Read
| Health
26/09/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 101 days ago
พลิกวงการ ! นักวิทย์ฯ ค้นพบ การเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นยาแก้ปวดด้วยแบคทีเรีย
วงการแพทย์สั่นสะเทือน หลังช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา มีข่าวของแวดวงวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับขยะพลาสติก โดยมีการดัดแปลงพันธุกรรมของแบคทีเรียสายพันธุ์ทั่วไปชนิดหนึ่งให้สามารถกินโมเลกุลที่มาจากพลาสติก แล้วย่อยสลายมันเพื่อผลิตเป็น "ยาพาราเซตามอล" ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันได้ เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นยาแก้ปวด ด้วยแบคทีเรีย งานวิจัยนี้นำทีมโดย ศาสตราจารย์ วอลเลซ (Prof. Wallace) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางเคมี นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (University of Edinburgh) ในสหราชอาณาจักร ได้ค้นพบวิธีใหม่ในการเปลี่ยนขยะพลาสติกประเภท PET (Polyethylene terephthalate) ซึ่งเป็นพลาสติกที่ใช้ทำขวดน้ำดื่มและบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ให้กลายเป็นยาแก้ปวดพาราเซตามอล (Paracetamol หรือ Acetaminophen) ได้สำเร็จ โดยใช้แบคทีเรียที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม แบคทีเรียที่ใช้ในการทดลองนี้คือ Escherichia coli หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ E. coli เป็นเชื้อแบคทีเรียประจําถิ่น (Normal flora) พบได้เป็นปกติในลำไส้ของคนและสัตว์บางชนิด แต่เราอาจคุ้นเคยกับมันในฐานะเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการป่วยมากกว่า ศาสตราจารย์วอลเลซเลือกใช้ E. coli เนื่องจากสายพันธุ์ที่ไม่ก่อโรคถูกนำมาใช้ในห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมชีวภาพอย่างแพร่หลาย เพื่อทดสอบว่าสิ่งต่าง ๆ สามารถทำงานได้หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยดัดแปลงพันธุกรรม E. coli…
10/09/2024
Read MorePathological Liar: โกหกจนเป็นนิสัย จริง ๆ แล้วอาจมาจากโรค
เคยรู้สึกสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงโกหกบ่อยจนน่าตกใจ ? บางทีอาจไม่ใช่แค่การพูดเกินจริงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้างเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จนกลายเป็นนิสัยที่ยากจะหยุดได้ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า Pathological Liar หรือ “การโกหกจนเป็นโรค” หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อว่า “โรคหลอกตัวเอง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้โกหกเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โกหกแบบไหนคือ Pathological Liar ? Pathological Liar หมายถึง บุคคลที่มีความต้องการโกหกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน พวกเขาอาจโกหกเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่โต เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเอง หลีกเลี่ยงปัญหา หรือเพียงแค่สนุกกับการสร้างเรื่องราวเท่านั้น พฤติกรรมนี้แตกต่างจากการโกหกทั่วไปตรงที่ผู้ป่วยมักไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และมักจะโกหกซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าผิด ทำไมถึงติดนิสัยโกหก ? สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น Pathological Liar ยังไม่แน่ชัดนัก แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะสำคัญของ Pathological Liar ผลกระทบของ Pathological Liar การโกหกจนเป็นโรคส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและคนรอบข้างอย่างมาก เช่น วิธีรับมือกับ Pathological Liar การรับมือกับคนที่เป็น Pathological Liar ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีสิ่งที่คุณสามารถทำได้…
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 482 days ago
04/09/2024
Read MoreBDMS จับมือ MEDSI Group ขยายความร่วมมือด้านการแพทย์ การตลาด การบริการด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยว
กรุงมอสโก / บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด มหาชน (BDMS) และ MEDSI Group ร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างสองผู้ให้บริการด้านสุขภาพเอกชนรายใหญ่ที่สุดของไทยและรัสเซีย ณ MEDSI Group สำนักงานใหญ่ กรุงมอสโก โดยมี มร. เอ จี โซโคลอฟ (Mr. A.G. Sokolov) ประธาน MEDSI Group และนายบุรณัชย์ ลิมจิตติ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ส่วนการตลาดต่างประเทศ โฆษณาและประชาสัมพันธ์ของ BDMS เป็นตัวแทนลงนามในข้อตกลง MOU ฉบับนี้ ขยายขอบเขตความร่วมมือทั้งด้านทางการแพทย์ การให้บริการคำปรึกษาทางไกล การให้บริการความเห็นที่สอง การดูแลอย่างต่อเนื่อง และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงระหว่างทั้งสองประเทศ สำหรับผู้ป่วยชาวรัสเซียทั้งที่พำนักอยู่ในประเทศไทย และเมื่อกลับไปรัสเซีย นอกจากการดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่รอการรักษาแล้ว BDMS ยังมีเครือข่ายศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินเอกชนที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งหมายถึงความพร้อมทั้งด้านความต้องการทางการแพทย์เร่งด่วน และกรณีฉุกเฉินที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ผู้ป่วยจึงสามารถมั่นใจได้ว่า BDMS สามารถให้บริการได้ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม นอกจากนี้ BDMS…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 488 days ago
30/08/2024
Read Moreทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 493 days ago
29/06/2023
Read Moreการร้องไห้ออกมาดีกับสุขภาพจิตกว่าที่คิด
