ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

หน่วยงานกำกับดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯบอกภาพลิง Selfie ไม่มีลิขสิทธิ์นะจ๊ะ (ที่เหลือก็ไปไฝว้ต่อกันในศาลเองนะ)

DHANES KAEWMANEE | 22/08/2014
Table of Content

หน่วยงานกำกับดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ของสหรัฐอเมริกาเห็นด้วยกับข้อสรุปของ Wikipedia ว่า รูปลิงเซลฟี่นั้น ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้ monkey-selfie-wikimedia
และแล้ว รูปถ่ายลิงเซลฟี่ที่เป็น viral มาก่อนหน้านี้ก็ได้ถูกลงความเห็นโดย หน่วยงานกำกับดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ของสหรัฐอเมริกาว่า ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ให้ได้ ซึ่งความเห็นนี้ตรงกับข้อสรุปที่ทาง Wikipedia ให้ก่อนหน้านี้

ซึ่งสำนักงานลิขสิทธิ์ของสหรัฐให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า รูปที่ถ่ายโดยลิงนั้น เป็น ไม่สามารถถือเอาเป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้ (แปลง่ายๆว่า จดลิขสิทธิ์ไม่ได้) โดยอ้างอิงถึงร่างกฏหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐ (federal copyright law) ที่มีความหนากว่า 1,222 หน้า

จากรายงาน ระบุไว้ว่า ทางสำนักงานฯจะไม่ทำการลงทะเบียนให้กับผลงานที่ทำออกมาโดย ธรรมชาติ , สัตว์ หรือ พืช และยิ่งกว่านั้น ทางสำนักงานฯจะไม่ลงทะเบียนให้ผลงานที่สร้างโดยอะไรก็ตามที่เหนือธรรมชาติ , เทพเจ้า หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ (อ่าน pdf file เต็มๆ กฏหมายลิขสิทธิ์ได้ที่นี่เลยครับ http://copyright.gov/comp3/)

รายงานนี้ ออกมา 2 สัปดาห์หลังจาก Wikipedia – สหรัฐอเมริกา ประกาศว่า ทุกคนมีสิทธิ์ในรูปเซลฟี่ และ รูปอื่นๆ ที่ถ่ายโดยลิงกังดำ (black macaca nigra monkey) ไม่ใช่สิทธิ์เฉพาะของช่างภาพชาวอังกฤษอย่างนาย David Slater (เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะ เจ้าลิงดันฉกกล้องของนาย Slater ไปเมื่อปี 2011 ที่อินโดนีเซีย และได้ถ่ายภาพเอาไว้เยอะแยะ โดยเฉพาะ รูปเซลฟี่ตัวมันเองด้วย

เอกสารที่ออกมาพันกว่าหน้านั้น เป็นเพียงแค่ฉบับร่างเท่านั้น ซึ่งน่าจะมีผลบังคับใช้ประมาณกลางเดือนธันวาคมนี้

แต่เรื่องมันก็ไม่จบง่ายๆน่ะสิครับ เมื่อนาย David Slater ผู้อ้างความเป็นเจ้าของของรูปลิงเซลฟี่ดังกล่าวแม้ว่าตัวเค้าเองไม่ได้เป็นคนกดชัตเตอร์ด้วยซ้ำ ขู่จะฟ้อง Wikipedia ในศาลใช้อำนาจภายใต้กฏหมายของสหราชอาณาจักร (under UK federal law)

เรื่องระหว่างนาย Slater กับ Wikipedia จะจบยังไงคงต้องไปไฝ้วกันในชั้นศาลดูครับ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมาก่อน มันเลยอาจจะดูแปลกๆไปบ้าง

ที่มา : arstechnica | engadget
รูปจาก : pof.com.au

Highlight

นักวิทย์ใช้ “แมลงวันหัวเขียว” เป็นสายลับ ! ติดตามโรคระบาดในสัตว์ป่า ไม่ง้อ AI 

19/06/2026
Read More

รู้จัก Dataism ทำไมมนุษย์เสพติดชุดข้อมูล จนสูญเสียเจตจำนงเสรี ? ส่องมุมมองของ บิลล์ เกตส์ ต่ออนาคตของ AI และ Dataism

19/06/2026
Read More

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้าน สร้าง ‘WellEra’ Wellness Complex ใจกลางกรุง รับเมกะเทรนด์ Longevity

19/06/2026
Read More

วิกฤตการณ์ ‘RAMmageddon’ เมื่อชิปขาดแคลนหนักจนอาจแช่แข็งวงการไอที ?

19/06/2026
Read More

‘Ref Cam’ กล้องมุมมองผู้ตัดสิน เทคโนโลยีปราบดราม่า-เพิ่มมุมมองแฟนบอลในฟุตบอลโลก 2026

19/06/2026
Read More

ดีล 14 ข้อ สหรัฐฯ-อิหร่าน น้ำมันโลกร่วง ! แต่ไทยปรับลง !

19/06/2026
Read More

Related Content