Connect with us

แบไต๋ทิป

7 เทคนิคใช้ Safari บน iPhone ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น!

Published

on

Safari บน iPhone ซ่อนฟีเจอร์ไว้อีกหลายอย่างที่หลายๆ ท่านอาจจะไม่เคยใช้งานมาก่อน วันนี้แบไต๋ขอนำเสนอ 4 เทคนิคที่จะช่วยให้การใช้งานบน Safari นั้นสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีกครับ

เปิดเว็บไซต์ต่อเนื่องจากอุปกรณ์อื่น

iOS มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Handoff ซึ่งเปิดตัวมาพร้อมกับ iOS 8 ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปได้ต่อเนื่องมากขึ้น สำหรับ Safari จะเป็นการเปิดหน้าเว็บแบบต่อเนื่องจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์ได้ พูดแล้วอาจจะนึกภาพยาก มาดูกันเลยดีกว่าว่าทำอย่างไร

เงื่อนไขการใช้งาน Handoff: ทั้งสองอุปกรณ์จะต้องเปิด Wi-Fi + Bluetooth และใช้ iCloud บัญชีเดียวกัน

ตัวอย่างผู้เขียนเปิดเว็บไซต์ Beartai.com เอาไว้บน MacBook จากนั้น จะเปิดต่อใน iPhone เมื่อเปิด Wi-Fi + Bluetooth เรียบร้อยแล้ว ให้เปิด Multitasking ใน iPhone ที่ด้านล่างจะมีขึ้นว่า “From MacBook Pro” คือเปิดต่อจาก ​MacBook นั่นเองครับ

เมื่อกดข้าไปแล้วก็จะเข้าที่หน้าเว็บไซต์ที่เปิดค้างเอาไว้ทันที วิธีนี้รองรับ iPhone iPod iPad และ MacBook ครับ

วิธีเปิดหน้าเว็บไซต์ที่เผลอปิดไปโดยไม่ตั้งใจ

บางครั้งเราอาจจะเผลอปิดเว็บไซต์ที่กะจะเปิดค้างเอาไว้อ่านต่อโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่นกำลังดูๆ ราคาของ Galaxy A5 รุ่นปี 2017 แล้วจะเก็บโปรโมชั่นเอาไวอ่านต่อ ถ้าเผลอกดปิดไปก็สามารถเปิดมาอ่านต่อได้ง่ายๆ โดยกดปุ่มสลับหน้าเว็บ (สี่เหลี่ยมขวาล่าง) แล้วกดปุ่ม + (ที่ใช้เปิดหน้าเว็บใหม่) ค้างเอาไว้ เลือกหน้าที่เผลอปิดไปได้ครับ

วิธีค้นหาคำในหน้าเว็บที่เปิดอยู่ (Find)

อีกหนึ่งอย่างที่ Apple ซ่อนเอาไว้ซะเกือบเนียนคือฟังก์ชั่นค้นหาเหมือนเวลาหาคำบนเบราเซอร์ (command + f หรือ ctrl + f) ซึ่งตรงนี้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาได้ง่ายๆ โดยการกดดปุ่มแชร์ (share sheet) เลื่อนหา Find on page เพื่อหาเนื้อหาที่ต้องการในหน้านั้นๆ ครับ

วิธีเปิดหน้าเดสก์ท็อปโหมด

หลายเว็บไซต์ในปัจจุบันเรียกว่าทำให้รองรับหน้าต่างแบบบนมือถือหมดแล้ว แต่บางเว็บไซต์เปิดแบบเดสก์ท็อป (desktop mode) ยังจะง่ายต่อการอ่านหรือการเข้าถึงมากกว่า วิธีการเปิดหน้าแบบเดสก์ท็อปสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการกดปุ่มแชร์ เลือกที่ Request Desktop site ครับ

