Connect with us

ข่าววงการไอที

สรุปทุกเรื่องราวในงาน “Sharing Digital Experience By CS Loxinfo” โดยทีมงานแบไต๋

Published

on

ในที่สุดก็จบกันไปแล้วนะครับกับงาน Sharing Digital Experience By CS LOXINFO ซึ่งงานนี้ก็เรียกได้ว่ามีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากจริง ๆ ครับ แถมเหล่าผู้ที่ขึ้นมาทอล์คโชว์แต่ละท่านก็ได้นำเอาประสบการณ์ต่าง ๆ ออกมาบอกเล่าให้ได้ฟังกันอย่างไม่มีกั๊ก (จนแอบเลยเวลาไปตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง) และยังมีการแจกของรางวัลกันเต็มที่อีกด้วย โดยเราจะขอสรุปข้อมูลที่เราได้เก็บรวบรวมระหว่างงานมาให้ทุก ๆ ท่านได้อ่านกันที่นี่เลย

DSC00610

เริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงาน Sharing Digital Experience By CS LOXINFO โดย หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้สร้างสรรค์รายการและพิธีกรรายการ Beartai Hitech ได้ขึ้นมากล่าวเปิดงานว่า เรื่อง ของเทคโนโลยี หรือ IT นั้นไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวของพวกเราทุกคน แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ซึ่ง IT Solution นั้นจะเป็นตัวที่ช่วยตอบโจทย์ของบริษัท Enterprise ใหญ่ ๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในส่วนของบุคคลทั่วไปนั้นก็เริ่มมีอุปกรณ์จำพวก Internet of Thing เข้ามาช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ทำให้เราได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมและเราจะลืมคำว่า “ลืม” ไปได้เลย

DSC00663

The Art of Digital Design โดยคุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์

โดยคุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ขึ้นทอล์คโชว์เป็นท่านแรกในหัวข้อ The Art of Digital Design ว่ามันสำคัญอย่างไร เช่นการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาโดยได้มีการคิดคำนวณไว้ก่อนนั้นจะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแทนที่จะเริ่มต้นจากศูนย์ เราก็จะสามารถข้ามขั้นตอนบางอย่างไปได้อย่างง่ายดายถ้าเราได้จัดการเรื่องนี้ไว้ก่อน

R0070556

เช่นเปรียบเทียบเรื่องการออกแบบ The Cloud data center ซึ่งเป็น 1 ในสถานที่ ที่ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง ตั้งแต่ตำแหน่งที่อยู่ว่าจะต้องเดินทางสะดวก แต่ไม่ใช่ใจกลางเมืองซึ่งมีโอกาสที่จะถูกปิดการเข้าออก รวมไปถึงโดนบุกรุกได้ (ถ้าใครคิดไม่ออก เหตการณ์บุกตึก CAT ไปสับ Cut out คือ 1 ใน Case Study ที่สำคัญมาก ๆ) จึงยังคงตั้งไว้ที่กรุงเทพฯ แต่ก็ได้มีมาตรการวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องน้ำท่วม รวมไปถึงเรื่องไฟฟ้าดับหากเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ และระบบ Security ที่รัดกุมปลอดภัยและระบบควบคุมที่ดี มีมาตรฐานรวมไปถึงการทำเป็น Co-Working Space ชั่วคราวหากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็น 1 ใน The Art of Digital Design อย่างหนึ่งที่ทุก ๆ ท่านควรที่จะวางแผนสำหรับการจัดการสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตของท่าน

เราไม่ได้มองตั้งแต่ต้นว่าเทคโนโลยีนี้จะทำอะไรได้ แต่เราจะมองปัญหาของลูกค้าว่าจะต้องใช้เทคโนโลยีอะไรมาช่วยบ้าง จึงจะทำให้เกิดผลสูงสุด

DSC00671

สรุปเป็นหลัก 4 ประการของการนำเทคโนโลยีมาใช้

  1. ตรวจสอบความต้องการผู้ใช้ ผู้ใช้มีปัญหาหรือไม่ แล้วเราจึงหาวิธีการที่ดีที่สุดมาแก้ไข
  2. ดูว่าผู้ใช้ทำงานอย่างไร ทำอย่างไรให้ง่ายกับเขามากที่สุด
  3. เพิ่มความเข้าใจทางด้านเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา
  4. สำคัญที่สุดคือเรื่องของการเงินเพราะปัจจัยทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องด้วยเงินอยู่เสมอ