การร้องไห้มักถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นผลลัพธ์ของคนอ่อนแอ ขี้แพ้ ขี้แย แต่ทั้งที่จริง ๆ แล้วการร้องไห้เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือกระทบกระเทือนจิตใจกลับเป็นกลไกในการดูแลสุขภาพจิตที่สำคัญ ในช่วงท้ายของบทความอยากให้เสริมวิธีสังเกตว่าจะจัดการกับการร้องไห้อย่างไรดี หรือการร้องไห้แบบไหนอาจเป็นสัญญาณของภาวะทางอารมณ์ การร้องไห้ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอเสมอไป เพราะในบางครั้งเราร้องไห้เพราะมีความสุข ตื้นตันประทับใจ หรือเกิดจากความเศร้าได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีหลายคนที่คิดว่าคนร้องไห้บ่อย ๆ เป็นคนอ่อนแอ หรือขี้แย แต่จริง ๆ แล้วการร้องไห้เป็นเพียงการแสดงความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจออกมา และเราเคยสงสัยหรือไม่ว่า หลังจากเราได้ร้องไห้แล้ว จะทำให้เรามีความรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่การร้องไห้มีประโยชน์ในด้านสุขภาพทางจิตใจมากกว่าที่เราคิดนั่นเอง การร้องไห้เป็นเรื่องปกติจริงหรือไม่ ? โดยปกติแล้วคนเรามักจะไม่ชอบร้องไห้เท่าไหร่นัก เพราะกลัวจะถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ หรือเป็นคนขี้แง จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะทำตัวเข้มแข็ง แม้ในใจจะแตกสลายมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการร้องไห้จะเป็นสัญชาตญาณธรรมชาติของเรา และเป็นสิ่งแรกที่เราทำกันมาตั้งแต่เกิด ในชีวิตช่วงเวลาหนึ่งก็ต้องมีช่วงที่เราอยากร้องไห้ออกมา เพราะการร้องไห้จะเป็นสิ่งที่สามารถบอกความรู้สึกต่าง ๆ ของเราไปยังผู้อื่นได้ นอกจากนี้การร้องไห้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีตอบสนองทางอารมณ์ และพฤติกรรมต่อบางสิ่งบางอย่างที่เราเห็น ได้ยิน หรือคิด จนในบางครั้งเราต้องการอยู่คนเดียวและร้องไห้ออกมาให้ได้มากที่สุด ดังนั้นจะต้องกล่าวว่า การร้องไห้เป็นเรื่องธรรมชาติ หรือเป็นเรื่องปกติที่เราสามารถร้องไห้ได้ทุกคน เพราะถือเป็นการระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจได้เป็นอย่างดี แต่หากใครที่ร้องไห้อย่างรุนแรง หรือร้องไห้มากเกินไป อาจจะทำให้ร่างกายตึงเครียด และไปเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจให้สูงขึ้นได้เช่นกัน ร้องไห้ให้ประโยชน์ได้มากกว่าที่เราคิด ตั้งแต่เด็กจนโตของหลาย ๆ คน มักจะได้รับการสอนเสมอว่า…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 921 days ago
29/06/2023
Read Moreออกกำลังกายแต่ไม่มีเหงื่อ! ร่างกายไม่เผาผลาญไขมันหรือเปล่านะ ?
เหงื่อ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติของร่างกายในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ โดยการปล่อยน้ำและเกลือซึ่งระเหยออกมาเพื่อช่วยให้ร่างกายเย็นลง การที่เหงื่อถูกขับออกเอง ไม่สามารถวัดปริมาณการเผาผลาญแคลอรีที่แน่ชัดได้ แต่การขับเหงื่อออกในปริมาณมากอาจทำให้คุณสูญเสียน้ำในร่างกาย เหงื่อออกเผาผลาญได้กี่แคลอรี ? บางคนอ้างว่ากิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อ เช่น โยคะร้อน ช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 1,000 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง แต่คำกล่าวอ้างนั้นอาจเป็นเท็จ เพราะงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าในคลาสโยคะร้อน 90 นาที ผู้หญิงเผาผลาญแคลอรีโดยเฉลี่ยเพียง 330 กิโลแคลอรี และผู้ชายเผาผลาญแคลอรีได้ 460 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณยังสามารถเผาผลาญแคลอรีในระหว่างทำกิจกรรมที่คุณทำ โดยไม่จำเป็นต้องมีเหงื่อออกมากนัก หรือไม่ต้องมีเหงื่อออกเลยก็ได้ เช่น คุณยังคงเผาผลาญแคลอรีด้วยการว่ายน้ำ ยกน้ำหนักเบา ๆ หรือออกกำลังกายในช่วงฤดูหนาว ซึ่งแม้จะไม่มีเหงื่อแต่ร่างกายของคุณก็เผาผลาญแคลอรีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เหงื่ออาจเป็นตัววัดระดับความเข้มข้นหรือความหนักเบาของคุณในระหว่างการออกกำลังกายบางประเภท วิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งอเมริกาแนะนำให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงควรออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง 30 นาที หรือพอให้เหงื่อออก 5 วันต่อสัปดาห์ ทำไมบางคนถึงเหงื่อออกมากกว่าคนอื่น ? ปริมาณเหงื่อของคุณขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ จากปัจจัยเหล่านี้ น้ำหนักและระดับความฟิตของคุณจะส่งผลต่อปริมาณเหงื่อในระหว่างออกกำลังกายได้ ร่างกายของคุณจำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการออกกำลังกายด้วยปริมาณที่เข้มข้น ส่งผลให้เหงื่อออกมากขึ้น เนื่องจากมีมวลร่างกายที่ต้องระบายความร้อนมากขึ้นนั่นเอง ยิ่งคุณมีรูปร่างดีเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเหงื่อออกเร็วขึ้นเท่านั้น นั่นเป็นเพราะร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิมากขึ้น เหงื่อออกเร็วขึ้นหมายความว่าร่างกายของคุณสามารถเย็นลงได้เร็วขึ้นนั่นเอง และสิ่งนี้ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้นานขึ้นด้วย…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 921 days ago
29/06/2023
Read Moreการเลี้ยงน้องหมาช่วยพัฒนาสุขภาพจิตได้
ในปัจจุบันจะเห็นได้ชัดเลยว่า หลายคนหันมาเลี้ยงสัตว์กันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว กระต่าย หรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะนอกจากสัตว์เหล่านี้จะมีความน่ารักสดใสแล้ว ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของเราได้อีกด้วย เนื่องจากบางคนที่อยู่บ้าน หรืออยู่หอเพียงคนเดียว หากมีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยจะเป็นอีกหนึ่งเพื่อนช่วยยามเหงาได้เป็นอย่างดี จนทำให้ในปัจจุบันมีบริการสัตว์เลี้ยงบำบัดเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาสุขภาพจิตได้มากขึ้นกว่าเดิม เลี้ยงสุนัข ช่วยพัฒนาสุขภาพจิตได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันมีหลักฐานยืนยันว่าการเลี้ยงสุนัข หรือการเลี้ยงสัตว์ จะช่วยให้ผู้เลี้ยงมีสุขภาพจิตดีมากยิ่งขึ้น เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะให้ความรู้สึกว่าเรามีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ แถมยังสามารถรักษาความเครียดได้อีกด้วย อย่างเช่น การเลี้ยงสุนัขจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าให้กลับมามีสุขภาพจิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการพาสุนัขไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่น จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกระตุ้นให้เจ้าของได้ออกกำลังกาย เพิ่มความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้เราได้มีโอกาสพบเจอกับผู้คนใหม่ ๆ และหากเราได้เข้าสังคมใหม่ ๆ จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยวได้มากกว่าเดิม และยังมีข้อมูลที่ระบุอีกว่า การเล่นกับสุนัขหรือแมว จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารความสุข อย่างเช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และโดปามีน (Dopamine) ออกมามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เจ้าของรู้สึกมีความสุข และรู้สึกสงบได้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ยังมีหลักฐานที่ชี้ชัดว่า การเลี้ยงสัตว์จะสร้างผลบวกต่อกลุ่มเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น ช่วยให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง และในขณะเดียวกันผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ยังสามารถบำบัดได้ด้วยการเลี้ยงสัตว์ เพราะจะช่วยคลายกังวลลงได้ดีที่สุด เลี้ยงสุนัขช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตในด้านใดบ้าง การเลี้ยงสุนัข หรือการเลี้ยงสัตว์จะเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะเป็นตัวช่วยลดความวิตกกังวล และความเครียดในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 921 days ago
28/06/2023
Read MoreAI Anxiety ความกังวลที่จะตกงานด้วยการมาของ AI ส่งผลต่อสุขภาพจิตแค่ไหนและรับมืออย่างไรดี?
AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์อาจเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ เพราะปัญญาประดิษฐ์นั้นเริ่มมีความคิดความอ่านและการประมวลผลที่เฉียบคมมากขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วยอินเทอร์เน็ตและข้อมูลมหัตหรือ Big Data ที่จะเสกเนื้อหาบทความหรือเขียน Essay โดย ChatGPT หรือ Google Bard ทำสไลด์นำเสนอโดย AI จาก Canva หรือสร้างภาพเสมือนจริงด้วย Midjourney ก็ทำได้ การอุบัติขึ้นของ AI ในยุคใหม่นี้ทำให้เกิดกระแส AI Anxiety หรือความหวาดกลัวที่เหล่าบรรดาปัญญาประดิษฐ์ที่แสนจะฉลาดล้ำ ซึ่งถูกสร้างโดยมนุษย์กำลังจะก้าวข้ามขึ้นไปอยู่เหนือมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญหลายสายเริ่มพูดถึงว่า AI จะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่งและอาจทำให้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องตกงาน รายงานในปี 2017 ของสถาบันแมคคินซีโกลบอล (McKinsey Global Institute: MGI) บอกว่าคน 75–375 ล้านคน คิดเป็น 3–14 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั่วโลกที่อาจต้องเปลี่ยนอาชีพและพัฒนาทักษะเพราะการมาของ AI หรือ รายงานประจำเดือนมีนาคมปี 2023 ของ Goldman Sachs ธนาคารใหญ่ในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่า AI สามารถเข้าไปแทนที่ตำแหน่งงานกว่า 300…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 922 days ago
28/06/2023
Read Moreท้องเสีย การเจ็บป่วยสุดเบสิกกับวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
ท้องเสียหรือท้องร่วง คือ อาการรู้สึกปวดท้องขับถ่ายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอุจจาระที่ออกมามักจะลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำ และถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง อาการมักดีขึ้นและหายภายในไม่กี่วัน โดยอาจเกิดแค่อาการถ่ายเหลวเพียงอย่างเดียวหรือจะมีอาการอื่น ๆ อย่างปวดหัว เวียนหัว เป็นไข้ร่วมด้วยก็ได้ อาการท้องเสียเป็นการเจ็บป่วยที่คนไทยพบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนอาจไม่รู้จักกับอาการนี้ดีพอ Hack for Health เลยขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการนี้ให้มากขึ้น สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการท้องเสีย อาการหลักคืออาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้องเฉียบพลัน ในทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นอาการท้องเสียเมื่อมีการถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 วัน บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น โดยปกติมักหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าท้องเสียติดกันเกิน 2 วันโดยอาการไม่ดีขึ้น เป็นไข้สูง ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย เป็นตะคริว บ้านหมุน หรือมีขับถ่ายออกมาเป็น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที การปล่อยอาการท้องเสียที่เรื้อรังหรือรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ ภาวะแร่ธาตุไม่สมดุล ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว กลไกและสาเหตุของอาการท้องเสีย อาการท้องเสียเป็นผลจากการที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติทำให้อาหารที่เพิ่งกินหรือเพิ่งย่อยไปถูกนำไปขับถ่ายออกเร็วกว่าเดิม ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมภายในลำไส้เพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่เป็นน้ำเพราะว่าปกติแล้วกว่าอุจจาระจะถูกขับออกมาจะต้องใช้เวลาในการสะสมของมวลกากใยอาหารที่ผ่านการย่อยมาแล้วจนจับตัวเป็นก้อนและค่อยถูกขับออกมา แต่ในกรณีที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วหรือเกิดอาการท้องเสีย น้ำหรือของเหลวสามารถเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่าและขับได้ง่ายจึงออกมาก่อนเสมอ โดยอาการท้องเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 922 days ago
28/06/2023
Read Moreรอยคล้ำใต้ตา ปัญหากวนใจสาว ๆ เกิดจากนอนไม่พอจริงหรือ ?