วิธีแปลงหน้าเว็บเป็น PDF เก็บไว้อ่านทีหลัง

การเก็บหน้าเว็บเป็น PDF ค่อนข้างจะมีประโยชน์เวลาที่เราต้องอ่านเนื้อหาโดยที่ไม่ต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นต้น ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการเปิดหน้าเว็บที่ต้องการ กดปุ่มแชร์ เลือก Save PDF to iBooks เนื้อหาที่เราต้องการอ่านทีหลังก็จะเข้าไปอยู่ใน iBooks แล้ว

วิธีเปิดโหมดสำหรับอ่านและเก็บไว้อ่านทีหลัง

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Safari คือโหมดอ่าน หรือ Reading mode ซึ่งเป็นโหมดที่เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบอ่านอะไรบนเว็บไซต์แล้วประสบปัญหาในการอ่าน เช่น ฟอนท์เล็กไป หน้าสีขาวอ่านแล้วแสบตา โดย Reading mode จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

ให้เราเปิดหน้าเว็บที่ต้องการ รอจนหน้าเว็บโหลดเสร็จ ที่ด้านซ้ายบนจะมีไอคอนขีดๆ สามขีด แตะเข้าไปคือ Reading mode ครับ

ตรงนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสีกระดาษ ขนาดฟอนต์ และฟอนต์ของตัวอักษรได้ด้วยการกดรูปตัว A สองตัวที่ด้านขวาบนครับ

แต่ถ้าหากต้องการแค่เซฟหน้าเว็บเอาไว้อ่านทีหลัง สามารถทำได้โดยกดปุ่มแชร์เช่นเดิม (ปุ่มนี้ครอบจักรวาลมากครับ) เลือก Save to reading list เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

วิธีเปิด Private mode สำหรับเรื่องส่วนตัว

Private mode หรือโหมดส่วนตัว เป็นโหมดที่จะไม่เก็บข้อมูลหลงเหลืออะไรเลยเอาไว้ในแอป Safari ทั้ง url, ข้อมูลการล็อคอินเว็บต่างๆ เป็นต้น เช่นเราเปิดเว็บ facebook.com ใส่ username และ password เข้าไป เมื่อเราปิดหน้า facebook ไป เปิดมาอีกครั้งจะไม่มีข้อมูลเดิมเหลือแล้ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือเปิดหน้าเว็บแล้วไม่ให้ข้อมูลที่เคยเปิดไว้หลงเหลือครับ หรือคนที่ต้องการเปิดใช้บัญชีอื่นๆ ไม่ให้ไปตีกับบัญชีเดิมที่เปิดค้างใน Safari เดิมอยู่แล้ว

วิธีเปิดโหมดนี้ทำได้ง่ายๆ โดยแตะที่ไอคอนสี่เหลี่ยมมุมขวาล่าง > กดปุ่ม Private ที่ด้านซ้ายล่าง จะเห็นว่าหน้าเว็บกลายเป็นสีดำๆ ซึ่งหมายถึง Private mode ครับ

แสดงความคิดเห็น

แบไต๋ทิป

[แบไต๋ทิป] ไม่หวั่นแม้เห็นเพจน้อย ผู้ใช้สามารถกดดูฟีดข่าว “เฉพาะเพจ” ได้เมื่อต้องการ

Published

on

By

หลังจากที่มีดราม่าในช่วงนี้เรื่องที่ “Facebook ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่าเพจ” ทำให้โอกาสเห็นเพจบนหน้าฟีดข่าว หรือหน้าแรกของเราลดลง แต่ว่า Facebook ก็กำลังทดสอบฟีเจอร์ “กดดูฟีดจากเพจ” อยู่ ซึ่งตอนนี้เริ่มเปิดให้ใช้งานทั่วไปผ่านการใช้ Facebook บนคอมพิวเตอร์แล้ว วิธีการมีดังนี้

ที่หน้าแรกหรือหน้าฟีดข่าวของ Facebook มุมซ้ายมือ มองหาคำว่า “ฟีดของเพจ”