DSC00711

Fussy Problems Meet Smart Solutions โดยอาจารย์ ศุภเดช

Session ถัดไปคือ “Fussy Problems Meet Smart Solutions” โดยอาจารย์ ศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย พิธีกรรายการ ล้ำหน้าโชว์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเน็ตเวิร์ค ซึ่งเขาขึ้นมาตอนแรกก็ถึงกับอึ้งกันไปทั้งห้องเพราะเขาขึ้นมาเพื่อนำเสนอเรื่องจักรยาน! (ลากมาเกี่ยวกันจนได้นะครับ…) โดยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันปั่นจักรยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและไกลระดับตำนานอย่าง Tour de France ว่าแข่งกันยังไง

DSC00740

ซึ่งเขาได้เล่าถึงเรื่องราวของทีมจากประเทศอังกฤษที่ไม่เคยได้แชมป์เลยจนกระทั่งได้มีการลงทุนทำทีมแบบที่เรียกได้ว่าจัดเต็มโดยสถานีโทรทัศน์ Sky

ซึ่งเขาได้มีเป้าหมายว่าจะเอาแชมป์รายการนี้ให้ได้ภายใน 5 ปี

DSC00765

โดยที่พวกเขานั้นได้ใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง ตั้งแต่โครงจักรยานที่จะต้องวัดและตัดให้เข้ากับทุก ๆ คนในทีม ถัดมาที่อานจักรยาน ที่จะต้องมีการ Fitting ให้เข้ากับสรีระของบั้นท้ายนักแข่งเพื่อให้เขานั่งสบายที่สุด และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องทำมาเพื่อให้พวกเขาต้านลมน้อยที่สุด (จนถึงขั้นที่พวกเขาต้องโกนขนทุกส่วนในร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้ต้านลมเลยทีเดียว !!) และปิดท้ายด้วยรถตู้นอนที่จะแบกเอาที่นอนที่สั่งทำอย่างดีสำหรับนักกีฬาแต่ละคนโดยเฉพาะ รวมไปถึงรถ Van Support ที่จะมีรถต้นแบบของทุกคนไว้รองรับเวลาเกิดอุบัติเหตุก็สามารถเปลี่ยนรถได้ทันที จนเรียกได้ว่าพวกเขาคือทีมที่มีการจัดการเตรียมตัวแข่งขันที่พร้อมที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

DSC00784

ซึ่งวิธีเล่านี้เรียกว่าวิธี Marginal Gains หรือวิธีการที่จะมาใส่ใจในทุก ๆ จุดที่บกพร่องให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้จะขึ้นเพียงอย่างละ 1%  แต่ถ้ารวม ๆ กันหลาย ๆ จุดเข้า มันก็จะได้ผลแบบทวีคูณ

จนพวกเขานั้นสามารถคว้าแชมป์ tour de France ได้ในเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น !!

แถมปีถัดไปยังได้แชมป์ควบเป็นปีที่ 2 อีกด้วย !!

DSC00815

โดยเรื่องเหล่านี้นั้นได้ถูกโยงมาเข้ากับเรื่องปัญหาทางด้าน Network ที่อาจารย์ศุภเดชได้ประสบมาด้วยตัวเองผ่านเคสต่าง ๆ ซึ่งแต่ละเคสที่เจอมาก็เรียกได้ว่าปวดตับกันเลยทีเดียวในด้านความใส่ใจในการวางระบบ การวางเราเตอร์ การเชื่อมสาย ซึ่งแม้จะดูว่ามันเล็กน้อยแต่ถ้ารวมกันแล้วยิ่งแย่มันก็จะยิ่งแย่ไปเรื่อย ๆ จนส่งผลให้อินเทอร์เน็ตที่ควรจะเร็วกลายเป็นอืดเต่านรกหรือหลุดไปเลยก็เป็นได้… (และสุดท้ายก็สามารถปิดคดี “Network สุดวุ่นวายกับรายการ Tour de France” ไปได้ในที่สุด)

