Deadline ได้รายงานว่า ‘Dune: Part Two’ ทำรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2024 ไปอีก 6.4 ล้านเหรียญ ส่งผลให้รายได้รวมในสหรัฐฯ นั้นสูงถึง 111 ล้านเหรียญ แซงหน้ารายได้สุทธิของ ‘Dune: Part One’ (2021) 108.9 ล้านเหรียญ ได้จากการฉายเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมในาภาพยนตร์ไซไฟระดับมหากาพย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

‘Dune: Part Two’ ได้รับการดัดแปลงจากอีกครึ่งที่เหลือของนิยาย ‘Dune’ ต้นฉบับเมื่อปี 1965 ของ แฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต (Frank Herbert) โดยตัวภาพยนตร์ได้รับการยกย่องในแง่ของตัวละครที่ซับซ้อนมากขึ้น และธีมของเรื่องที่ขับเน้นความยิ่งใหญ่ กอปรกับงานภาพ, วิช่วลเอฟเฟกต์ และฉากแอ็กชันที่ได้รับการออกแบบมาให้มีความอลังการมากที่สุดจนถูกนำไปเปรียบกับ ‘The Lord of the the Rings: The Two Towers’ (2002)

ในตอนนี้ ‘Dune: Part Two’ ทำรายได้ทั่วโลกไปแล้ว 211 ล้านเหรียญ

สำหรับ ‘Dune: Part One’ นั้น เข้าฉายในช่วงที่เกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งส่งผลให้โรงภาพยนตร์หลายแห่งต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ซึ่งทำให้ Warner Bros. ต้องใช้กลยุทธการฉายภาพยนตร์ทั้งในโรงภาพยนตร์และบริการสตรีมมิงพร้อมกัน โดยตัวภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกรวมไปทั้งสิ้น 434.8 ล้านเหรียญ และคว้า 6 รางวัลออสการ์มาครอง

Dune: Part Two

อีกปัจจัยที่ทำให้ ‘Dune: Part Two’ ประสบความสำเร็จ คือการเลื่อนฉายจากเดือนพฤศจิกายน 2023 มาเป็นเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งแทบจะไม่มีคู่แข่งที่น่ากลัว และได้เข้าฉายก่อนภาพยนตร์ฟอร์มยักษเรื่องอื่น ๆ เช่น ‘Ghostbusters: Frozen Empire’ และ ‘Godzilla x Kong: The New Empire’ เป็นต้น

นอกจากนี้ ‘Dune: Part One’ เมื่อปี 2021 ก็ได้รับการบนบริการสตรีมมิงอย่าง HBO Max และ Netflix ที่ผู้ใช้งานทั่วโลกจำนวนมาก โดยในตอนนี้ ‘Dune: Part One’ ได้ติดอันดับที่ 8 ของภาพยนตร์บน Netflix ที่มีผู้ชมทั่วโลกสูงสุดระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2024 อยู่ที่ 3.6 ล้านวิว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่ทำให้ ‘Dune: Part Two’ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น

นั่นจึงไม่น่าแปลกใจหาก ‘Dune: Part Two’ จะประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างมหาศาลจนอาจติด 1 ใน 5 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงสุดในปี 2024 นี้ ด้วรายได้ที่อาจถึงระดับ 900 หรือ 1,000 ล้านเหรียญ ได้เลยทีเดียว