปนี้ในแอป SCB Easy ของเราก็เลือกได้เสมอว่าจะใช้ QR Code Pay จากเงินในบัญชีหรือเครดิตจากบัตร …นับเป็นความง่ายที่ไม่ต้องเดือดร้อนมือถือรุ่นใหม่ยี่ห้อดังจากผู้ใช้เลย เครื่องรุ่นไหนก็ใช้แอปจ่ายได้เสมอ***

ส่วน Benefit ที่ให้กับผู้ถือบัตรได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้มาก่อนจากบัตรเครดิต Co Branded ของห้างใดก็ตาม ตามแนวคิด “The First Evolution of Experiential Shopping” ก็คืออออออ….

  1. ไม่ต้องแย่งที่จอดรถแล้ว : เพราะสมาชิกบัตรระดับ Legend และ Luxe จะสามารถกด “จองที่จอด” ที่เรียกว่า I-Reserved Parking โดยให้กดจองมาก่อนล่วงหน้าได้ 1 ชั่วโมง จากแอป MCard เดิมของ The Mall Group นี่แหละครับระบบจะแสดงสิทธิ์การจองให้เมื่อเราได้สถานะบัตร Legend หรือ Luxe แล้ว
  2. เพิ่มระยะเวลาจอดฟรี : Extended Parking Hour – จอดฟรีเพิ่ม 2 ชม แก่ลูกค้าทุกหน้าบัตร รวมทั้งบัตรเดบิต (ยกเว้นสยามพารากอนอันร้อนแรง!)
  3. ไม่ต้องหิ้วของเข้ารถ : ซื้อเสร็จแล้วมีเจ้าหน้าที่หอบของที่คุณช้อปไปส่งลงรถให้ ไม่ต้องเหมื่อยถือเอง ให้สมกับความเป็น “ระดับตำนาน” ของผู้ถือบัตร Legend ทุกคน!! 🙂
  4. คุยกับ CHATBOT ผ่าน LINE THE MALL GROUP หุ่นยนต์ผู้ช่วยช้อปจะคอยตอบคำถาม และส่งลิงก์ช่องทางในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สะดวกเลยไม่ต้องไปห้าง!
  5. เมื่อมาห้างจะได้ Indoor Navigation เครื่องมือนำทางภายในศูนย์การค้า เพื่อความสะดวกในการค้นหาร้านค้า
  6. หากซื้อสินค้าด้วยบัตร Legend หรือ Luxe จะได้ “Purchase Protection” ประกันสินค้าที่คุ้มครองความเสียหาย สูญหาย และค่าซ่อม
  7. เครดิตเงินคืน 2-3% จากการเติมน้ำมันที่ปั้มเชลล์ทั่วราชอาณาจักร

อ่านจบแล้วร้อง “บ้าจริมๆ” เหมือนผมได้ …คนบ้าบัตรเครดิตและ Enjoy Benefit แบบผมมีรึจะไม่สมัคร … สมัครเล๊ย~ พนักงานพร้อมให้คุณสมัครอยู่ทั่วห้างทั้งเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป #โลกใหม่ประสบการณ์ใหม่

———————————————————-
ช่องทางการสมัครบัตร SCB M VISA เพื่อรับประสบการณ์ “eMperience” สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ที่เคาน์เตอร์ SCB M เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอร์เทียร์, สยามพารากอน, บลูพอร์ต หัวหิน และ กูร์เมต์มาร์เก็ต ทุกสาขา

หรือโทร SCB M Call Center : 1295

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

feature

Vlog – หนุ่ยรู้โลกรู้ เครื่องพริ้นต์พิมพ์เสื้อยืดเองได้ที่บ้าน Ricoh Ri100

Published

on

หนุ่ย พงศ์สุข พาคุณมาชมนวัตกรรมใหม่จาก Ricoh ที่ ณ วันนี้สามารถสร้างเครื่องพิมพ์ที่สามารถ “พิมพ์เสื้อเองที่บ้าน” ได้แล้ว !! บอกได้เลยว่าออกมาสวยงามทีเดียว