DSC00890

Sharing ICT Solution Design โดยคุณธนวรรธน์ โชติพิชญะวิทย์

ถัดมาคือช่วง “Sharing ICT Solution Design” โดยคุณธนวรรธน์ โชติพิชญะวิทย์ ผู้จัดการการออกแบบและพัฒนาระบบ โดยที่เขาได้เน้นการพูดเกี่ยวกับการวางระบบสาย Fiber Optics ที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ สายใยแก้วนำแสงนั่นเอง ซึ่งเขาได้เล่าว่า ทุกวันนี้ หากมีผู้ที่จะคิดทำตึกขึ้นมาซักหลัง มักจะลืมเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานอย่างสาย Fiber Optics กันเป็นประจำ เรียกได้ว่าดูมันทุกอย่างแม้กระทั่งหมอดูฤกษ์ แต่ก็ดั้นไม่ยอมดูว่าจะวางสายเหล่านี้ยังไง

DSC00926

จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องใช้จริง ๆ แล้วถึงค่อยมาปรึกษาบริษัทที่รับจัดการเรื่องนี้ (CS Loxinfo เขารับจัดการให้นะครับ หุหุ) ซึ่งงานนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหามากมายตามมาไม่ว่าจะเป็นการวางแผนที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดที่จะต้องเดินสายภายนอกมากมายระเกะระกะและเสียเงินเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการไม่ได้วางแผนเรื่องการทำสายตอนนอกและตอนในเพื่อแยกส่วนไว้สำหรับเปลี่ยนแปลงผู้ให้บริการในอนาคต ทำให้ต้องเสียเงินค่าเดินสายหลายต่อหลายรอบ ซึ่งงานนี้ CS Loxinfo มักจะแนะนำว่าควรมีการวางแผนในส่วนนี้ก่อนเพื่อป้องกันการเสียเงินฟรี ๆ อีกหลายครั้ง รวมไปถึงแนะนำการวางระบบเครือข่ายเป็นแบบ Ring เพื่อป้องกันเวลาสายสัญญาณขาดหรือเกิดการเสียหายที่บางจุดแล้วจะทำให้งานที่ได้มีการวางแผนไว้กระทบไปทั้งบริษัท เป็นต้น

และเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านไม่เคยรู้มาก่อนว่า

สาย Fiber Optics นั้นไม่ได้เป็นเพียงสายสัญญาณสำหรับต่อ Internet เท่านั้น

แต่แท้จริงแล้วมันสามารถทำได้หลายอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ใช้เป็นเสียงตามสาย จัดการระบบ Security ต่าง ๆ เช่นไม้กั้นประตู แถมยังใช้เป็นระบบโทรศัพท์ได้อีกด้วย ดังนั้นใครที่ต้องการวางแผนทางด้าน IT Solution นั้นจะต้องวางแผนให้ดี จึงจะทำให้บริษัทและโรงงานของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

DSC00944

Sharing ICT Solution Design โดยคุณสรรเสริญ ชุมภูนุช

และทางคุณสรรเสริญ ชุมภูนุช ผู้จัดการการออกแบบและพัฒนาระบบอีก 1 ท่านได้ขึ้นมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ Business Continuity plan (BCP) ซึ่งถือว่าเป็นเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะมันคือการทำให้ธุรกิจรันอย่างต่อเนื่องแม้ Server จะปิดปรับปรุงหรือโยกย้าย Data Center ไป

โดยเขาได้ยกตัวอย่างการวางแผน BCP ที่แยกเป็น 4 phase ดังนี้

  1. Data center relocation คือการย้ายสถานที่เก็บ Cloud ของบริษัทซึ่งจะต้องมองจากความเสี่ยงของสถานที่ เช่นลูกค้าอยู่ริมน้ำก็มีความเสี่ยงน้ำท่วม ทาง CS Loxinfo จึงขอเสนอให้ย้าย Data center ไปยังที่ ๆ ปลอดภัยแต่ก็ไม่ใช่ง่ายเพราะต้องมีการเตรียมการหลายอย่าง เช่นทดสอบการ Shutdown เครื่องเซิร์ฟเวอร์ว่าจะสามารถทำงานได้ปกติเมื่อเปิดกลับมา ทดสอบระบบการ Backup ข้อมูลว่ามันสามารถดึงออกมาทำงานได้สมบูรณ์ 100% รวมถึงกู้กลับมาได้หากเกิดปัญหา และที่สำคัญคือการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้กับลูกค้า
  2. Backup Solution ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าหากไฟล์ที่ Backup ไว้เกิดเปิดไม่ได้เวลาต้องการใช้นี่ก็เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับโดนน้ำท่วมนั่นแหละDSC00968
  3. Visualization ระบบจำลองคอมพิวเตอร์โดยดึงความสามารถจาก Server ของเราออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนในการซื้อ PC มาเพื่อรองรับพนักงานใหม่ ๆ ที่จะมาในอนาคตแล้วไม่ถูกใช้งานจนเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาแบบฟรี ๆ และที่สำคัญยังประหยัดค่าไฟด้วย
  4. DR Site การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสำรองนั้นจะมี 2 เรื่องที่ต้องควบคุมคือ RTO – Recover Time Objective คือการควบคุมเวลาในการกู้ข้อมูลว่าจะต้องให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด และ RPO – Recover Point Objective คือการควบคุมจุดที่จำเป็นจะต้องกู้ขึ้นมาได้เป็นจุดแรกหากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ซึ่งทาง CS Loxinfo จะช่วยคุณวางแผนให้เหมาะสมยิ่งกว่าที่ลูกค้าต้องการอย่างแน่นอน

