ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

วิวัฒนาการของ “โมชั่นแคปเจอร์” ในหนังฮอลลีวู้ด

Table of Content

หนึ่งในวิวัฒนาการด้านเทคนิคพิเศษของภาพยนตร์ ที่รุดหน้าไปมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาคืองาน “โมชั่นแคปเจอร์” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “โมแคป” คือการให้ตัวละครที่สร้างมาจากภาพ CGI ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาด มนุษย์ต่างดาว ได้เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติกว่าที่ผ่านมา ด้วยการให้ตัวละคร CGI เชื่อมต่อกับนักแสดงที่สวมชุดพิเศษและมีเซนเซอร์ติดอยู่ตามข้อต่อบนร่างกาย คอ ข้อศอก เอว หัวเข่า โดยให้ดาราที่สวมชุดนั้นแสดงไปตามบทบาทจริง ผ่านกล้องหลายตัวที่บันทึกรอบตัว และบันทึกข้อมูลการเคลื่อนไหวไปเชื่อมต่อเข้ากับตัวละคร CGI

ในขั้นตอนต่อไป เหล่าผู้เชี่ยวชาญงานภาพเทคนิคพิเศษจึงร่วมกันคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี “โมแคป” กันมาอย่างต่อเนื่องมีการค้นพบเทคนิคใหม่ ๆ มาใช้ในหนังฮอลลีวู้ดแทบทุกปี และหนึ่งในหนังที่วงการยกให้ว่าเป็นหนังที่ใช้เทคนิค”โมแคป” ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดคือ ไตรภาค “Planet Of The Apes” ก่อนที่จะชมภาคล่าสุด “War For The Planet Of The Apes” ผู้เขียนจะมาเล่าวิวัฒนาการแบบรวบรัดเข้าใจง่าย ๆ ให้อ่านกัน

ผู้สร้างหนังพยายามคิดค้นเทคนิค”โมแคป”กันมาตั้งแต่ 100 กว่าปีที่แล้ว โดยคนแรกคือช่างภาพชื่อ เอ็ดเวียร์ด มายบริดจ์ ที่ทำการศึกษาการเคลื่อนไหวของมนุษย์และสัตว์ด้วยการถ่ายภาพนิ่งแบบต่อเนื่อง (Stop-Motion Photography) เทคนิคของเขาถูกนำไปพัฒนาต่อโดย แมกซ์ ฟลีเชอร์ ซึ่งลงทุนประดิษฐ์กล้องชื่อ “Rotroscope”ขึ้นมาสำเร็จในปี 1915 กล้องนี้จะถ่ายการเคลื่อนไหวของมนุษย์หรือสัตว์ทีละภาพแล้วส่งภาพมาบนกระดาน ซึ่งนักเขียนการ์ตูนก็จะร่างลายเส้นตามภาพบนกระดานนั้นเพื่อสร้างภาพการ์ตูนที่มีการเคลื่อนไหวได้สมจริงขึ้น วอลต์ดิสนีย์ ก็ได้นำเทคนิคนี้ไปใช้ใน “สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด” ปี 1938 เทคนิค “โรโทรสโคป”อยู่กับฮอลลีวู้ดมายาวนานมาก หนังอมตะหลาย ๆ เรื่องก็ใช้เทคนิคนี้ “Starwars” ไตรภาคแรก Alice in Wonderland(1978) แม้กระทั่ง “The Lord Of The Rings”ที่ใช้เทคนิคCGI ก็ยังคงพัฒนามาจากพื้นฐานการทำงานของ “โรโทรสโคป” นี่เอง

“สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด” (1938)

เทคนิค “โมแคป” ได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับหลาย ๆ วงการไม่เพียงแต่วงการภาพยนตร์ ในงานการแพทย์ก็ได้นำไอเดียการทำงานของโมแคปไปศึกษาและพัฒนาในอุตสาหกรรมการผลิต “อวัยวะเทียม” ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วงการวีดีโอเกมก็เช่นกันที่ทำการพัฒนาโมแคปมาใช้กับภาพในวีดีโอเกม ให้ละเอียดและสมจริงถูกใจผู้เล่นมากยิ่งขึ้น