เป็นเรื่องน่ากังวลใจสำหรับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสาว ๆ หากตื่นขึ้นมาแล้วสังเกตเห็นว่าตนเองมีปัญหารอยคล้ำใต้ตา แม้ว่ารอยคล้ำใต้ตามักไม่ค่อยสร้างความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพ เป็นเพียงปัญหาด้านความงามเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นหากคุณสังเกตเห็นความคล้ำที่ใต้ตาทุกวัน อาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดหรือสูญเสียความมั่นใจได้ รอยคล้ำใต้ตามักถูกอ้างว่าเป็นสัญญาณของการนอนดึก นอนไม่พอ แต่คุณอาจสงสัยว่าอะไรเป็นสาเหตุของรอยคล้ำใต้ตากันแน่ เกิดจากการนอนไม่พอจริง ๆ หรือมีสาเหตุอื่น ? ที่สำคัญที่สุดคุณสามารถรักษารอยคล้ำใต้ตาได้อย่างไรบ้าง ? รอยคล้ำใต้ตาคืออะไร ? จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology เผยว่ารอยคล้ำใต้ตาเป็นเหตุการณ์ปกติ และแม้ว่าอาการจะไม่ค่อยบ่งชี้ถึงภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรง แต่ก็สามารถมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพทางอารมณ์ และคุณภาพโดยรวมของบุคคล รอยคล้ำจะปรากฏแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประเภทผิว อายุ และสิ่งที่ทำให้รอยคล้ำนั้นก่อตัวขึ้น สิ่งที่คุณอาจสังเกตได้คือผิวของคุณคล้ำขึ้นในบริเวณใต้ตา และส่งผลให้รูปลักษณ์ของคุณดูเหนื่อยล้า ขณะเดียวกันถุงใต้ตาอาจทำให้ดูแก่กว่าวัยด้วย โดยปกติแล้วรอยคล้ำใต้ตาจะมีสีน้ำตาล แต่ก็สามารถปรากฏเป็นสีแดงหรือสีม่วงได้เช่นกัน บ่อยครั้งที่รอยคล้ำใต้ตามาพร้อมกับถุงใต้ตา บางครั้งรอยคล้ำใต้ตาก็อาจเกิดจากเงาที่เกิดจากรอยกรีดจากถุงใต้ตาด้วย สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา ? ผิวใต้ตาของเรานั้นบอบบางและมีแนวโน้มที่จะถูกทำลายได้ง่ายกว่าส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า เนื่องจากผิวหนังส่วนนั้นมีต่อมน้ำมันน้อยกว่า และมีคอลลาเจนน้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Advanced…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 922 days ago
28/06/2023
Read Moreระวัง! โรคบางชนิดอาจอาการแย่ลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน
ในวันที่ฝนตกอาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบาย หายใจไม่ค่อยออก รวมถึงอาการโรคประจำตัวต่าง ๆ ก็กำเริบได้ง่าย เพราะสภาพอากาศสามารถส่งผลต่อสภาวะสุขภาพหลายอย่าง เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ หรือแม้แต่ปวดศีรษะ Hack for Health จึงรวบรวมโรคที่มักอาการกำเริบได้ง่ายในช่วงฤดูฝนมาฝาก เพื่อให้ทุกคนที่มีอาการเหล่านี้ได้เตรียมตัวรับมือให้พร้อม สภาวะสุขภาพที่มักอาการแย่ลงในช่วงฤดูฝน 1.โรคหอบหืด หากละอองเกสรเป็นสาเหตุหลักของโรคหอบหืด การศึกษาบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าพายุฝนฟ้าคะนองอาจเชื่อมโยงกับอาการของโรคหอบหืดที่กำเริบขึ้นได้ ทฤษฎี คือ ลมแรงของพายุฝนฟ้าคะนองพัดพาละอองเรณูไปที่ระดับพื้นดิน ซึ่งจะเข้าสู่ส่วนล่างของทางเดินหายใจ ที่อาจนำมาซึ่งอาการต่าง ๆ เช่น ไอ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หายใจถี่ และมีเสียงดังหรือหายใจเร็ว การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรือความชื้นอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้เช่นกัน และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้เกิดความอึดอัด และระคายเคืองต่อทางเดินหายใจส่วนล่างและส่วนบนนั่นเอง 2.โรคภูมิแพ้ ฝนอาจส่งผลต่อการแพ้ได้เช่นกัน ในทางบวกในตอนแรกเมื่อฝนตกลงมา จะดึงละอองเกสรดอกไม้ออกจากอากาศ ทำให้ปริมาณละอองเกสรดอกไม้ที่ลอยอยู่ภายนอกลดลง แต่ถ้ามีแดดออกหลังจากฝนตกสัก 2-3 วัน พืชจะเริ่มเติบโตและปล่อยละอองเรณู ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ อาจทำให้มีภูมิแพ้หนักขึ้น เช่น จาม คัดจมูก และแม้กระทั่งหายใจลำบากเนื่องจากคัดจมูกอย่างรุนแรง หากคุณเป็นเช่นนี้ ยาแก้แพ้ที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์สามารถช่วยลดอาการของคุณได้ จากนั้นคุณอาจมีอาการคล้ายภูมิแพ้ ซึ่งก็คือโรคจมูกอักเสบที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้นอย่างกะทันหัน คุณหมออาจแนะนำให้ล้างจมูกเป็นประจำ…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 922 days ago
27/06/2023
Read Moreแน่ใจไหมว่าถูกไซส์? วิธีวัดไซส์ถุงยางอนามัยและสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณใช้ถุงยางผิดไซส์อยู่
ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนรู้จักกันดีว่าสามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ เช่น เชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส เอชพีวี เริม และหนองใน เป็นต้น ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยที่ไซส์พอดีกับอวัยวะเพศชายจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุด แต่เรื่องไซส์ของอวัยวะเพศหรือขนาดน้องชายนั้นผูกติดมากับความเป็นชายในเชิงสังคม พูดง่าย ๆ คือผู้ชายคิดว่าขนาดอวัยวะเป็นเหมือนศักดิ์ศรีของความเป็นชาย ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ทำให้บทสนทนาก่อนเริ่มความสัมพันธ์ทางเพศผู้ชายจำนวนไม่น้อยบอกว่าเจ้าหนูของเขาใหญ่กว่าความเป็นจริง ซึ่งการสำรวจในต่างประเทศก็พบว่าผู้ชายส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น การพูดอวดก่อนเริ่มเกมอาจเป็นเรื่องที่พอรับได้เมื่อมาเจอขนาดจริงที่หน้างาน แต่ถ้าหากผู้ชายคนนั้นยังฝืนสวมถุงยางอนามัยที่ไม่ตรงไซส์ของตัวเองอาจเพิ่มความเสี่ยงของการตั้งครรภ์และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ Hack for Health เลยจะมาบอกวิธีวัดขนาดถุงยางอนามัยแบบแม่น ๆ และสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณกำลังใช้ถุงยางอนามัยผิดไซส์อยู่ วิธีวัดถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง 49, 52, 54, และ 56 (มิลลิเมตร) เป็นเลขมงคลที่คนไทยมักใช้เพื่อพูดถึงขนาดของอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นไซส์มาตรฐานของถุงยางอนามัยที่จำหน่ายในประเทศไทยและหาได้ง่ายที่สุด โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นขนาดความยาวของเส้นรอบวงไม่ใช่ความยาว ดังนั้น วิธีวัดถุงยางอนามัยจึงเป็นการวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศหรือเรียกง่าย ๆ ว่าความใหญ่ ไม่ใช่ความยาว โดยวิธีวัดถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง แค่ใช้สายวัดวัดรอบอวัยวะเพศขณะแข็งตัวแล้วเปลี่ยนเซนติเมตรเป็นมิลลิเมตรแค่นั้นเอง เช่น หากคุณวัดได้ 105 มิลลิเมตร เอาไปหารด้วย 2 จะเท่ากับ 105/2 = 52.2 มิลลิเมตร แต่ด้วยถุงยางอนามัยมีไซส์มาตรฐาน บางคนอาจวัดได้ 50…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 923 days ago
27/06/2023
Read MoreErgonomic mouse ดีอย่างไร เหมาะกับใคร เลือกแบบไหนดี?
rgonomic mouse เป็นเมาส์ที่ถูกออกแบบตามสรีระตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 923 days ago
26/06/2023
Read Moreฟินแลนด์ผุดแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์ที่แรกของโลก’ หวังให้ผู้คนได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้สมาร์ตโฟนไม่ต่างอะไรกับอวัยวะที่ 33 แทบจะจำเป็นกว่ากุญแจบ้านหรือกระเป๋าสตางค์ด้วยซ้ำ หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินพอดีส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น อาการออฟฟิศซินโดรม อาการด้านดวงตา ภาวะความเครียด และภาวะซึมเศร้า ซึ่งแคมเปญที่ Hack for Health เอามาฝากน่าจะพอช่วยคุณได้ หน่วยงานการท่องเที่ยวในประเทศฟินแลนด์ได้สร้างแคมเปญการท่องเที่ยวแบบปลอดมือถือขึ้นที่เกาะ Ulko-Tammio ตั้งอยู่ในทะเลบอลติก (Baltic sea) นอกชายฝั่ง Hemina ทางตะวันออกของอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม คุณสามารถดื่มด่ำกับทะเลและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในเกาะได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ เกาะ Ulko-Tammio ยังมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้วย เรียกได้ว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้เห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์’ หรือ ‘เกาะปลอดมือถือ’ เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศฟินแลนด์ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ของเกาะจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวปิดมือถือหรืองดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลาที่พักผ่อนอยู่บนเกาะ หรือถ้าใครห้ามใจไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีสติกเกอร์สำหรับแปะที่หน้าจอมือถือเพื่อช่วยให้คุณไม่สามารถเห็นหรือรับรู้เรื่องราวบนโลกโซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ตโฟนได้ โดยเหตุผลที่แคมเปญเกาะออฟไลน์แห่งนี้เกิดขึ้นก็เพื่อให้ผู้คนได้ลดการใช้มือถือ ได้สัมผัสและโฟกัสกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมบนเกาะมีตั้งแต่การเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ว่ายน้ำ และไปส่องนก จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่าการใช้โซเชียลมีเดียสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล โรคการกินผิดปกติ และปัญหาอื่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งการหยุดใช้โซเชียลมีเดียจึงอาจเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายสมองและจิตใจจากข่าวหรือข้อมูลที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ที่มา:…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 924 days ago
26/06/2023
Read Moreเลิกได้แล้ว! ยาสีฟันทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ไม่ช่วย แถมเสี่ยงติดเชื้อ
คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เคยมีความเชื่อและบางคนก็ยังเชื่ออยู่ว่าเมื่อเกิดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลที่เกิดจากความร้อนให้ใช้ยาสีฟันมาทาที่แผลเพื่อปฐมพยาบาล ซึ่งที่มาของความเชื่อนี้ก็เหมือนว่าจะเมกเซนส์หรือสมเหตุสมผลหากเราไม่ได้รู้ข้อมูลที่แท้จริง เพราะยาสีฟันให้ความรู้สึกเย็นเลยเอามาทาแผลที่เกิดจากความร้อน แต่ในความเป็นจริง ยาสีฟันไม่ได้ช่วยรักษาหรือบรรเทาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก ในขณะเดียวกันอาจทำให้แผลหายช้า รุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อด้วย Hack for Health จะมาแฮกความเชื่อนี้ให้ฟังกัน ยาสีฟันทาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก ไม่หายและเสี่ยงอันตรายกว่าเดิม ปัจจุบันไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชิ้นไหนพบว่ายาสีฟันมีสรรพคุณในการสมานแผลหรือทำให้แผลหายแล้วขึ้น เพียงแค่ทำให้รู้สึกเย็นขึ้นเท่านั้น และในบางเคสอาจทำให้เกิดความเสี่ยงบางอย่างได้ด้วย เสี่ยงเป็นแผลรุนแรงขึ้นและหายช้าขึ้น แม้ว่ายาสีฟันจะไม่ได้มีสารเคมีที่ทำให้แผลรุนแรง แต่เวลาที่ทายาสีฟันลงแผลไปแล้วสักพัก ยาสีฟันจะแห้งและเหนียว ทำให้ล้างออกได้ยาก พอออกแรงถูอาจทำให้แผลอักเสบและบาดเจ็บมากขึ้น หายช้ากว่าเดิม หรือถ้ายาสีฟันที่คุณใช้มีเม็ดบีดหรือเม็ดสครับอาจบาดผิวหนังส่วนที่เป็นแผล เสี่ยงแผลติดเชื้อ ต่อจากข้อที่แล้ว แผลที่รุนแรงขึ้นเพิ่มโอกาสที่แผลจะติดเชื้อได้มากขึ้น หรือถ้าคุณใช้มือที่ไม่ได้ล้างด้วยสบู่ทายาสีฟันลงบนแผลอาจทำให้เชื้อที่ติดอยู่บนมือเข้าไปในแผล เกิดการติดเชื้อ และรักษายากกว่าเดิม เป็นแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ควรทำอย่างไร? ก่อนใช้หาอะไรมาทาแผล Hack for Health แนะนำให้ปฐมพยาบาลตามขั้นต่อไปนี้ หากเป็นแผลไฟไหม้รุนแรง เช่น แผลพุพอง มีตุ่มน้ำใส รู้สึกปวดรุนแรง หรือถูกไฟไหม้หรือถูกน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรงชัดเจน ควรล้างแผลด้วยวิธีข้างต้นและไปพบแพทย์ เพราะอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือแม้แต่การผ่าตัดเพื่อรักษา พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 924 days ago
23/06/2023
Read Moreไอเดียอาหารเช้าสุขภาพดี โปรตีนสูง แคลกำลังดี
เราถูกพร่ำบอกมาเสมอว่าอาหารเช้านั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งการศึกษาทางวิทยาศาสตร์บางส่วนพบข้อดีของการกินอาหารเช้าเป็นประจำ เช่น กระตุ้นระบบเผาผลาญ ช่วยให้มีสมาธิ รู้สึกสดชื่น และอาจชะลอการเสื่อมของสมองได้ แม้จะรู้แต่หลายคนก็ไม่กินอาหารเช้าเพราะเหตุผลต่าง ๆ อย่างตื่นสาย รีบไปเรียน รีบไปทำงาน บางคนก็ไม่ค่อยรู้สึกหิวในช่วงเช้า แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาอาหารเช้าที่ง่าย สะดวก และสุขภาพดี Hack for Health มีไอเดียมาฝากกัน 3 เมนูอาหารเช้าสุขภาพดีที่ใครก็ทำได้ เพื่อแข่งกับเวลาที่เร่งรีบในช่วงเช้า เมนูที่เราเตรียมมานั้นใช้วัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ทำง่าย ไม่ต้องเปิดเตา และสามารถทำไว้ตอนกลางคืน แล้วค่อยมากินตอนเช้าหรือพกไปกินที่ทำงานก็ยังได้ ขนมปังโฮลวีตเนยถั่วโปะกล้วยหอม (300–400 Kcal) ส่วนประกอบ วิธีทำ: ทาเนยถั่ว 1–2 ช้อนกินข้าวให้ทั่วขนมปัง หั่นกล้วยหอมเป็นแว่นโป๊ะลงบนขนมปัง ประโยชน์: เมนูขนมปังโฮลวีตเนยถั่วโปะกล้วยหอมอาจได้โปรตีน 5–10 กรัมทั้งจากเนยถั่วและขนมปังโฮลวีต ได้ใยอาหารและคาร์โบไฮเดรตจากขนมปังโฮลวีตและกล้วย ทั้งยังได้วิตามินและแร่ธาตุจากกล้วยหอมด้วย หากใครไม่อิ่มสามารถเพิ่มขนมปังประกบไปอีกแผ่นหรือดื่มนมถั่วเหลืองชนิดไม่เติมน้ำตาลเพิ่มได้ ข้าวโอ๊ตแช่นม (200–300 Kcal) ส่วนประกอบ วิธีทำ: ตักข้าวโอ๊ตใส่ชาม เทนมตาม ใช้แรปพลาสติกคลุมหรือหาฝาปิด นำไปแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 927 days ago
22/06/2023
Read Moreอาการแบบไหนที่บอกว่าคุณเข้าข่ายเป็น “โรคเสพติดเซ็กส์”
โรคเสพติดเซ็กส์ (Sex Addiction) คือ คนที่ขาดการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ แม้ว่าแรงกระตุ้นทางเพศจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การเสพติดเซ็กส์นั้นหมายถึงพฤติกรรมที่ทำมากเกินไป และส่งผลกระทบในทางลบต่อชีวิตอย่างมากมาย แม้ว่าอาการติดเซ็กส์จะไม่อยู่ในรายการที่สามารถวินิจฉัยได้ในคู่มือการวินิจฉัยและสถิติของความผิดปกติทางจิต แต่การวิจัยระบุว่าพฤติกรรมทางเพศที่มากเกินไปสามารถพัฒนาไปในทางอื่นได้ เช่น การเสพติดสารเคมี ผู้ที่ติดเซ็กส์อาจมีความต้องการทางเพศที่สูง ความปรารถนานี้มักจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยการเสพติดทางเพศสามารถมีได้หลายรูปแบบ เช่น ผู้ติดเซ็กส์อาจเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเพื่อการร่วมเพศอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้แม้จะรู้ดีว่าอาจมีผลตามมาก็ตาม โดยพฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับนี้อาจส่งผลร้ายแรงต่อบุคคล เช่นเดียวกับการติดยาหรือแอลกอฮอล์ การเสพติดเซ็กส์อาจส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ส่วนตัว และคุณภาพชีวิต สัญญาณของผู้เสพติดเซ็กส์ การเสพติดทางเพศสามารถแสดงออกได้หลายวิธีทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ในการวินิจฉัยที่ชัดเจน แต่นี่คือสัญญาณบางอย่างที่สามารถบ่งชี้ถึงการติดเซ็กส์ที่อาจเกิดขึ้นได้ 1.