Connect with us

Computer Tips

มาดูกัน AntiVirus ตัวไหนยังรองรับ Windows XP และ Vista และถ้าต้องอัป OS จะใช้โปรแกรมเก่ายังไง

Published

on

สำหรับใครที่ยังใช้ Windows XP ที่หยุดสนับสนุนไปตั้งแต่ปี 2014 และ Windows Vista ที่หยุดสนับสนุนไปเมื่อ 11 เมษายนที่ผ่านมา คลิกอ่านข่าว สิ่งที่ควรคำนึงคือ “เรื่องความปลอดภัย” ดังนั้นจุดที่ยังสามารถลดความเสี่ยงได้ (แต่ไม่มากเท่าไหร่) หากมีความจำเป็นที่ยังต้องใช้ Windows 2 ตัวนี้อยู่ก็ต้องมองว่า “ใช้ AntiVirus ตัวล่าสุดและยังอัพเดตอยู่หรือไม่”

AntiVirus ค่ายไหนยังรองรับ XP และ Vista อยู่?

ทางผู้เขียนได้ทดสอบติดตั้ง AntiVirus รุ่นล่าสุดจาก 2 ค่ายใหญ่ ซึ่งมีทั้งตัวแจกฟรี (Freeware) และตัวเสียเงินซื้อลิขสิทธิ์มาใช้งาน โดยดาวน์โหลดตัวล่าสุดจากหน้าเว็บมาติดตั้งพบว่า

Panda AntiVirus และ Avast รุ่นล่าสุดยังคงติดตั้งและใช้งานบน Windows XP และ Vista ได้ (จากภาพเป็น Panda Antivirus รุ่น Small Business Protection รุ่นทดลองใช้บน Windows XP และ Avast Free AntiVirus บน Windows Vista)

และค่ายอื่นๆ ละ 

ทีมงานขอยกตัวอย่างมา 2 ค่ายนะครับ

TrendMicro

 

TrendMicro รุ่นสำหรับผู้ใช้ตามบ้าน รองรับสูงสุดแค่ Windows Vista

 

TrendMicro รุ่นสำหรับองค์กรยังคงรองรับ Windows XP, Windows Vista และยังมีระบบ Virtual Patching สำหรับช่วยลดความเสี่ยงในการใช้งาน Windows 2 ตัวนี้อีกด้วย [อ่านข้อมูลเพิ่มเติม]

Kaspersky

รุ่นขายปลีกปกติ เลิกสนับสนุนทั้ง Windows XP และ Vista ไปแล้ว

แต่รุ่นระดับ Business ยังรองรับ Windows XP, Vista อยู่

ส่วนของค่ายอื่นๆ แนะนำให้เช็คกับเว็บของค่ายนั้นๆ ได้เลยครับ

จะสนับสนุนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?

ผู้เขียนเชื่อว่าอีกไม่นานก็ต้องหยุดสนับสนุนครับ อย่างเช่นโปรแกรมประเภทอื่นอย่าง Web Browser ที่บางตัวหยุดสนับสนุนแล้ว บางตัวก็แจ้งว่าจะหยุดสนับสนุนเร็วๆ นี้  [อ่านข่าวเรื่องนี้] ดังนั้นผู้ใช้งานควรเตรียมตัวปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการได้แล้ว

ผลเสียหลังจากที่ AntiVirus จะเลิกรองรับในอนาคต

หากท่านยังใช้ Windows XP และ Vista ซึ่งตัว Windows เหล่านี้เองก็หยุดสนับสนุนแล้ว แน่นอนตัว Windows ไม่มีการแก้ช่องโหว่ใดๆ อีกแล้ว จึงตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์หรือผู้สร้างมัลแวร์ได้ง่ายกว่า Windows รุ่นใหม่ๆ อีกทั้งยังสามารถเจาะระบบ แก้ไขระบบต่างๆ ได้ง่ายกว่า Windows รุ่นใหม่มาก และยิ่ง Browser ไม่ออกอัพเดต ซึ่งตอนนี้ทุกค่ายก็จะเลิกสนับสนุนกันหมดแล้ว ก็ยิ่งตกเป็นความเสี่ยงเข้าไปใหญ่

