Connect with us

Mobile-Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีอัพเดตมือถือ Windows 10 Mobile ทุกรุ่นให้เป็น Fall Creators Update

Published

on

หลังจากที่ทางเว็บแบไต๋เคยนำเสนอ “วิธีอัพเดต Windows Phone 8.1 ไปเป็น Windows 10 Mobile” แล้ว แต่ที่จริงนั้น มือถือหลายรุ่นแม้จะสามารถอัพเดตเป็น Windows 10 Mobile ได้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับอัพเดต Fall Creators Update (หรืออัพเดตล่าสุดในอนาคต) ได้ทุกรุ่น ซึ่งทาง Microsoft เคยประกาศไว้ว่า รุ่นที่สามารถรับอัพเดต Fall Creators Update ได้นั้นมีรายชื่อดังต่อไปนี้เท่านั้น

  • HP Elite x3
  • HP Elite x3 (Verizon)
  • HP Elite x3 (Telstra)
  • Wileyfox Pro
  • Microsoft Lumia 550
  • Microsoft Lumia 650
  • Microsoft Lumia 950/950 XL
  • Alcatel IDOL 4S
  • Alcatel IDOL 4S Pro
  • Alcatel OneTouch Fierce XL
  • Softbank 503LV
  • VAIO Phone Biz
  • MouseComputer MADOSMA Q601
  • Trinity NuAns Neo

ซึ่งรุ่นเหล่านี้เมื่อทำการอัพเดตตามที่เราเคยนำเสนอไว้ จะได้รับ Fall Creators Update ทันที แต่รุ่นอื่นนั้นแม้จะอัพเป็น Windows 10 Mobile ได้แต่จะไม่ได้รับ Fall Creators Update จะได้ Windows 10 Mobile Build เก่าแทน และจะไม่สามารถอัพเดตสู่ Windows 10 Mobile Build ใหม่ๆ ในอนาคตได้อีก แต่ไม่ต้องเสียใจ เพราะว่ามีวิธีที่นำพาให้เครื่องรุ่นที่ไม่มีอยู่ในรายชื่อนี้ สามารถอัพเดตสู่รุ่นล่าสุดได้ตลอด (จนกว่า Microsoft เลิกออกอัพเดต Windows 10 Mobile เลย) ขั้นตอนมีดังนี้ (ตัวอย่างนี้อิงจากเมนูภาษาไทย)

  • ทำการแตกไฟล์แล้วนำ Folder ดังภาพไปไว้ในเครื่องมือถือหรือ MicroSD

  • เข้าสู่หน้า “About” หรือ “เกี่ยวกับ” บนมือถือจะพบว่ายังไม่ใช่รุ่น “1709” (Fall Creators Update)

  • ที่เมนู “การตั้งค่า” ให้ไปที่ “การปรับปรุงและความปลอดภัย” และไปที่ “สำหรับนักพัฒนา”
  • กดเลือก “โหมดนักพัฒนา” และกด “ใช่”

  • จากนั้นทำการติดตั้ง “Interop Tools” จากไฟล์ใน Folder ที่ได้ใส่ไว้
  • จากนั้นจะพบกับ App “Interop Tools” ทำการเปิดขึ้นมาเลย

  • ไปที่ “Registry Browser” และไปที่ “HKEY_LOCAL_MACHINE”
  • ไปที่ “SYSTEM” และไปที่ “Platform”
  • ไปที่ “DeviceTargetInfo” และไปที่ “PhoneModelName”
  • เปลี่ยนชื่อรุ่นที่ช่อง “Registry Value Data” เป็น “Lumia 950” แล้วกด “Write”

  • จากนั้นหา “PhoneManufacturerModelName” กดเข้าไปเลย

  • เปลี่ยนค่าในช่อง “Registry Value Data” เป็น “RM-1085_113025” แล้วกด “Write”

  • ปิดและเปิดเครื่องใหม่
  • ทำการเข้าไปอัพเดตได้แล้วที่ “การปรับปรุงและความปลอดภัย” ที่อยู่ใน “การคั้งค่า” และทำการอัพเดตและรีบูตเครื่องเรื่อยๆ จนไม่มีอัพเดตแล้ว
  • ไปเช็ครุ่นอีกครั้งพบว่าจะกลายเป็น “1709” (Fall Creators Update) แล้วครับ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หมายเหตุ: การอัพเดตแบบนี้ยังคงอัพเดตจากช่องทาง OTA อย่างเป็นทางการของ Microsoft ไม่ใช่การเอาไฟล์รอมมาลงเอง และการทำแบบนี้รองรับการอัพเดตอื่นๆ ในอนาคตของ Windows 10 Mobile ด้วย