DSC01016

Sharing SaaS Trend โดยอาจารย์ ภควัต รักศรี

ต่อด้วยช่วง “Sharing SaaS Trend” โดยอาจารย์ ภควัต รักศรี ที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำของประเทศและบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเขาได้พูดเกี่ยวกับ The Matrix Organization ซึ่งเป็นมุมมองของเรื่องนี้อยู่ที่ทุกเหตุการณ์ที่มักจะมีคนอยู่ 3 ประเภทเสมอ

คือกลุ่มที่ไม่ชอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น กลุ่มชอบในสิ่งที่กำลังเกิด และสุดท้ายคือกลุ่มที่มองหาประโยชน์ที่เราจะได้รับกับสิ่งกำลังเกิดขึ้น

และอาจารย์เขาขยายไปถึงสิ่งที่เรียกว่า “ข้อมูล” นั้นคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของการทำงาน

ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดจากสิ่งเหล่านี้

  • ระบบ Database ไม่มีการวางแผนมาก่อน ส่งผลให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนในหลายแผนก เสียเวลาละเงินทองจำนวนมากไปฟรี ๆ
  • ระบบโปรแกรมเดิมไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ทำให้เสียเวลาในการจัดการงานเพิ่มขึ้น
  • มีการลงทุนสูงทั้งค่าใช้จ่ายและการบำรุงรักษา เพราะจะต้องดูแล Data มากกว่า 1 จุดฟรี ๆ
  • ดึงข้อมูลไม่ทันความต้องการของผู้บริหาร ด้วยความที่เป็น Data ที่มีการกระจัดกระจายของข้อมูลสูง
  • ไม่สนับสนุนการใช้งานกับในระดับธุรกิจ 3.0 (ที่เน้นการสั่งงานผ่านโทรศัพท์หรือ Chat ต่าง ๆ โดยไม่ผ่านระบบ E-mail)และ 4.0 ที่เน้นการใช้ Intelligence Devices ต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น

และอาจารย์ยังได้เล่าถึงเรื่องระบบ Matrix Solution ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันในเวลาอันสั้น และยังสามารถเชื่อมโยงกับ Business intelligent ได้อย่างง่ายดายจะต้องประกอบไปด้วย

  • Matrix Web เป็นระบบ Website ที่สามารถคิดเองได้ โดยเน้นการเชื่อมกับโปรแกรมต่าง ๆ รวมไปถึง Device มากมายในยุคนี้ได้อย่างง่ายดาย ประกอบอื่นๆ ได้ เช่นอัปเดทได้จากมือถือ, ปรับดีไซน์ได้ง่าย, รายงานจำนวนสินค้าคงคลังที่หน้าเว็บ, ข้อมูลสร้างโดยบุคคลอื่นๆ จัดการเรื่องผู้ได้รับผลประโยชน์, สามารถสร้างเอกสารได้จากแหล่งเดียว ใช้งานพร้อมกันได้ทั้งหมด, สั่งงานด้วยเสียง
  • Matrix Sale การบริหารงานขายที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จัดวางเซลล์เหมือนกองหน้า, มาร์เก็ตติ้งเป็นกองกลาง, บัญชีเป็นกองหลัง เพื่อความสมบูรณ์ของการขายที่ไม่มีผิดพลาด
  • Matrix ERP – Matrix HRM การบริหารจัดการบุคคลออนไลน์ ที่ระบบจะต้องเชื่อมโยงได้ง่าย ๆ ไม่มีความซ้ำซ้อน