ดังที่ได้บอกไว้ว่า AntiVirus ตัวล่าสุดที่อัพเดตล่าสุด ยังคงเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่ช่วยในการลดความเสี่ยง แต่ถ้าหยุดสนับสนุนเมื่อไหร่ ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ถึงขั้นสูงสุดเอง

คำแนะนำจากทีมงานแบไต๋

สำหรับกรณีนี้

  1. ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณยังไม่เก่ามาก แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Windows ใหม่ๆ ได้แล้ว อย่างต่ำควรเป็น Windows 7 Service Pack 1 ขึ้นไป หรือจะไปใช้ Windows 8.1, Windows 10 ไปเลยยิ่งดี เพราะว่าเขายังสนับสนุนอยู่ ไม่ว่าทั้งจากทาง Microsoft เอง และผู้ผลิต Browser, Antivirus ต่างๆ และยิ่ง Windows รุ่นใหม่ ช่องโหว่ก็ยิ่งน้อยลง อะไรอะไรก็ปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น หรือจะเปลี่ยนไปใช้ Linux ก็ได้ มีมากมายหลายตัวให้เลือกใช้ หรือจะแหวกแนวไปใช้ OS อื่นๆ เลยก็ได้ อย่าง “CloudReady” ที่เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ของคุณให้กลายเป็น Chrome OS มี Browser Chrome Version ใหม่มาให้ใช้ในตัว (CloudReady ใช้ตามบ้านหรือส่วนบุคคลไม่แสวงหากำไรฟรี แต่ถ้าใช้เพื่อการศึกษาหรือภาคธุรกิจ หน่วยงานต่างๆ ต้องเสียเงิน)
  2. แต่ถ้าคอมพิวเตอร์ของท่านค่อนข้างเก่า อาจใช้งาน Windows รุ่นใหม่ๆ ไม่ไหว ก็คงแนะนำให้ไปใช้ Linux เช่นเดียวกันครับ เพราะเขามี Version ที่ใช้กับเครื่องเก่าๆ ได้ดีและพัฒนา/สนับสนุนต่อเนื่องอย่าง xbuntu, lubuntu, Puppy Linux เป็นต้น หรือจะแหวกแนวไปใช้ OS อื่นๆ เลยก็ได้ อย่าง “CloudReady” ที่เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ของคุณให้กลายเป็น Chrome OS มี Browser Chrome Version ใหม่มาให้ใช้ในตัว (CloudReady ใช้ตามบ้านหรือส่วนบุคคลไม่แสวงหากำไรฟรี แต่ถ้าใช้เพื่อการศึกษาหรือภาคธุรกิจ หน่วยงานต่างๆ ต้องเสียเงิน)
  3. ถ้าท่านมีงบ ซื้อเครื่องใหม่ได้เลยครับ เดี๋ยวนี้ราคาเริ่มต้นไม่แพงแล้ว 7-8 พันกว่าบาทก็ได้คอมพิวเตอร์ใหม่ใช้งานพื้นฐานรองรับ Windows รุ่นใหม่แล้ว แต่แนะนำเผื่อเงินซื้อลิขสิทธิ์ Windows แท้อย่าง Windows 10 ไปเลย ช่วยให้การทำงานมีเสถียรภาพและปลอดภัยมากขึ้น

ถ้าเปลี่ยน OS แล้วคุณยังจำเป็นต้องใช้ Software เก่าๆ ควรปรับตัวอย่างไร

  • ใช้งานระบบปฏิบัติการเก่าบน Virtual Machine อย่าง Microsoft Hyper-V, Oracle VirtualBox, VMWare และควรตัดการเชื่อมต่อกับเครือข่าย LAN และอินเทอร์เน็ต (โดยคุณต้องมีลิขสิทธิ์ Windows XP, Vista อยู่ด้วย เพื่อความถูกต้องด้านลิขสิทธิ์)

 

  • ถ้าคุณใช้ Windows 7 อยู่ จะสามารถติดตั้ง XP Mode ได้ โดยดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Microsoft ตามลิงค์นี้

