Connect with us

บทความเทคโนโลยี

คุยกับผู้สร้างเทคโนโลยีชาร์จเร็ว OPPO VOOC ถึงก้าวต่อไปหลังจากนี้

Mr. Jeff, OPPO Hardware Technical Expert, Core developer of VOOC Flash Charge

Published

on

ทีมงานเว็บแบไต๋ได้มีโอกาสไปเยือนโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนของ OPPO ในเมือง Dongguan ประเทศจีนนะครับ ซึ่งในโอกาสนี้เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ Jeff หนึ่งในวิศวกรที่พัฒนา VOOC Flash Charge เทคโนโลยีชาร์จเร็วที่ใช้อยู่ในมือถือ OPPO รุ่นปัจจุบัน และเทคโนโลยีล่าสุด Super VOOC ที่เริ่มใช้เป็นครั้งแรกใน OPPO Find X Lamborghini Edition รวมถึงเราพยายามหาคำตอบด้วยว่าทำไม OPPO ถึงไม่ใช่เทคโนโลยี USB-PD ที่เป็นมาตรฐานโลก

VOOC Flash Charge เกิดเพราะปัญหาของผู้ใช้

คุณ Jeff เล่าให้เราฟังว่า OPPO พัฒนาเทคโนโลยี VOOC หรือชื่อเต็มๆ ว่า Voltage Open Loop Multi-step Constant Current Charging (แล้วตัว O อีกตัวมาจากไหนหว่า) พัฒนาขึ้นหลังการเปลี่ยนผ่านยุคจาก Feature Phone เป็น Smart Phone ซึ่งสมาร์ทโฟนนั้นใช้พลังงานมากกว่า และมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือในยุคก่อน เทคโนโลยีการชาร์จไฟเข้าจึงต้องพัฒนาขึ้นเพื่อให้ระยะเวลาในการชาร์จลดลง (เดี๋ยวเหมือนผู้ใช้ iPhone ที่ชาร์จช้าเสมอต้นเสมอปลายมากๆ)

Oppo Find 7

โดย OPPO Find 7 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2014 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของออปโปที่ใช้เทคโนโลยี VOOC Flash Charge ซึ่งประโยชน์ของเทคโนโลยีตัวนี้คือชาร์จเร็วขึ้น 4 เท่า คือชาร์จแค่ 5 นาที ก็สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้นาน 5 ชั่วโมงแล้ว (ตามตัวเลขที่ OPPO เคลมมานะ) สรุป VOOC Flash Charge อยู่ในตลาดมาแล้ว 4 ปี มีผู้ใช้เทคโนโลยีนี้ทั่วโลก 90 ล้านคน

เบื้องหลังเทคโนโลยี VOOC Flash Charge คือการออกแบบหัวชาร์จและสายชาร์จใหม่ เพิ่มจำนวนสายทองแดงและพินที่ปลายหัว USB เข้าไป จากปกติที่มีแค่ 4 พินก็เพิ่มเป็น 7 พิน และเสริมความหนาของสายไฟเข้าไปทำให้รองรับกระแสที่เพิ่มมากขึ้นของ VOOC ได้ โดย VOOC Flash Charge นั้นใช้กระแสระดับ 5V 4A ซึ่งสูงกว่าหัวชาร์จมาตรฐานที่ใช้กระแส 5V 1A ถึง 4 เท่านั้นเอง

มาตรฐานความปลอดภัย 5 ขั้นของ VOOC Flash Charge

แน่นอนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับไฟฟ้า เรื่องความปลอดภัยก็เป็นเรื่องสำคัญ เรารู้แล้วว่าสายชาร์จแบบพิเศษของ VOOC มีพินเชื่อมต่อและสายไฟที่หนากว่าปกติ แต่ OPPO VOOC Flash Charge ก็ต้องมีมาตรฐานเสริมความปลอดภัยเพิ่มเติมอีก 5 ขั้นคือ

  1. มีตัวทดสอบความต่างศักษ์ (V) ที่ตัวอแดปเตอร์
  2. มีการตรวจสอบว่าเป็นเทคโนโลยี VOOC จริงๆ ด้วยการยืนยันในตัวอแดปเตอร์
  3. และมีการยืนยันเทคโนโลยี VOOC ในตัวโทรศัพท์ด้วย ต้องใช่ทั้งต้นทางและปลายทาง ถ้าจะเข้าเงื่อนไขของ VOOC
  4. พร้อมมีตัวทดสอบความต่างศักษ์ (V) ที่ตัวมือถือด้วย
  5. และสุดท้ายคือที่โทรศัพท์ก็มีฟิวส์อยู่เพื่อรักษาความปลอดภัยที่โทรศัพท์

พัฒนาต่อเนื่องมาเป็น Super VOOC

หัวชาร์จและสายชาร์จ Super VOOC ที่เป็น USB-C แล้ว

เทคโนโลยี Super VOOC นั้นเปิดตัวตั้งแต่ Mobile World Congress 2016 นะครับ แต่เพิ่งพัฒนาเสร็จจนใช้จริงได้ใน OPPO Find X Lamborghini Edition ที่เพิ่งเปิดตัวไปนี่เอง (Find X รุ่นธรรมดาก็ไม่มีเทคโนโลยีนี้ด้วยนะ) โดย Super VOOC นั้นใช้กระแสสูงสุดถึง 10V 5A หรือใช้ไฟ 50W เลยในการชาร์จสมาร์ทโฟน ซึ่งใช้กระแสสูงกว่า VOOC Flash Charge มากกว่าเท่าตัว

Oppo Find X (แต่ตัวนี้ชาร์จ Super VOOC ไม่ได้นะ ต้องเป็นรุ่นท็อป)