DSC01023

และปิดท้ายด้วยคำว่า ART Concept by CS Loxinfo นั้นมีที่มาจาก

A – Asean การสร้างผลงานที่คิดแบบอาเซียน ขายทั้งอาเซียน
R – responsive เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย แสดงผลได้ทุกอุปกรณ์
T – Transfer เมื่อส่งข้อมูลระหว่างกันจะมีข้อมูลรวมศูนย์ คุยกันได้ และเชื่อมโยงระบบ KPI ได้อย่างง่ายดาย

DSC01070

The Next: Internet of Things โดยหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

และมาถึงช่วงสุดท้ายกับ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ เจ้าของฉายาเจ้าพ่อไอทีผู้สร้างสรรค์รายการแบไต๋ไฮเทค (รวมถึงเป็นพิธีกรหลัก)และกรรมการผู้จัดการ Show No Limit Co.,Ltd. กับช่วง “The Next: Internet of Things”สรุปภาพรวมของอุปกรณ์ไอทียุคปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนจากสมาร์ทโฟนไปสู่ยุคของ IoT หรือ Internet of Things นั่นเอง

DSC01281

โดยอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ IoT นั้นจะเน้นการเชื่อมต่อกับ Cloud เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของ Data ที่จะส่งผ่าน Cloud ให้เรารู้ถึงข้อมูลนั้น ๆ เช่นกล้อง IP Camera ก็จะมีการส่งสัญญาณเตือนและเมลไปยังผู้ใช้งานทันทีเมื่อมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาในบ้านเวลาที่เราไม่อยู่ เป็นต้น

DSC01399

และคุณหนุ่ยก็ยังได้พูดถึงงาน CES 2016 ที่ได้ไปมาว่า เขาได้เห็นว่า

ในยุคถัดไปนี้ รถยนต์ก็จะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองเพิ่มขึ้น

รวมไปถึง รถยนต์ที่จะเริ่มต้องการซิมเพื่อใช้ในการสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ตที่ดีกว่าเดิม และได้มีบริษัทอย่าง Nvidia ที่ริเริ่มคิดระบบ AI สำหรับรถยนต์โดยใช้ประสบการณ์จาก AI ของเกมมาเป็นต้นแบบเพื่อสร้างรถที่ขับเคลื่อนเองที่จะไม่ชนกันอย่างแน่นอน และทาง blackberry ที่หายหน้าหายตาไปเลยก็ได้นำเอาระบบที่จะใช้บนมือถือของเขาอย่าง QNX มาทำเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับรถของตัวเองอีกด้วย

ไปดูส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทาง LG ก็ได้มีการสร้างจอโค้งออกมาที่สามารถงอได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในอนาคตจะถูกนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้านเพื่อบอกสถานะ รวมไปถึงสามารถจัดการสั่งซื้อของที่ขาดได้อีกด้วย

DSC01168

และทางคุณหนุ่ยก็ยังได้แนะนำในส่วนของการทำ E-Commerce ว่า

ต้องทำให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินได้ง่ายที่สุดไม่เกิน 3 – 4 ขั้นตอน และไม่ควรต้องพิมพ์เยอะ

เพราะจากการสำรวจของ Zocial Inc. พบว่ากว่า 97% ที่ลูกค้าเข้ามาซื้อนั้นพอเจอการซื้อที่ยุ่งยากก็จะปิดหน้าจอทันที

ปิดท้ายด้วย Trend ของ IoT ในอนาคต (ประมาณปี 2020) ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?

  1. ระบบรักษาความปลอดภัยจะกลายเป็น IoT แทบทั้งหมดและจะมีความสำคัญอันดับต้น ๆ ของโลก
  2. จะมีจำนวนอุปกรณ์ IoT เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
  3. โดยเฉพาะรถยนตร์ที่สามารถเชื่อมต่อระบบ Internet
  4. ระบบที่กำลังจะมาอย่าง LPWAN (Low Power Wireless Area Network) และ Bluetooth 4.0 ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้
  5. สุดท้ายนี้ตลาดของ IoT จะกว้างขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอนาคตที่เริ่มมีความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