จากนั้นเมื่อท่านคลิกก็จะพบกับแต่ฟีดของเพจแล้ว

หากต้องการกลับมาดูฟีดทั้งหมดรวมถึงเพื่อนตามเดิม เพียงแค่คลิก “ฟีดข่าว” เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังไม่มีบน App และการเข้าผ่าน Browser บนมือถือ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีภาพหลุดว่ามีการทดสอบอยู่เช่นกัน โดยนำปุ่มดูเฉพาะเพจไว้ที่เมนูหลักของ App (เมนูแถบเดียวกับที่มีแจ้งเตือนต่างๆ โดยเพิ่มปุ่มกดดูแต่ฟีดของเพจลงไป)

ภาพหน้าปกบทความจาก: Pixabay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

แบไต๋ทิป

“แบไต๋ทิป” วิธีเอาปุ่ม View Image กลับคืนมา หลัง Google ได้ลบทิ้งไป

วิธีง่ายๆ ทำได้ในไม่กี่วินาที

Published

on

Google ได้ตัดสินใจลบปุ่ม View Image ออกไป ซึ่งเป็นผลมาจากการเซ็นสัญญาร่วมมือกับทาง Getty Image ตัวแทนให้บริการ “จำหน่ายภาพ” ผ่านทางอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ และส่งผลทำให้ผู้ใช้ Google ในการค้นหารูปภาพ เกิดความรู้สึกไม่คุ้นชิน และใช้งานได้ไม่สะดวกนัก

ล่าสุด ทางเว็บไซต์ thenextweb.com ได้นำเสนอวิธีง่ายๆ ในการนำปุ่ม View Image กลับคืนมา ซึ่งมีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 ติดตั้ง Extender (ส่วนขยาย) สำหรับเบราเซอร์ Google หรือ Opera ดังที่ปรากฏด้านล่างนี้

  • View Image (Extender : ส่วนขยาย)

วิธีที่ 2 ใช้ Starpage เป็นเสิร์ชเอนจินในการค้นหารูป ซึ่งวิธีนี้จะไม่ต้องติดตั้ง Extender (ส่วนขยาย) ในเบราว์เซอร์ Google หรือ Opera เลย

เพียงเท่านี้ ท่านก็จะสามารถค้นหาและเปิดดูภาพได้อย่างสะดวกสบายเช่นเดิม หรือถ้าไม่อยากลงส่วนเสริมเพิ่ม หรือไปใช้เว็บอื่นๆ ก็แค่กดคลิกขวาที่รูป แล้วเลือก Open Image in New Tab เท่านั้นเอง ก็จะได้ผลที่คล้ายๆ ปุ่ม View Image เดิมแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง : thenextweb.com

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

แบไต๋ทิป

“แบไต๋ทิป” แปลงไฟล์ภาพ / PDF ให้เป็นไฟล์ Word ได้ง่าย ๆ ผ่าน Google docs !

Published

on

เบื่อไหม? กับการรับเอกสารมาแล้วต้องมานั่งพิมพ์ยาว ๆ ตอนนี้ทาง Google ก็ได้มีการพัฒนาความสามารถของ Google docs ขึ้นมานอกเหนือจากความสามารถในการทำงานด้านเอกสารเพียงอย่างเดียว โดยความสามารถนี้มีชื่อว่า Optical character recognition หรือ OCR เป็นความสามารถในการตรวจสอบตัวอักษรบนภาพหรือไฟล์ PDF แล้วแปลงออกมาเป็นคำที่ถูกต้องตามเอกสารนั้น ๆ เป็นความสามารถสุดเจ๋งที่ใช้งานได้ง่ายมาก ๆ !