ซึ่ง OPPO เคลมว่า Super VOOC นั้นสามารถชาร์จ 10 นาทีได้ไฟ 2,500 mAh และสามารถชาร์จ 35 นาทีก็เต็ม 100% ซึ่งหัวชาร์จของ Super VOOC นั้นสามารถเอาไปชาร์จกับสมาร์ทโฟน OPPO รุ่นเดิมได้ โดยความสามารถจะกลับเป็น VOOC Flash Charge เหมือนเดิม แต่ไม่สามารถใช้หัวชาร์จ Super VOOC ที่เป็นหัวแบบ USB-C ไปชาร์จอุปกรณ์ในมาตรฐาน USB-PD (เช่น Nintendo Switch หรือ Macbook) ได้ เพราะเป็นคนละมาตรฐานกัน

ช่วงถามเทคโนโลยีพอร์ตและการชาร์จกับคุณ Jeff

ทาง OPPO ได้เปิดโอกาสให้ทีมงานเว็บแบไต๋ได้ถามคุณ Jeff ในเรื่องที่แกดูแลอยู่ ซึ่งเราก็ไม่พลาดคำถามนี้ครับ

ทำไมออปโปใช้พอร์ต USB-C ช้าจัง เราเข้าใจว่า Find X คือรุ่นแรกที่ใช้ USB-C แล้ว

คุณ Jeff ตอบว่าออปโปติดตามความนิยมของ USB Type-C มาตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้เราคิดว่ามันยังไม่ได้รับความนิยมเท่ากับ MicroUSB เดิม ทำให้สมาร์ทโฟนของเรายังใช้ MicroUSB จนมาถึงรุ่นล่าสุดคือ Find X ถึงเพิ่งเริ่มเปลี่ยนมาเป็น USB-C

ในเมื่อออปโปเริ่มใช้ USB-C แล้ว ทำไมไม่ใช่มาตรฐานกลางอย่าง USB-PD ไปเลยล่ะ

ประเด็นนี้เรียบเรียงคำตอบได้ยากมากครับ เพราะคุณ Jeff แกตอบเป็นภาษาจีน ซึ่งมันก็มีศัพท์เทคนิคเยอะจนการแปลเป็นอังกฤษยังงงๆ อยู่บ้าง แต่คำตอบในเชิงความรู้สึกคือประมาณว่า OPPO มีเทคโนโลยีการชาร์จไฟที่ลงทุนลงแรงพัฒนาไปมากมายอย่าง VOOC อยู่แล้ว ซึ่งจนถึงปัจจุบัน Super VOOC ก็เป็นเทคโนโลยีที่ชาร์จไฟได้เร็วกว่า USB-PD (USB Power Delivery มาตรฐานการจ่ายไฟผ่านสาย USB รูปแบบใหม่ ที่จ่ายไฟได้มากขึ้น) การจะถอยไปใช้เทคโนโลยีกลางที่ประสิทธิภาพน้อยกว่า จึงอาจขัดความรู้สึกคนพัฒนาไปบ้าง (อันนี้จับความเอานะ แกก็ไม่ได้ตอบแบบนี้เป๊ะๆ หรอก)

ความหวังมาอยู่ที่ USB-PPS

แต่เรื่องนี้ก็มีหวังอยู่บ้างเมื่อคุณ Jeff พูดถึงมาตรฐาน USB PPS ออกมา ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่รู้จักมาตรฐานนี้หรอก เลยจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันจะทำให้ VOOC ไปเกี่ยวกับ USB-PD ได้ยังไง จนไปค้นกูเกิ้ลมาได้ความว่า (ต้องแปลจากเว็บจีนด้วยนะ เว็บฝรั่งไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้เลย)

มาตรฐานย่อยต่างๆ ใน USB-PD 3.0 เมื่อเทียบกับ USB-PD 2.0

USB-PPS หรือ Programmable Power Supply เป็นมาตรฐานใหม่รวมอยู่ใน USB-PD 3.0 ทำให้เราสามารถสร้างอแดปเตอร์ไฟแบบ USB-C ที่สามารถคุยกับอุปกรณ์ก่อนว่าจะจ่ายไฟระดับไหน ซึ่งสามารถจ่ายไฟได้ตั้งแต่ 3 – 21V แถมสามารถปรับระดับได้ขั้นละ 20 mV และสามารถจ่ายกระแสไฟได้หลายระดับ เช่น 1.5A, 2A, 3A, 5A

ซึ่งเมื่อปี 2017 ได้มีการตกลงกันที่ Tel Lab ในกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (เข้าใจว่าแบบนี้นะ แปลจีนมาเป็นอังกฤษอีกที) เพื่อนำมาตรฐานชาร์จเร็วต่างๆ ในปัจจุบันอย่าง VOOC Charge, Quick Charge, Pump Express, SuperCharge, FastCharge โว๊ะ มันเยอะจริง รวมเข้าเป็นโปรแกรมใน USB-PPS เพื่อสร้างหัวชาร์จที่สามารถปรับจูนให้กำลังไฟตามที่สมาร์ทโฟนต้องการชาร์จเร็วได้

อ่านมาถึงตรงนี้ก็เหมือนจะดี แต่ผ่านมาปีกว่าแล้วหลังจากข่าวความร่วมมือออก ยังไม่รู้ว่าทำไมเราก็ยังไม่ค่อยเห็นหัวชาร์จแบบครอบจักรวาลนั้นนะ ไม่รู้ตกหล่นตรงไหน เอาไว้ค่อยไปหาคำตอบต่อแล้วกันนะ วันนี้เหนื่อยแล้ว

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!