อาห์เม็ต เบสต์ ผู้รับบท “จาร์จาร์ บิงค์”

ในวงการภาพยนตร์ทั้งผู้สร้าง ผู้กำกับ ต่างก็นำโมแคปไปพัฒนาต่อในหนังของแต่ละคน ,จอห์น ดิคสตรา ผู้เชี่ยวชาญภาพสเปเชี่ยลเอฟเฟคต์ เป็นคนแรก ๆ ที่ประกาศว่าเขาพัฒนาภาพโมแคปมาใช้ในงานสตันท์ได้สำเร็จ ในหนัง “Batman Forever(1995) ใช้โมแคปมาสร้างภาพแทน วาล คิลเมอร์ ในบทแบทแมนในฉากสตันท์ ซึ่งต่อยอดให้ผู้กำกับระดับแนวหน้าอีกหลายคนเอาไปใช้ในหนังดัง ๆ ของตัวเอง เจมส์ คาเมรอน ก็เอามาใช้ใน “Titanic(1997)” , ริดลีย์ สกอตต์ ก็ใช้ใน “Gladiator(2000)” และจอร์จ ลูคัส ก็ก้าวกระโดดอีกทีในหนัง Star Wars: Episode I – The Phantom Menace (1999) ด้วยการให้ “อาห์เม็ด เบสต์” รับบทเป็น จาร์จาร์บิงค์ ด้วยการสวมชุดพิเศษและแสดงร่วมกับนักแสดงอื่นเป็นครั้งแรก

ส่วนหนังเรื่องแรกที่ใช้ตัวแสดงทั้งหมดเป็น โมแคปจริง ๆ คืออนิเมชั่นเรื่อง Sinbad: Beyond the Veil of Mists’ of 2000 ที่ใช้นักแสดง 2 ชุด ชุดแรกใส่ชุดโมแคปแล้วก็แสดงกันไป อีกชุดหนึ่งทำหน้าที่ให้เสียงพากย์ แต่หนังกลับไม่เป็นที่รู้จักเลย

แอนดี้ เซอร์คิส ผู้แสดงต้นแบบตัวละคร “กอลลัม”

พัฒนาการของ “โมแคป” รุดหน้าจนเป็นที่พูดถึงกันอีกครั้งกับตัว “กอลลัม” จากฝีมือการแสดงในชุดโมแคปของ แอนดี้ เซอร์คิส ใน “The Lord of the Rings (1999)” เป็นเทคนิคที่ผ่านการคิดค้นของ ปีเตอร์ แจ็คสัน และ”WETA”บริษัทผู้รับผิดชอบด้านสเปเชี่ยลเอฟเฟคต์ของเขาเอง

ขั้นตอนในการสร้างภาพ กอลลัม นั้นยุ่งยากมาก ทีมงานต้องถ่ายฉากเดิม ๆ กันถึง 3 รอบ ,รอบแรก แอนดี้ เซอร์คิส จะเข้าฉากแสดงพร้อมกับนักแสดงร่วมคนอื่น ๆ ในชุดปกติ , รอบสองนักแสดงอื่น ๆ เข้าฉากแสดงกันไปแต่ไม่มีแแอนดี้ เซอร์คิส , และรอบสุดท้ายเหลือ แอนดี้ เซอร์คิส สวมชุดโมแคปแสดงเพียงคนเดียวในสตูดิโอของ WETA ที่มีกล้องตั้งรอบห้องถึง 25 ตัว กล้องทุกตัวจะยิงแสงอินฟาเรดมาที่ชุดโมแคป แสงอินฟาเรดจะสะท้อนจุดที่ติดอยู่ตามข้อต่อบนชุดกลับไปเป็นสัญญานบันทึกลงเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ แล้วเจ้าหน้าที่ฝ่าย 3D ก็จะสร้างภาพเรนเดอร์ตัวกอลลัมให้อิงการเคลื่อนไหวจากข้อมูลนี้ แต่ในยุคไตรภาค The Lord of the Rings เทคนิคโมแคป ยังไม่พัฒนาไปถึงขั้นเก็บการแสดงออกทางสีหน้าได้ ทีมงาน CGI ยังต้องสร้างภาพหน้าตาตัวละครขึ้นมาเองโดยอิงจากวีดีโอที่บันทึกการแสดงของแอนดี้ เซอร์คิส