Windows Virtual PC https://www.microsoft.com/th-th/download/details.aspx?id=3702

Windows XP Mode https://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=8002

และติดตั้งตามนี้ เพื่อจำลองการรัน Windows XP บน Windows 7 https://support.microsoft.com/th-th/help/977274

 

  • หากต้องใช้โปรแกรมรันบน DOS ใช้ DOSBox (โปรแกรมจำลอง DOS) ช่วยได้ ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ รองรับทั้ง Windows รุ่นใหม่ๆ Linux และ Mac เลย https://www.dosbox.com/download.php?main=1

 

 

แสดงความคิดเห็น

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีลงฟอนต์หลายๆ ตัวในครั้งเดียวบน Linux

Published

on

By

สวัสดีครับ วันนี้แบไต๋ทิปมานำเสนอวิธีลงฟอนต์หลายๆ ตัวในครั้งเดียวบน Linux นะครับ ซึ่งปกติหลายท่านอาจจะรู้จักวิธีลงฟอนต์ใน Linux แลวว แต่เป็นการดับเบิลคลิกติดตั้งทีละฟอนต์ ซึ่งเชื่อว่าอยากได้วิธีที่ลงได้หลายๆ ตัวในคราวเดียวเหมือนกับที่ติดตั้งบน Window  นะครับ ไปดูกันเลย

  • เปิดโฟลเดอร์  “Home” หรือ “บ้าน”

  • ทำการสร้างโฟลเดอร์ชื่อ “.fonts”

  • ทำการเข้าสู่โฟลเดอร์ .fonts โดยการพิมพ์ .fonts เพิ่มในช่อง Address แล้วกด Enter

  • จากนั้นทำการก๊อปฟอนต์หลายๆ ตัวมาไว้ที่นี่เลยครับ สามารถใส่เพิ่มได้เรื่อยๆ ไม่ต้องทำครั้งเดียวก็ได้ (การเพิ่มฟอนต์ในครั้งต่อไปก็เข้าโฟลเดอร์ .fonts ตามวิธีที่เสนอไปแล้วได้เลย)
  • เมื่อทำตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วลองทดสอบดู จะพบว่าสามารถใช้งานฟอนต์ที่ลงไว้ได้แล้ว

*วิธีนี้ทดสอบกับ LinuxMint (ขณะที่ทดสอบเป็นรุ่น 18.3 xfce) ซึ่ง based จาก UBUNTU (Linux สาย Debian)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] มาเพิ่มปฏิทินการแข่งขันบอลโลก World Cup 2018 ลงคอม-มือถือของคุณ

Published

on

By

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงแห่งบอลโลก 2018 นะครับ แบไต๋ทิปก็ไม่พลาดที่จะนำทิปการใช้ไอทีให้เข้ากับช่วงนี้มาแบ่งกันกันนะครับ หนึ่งในนั้นก็คือ “เพิ่มปฏิทินการแข่งขันบอลโลก World Cup 2018 ลงคอม-มือถือของคุณ” ให้สามารถกดเข้าดูและรับการแจ้งเตือนง่ายๆ วิธีการเป็นอย่างไรมาดูเลย

สำหรับคอมพิวเตอร์ Windows

  • จะได้ไฟล์นี้

  • คลิกขวาแล้วเลือก Open with เลือกเปิดกับ App Calendar (หรือใครจะเลือก Outlook หรือโปรแกรมปฏิทินที่ใช้อยู่ก็ตามสะดวกเลย)

  • กด “Add to calendar” เท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในคอมของคุณเลย

สำหรับคอมพิวเตอร์ Mac

  • เมื่อทำการเปิดไฟล์ จะพบหน้าจอนี้ให้กด “Subscribe”

  • จากนั้นให้ตั้งค่าต่างๆ ตามต้องการเช่นให้ Sync เข้าเมลไหน Sync iCloud หรือไม่ รวมถึงสีและการแจ้งเตือน แล้วคลิก OK เท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในคอมของคุณเลย

สำหรับมือถือ Android

  • คลิกตามภาพเพื่อดาวน์โหลดและกดเปิดไฟล์ที่ดาวน์โหลดแล้ว
  • เลือกว่าจะเปิดใน App ปฏิทินตัวไหน เช่น App ปฏิทินของเครื่องแต่ละยี่ห้อ หรือ App Google Calendar หรือ App อื่นๆ

  • กรณีใช้ App Google Calendar ให้คลิก “เพิ่มทั้งหมด” และเลือกว่าจะให้ Sync เข้าเมลไหน หรือว่าให้อยู่ในเครื่องนี้เฉยๆ จากนั้นกด “เพิ่มทั้งหมด”
  • กรณีใช้ App ปฏิทินของเครื่องแต่ละยี่ห้อ (ในที่นี้ใช้ Huawei) ให้คลิก “ตกลง” และเลือกว่าจะให้ Sync เข้าเมลไหน หรือว่าให้อยู่ในเครื่องนี้เฉยๆ
  • เพียงเท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในมือถือของคุณเลย

สำหรับมือถือ iPhone, iPad, iPod Touch

  • กดดาวน์โหลดตามภาพ

  • คลิกที่ “เพิ่มทั้งหมด” และคลิกที่ “เสร็จ” เพียงเท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในมือถือของคุณเลย

สำหรับมือถือ Windows 10 Mobile (Windows Phone 10)

  • กดดาวน์โหลดตามภาพ

  • กด “บันทึก” และคลิกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา
  • จะให้คลิกเพื่อเลือกว่าจะให้ Sync ลงอีเมลไหนหรือว่าให้ลงเฉพาะบนเครื่องนี้เท่านั้น
  • ทำการกด เซฟ เพียงเท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในมือถือของคุณเลย

อ้างอิงจาก: Mashtips

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Computer Tips

แนะฟีเจอร์เด็ด Windows 10 รุ่นล่าสุด Spring Creators Update ส่งไฟล์แบบ AirDrop ได้แล้ว

Published

on

By

เปิดให้อัพเดตหรือดาวน์โหลด ISO ไปติดตั้งกันแล้วสำหรับ Windows 10 รุ่น 1803 (Spring Creators Update) หลายคนอาจจะอัพกันแล้ว บางคนก็อาจยังไม่ได้อัพ วันนี้จะมาแนะนำว่ามีอะไรใหม่ๆ เจ๋งๆ บ้าง ไปดูกัน

ฟีเจอร์แชร์ไฟล์คล้ายกับ Airdrop ของ Apple

สามารถแชร์ไฟล์ไปยังเครื่องใกล้เคียงได้ง่ายๆ โดยทำงานผ่าน Bluetooth หรือ Wi-Fi หรือว่าจะเลือกแชร์ให้กับเครื่องที่ใช้ Microsoft Account เดียวกันเท่านั้นก็ได้ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพียงแค่เปิดฟีเจอร์จากเมนู “Shared experiences” ใน Settings (รูปเฟือง) และไปที่ System เมื่อเปิดเสร็จต้องการใช้งานให้คลิกขวาที่ไฟล์แล้วกด Share

 

ปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ได้

หลักการเดียวกับ “โหมดห้ามรบกวน” ของมือถือ สามารถตั้งค่าได้จากเมนู “Focus assist” ใน Settings (รูปเฟือง) และไปที่ System

Activity history ฟีเจอร์ย้อนดูประวัติการเปิดโปรแกรมต่างๆ ได้ 30 วัน

หากเราไปที่ Privacy ใน Settings (รูปเฟือง) จะมี “Activity History” ทำให้สามารถตั้งค่าว่าอยากให้เก็บประวัติหรือไม่ และต้องการ Sync กับเครื่องอื่นที่ใช้ Microsoft Account เดียวกันไหม และสามารถเคลียร์ประวัติได้ด้วย

วิธีการใช้งานเพียงแค่กดไอคอนรูปตามภาพ

โดยปกติจะแสดงหน้าจอโปรแกรมที่เราเปิดไว้ ณ ปัจจุบัน แต่หากเลื่อนๆ ดูจะพบประวัติการใช้งานก่อนหน้าดังภาพ

