ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ญี่ปุ่นระงับใช้ Moderna 1.6 ล้านโดส หลังพบการปนเปื้อนในขวดที่ยังไม่ได้ใช้

Table of Content

สำนักข่าว AP รายงานว่าประเทศญี่ปุ่น ระงับการใช้วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ประมาณ 1.63 ล้านโดส หลังพบการปนเปื้อนในขวดที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนอุปทานขึ้น เพราะประเทศกำลังพยายามเร่งฉีดวัคซีนท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น เผยมีรายงานการปนเปื้อนเข้ามาจากศูนย์ฉีดวัคซีนหลายแห่ง บางแห่งมีการฉีดให้กับประชาชนไปแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงหรือผลกระทบด้านสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ออกมา

ทาเคดะ ฟาร์มาซูติเคิล (Takeda Pharmaceutical) ผู้ผลิตยาจากญี่ปุ่นที่รับผิดชอบการขายและจัดจำหน่ายวัคซีนในญี่ปุ่นกล่าวว่า พวกเขาตัดสินใจระงับการใช้ยาที่ผลิตในสายการผลิตเดียวกันทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกับเร่งดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ทันที โดยทางบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของการปนเปื้อนครั้งนี้

ปัญหาปนเปื้อนในวัคซีนโมเดอร์นาเกิดขึ้นในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยมีผู้ป่วยรายใหม่พุ่งแตะระดับสูงสุดในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้ระบบสุขภาพในประเทศเกิดความตึงเครียด โดยทางหน่วยงานก็พยายามเร่งหาวิธีที่จะทำให้การฉีดวัคซีนดำเนินต่อไป ไม่ให้หยุดชะงัก

ญี่ปุ่นมีการฉีดวัคซีนที่พัฒนาโดยต่างประเทศทั้งหมด อาทิ โมเดอร์นา ไฟเซอร์และแอสตราเซนเนกา ซึ่งเริ่มฉีดตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ปัจจุบัน 43% ของประชากรญี่ปุ่นได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว โดยมีจำนวนการฉีดต่อวันประมาณ 1 ล้านคน

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

แชต Claude โผล่บน Google ไม่ใช่ข้อมูลรั่ว แต่เป็นลิงก์ Share สาธารณะที่ถูกค้นเจอได้

27/07/2026
Read More

ถ้าคนทั้งโลกหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพ อาจช่วยลดโลกร้อนได้มากกว่าที่คิด

27/07/2026
Read More

Medical Bias คืออะไร ? เมื่ออคติอาจกระทบการรักษา

27/07/2026
Read More

ทำไมคนดังถึงขายของแพง แต่คนก็ยังยอมซื้อ ?

27/07/2026
Read More

เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในอนาคตมนุษย์จะอยู่อย่างไร ?

27/07/2026
Read More

หมดยุค WordPress ? เมื่อโลกกำลังหันไปหา No-Code

27/07/2026
Read More

Related Content