ภาพหน้าปกบทความจาก: Pixabay

แสดงความคิดเห็น

Mobile-Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีแก้มือถือ Huawei ขึ้น “Google Play services are updating” และบาง App เด้งออก

Published

on

By

สวัสดีครับ ช่วงนี้หลายท่านที่ใช้มือถือ Smartphone ของ Huawei อาจจะพบว่า เมื่อมีการใช้งาน App ใดๆ ก็ตามที่ใช้ Google Maps มักจะขึ้น “Google Play services are updating” ดังภาพด้านล่างนี้

รวมถึงเข้าใช้งานบาง App ไม่ได้เช่น LINE MAN, TrueID ฯลฯ ที่เข้าแล้วจะเด้งออกทันที

วันนี้เราจะนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานี้กันนะครับ

  • ไปที่ “Settings” หรือ “การตั้งค่า” จากนั้นกดที่ “แอป”

  • กดที่ “อื่นๆ” แล้วไปที่ “แสดงกระบวนการระบบ”

  • ไปที่ “บริการของ Google Play” หรือ “Google Play Services”

  • กดที่ “ที่เก็บข้อมูล”

  • ,ทำการ “ล้างแคช” จากนั้นกด “จัดการพื้นที่”

  • กด “ล้างข้อมูลทั้งหมด”

จากนั้นเปิด App ที่มีการใช้ Google Maps อีกครั้งก็จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ หากยังไม่ได้ผลให้รีสตาร์ทมือถืออีกครั้ง

อ้างอิง: สมาชิกกลุ่ม Huawei P-Series Thailand (P20 P10 P9) , สมาชิกกลุ่ม LINE “TelecomLoverOfficial”

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

รวมเทคนิคใช้ Instagram ยังไงให้คุ้มสุดๆ

Published

on

เป็นแอปที่อยู่คู่กับสังคมออนไลน์มานานแสนนาน และดูเหมือนว่าจะอยู่ไปอีกแสนนานเช่นกัน เพราะไม่มีทีท่าว่า “Instagram” จะหยุดพัฒนาตัวเองสักที แถมยังมีลูกเล่นใหม่ๆ เจ๋งๆ ออกมาเสมอด้วย คนที่มีบัญชีของ Instagram เลยอาจรู้สึกว่ามันคุ้มค่าต่อการใช้งานสุดๆ ยังไงก็ตามมาใช้งาน Instagram ให้คุ้มค่ากว่าเดิมด้วยวิธีเหล่านี้ดีกว่า

อัพ story ให้เท่ระเบิด

ต้องยอมรับว่าฟีเจอร์ story ของ Instagram ทำมาดีจริงๆ และตีตื้นจนแซงทุกแอปไปไกลเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีลูกเล่นที่หลากหลายและสวยงามออกมาเรื่อยๆ แล้ว ล่าสุดยังมีข่าวออกมาอีกว่าจะมีฟีเจอร์ AR Camera Effects ด้วย! ซึ่งแน่นอนว่าคงจะดึงฐานผู้ใช้ Instagram ได้มากขึ้น และเราคงได้เห็นหลายๆ คนที่ไม่เคยอัพ Story มาก่อน หันมาใช้ฟีเจอร์นี้อย่างแน่นอน


อยากเด่นอยากดังบน Instagram ก็ลองเล่นฟีเจอร์ AR Camera Effects ใหม่ของ Story ดู เพราะคุณสามารถใส่ไอเดียได้แบบเต็มที่ ยิ่งทำเจ๋งมากเท่าไหร่ ใครๆ ก็อยากเข้ามาดู Story ของคุณมากเท่านั้น ทีนี้แหละ เกิดยิ่งกว่าเกิด

เพิ่ม story highlights

ฟีเจอร์ story highlights จะช่วยให้คนที่ติดตาม (หรือแอบมาส่อง) สามารถดู story ของคุณได้ โดย story highlights จะทำให้ story ของคุณขึ้นโชว์หลาอยู่หน้าเพจ ซึ่งข้อดีคือเราสามารถจัดหมวดหมู่ให้กับ story ได้ เช่น เราไปเที่ยวญี่ปุ่นก็รวบ story ที่ญี่ปุ่นไว้ด้วยกัน เราไปเที่ยวเกาหลี ก็รวม story เกาหลีไว้ด้วยกัน ทำให้คนที่ติดตามเราสามารถย้อนดู story ที่เราถ่ายไว้ได้ทั้งหมดอย่างเป็นหมวดหมู่ แถมเป็นไดอารี่ย่อมๆ ที่มีระเบียบอีกด้วย ทุกครั้งที่อยากย้อนกลับไปดูความทรงจำดีๆ ก็แค่กดเข้าที่ story highlights ได้เลย

แอปอื่นถอยไป ต่อไปจะคอลด้วย IG!