Ricoh Ri100

เครื่อง Printer พิมพ์เสื้อ (หรือกระเป๋าผ้า) ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ใช้เวลาพิมพ์ต่อ 1 ชิ้นเพียง 5 นาที โดยมีขั้นตอนที่ต้องทำดังต่อไปนี้

  • ต้องเป็นผ้าที่มีส่วนผสมของ Cotton เยอะ ๆ หรือ 100% เลยยิ่งดี
  • พับเสื้อใส่แม่พิมพ์ให้เรียบร้อย ไม่มีรอยยับ
  • นำไปอบในอุณหภูมิ 150 – 170 องศา (ด้านใต้เครื่อง) เป็นเวลา 30 วินาที
  • เสร็จแล้วนำขึ้นมาพิมพ์ โดยให้เราเลือกลายได้ตามที่ต้องการ (แต่อย่าสูงเกินไปเพราะจะทำให้ลายขาดได้) ใช้เวลา 1:30 นาทีในการพิมพ์
  • พิมพ์เสร็จเรียบร้อย ก็ให้นำเสื้อออกมาแล้วนำไปอบอีกครั้งเป็นเวลา 3 นาที ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

โดยจุดสังเกตคือ สามารถพิมพ์ได้ที่ขนาด A4 เท่านั้นสำหรับเครื่องรุ่นนี้ และสำหรับใครที่สนใจเครื่อง Ricoh Ri100 ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02-088-8000 ต่อ 4761 แผนก Production Printing ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

หนุ่ยรู้โลกรู้

หนุ่ย พงศ์สุข #สรุปความรู้ที่ได้จากทริปเชียงใหม่ 1 ธันวาคม 2017

Published

on

‘หนุ่ย พงศ์สุข’ พบ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ และ ‘กบ อภิพันธ์’ หัวหอกแอป #SCBEasy กับมาดการจ่ายง่ายแบบ #แม่มณี

***บทความนี้พงศ์สุขเขียนจากการถาม พูดคุยแลกเปลี่ยนแบบใกล้ชิดบนโต๊ะอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ และหยิบเนื้อหามาสรุปมวลความรู้ให้เข้าใจง่ายตามสไตล์ #ไม่ใช่การหยิบยกคำพูดจากผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งหมดที่ท่านกำลังจะได้อ่านเป็นสำนวนจากลีลาพงศ์สุขเอง

เล่าถึง Status ของการพัฒนาแอป SCB Easy และระบบ QR Code Pay

SCB ออกจาก Sandbox (กะบะทดลอง) ของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า (ที่เปิดๆตัวกันมาก่อนหน้านี้คืออยู่ใน Sandbox เท่านั้น) ขณะนี้จึงสามารถรองรับการรับ-จ่าย #QRCodePay โดยสมบรูณ์แบบ อ่าน QR Code ข้ามได้ทุกธนาคาร และขณะนี้ก็มี 5 ธนาคารใหญ่ที่พร้อมแล้วแบบนี้เช่นเดียวกัน

…วิธีนี้ผูกกับภาพของระบบ #PromptPay นโยบายด้านการเงินใหญ่ของประเทศ (ที่คนไทยเสือกกลัว) ทำให้ประชาชนหมดภาระเรื่องค่าธรรมเนียม การโอนต่างธนาคารที่เคยมีมาตั้งแต่อดีตกาล (รัฐบาลสั่งทุบโต๊ะให้ทุกธนาคารพัฒนาระบบหลังบ้านใหม่ร่วมกันเพื่อลดต้นทุนการโอน) ธนาคารขาดรายได้ด้านค่าธรรมเนียมก็จริง แต่ทุกธนาคารเห็นดีด้วยที่จะทำเพื่อที่มันจะกระตุ้นให้คนไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ได้ ซื้อง่ายขายคล่องขึ้น เพราะแต่เดิมการจัดการเก็บรักษาธนบัตรก็เป็นคอร์สบริหารจัดการที่มหาศาลของธนาคารเหมือนกัน *ทั่วโลกมีแนวทางเดียกันในด้านนี้ และประสบความสำเร็จมากแล้วในจีน