Microsoft Edge เพิ่มฟีเจอร์ ปิดเสียงแท็บง่ายๆ

เพียงแค่คลิกขวาที่แท็บที่ต้องการปิดเสียงแล้วกด “Mute tab”

พิมพ์หรือแปลงเป็น PDF จากหน้าเว็บด้วย Microsoft Edge ได้เป็นระเบียบขึ้นด้วย “Clutter-Free Printing”

เพียงแค่ปรับ “Clutter-Ftrr printing” เป็น On จะทำการปรับสัดส่วนหน้าเว็บที่จะพิมพ์ลงกระดาษหรือแปลงเป็น PDF ให้ดูสวยงามเป็นระเบียบมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

เก็บข้อมูลบัตรเครดิตของคุณทำให้กรอกบนเว็บต่างๆ ได้สะดวกขึ้น

ใช้ Cortana ควบคุม Spotify

หากท่านตั้งค่า Windows Region Format เป็นประเทศที่ใช้ Cortana ได้เช่น อเมริกา (United State) จะสามารถสั่งงานจาก Cortana ได้

  1. เกมบาร์

เมื่อกดปุ่มโลโก้ Windows + G บนคีย์บอร์ด จะพบกับ “Game Bar” คุณจะสามารถอัดวิดีโอหน้าจอได้ เซฟไฮไลท์การเล่นเกมของคุณและแชร์ให้เพื่อนได้

รองรับจอภาพระบบ HDR เต็มรูปแบบ

https://www.theverge.com/circuitbreaker/2017/4/21/15384614/dell-ultrasharp-up2718q-monitor-4k-hdr-hdr10

และมาพร้อมกับเครื่องมือ Calibration เพื่อให้แน่ใจว่าจอภาพแสดงสีได้ตรง

สามารถตั้งคำถามกันลืมรหัสผ่าน Windows แบบ Local Account ได้

เมื่อคุณตั้งรหัสผ่าน Windows ด้วย Local Account จะสามารถตั้งคำถามเพื่อยืนยันการลืมรหัสผ่านของคุณได้

ปรับแต่งความเป็นส่วนตัวง่ายขึ้น

เพียงแค่ค้นหา “privacy” ใน Settings จะสามารถตั้งค่าได้ว่า จะให้ทาง Microsoft เก็บข้อมูลของท่านเพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนา Windows 10 ในรุ่นต่อไปว่ามีขอบเขตแค่ไหน Basic หรือ Full และต้องการให้เก็บค่าการวินิจฉัยการทำงาน (Diagnostics) หรือไม่

สามารถปรับการทำงานระหว่างการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกในผ่านตัว Windows ได้เลย

เพียงไปที่ Settings และไปที่ System จากนั้นคลิกที่ Display จะสามารถปรับการทำงานระหว่างการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกในผ่านตัว Windows เลย โดยเลือกให้ทำงานต่างกันในแต่ละ App ได้ ไม่จำเป็นต้องไปทำที่ Software ของการ์ดจอ

Pin Contact บน Taskbar ได้เพิ่มขึ้น ทำให้อ่านอีเมลและสถานะของ Contact คุณได้อย่างสะดวกขึ้น

มีระบบแนะนำคำและ Auto Correct

เมื่อค้นหา “Typing” ใน Start จะพบว่าเมื่อเข้า Typing Setting สามารถเปิดการแนะนำคำที่พิมพ์และแก้คำผิดอัตโนมัติได้ (เหมือนในมือถือ) แม้จะไม่ใช้คีย์บอร์ดทัชสกรีนก็ตาม

จำกัดการใช้ข้อมูลได้ ในกรณีท่านใช้เน็ตแบบคิดปริมาณข้อมูล

ใครที่ใช้เน็ตแบบคิดปริมาณข้อมูล เช่นเน็ต 3G/4G แบบมีการนับปริมาณการใช้ สามารถตั้งค่าจำกัดการใช้ข้อมูลได้ เพียงแค่พิมพ์ Data usage ใน Settings

มีฟอนต์ขายบน Store

อ้างอิง: Lifehacker

ภาพหัวข้อข่าว: remondmag

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!