จากจุดเริ่มต้น การทำหน้าที่เป็นอัลบั้มรูปของ Instagram ได้ผันตัวมาเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์แบบสมบูรณ์แบบซะแล้ว เพราะล่าสุด Instagram ก็กำลังจะมีฟีเจอร์ video chat ที่สามารถวิดีโอคอลคุยแบบส่วนตัวกับเพื่อนหรือกลุ่มเพื่อนได้แล้ว


ทีนี้ก็ได้เวลาเม้าส์สนั่นลั่นซอย ผ่านแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานง่ายสุดๆ แบบ Instagram ชนิดที่ว่ามีแอปเดียวเอาอยู่ ทั้งแชท ทั้งวิดีโอคอล.. ในอนาคตคุณอาจไม่ต้องมีแอปแชทอื่นๆ ให้เปลืองพื้นที่ในโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ส่วนวิธีใช้ก็ใช้งานง่ายแสนง่าย เพียงกดเครื่องหมายกล้องถ่ายรูปอันใหม่ในหนึ่งจึ้ก ก็สามารถคอลหาเพื่อนๆ ได้แล้ว

จะช้อป เที่ยว กิน เล่น วาดภาพ ฟังเพลง ก็ง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์ Explore

ครั้งหน้าที่ความจำในโทรศัพท์เต็ม คุณคงต้องกดลบแอปหาไอเดีย จำพวก Pinterest แน่ๆ เพราะรอบนี้ Instagram นางเอาจริงจ้า นางมากับฟีเจอร์ Explore ที่ช่วยให้คุณสามารถหาไอเดียหรือสิ่งที่สนใจต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะนางจะแบ่งหัวข้อมาให้เรียบร้อย อยากหาอะไรก็กดครั้งสองครั้งก็เจอแล้ว แถมยังแสดง hashtag ที่ใกล้เคียงกันไว้ให้ด้วย สะดวกไปอีก!

เจออะไรที่ใช่ ก็ Save เก็บไว้

เป็นฟีเจอร์ที่มีมาเนิ่นนานใน Instagram แต่น้อยคนนักที่จะใช้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่การใช้งานฟีเจอร์ Save นั้นแสนจะอำนวยความสะดวกกับชีวิตคุณ ไม่ว่าโพสต์ไหนที่เราชอบ เป็นไอเดียดีๆ เราก็สามารถกด Save เก็บไว้ดูภายหลัง โดยการกดเครื่องหมาย Save ที่อยู่ขวามือของรูปนั้นๆ และเมื่อต้องการย้อนกลับมาดูอีกครั้งก็เพียงเข้าหน้าโปรไฟล์ Instagram ของเรา แล้วเข้าเครื่องหมาย Save และยังสามารถสร้าง Collections เพื่อให้รูปที่เราเก็บไว้มีการจัดหมวดหมู่ด้วย

ใครที่มีบัญชี Instagram น่าจะปลื้มใจสุดๆ เพราะนับวัน Instagram ก็ดูจะนำสิ่งดีๆ เข้าสู่ชีวิตมากขึ้น และพวกเราก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคต Instagram จะสร้างสรรค์อะไรเจ๋งๆ ขึ้นมาอีก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

อ่านคำบรรยายระดับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” iOS 11.3 แล้วงงใช่ไหม เราอธิบายให้ฟัง!