… วิธีนี้ดีมากๆ และคงโง่มากหากใครจะมัวหลงเชื่อข้อความหลอกลวงทาง LINE ที่กล่าวว่าจะโดนแฮกง่ายหากเปลี่ยนเบอร์มือถือ (แม่งไม่ได้เกี่ยวเล๊ย~! เพราะเบอร์โทรเราเอาไว้ “รับเงิน” ไม่ใช่เอาไว้ Log In เข้าระบบ ซึ่งนั่นก็ต้องใช้รหัสลับอันยาวเหยียดที่เรากำหนดเองอยู่ดี (หรือสแกนนิ้วหากมือถือคุณรองรับ)

การสมัคร QR Code Pay ง่าย ๆ เพียง 3-4 จิ้ม

.. การสมัคร QR Code Pay ทำได้เพียงกด 3-4 จิ้ม บนแอป มันสัมพันธ์กับการเปิด PromptPay เลือกผูกบัญชีกับเบอร์โทรศัพท์ หรือ เลขบัตรประชาชน (เอาที่สบายใจ) จบเลย! รอ ‘รับการจ่าย’ ง่าย คนจ่ายไม่มีค่าธรรมเนียม คนขายไม่ถูกตัดเปอร์เซ็นต์ใดๆ ได้เงินเต็มๆ เพราะมันคือการ “โอนไว” ไม่ใช่บริการบัตรเครดิตนี่นะ

คุณโจ้ ธนายอมรับว่าการทำแอปใช้งานง่ายประเภทนี้ทำให้ธนาคารขาดรายได้จาก SMS Alert ไปเป็นหลักพันล้านบาท/ปี แต่ต้องทำ ไม่งั้นธนาคารอาจสูญพันธ์เหมือน Kodak® และ Nokia® ถ้าไม่ปรับตัวเดี๋ยวนี้

SCB สร้าง Users จากมหาวิทยาลัยก่อนเพราะเด็ก Gen Z เขาไวต่อการรับเทคโนโลยี พอเด็กใช้กันมาก แม่ค้าแม่ขายก็จะยอมเปิดบัญชีรับจ่ายด้วย QR Code นี้เอง (หลักการเดียวกับ AliPay®ในไทย คือพอนักท่องเที่ยวจีนทะลักเข้ามามาก ใครๆก็อยากได้เงินจากนักท่องเที่ยวจีน ก็ยอมเปิดบัญชี AliPay® ใช่ไหมล่ะ!)

โมเดล Cashless Society ของจีนแข็งแรงมาก มากซะจน SCB มั่นใจว่าจะเกิดในไทยด้วย แม้จังหวะเวลานี้อาจไม่สวยนักเนื่องจากคนยังติดใจกังวล(ไปเอง) ในสมองด้วยข้อความสับขาหลอกทางไลน์เกี่ยวกับพร้อมเพย์ ทำให้เกิดความกังวลใจและไม่กล้าใช้ แต่ยังไงก็แล้วแต่

ถ้าธนาคารไทยไม่ทำ มันก็จะเป็นการปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาทุ่มตลาดทำ

สุดท้ายเราก็จะสูญเสียตลาดนี้ให้กับต่างชาติเหมือนกับที่สูญเสียตลาดเพลงให้แอปจีน ตลาดหนังให้กับแอปอเมริกา/มาเลย์ฯ หรือตลาดรายการทีวี-บันเทิงให้เฟซบุ๊ก ยูทูป ฯลฯ จะเอางั้นกับเรื่องการเงินด้วยหรือ??? มันคือเรื่องเสถียรภาพของประเทศเลยนะจ้ะ