ความคิดทางเพศครอบงำ คนที่เสพติดเซ็กส์อาจพบว่าตัวเองคิดเรื่องเซ็กส์อย่างต่อเนื่อง ความคิดเรื่องเพศหรือจินตนาการทางเพศเรื้อรังเหล่านี้อาจกลายเป็นการครอบงำหรือขัดขวางความรับผิดชอบอื่น ๆ ของตนเอง เช่น หมกมุ่นเรื่องเพศจนไม่เป็นอันทำงาน 2.ใช้เวลากับเซ็กส์มากเกินไป แม้ว่าการหาคู่นอนอาจไม่ได้เป็นสัญญาณของการเสพติดทางเพศเสมอไป แต่ถ้าคุณใช้เวลาและพลังงานไปกับเซ็กส์มากเกินไป ก็อาจเป็นสัญญาณอันตราย ซึ่งอาจรวมถึงการใช้เวลาอย่างยาวนานเพื่อพยายามที่จะมีเพศสัมพันธ์ หรือการมีเพศสัมพันธ์ 3.รู้สึกอับอายหรือหดหู่ใจ หากความต้องการมีเซ็กส์ข้ามไปสู่การเสพติด ความรู้สึกทางเพศของบางคนอาจสลับกับความรู้สึกวิตกกังวล อับอาย หดหู่ หรือเสียใจ แต่ละคนอาจรู้สึกละอายใจกับความต้องการทางเพศและความยากลำบากในการควบคุมแรงกระตุ้นเหล่านั้น โดยพวกเขาอาจแสดงสัญญาณของโรคซึมเศร้า หรือความคิดฆ่าตัวตาย การวิจัยแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่มีอารมณ์ทางเพศที่จะแสดงอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และวิตกกังวลทางสังคม งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ 28%…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 927 days ago
22/06/2023
Read Moreโรคลมหลับ ความผิดปกติจากการนอนหลับที่อันตรายกว่าที่คิด!
โรคลมหลับ (Narcolepsy) เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับที่ทำให้คนง่วงนอนมากในระหว่างวัน ผู้ที่เป็นโรคลมหลับจะพบว่าการตื่นนอนเป็นเรื่องที่ยาก และพวกเขามักผล็อยหลับไปในทันที สิ่งนี้อาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงในการใช้ชีวิตประจำวันได้ แม้ว่าโรคลมหลับจะเป็นภาวะที่เป็นมาตลอดชีวิตซึ่งไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยาและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสามารถช่วยจัดการกับอาการได้ พร้อมทั้งการสนับสนุนจากผู้อื่น เช่น ครอบครัว เพื่อน หัวหน้า และครู สามารถช่วยให้ผู้ป่วยรับมือกับโรคนี้ได้ สาเหตุของโรคลมหลับ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคลมหลับ แต่จากการศึกษาพบว่าอาจเกิดจากสารเคมีในสมองที่ช่วยควบคุมการตื่นนอนชื่อว่า Hypocretin มีระดับต่ำ นอกจากนี้ยังอาจเป็นไปได้ว่าพันธุกรรมมีบทบาทในการทำให้เกิดโรคลมหลับ อาการของโรคลมหลับ 1.ผู้ป่วยเป็นโรคลมหลับมักง่วงนอนในตอนกลางวันมากเกินไป และไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณรู้สึกเบื่อหรือระหว่างทำงาน เช่น คุณอาจกำลังทำงานหรือพูดคุยกับเพื่อน ๆ อยู่แล้วผล็อยหลับไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งหากคุณเผลอหลับขณะขับรถ คุณอาจเผลอหลับไปเพียงไม่กี่นาทีหรือนานถึงครึ่งชั่วโมง แม้หลังตื่นมักจะรู้สึกสดชื่นแต่สักพักก็จะง่วงอีก นอกจากนี้ คุณยังอาจรู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิน้อยลงในระหว่างวัน อาการง่วงนอนในตอนกลางวันมักเป็นอาการแรกที่ปรากฏขึ้น จากนั้นจะทำให้ไม่มีสมาธิและทำงานได้ยาก ขณะที่บางคนที่เป็นโรคลมหลับยังคงทำงานต่อไปได้แม้ผล็อยหลับไปชั่วขณะ เช่น คุณอาจเผลอหลับขณะเขียน พิมพ์งาน และอาจทำงานนั้นต่อไปในขณะที่หลับ แต่เมื่อคุณตื่นขึ้นคุณจะจำไม่ได้ว่าคุณทำอะไรลงไป และคุณอาจทำได้ไม่ดีนัก 2.การสูญเสียความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างกะทันหัน เรียกว่า Cataplexy อาจทำให้พูดไม่ชัดหรือกล้ามเนื้อส่วนใหญ่อ่อนแรง อาการอาจใช้เวลาไม่กี่นาที นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคลมหลับที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจมีอาการคอตกเวลาที่อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อคุณหัวเราะ…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 927 days ago
21/06/2023
Read Moreวิจัยเผย! ความเหงาและโดดเดี่ยวสัมพันธ์กับการตายก่อนวัยอันควร
