ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

อังลี่ ขอเปิดศักราชใหม่ หนังยุคหน้าต้อง 120 เฟรมต่อวินาที

Table of Content

Ang Lee คือผู้กำกับดังที่ผ่านงานเยี่ยมๆมามากมาย ไม่ว่าจะหนังกำลังภายในเชิงศิลป์อย่าง Crouching Tiger Hidden Dragon (2000) หนังซูเปอร์ฮีโร่ Hulk (2003) หนังดราม่าน้ำดีรางวัลออสการ์อย่าง Brokeback Mountain (2005) และล่าสุดกับหนังปรัชญาขวัญใจมหาชนอย่าง Life of Pi (2012)

หลังจากสร้างปรากฏการณ์งานเอฟเฟกเสือปาร์กเกอร์สุดเนียนในไลฟ์ออฟพาย ในผลงานชิ้นล่าสุดนี้ อังลี่ ก็ขอสร้างปรากฏการณ์เปิดศักราชใหม่ของระบบการฉายภาพยนตร์โลกด้วยการถ่ายทำหนังระบบ HFR (High Frame Rate) ชื่อนี้หลายคนบอกไม่แปลกเพราะ HFR นั้นได้เคยมีการถ่ายทำมาแล้ว จากผลงานบิดาแห่งลอร์ดออฟเดอะริงฉบับภาพยนตร์อย่าง ปีเตอร์ แจ๊กสัน ในเรื่อง The Hobbit: An Unexpected Journey ที่ถ่ายทำด้วยเฟรมเรท 60 เฟรมต่อวินาที (ภาพยนตร์ปกติถ่ายด้วยเฟรมเรท 24 เฟรมต่อวินาที และเป็นเช่นนี้มาร่วมศตวรรษแล้ว) ฝนตอนนั้นเรียกว่าแจ๊กสันไม่ประสบความสำเร็จตามคาดหมายนักเพราะ หลายคนมองว่ามูฟเม้นท์ของภาพมันดูคล้ายวิดีโอไปเลย

ปีเตอร์ แจ๊กสัน กับการถ่ายหนัง 60 เฟรมต่อวินาที
ปีเตอร์ แจ๊กสัน กับการถ่ายหนัง 60 เฟรมต่อวินาที

แต่มาครั้งนี้ HFR ใหม่ที่อังลี่จะใช้นั้นคือ 120 เฟรมต่อวินาที!!!

โปรเจคหนัง 120 เฟรมต่อวินาทีนี้มีชื่อว่า Billy Lynn’s Long Halftime Walk ดัดแปลงจากหนังสือชื่อเดียวกันของ Ben Fountain โดยหนังจะว่าด้วยเรื่องบาดแผลจากสงครามอิรักของเหล่าทหารหาญที่รอดตายกลับมา โดยได้ดารามาร่วมแสดงคับคั่งสมราคาตั้งแต่ Kristen Stewart Vin Diesel Garrett Hedlund ร่วมด้วยสองดาราตลกอย่าง Steve Martin และ Chris Tucker ที่ห่างหายจากจอเงินไปนานทีเดียว ว่ามาขนาดนี้เชื่อว่าคงเป็นหนังแอ็กชั่นดราม่าที่ไม่ธรรมดาแน่นอน โดยเบื้องต้นหนังจะเล่าเรื่องตัดสลับระหว่างการรบที่อิรัก กับงานสดุดีเกียรติเหล่าทหารที่รอดชีวิตกลับมาในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ณ สนามของทีมดัลลาสคาวบอย

ang-lee

ซึ่งล่าสุดในงาน the Future of Cinema Conference อังลี่ได้นำฟุตเทจที่ตัดแล้วความยาวประมาณ 11 นาทีของหนังเรื่องดังกล่าวมาฉายแบบปิดให้ผู้ทดสอบส่วนหนึ่งได้ดู ซึ่งจากการทวีตของ David S. Cohen จากนิตยสาร Variety หนึ่งในผู้เข้าทดสอบ ก็ยิ่งทำให้เรางงงวยเข้าไปใหญ่ ยังนึกภาพไม่ออกจริงๆว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน เช่นว่า

“ภาพมันดูไม่เหมือนวิดีโอนะ แต่มันก็ไม่เหมือนหนังปกติด้วย มันคือสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน”

“มันไม่ใช่แค่ใหม่ แค่เรื่องของเทคโนโลยีอย่างเดียวนะ แต่มันคือความลงตัวของระบบถ่ายทำ ความคมชัดคือส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องเลยล่ะ”

“ความคมชัดของภาพในฉากสงครามที่ตัดสลับกับฉากปัจจุบัน นี่มันยิ่งดูทรงพลังเข้าไปอีก ภาพโคลสอัพก็ดูใกล้คนดูได้มากกว่าเคย ยิ่งฉากโคลสอัพการต่อสู้นี่มันดูสมจริง ดูเป็นตาย ได้อย่างที่เราหวังจากหนังจริงๆ”

“ผมไม่รู้อนาคต แต่เชื่อว่านี่จะทำให้คนหันกลับมาสนใจการดูหนังในโรงเพิ่มมากขึ้นนะ”

เอาเป็นว่าตอนนี้ยังนึกไรไม่ออกเหมือนกันว่าลุคภาพของหนัง 120 เฟรมต่อวินาทีจะเป็นยังไง คงต้องรอลุ้นดูในวันที่หนังเข้าฉายที่อเมริกา 11 พฤศจิกายนนี้แล้วล่ะนะ ส่วนบ้านเรายังไม่เห็นกำหนดฉายว่าเมื่อไรก็รอตามกันไปนะครับ

billy-lynns-long-halftime-walk-poster

ที่มา: Collider

Highlight

How to แต่งรูป “Hole Paper” อวดความคิวต์ สไตล์ Gen Z อัปเลเวลฟีด Instagram ให้ดูชิก !

17/04/2026
Read More

Canva เปิดตัว AI 2.0 เปลี่ยนวิธีทำงานและดีไซน์ของคนทั่วโลก ยกระดับ Canva สู่หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนทุกการทำงานให้สำเร็จ

17/04/2026
Read More

มูฟออน หรือ ยึดติด ? Grief Tech เทคฯ เพื่อเยียวยาความเศร้า ผ่านการจำลองตัวตนของคนที่จากไป

17/04/2026
Read More

แค่ความเก่งอาจไม่พอ ! เปิด 15 Insights ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน “PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026”

17/04/2026
Read More

‘คุณทุกคนคือลูกเรือ’ ถอดรหัสใจ คริสตินา โคค จากเด็กสาวในฟาร์ม สู่สตรีผู้ถูกจารึกชื่อบนอวกาศ

17/04/2026
Read More

เจาะอินไซต์สงกรานต์ 2569 : เมื่อ AI จากทรู เผย “อีสาน” คือหมุดหมายหลัก และ “จีน” ครองบัลลังก์นักท่องเที่ยว

16/04/2026
Read More

Related Content