ทอม แฮงค์ ในหนัง “Polar Express”

ปี 2004 โรเบิร์ต เซเมคคิส ผู้กำกับชื่อดังจาก “Forrest Gump” โดดมาร่วมวงโมแคปด้วยการสร้างหนัง “Polar express” เป็นอนิเมชั่นทั้งเรื่อง ได้ ทอม แฮงค์ มารับบทนำและพากย์เสียง โรเบิร์ต เซเมคคิส ค่อนข้างจริงจังกับโมแคป ถึงกับสร้างหนังด้วยเทคนิคโมแคปติดต่อกัน 3 เรื่อง เขาสร้าง “Beowulf” ออกมาในปี 2007 และปิดท้ายด้วย”A Christmas Carol” ออกมาในปี 2009

แอนดี้ เซอร์คิส กลับมารับงานโมแคปอีกครั้งใน ‘king kong”

ปีเตอร์ แจ็คสัน กลับมาพัฒนาเทคนิค”โมแคป” ต่อในปี 2005 กับผลงาน “KingKong” รอบนี้เขาใช้โมแคปบันทึกการแสดงออกทางหน้าตาได้แล้ว รอบนี้ทีมงานติดตัวส่งสัญญานไว้บนกล้ามเนื้อหน้าทุกจุดของแอนดี้ เซอร์คิส ผู้มารับบทเป็นคิงคอง จากจุดนี้ไปตัวละครโมแคปก็จะถ่ายทอดการแสดงทางสีหน้าจากนักแสดงได้ตามจริงแล้ว เทคนิคนี้ถูกส่งต่อให้กับทีมงาน “Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest(2006)” จะเห็นได้ชัดกับตัวละคร เดวี โจนส์ ที่รับบทโดย บิล ไนฮี

บิล ไนฮี ในบท “เดวี โจนส์”
เซเวีย โกลเวอร์ นักเต้นแทปมืออาชีพ มาสวมวิญญานต้นแบบให้เหล่าเพนกวินเท้าไฟ

เทคนิค”โมแคป” ถูกพัฒนาต่อเนื่องถึงขั้นเก็บความเคลื่อนไหวจากผู้แสดงสวมชุดได้อย่างละเอียด และถูกถ่ายทอดมาถึงตัวละคร CGI ได้อย่างสมบูรณ์ในหนังอนิเมชั่น “Happy Feet(2006)” เรื่องของแก๊งเพนกวินเท้าไฟผู้รักการเต้น หนังใช้ เซเวี่ย โกลเวอร์ นักเต้นแทปมืออาชีพมาสวมชุดโมแคปและเก็บรายละเอียดมาถ่ายทอดลงบนตัวการ์ตูนเพนกวินเท้าไฟได้อย่างสนุกสนานจนหนังคว้าออสการ์ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยมได้ในปีถัดไป

อีกก้าวกระโดดของเทคนิคโมแคปในหนัง “Avatar”

เทคนิค”โมแคป” ก้าวกระโดดอีกครั้ง เมื่อมีชื่อนี้เข้ามาร่วมด้วย “เจมส์ คาเมรอน” เป็นผู้กำกับรายแรกที่นำเอาเทคนิคกล้องติดบนใบหน้านักแสดงเพื่อเก็บความเคลื่อนไหวของสีหน้ากันอย่างละเอียดในหนัง “Avatar(2009)” ยังไม่แค่นั้น คาเมรอน ยังคิดค้นเทคนิคที่ชื่อว่า “เวอร์ชวล คาเมรา” ที่ส่งสัญญานการเคลื่อนไหวของนักแสดงจริงไปที่ตัวละครCGI ได้ในขณะเดียวกัน ด้วยเทคนิคนี้ทีมงานสเปเชียลเอฟเฟคต์ ไม่ต้องนำข้อมูลการเคลื่อนไหวไปใส่ลงกับตัวละคร CGI อีกต่อไปแล้ว แต่ตัวละคร CGI จะเคลื่อนไหวไปพร้อมกับนักแสดงให้ผู้กำกับได้เห็นภาพจริงเดี๋ยวนั้นเลย