มาดูคำอธิบายเกี่ยวกับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” ว่ายังใช้งานได้มากน้อยขนาดไหนกัน

Published

on

Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ลงใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของแบตเตอรี่ iPhone แต่ละเครื่องได้ตามที่ Apple เคยสัญญาไว้ หลังจากโดนฟ้องร้องจากการที่ลดประสิทธิภาพของ CPU ลง โดยมิได้เตือนให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้า แต่คำอธิบายประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของแอปเปิ้ลมันอ่านเข้าใจยากเหลือเกิน วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกัน

“แบตเตอรี่ iPhone”

Apple ได้อธิบายว่า แบตเตอรี่ iPhone ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอออน ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า, เก็บประจุได้นานกว่า และมีความหนาแน่นของกำลังไฟที่สูงกว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นเก่า แต่แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไป และมีอายุการใช้งานที่จำกัด

นั่นส่งผลให้การทำงานของแบตเตอรี่เสื่อมถอย และมีโอกาสที่เครื่องจะปิดโดยไม่คาดคิด และอาจเกิดขึ้นได้บ่อยอีกด้วย

สำหรับใน iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น ระบบ iOS ได้รับการออกแบบให้มีจัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เช่น CPU หรือ GPU อยู่เสมอ (พูดง่ายๆ คือลดความเร็วเครื่องลง) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด ซึ่งผู้ใช้อาจรู้สึกถึงผลกระทบต่างๆ เช่น ใช้เวลานานขึ้นในการเปิดใช้แอพ หรืออัตราเฟรมลดลงขณะเลื่อนหน้า เป็นต้น

ตรวจสอบ “ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่”

สำหรับ iOS 11.3 ที่ได้รับการอัปเดทใน iPhone 6 ขึ้นไปนั้น ได้เพิ่มคุณสมบัติ “การจัดการประสิทธิภาพการทำงาน” ซึ่งผู้ใช้สามาถเลือกเปิด/ปิด หรือดูคำแนะนำหากจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ซึ่งมีการแสดงผลการประมวลประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ดังข้อความต่อไปนี้

  • หมายเหตุ: iPhone ที่อัปเดทเป็น iOS 11.3 จะเริ่มด้วยการปิดใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้ และจะเปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากอุปกรณ์ประสบกับการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด
  • ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ใหม่จะเริ่มที่ 100% เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก และจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่มีอายุใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชั่วโมงการใช้งานระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งลดลงด้วยเช่นกัน

1. “แบตเตอรี่ของคุณรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามปกติอยู่ในตอนนี้”

หมายถึง : ประสิทธิภาพการทำงานปกติ เป็นข้อความที่แสดงขึ้นเมื่อแบตเตอรี่สามารถรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดได้ตามปกติ และไม่ได้เปิดใช้คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง)


2. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ จึงมีการปรับใช้การจัดการประสิทธิภาพเพื่อช่วยปกป้องไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกครั้ง ปิดใช้งาน…”

หมายถึง : มีการ “เปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ลดความเร็วเครื่องแล้ว) แต่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะ “ปิดใช้งาน” ในส่วนนี้ได้ แต่จะไม่สามารถเปิดกลับมาได้อีก โดยคุณสมบัตินี้จะเปิดการใช้งานโดยอัตโนมัติอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด


3. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ คุณได้ปิดใช้งานการปกป้องการจัดการประสิทธิภาพด้วยตัวเองแล้ว”

หมายถึง : การจัดการประสิทธิภาพการทำงานปิดอยู่ (ยังไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง) ซึ่งข้อความนี้เป็นข้อความในกรณีที่ผู้ใช้ “ปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้อยู่ หาก iPhone ประสบปัญหาการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดอีก คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเปิดใช้งานอีกครั้ง แล้วตัวเลือกเพื่อปิดการใช้งานจะปรากฏขึ้นอีกเช่นกัน


4. “ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของคุณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความจุเต็มรูปแบบดังเดิมได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เสื่อมลง แสดงให้ผู้ใช้ทราบว่า iPhone มีปัญหาด้านแบตเตอรี่ โดยยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงเป็นอย่างเห็นได้ชัด และนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่


5. “iPhone เครื่องนี้ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถให้บริการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ไม่ทราบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่นั้นได้รับการติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือมีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่ไม่รู้จัก (พูดง่ายๆ เราอาจไปเปลี่ยนแบตนอกที่ไม่ใช่แบตของ Apple มาแล้วไอโฟนตรวจสอบคุณภาพแบตไม่ได้)


วิธีขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทาง Apple ได้แนะนำว่า หากประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone ได้รับผลกระทบจากแบตเตอรี่ที่มีอายุเพิ่มขึ้นและต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โปรดติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple

ข้อมูลอ้างอิง : apple

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!