DSC01546

และแน่นอนว่างานนี้จะสำเร็จไม่ได้หากไม่ได้เหล่าผู้เข้ารับฟังที่ดี, สปอนเซอร์สนับสนุนการจัดงาน และผู้ขึ้นทอล์คโชว์ทั้ง 6 ท่านที่ขึ้นมาให้ความรู้กับผู้ร่วมงานทั้งในงานและใน Streaming YouTube ที่ทาง CS Loxinfo ได้เปิดให้คุณได้รับชมกันตลอดทั้งงาน ซึ่งใครที่พลาดไปก็สามารถรับชมเทปบันทึกภาพแบบเต็มได้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับงานดี ๆ แบบนี้ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

กลับมาแล้ว แก้บั๊กครั้งใหญ่! Windows 10 1809 ผู้ใช้สามารถอัปเดตได้แล้ว!

Published

on

By

หลังจากที่ได้ปล่อยอัพเดต Windows 10 1809 มาก่อนหน้านี้และพบบั๊กใหญ่จนต้องเอาอัพเดตออกไปก่อนเพื่อแก้บั๊กเป็นเวลา 1 เดือนกว่าๆ

เรื่องอัปเดตไว้ใจผม! ไมโครซอฟท์หยุดปล่อยอัปเดตเดือนตุลา หลังทำให้หลายเครื่อง พังพินาศ

ยิ่งอัปยิ่งหนัก Windows 10 October อัปเดตใหม่สร้างปัญหาบูทเข้าเครื่องไม่ได้!

โดยครั้งนี้ได้แก้ไขปัญหาแล้ว โดย Microsoft แนะนำให้ผู้ที่มีไฟล์ ISO ตัวเก่าของ 1809 ให้หยุดใช้งานและลบทิ้งไปเลย และทำการดาวน์โหลดใหม่จากเครื่องมือได้ที่ https://www.microsoft.com/th-th/software-download/windows10ISO

ส่วนผู้ที่ต้องการอัปเดตจาก Windows 10 เดิม สามารถเข้าได้ที่ลิงค์เดียวกันแต่กดที่ “อัปเดตเดี๋ยวนี้” หรือ “Update”

ส่วนวิธีการอัปเดตดูได้จากที่นี่เลยครับ

[แบไต๋ทิป] วิธีอัปเดตเป็น Windows 10 1809 ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ Windows Update

สำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบ Windows 10 Enterprise 90 วันทั้งรุ่นปกติและรุ่นสนับสนุนนานพิเศษ (LTSC หรือ LTSB เดิม) สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.microsoft.com/en-us/evalcenter/evaluate-windows-10-enterprise

อ้างอิง: Microsoft Official Blog

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

6 ฟีเจอร์ในสมาร์ทโฟน ที่จะดีมาก “ถ้าได้นำไปใช้ในแล็บท็อป” อย่างจริงจัง

Published

on

ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ สมาร์ทโฟนได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และฟีเจอร์ต่าง ๆ ในขณะที่การออกแบบแล็ปท็อปนั้น ดูเหมือน “นิ่ง” ไปสักหน่อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสมาร์ทโฟนที่เป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสและพกพาไปใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า

ดังนั้น เราลองมาดู 6 ฟีเจอร์ อันโดดเด่นของสมาร์ทโฟน ที่จะดีมากถ้าหากได้นำมาใช้ในแล็ปท็อปได้จริง ๆ กัน ซึ่งคาดว่าจะทำให้แล็ปท็อปมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

1. จอ OLED

จอ OLED บนสมาร์ทโฟนนั้น ไม่เพียงแค่แสดงสีของภาพที่สดกว่า และคอนทราสต์ระดับสุดยอดกว่าจอ LCD เท่านั้น แต่มันยังใช้พลังงานน้อยกว่าด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อการใช้พลังงานจากแบตเตอรีโดยตรง

ในปัจจุบันมีแล็บท็อปบางรุ่นเริ่มใช้จอ OLED บ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่นั้นยังคงใช้จอ LCD อยู่ โดยเหตุผลหลัก ๆ คือ แผงหน้าจอ OLED นั้นมีราคาแพงกว่า ซึ่งจะไปกระทบต่อต้นทุนการผลิตอีกด้วย

ดังนั้นการเลือกใช้จอ OLED สำหรับแล็ปท็อปในปัจจุบัน จึงยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก

2. สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง (สำหรับแล็ปท็อป Mac)