“Rise For The Planet Of The Apes”

แอนดี้ เซอร์คิส กลับมามีบทบาทในโลกโมแคปอีกครั้ง เมื่อเขาโดดมามีส่วนร่วมในหนัง ‘Rise Of The Planet Apes(2011)” เป็นหนังที่ถูกกล่าวขวัญว่าเป็นการใช้เทคนิค”โมแคป”ได้อย่างทะเยอทะยานที่สุด เพราะใช้ตัวละครโมแคปมากที่สุดเพื่อมารับทบทเหล่าวานร และเมื่อมาถึงจุดนี้ ทำให้ แอนดี้ เซอร์คิส ถูกยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งในวงการ “โมแคป” เพราะเขามีประสบการณ์การแสดงผ่านเทคนิค”โมแคป”ที่ประสบความสำเร็จที่สุดแล้วทั้งบท กอลลัม , คิงคอง และ ซีซาร์ แอนดี้ นำประสบการณ์ทางด้านโมแคปทั้งหมดของเขาร่วมกับเพื่อนผู้อำนวยการสร้างโจนาธาน คาเวนดิช เปิดบริษัท “อิมเมจินาเรียม” เพื่อรับทำงานสร้างภาพโมแคปโดยเฉพาะ เขาได้มีส่วนในหนังทุนสูงมากมายอย่างเช่น ฮัลค์ ใน The Avengers 2 , Ted และ The Hobbit

เบเนดิค คัมเบอร์แบตช์ มาแสดงโมแคปเป็นมังกร “สมอก”
งานโมแคปในหนัง “The Avengers”

มาถึงวันนี้ War For The Planet Of The Apes อยู่ในจุดที่ว่าพาเทคนิค”โมแคป” มาได้ไกลสุดแล้วในโลกภาพยนตร์ เสียงจากรอบสื่อต่างก็ชื่นชมว่างาน CGI ของหนังละเอียดและเป็นจุดหนึ่งที่น่าชื่นชมของหนังภาคนี้ นักแสดงที่ต้องสวมบทเหล่าวานรจะต้องผ่านเวิร์คชอปเลียนแบบท่าลิงกันอย่างเข้มข้นใน “โรงเรียนวานร” ที่ติวเข้มเรื่องนี้โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันเทคนิคโมแคปก็พัฒนาเพื่อถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของนักแสดงออกมาได้อย่างละเอียดสุดในทุกการเคลื่อนไหว รอพิสูจน์พัฒนาการวิทยาการโมแคปขั้นสุดของวันนี้ใน “War For The Planet Of The Apes” หนังเข้าฉาย 13 กรกฎาคม นี้ครับ

โทบี้ เคบเบล หนึ่งในนักแสดงที่ต้องมาศึกษาท่าทางวานรก่อนแสดงจริง

ข้อมูลจาก screencrush.com

Highlight

Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “Women Lighting the Path”

13/06/2026
Read More

ใจแลกใจไม่มีจริง ! ลีซอเผยไต๋ถูกเพื่อนโกง ให้ปันผลเป็นเงินเดือน 3 หมื่น ขณะที่อีกฝ่ายรวยอู้ฟู่ สุดท้ายโป๊ะแตกจากคนรอบตัว

13/06/2026
Read More

วิวัฒนาการลูกฟุตบอลโลก ตั้งแต่ปี 1986-2026 ความล้ำที่ซ่อนอยู่ในลูกกลม ๆ

12/06/2026
Read More

ศาสนจักรปะทะสมองกล ? ถึงเวลา ‘วาติกัน’ ลงสนามคุมเข้มจริยธรรม AI

12/06/2026
Read More
วิธีการดูรหัส Wi-Fi จากมือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต

How to ดูรหัส Wi-Fi บน Android / iPhone / iPad / MacBook / Windows 

12/06/2026
Read More

‘Echoes of Aincrad’ เมื่อคุณคือผู้รอดชีวิตในเกมแห่งความตาย กับความท้าทายของ Death Game Mode

11/06/2026
Read More

Related Content