การที่ SCB เข้ามาเชียงใหม่และโหมโรงโปรโมตแรงกับระบบที่พัฒนามาอย่างดีครั้งนี้จึงถือเป็นการเดิมพันอนาคตของธนาคารไทยที่จะต้องไม่สูญเสียตลาดการเงินให้กับ FIN Tech ข้ามชาติ .. ซึ่งจำเป็นมาก และเราคงไม่อยากเห็นวันที่เราสูญสิ้นธุรกิจในประเทศไทยให้กับเทคโนโลยีต่างชาติไปซะทั้งหมด (มีบ้างได้ครับ เป็นสีสัน แต่ไม่ใช่จะไม่มีที่ยืนให้แอปไทยที่แข็งแกร่งเลย)

ขณะนี้ SCB ใช้เงินลงทุนกับการกระตุ้นตลาดตรงนี้เกิน 100 ล้านบาทแล้ว

…เปิดใช้กันเยอะๆนะครับ #SCBEasy

—— ข้อฉุกคิด ——-

ปัจจุบันธนาคารน่าจะได้เปรียบคนทำแอป eWallet ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เพราะว่าธนาคารเองมีบัญชีออมทรัพย์ของลูกค้าอยู่แล้ว แค่ Convert มันมาเป็น eWallet ได้เลยด้วยหน้าตาใช้งานที่เข้าใจง่ายโดยไม่ต้องให้ผู้คนไปโอนใส่ หรือไปเติมเงิน

แต่ธนาคารเองก็ต้องทำโปรโมชั่นหรือจับใส่บริการจอง-จ่าย-จบ ง่ายๆไว้ในแอป เช่น ซื้อตั๋วหนัง จองร้านอาหาร ซื้อของเล็กๆน้อยๆ ผมเสนอไอเดียซื้อล็อตเตอรี่ออนไลน์ ถ้าทำได้น่าจะกระฉูดนะ แต่กฎหมายต้องปรับตัวไวกว่านี้ ไม่ต้องไปกลัวคนมอมเมา เพราะทุกวันนี้เป็นฉลาก ก็ลุ้นกันเยี่ยวเหนียวเยี่ยวแตกกันอยู่แล้ว สถานีข่าวไหนไลฟ์ถ่ายทอดการออกรางวัลนี่วิวท่วม! แต่ถ้าเป็นการซื้อผ่านแอป มันตรวจให้เลยไง เสียเวลาชีวิตน้อยลงด้วยต่อการไปลุ้น …ดูแอปธนาคารออมสินเป็นตัวอย่าง GSB MyMo™ ซื้อสลากดิจิทัลออมสิน เวิร์คมากอย่างผิดหูผิดฟอร์มรัฐ

พี่โจ้ ธนา และพี่กบ อภิพันธ์ ฟันธงว่าปีหน้า 2018 จะเป็น ‘ปีแห่งแบงค์’ การตลาดจะทุ่มอีกมาก ฟาดฟันกันอีกบาน ด้วยงบการตลาดมหาศาล เหมือนยุคเรียกลูกค้าเข้าค่ายของบริษัทโทรคมนาคมตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งพอมาถึงวันนี้ คนเคยสร้าง dtac ให้เติบโตมากับมืออย่างพี่โจ้ ก็สลับหน้าที่มาเหนื่อยด้วยอีกครั้ง!

องค์กร SCB เองปีหน้าก็น่าเร้าใจมาก เพราะได้ “วิลาสินี พุทธิการันต์” หรือพี่แอ๊ว มือสร้าง AIS Serenade Call Center ที่เกษียนอายุแล้วแต่ยังไฟเธอยังแรง (ทำงานหนักมาตลอดชีวิต จะให้หยุดคงเหงา) มาช่วยสร้างวัฒนธรรมความเนี๊ยบแห่งการให้บริการภายใต้แบงก์ใบโพธิ์ม่วงนี้ด้วย

เอาใจช่วยครับ …มีอะไรก็ให้บอก เพราะผมชอบบอกต่อผู้คน 🙂 ขอบคุณทีมงานทุกฝ่ายที่ชวนไป

หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ : ผู้บันทึก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!