ฟีเจอร์ Face ID บน iPhone รุ่นใหม่ สำหรับสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคตัวเครื่องและเข้าถึงบริการต่าง ๆ นั้น เป็นฟีเจอร์ที่มีความล้ำหน้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังอาจเป็นเทคโนโลยีที่จะมาแทนการสแกนนิ้วมือได้ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับแล็ปท็อประบบ Windows 10 นั้น สามารถใช้ฟีเจอร์สแกนใบหน้า Windows Hello เพื่อปลดล็อคตัวเครื่องได้อย่างง่ายดาย ส่วน MacBook Air รุ่นใหม่ก็สามารถสแกนนิ้วมือได้แล้ว

แต่จะดีเพียงไรถ้าหากแล็ปท็อป Mac ในอนาคตจะใช้ฟีเจอร์ Face ID ได้เช่นเดียวกับ iPhone

3. ชาร์จไร้สาย

จริง ๆ แล้ว การชาร์จไร้สายนั้นค่อนข้างเหมาะสำหรับแล็ปท็อปมากกว่าสมาร์ทโฟนด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ต้องวางแล็ปท็อปบนโต๊ะเพื่อทำงานตลอดทั้งวันสิ จะดีแค่ไหนถ้าหากวางบนแท่นชาร์จไร้สายเพื่อชาร์จไฟไปพร้อมกับทำงานได้โดยไม่ต้องนำสายชาร์จเสียบแต่อย่างใด

ถึงแม้ว่า Dell จะเคยเปิดตัวแล็ปท็อปที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไร้สายเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา แต่มันก็มิได้รับความนิยมแต่อย่างใด และยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาต่อไปอีก

4. สวิทช์เปิด/ปิดเสียง ของ iPhone สำหรับเปิด/ปิด กล้องและไมโครโฟน

สำหรับผู้ที่เป็นกังวลในการที่อาจถูกแฮกเกอร์แอบเข้ามาส่องกล้องหรือเปิดไมโครโฟนของแล็ปท็อปของตนได้นั้น การติดตั้งปุ่มเพื่อเปิดหรือปิดการทำงานของกล้องและไมโครโฟนได้นั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่เข้าท่ามากทีเดียว

5. ป้องกันน้ำเข้า

การพัฒนาแล็ปท็อปได้มีมาตรฐานการกันน้ำนั้น เป็นสิ่งที่มีท้าทายเป็นอย่งมากสำหรับนักออกแบบ เนื่องจากมีหลายส่วนที่น้ำสามารถเข้าไปสร้างความเสียหายได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น แป้นพิมพ์ เป็นต้น

6. ขอบจอบางมาก

ด้วยขอบจอที่บางลง จะช่วยให้แล็ปท็อปสามารถแสดงภาพได้กว้างขึ้น บนขนาดทัวเครื่องที่เท่าเดิม

ก่อนห้านี้ Dell และ Huawei ได้เปิดตัวแล็ปท็อป XPS และ MateBook X Pro มาก่อนแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากนัก

ข้อมูลอ้างอิง : businessinsider

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

Alibaba ทุบสถิติรายได้ช้อปปิ้งออนไลน์ : ทะลุ 1 พันล้านเหรียญ ใน 85 วินาที

Published

on

ยักษ์ใหญ่แห่งวงการช้อปปิ้งออนไลน์ของประเทศจีนอย่าง Alibaba ได้ทำสถิติรายได้ใหม่ในปี 2018 นี้ จากอีเวนท์ Global Shopping Festival (หรือ Singles Day) ซึ่งทาง Alibaba ได้จัดขึ้นทุกปี

Alibaba สามารถขายสินค้าได้ 3.08 หมื่นล้านชิ้น จาก 230 ประเทศทั่วโลก ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง (เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ที่ขายได้ 2.53 หมื่นล้านชิ้น คิดเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 27%)

ไม่เพียงแค่นั้น ยังสามารถทำรายได้ถึงหลัก 1 พันล้านเหรียญ ได้ใน 85 วินาที และถึงหลัก 1 หมื่นล้านเหรียญ ใน 1 ชั่วโมง

ในส่วนของแบรนด์สินค้าที่ทำกำไรมากที่สุดนั้น ได้แก่ Apple, Dyson, Gap และ Nike

ข้อมูลอ้างอิง : engadget

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!