อย่างที่ บริตนีย์ สเปียร์ บอกไว้ในเพลง Baby One More Time ว่า ‘My loneliness is killing me’ หรือ ‘ความเหงากำลังฆ่าฉัน’ การเปรียบเปรยถึงความทุกข์ทรมานจากความเหงาหรือความโดดเดี่ยวจนกลายมาเป็นเพลงสุดไอคอนิกของยุค 90s แต่การศึกษาในปี 2023 อาจทำให้การเปรียบเปรยนี้กลายเป็นความจริงและมีความหมายแบบตรงตัว เพราะผลลัพธ์ทางการศึกษาพบว่าคนที่ต้องเผชิญกับความเหงาและสภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมมีโอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คนเหงามีแค่ไหนในโลกยุคดิจิทัล? หากจั่วหัวว่าโลกยุคดิจิทัล หลายคนคงคิดว่าคนเหงาอาจมีไม่เท่าไหร่ เพราะโซเชียลมีเดียนั้นเชื่อมต่อผู้คนเอาไว้ แต่นั่นไม่เป็นความจริง เพราะการสำรวจจากหลายประเทศพบว่าประชากรเกินกว่าครึ่งนั้นรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว อย่างสหรัฐอเมริกามีคนที่ให้ความเห็นว่าตัวเองเป็นคนเหงา 52 เปอร์เซ็นต์ และ 55 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผลสำรวจเก่าตั้งแต่ปี 2019 พบว่าคนไทยที่รู้สึกว่าตัวเองเหงาถึง 26 ล้านคน โดยกลุ่มคนวัยทำงานมากที่สุด ตามมาด้วยวัยเรียน นิยามความเหงา: ความรู้สึกด้านลบที่เกิดจากความไม่สอดคล้องของความสัมพันธ์ทางสังคมที่ตนเองได้รับกับที่ตนเองต้องการ หรือปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ณ เวลานั้นไม่สามารถเติมเต็มความพึงพอใจได้ แล้วการแยกตัวจากสังคมหรือสภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมล่ะ? (Social Isolation) คุณอาจไม่คุณกับคำนี้สักเท่าไหร่ ผู้เชี่ยวชาญนิยามการแยกตัวจากสังคมเป็นการที่ใครคนหนึ่งขาดการเข้าสังคมหรือติดต่อกับคนอื่นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม รวมถึงการเลือกที่จะอาศัยอยู่ตัวคนเดียวด้วย จากผลสำรวจในยุโรป…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 929 days ago
21/06/2023
Read Moreคอสเพลย์ ศาสตร์การก้าวข้ามตัวตนที่มากกว่างานอดิเรกและพัฒนาสุขภาพจิตของคุณได้
คอสเพลย์ (Cosplay) หนึ่งใน Soft Power อันทรงพลังจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลก ไล่ตามติดไปกับการ์ตูนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมังงะหรือแอนิเมชัน โดยทั่วไปการคอสเพลย์หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวตนให้กลายไปเป็นตัวละครต่าง ๆ ทั้งการแต่งหน้า แต่งตัว หรือแม้แต่การสวมคาแรกเตอร์ของตัวละครนั้น แต่แค่ความชื่นชอบอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะการแต่งคอสเพลย์ต้องมีแพสชัน คนแต่งคอสเพลย์หรือคอสเพลเยอร์นั้นต้องใช้ทักษะทางด้านศิลปะและงานฝีมือมากมายเพื่อที่จะเข้าถึงการเป็นตัวละครนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะและสมอง ซึ่งการแต่งคอสเพลย์ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณได้ด้วย สุขภาพจิตที่ดีขึ้นผ่านการก้าวข้ามตัวตนด้วยการคอสเพลย์ บรรเทาความเครียด โดยปกติแล้ว เวลาที่คนเราได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบสามารถช่วยลดระดับความเครียดได้ ซึ่งการแต่งตัวเป็นตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบนั้นไม่ต่างกับการแต่งตัวดี ๆ ออกไปนอกบ้านที่ช่วยสร้างความมั่นใจและสร้างความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง หรือจะเป็นการออกไปช้อปปิ้งเพื่อซื้อพรอป (พรอปเพอร์ตี: Property) หรืออุปกรณ์ประกอบในการแต่งตัวก็จะช่วยให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศจากสถานที่เดิม ๆ นอกจากนี้ การสวมบทบาทตัวของตัวละครเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยคุณสลัดความเครียดที่ติดอยู่กับตัวตนเดิมของคุณออกและไปโฟกัสกับคาแรกเตอร์ของตัวละครที่คุณคอสเพลย์แทน ซึ่งอาจทำให้คุณได้ทำอะไรสนุก ๆ ที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผ่อนคลายและมีเวลาคิดเพื่อที่จัดการกับความเครียดหรือปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้น ฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การคอสเพลย์ไม่ใช่แค่การแต่งตัวด้วยชุดสำเร็จรูปเท่านั้น คอสเพลเยอร์หลายคนใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการแต่งหน้าเพื่อให้เหมือนกับตัวละครมากที่สุด โดยต้องอาศัยสมาธิและทักษะในการแต่งหน้าอย่างมหาศาล เพราะตัวละครส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะจากฝั่งญี่ปุ่นหรือฝั่งตะวันตกมีความแฟนซีและรายละเอียดมากกว่าการแต่งหน้าทั่วไปจึงต้องใช้เวลาในการแต่งและการฝึกฝนในระยะยาว ชุดในการคอสเพลย์ก็ไม่ใช่ว่าใส่แล้วจะเหมือนเลย คอสเพลเยอร์หลายคนทำชุดด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบ เลือกสี เลือกลาย การใส่รายละเอียดในแต่ละจุด รวมถึงการตัดเย็บ การจะทำชุดให้เหมือนกับตัวละครที่อยู่แอนิเมชันนั้นต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการคิดพลิกแพลงอย่างมากเพื่อที่จะหาวัสดุที่เหมือนมาใช้ทำชุด คอสเพลเยอร์ไม่ได้คอสเพลย์เป็นตัวละครที่เป็นคนเพียงอย่างเดียว บางคนคอสเป็นหุ่นยนต์ก็ต้องมีการประกอบหรือสร้างพร็อพขึ้นมาใหม่ต้องใช้ทักษะในการประดิษฐ์ บางคนอาจต้องต่อวงจรไฟเพื่อให้ชุดเรืองแสงได้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสวมชุดก็ต้องเคลื่อนไหวได้คล่องตัวด้วย การแต่งคอสเพลย์จึงต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในหลายด้านควบคู่กัน…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 929 days ago
PR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 10 days ago
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)

