วิธีใช้งาน OCR บน Google docs

เข้าไปที่ drive.google.com แล้วทำการอัปโหลดไฟล์ที่ต้องการแปลงลงใน Drive ของเรา

จากนั้นให้เลือกไฟล์ที่ต้องการแปลง แล้วกดคลิกขวา เลือก Open with… > Google Docs แล้วรอซักพัก

หลังจากแปลงเสร็จเรียบร้อย ระบบ Google docs ก็จะนำเอาภาพที่เราเลือกมาไว้บนไฟล์เอกสารพร้อมข้อความภายในภาพเพื่อให้คุณสามารถเปรียบเทียบกันได้ทันที

ลองทดสอบดูว่าสามารถแปลงไฟล์อะไรได้บ้าง

  1. ภาพโบรชัวร์ / ป้ายข้อมูลสินค้า ภาษาอังกฤษ

ข้อมูลที่ได้รับออกมาค่อนข้างครบสมบูรณ์ 100% ทั้งการเว้นช่องและบรรทัดที่แสดงผล แต่มีปัญหาเรื่อง Font ตอนแรกที่แปลงมาจะมีขนาดใหญ่มาก ๆ (นี่ปรับลดแล้ว ตอนแรกมา Font 96 ใหญ่มาก)

  1. ไฟล์เอกสาร ที่ตะแคงอยู่ (ภาษาไทยปนอังกฤษ)

แปลงออกมาได้ตรง 100% แต่เหมือนจะมีคำแปลก ๆ หลุดมาเช่น “9 ข” ที่น่าจะเกิดจากเงาหรือแสงสะท้อนบนกระดาษ แต่โดยรวมคือนำมาใช้งานได้แทบจะทันที

  1. ไฟล์เอกสาร ในตารางรวมไปถึงสี Font (ภาษาไทยปนอังกฤษ)

จากการทดสอบดูคือ ระบบรู้ว่าสิ่งนี้คือตาราง แต่ไม่สามารถสร้างออกมาเป็นตารางได้ แต่จะแบ่งออกมาเป็นบรรทัด ๆ เรียงจากซ้ายไปขวาแทน ทำให้เราไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ต้องสร้างตารางขึ้นมารองรับก่อนแล้วค่อย ๆ เอาข้อมูลทีละบรรทัดไปใส่ให้เหมือนเดิม ในส่วนของสีตัวอักษรนั้นระบบจะบังคับเป็นสีดำทั้งหมด ไม่สามารถแบ่งสีออกมาได้ทันที

  1. ใบเสร็จ 7-11

จากที่ทดสอบบนใบเสร็จของ 7-11 ที่มีขนาดเล็ก และตัวหนังสือค่อนข้างเลือน ทำให้ระบบ OCR ไม่สามารถอ่านได้ชัดเจน จนทำให้การแสดงผลผิดพลาด แต่โดยรวมหลาย ๆ ส่วนก็ยังแสดงผลได้ถูกต้องอยู่

  1. ทดสอบอ่านลายมือ

จากที่เห็นก็บอกได้เลยว่า ระบบ OCR ยังไม่เหมาะสมกับการนำมาใช้กับลายมือภาษาไทย แต่ในส่วนของลายมือภาษาอังกฤษค่อนข้างออกมาได้ตรงตัว ไม่มีผิดเพี้ยน (คาดว่าระบบ OCR เห็น Google เป็นตัวหนังสือไทย เลยทำให้การแสดงผลผิดพลาด)

สรุป

จากการทดสอบก็บอกได้เลยว่าระบบนี้ของ Google นั้นสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับเรามาก ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานเอกสารโดยการพิมพ์จากกระดาษลงคอมพิวเตอร์ จากที่ต้องมานั่งพิมพ์หลังขดหลังแข็ง ก็ถ่ายภาพ อัปโหลด แล้วเปิดด้วย Google Docs ก็จะได้ข้อมูลของไฟล์เอกสารนั้น ๆ ทันที แต่มีจุดสังเกตตรงที่ไม่รองรับลายมือภาษาไทย (หรือเขียนไม่สวยเองก็ไม่รู้) ยังไงก็อย่าลืมไปลองใช้กันเยอะ ๆ นะครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!