Connect with us

feature

แบไต๋ไลฟ์ ตะลุยมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

อีก 1 งานมหกรรมที่น่าสนใจประจำปี กับ “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ” หรือ NST Fair 2018 ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมเอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาไว้ด้วยกัน เพื่อให้เด็ก ๆ และผู้ใหญ่ได้ศึกษาหาความรู้ ในรูปแบบนิทรรศการ โดยเกตต์ ตรีวรัตถ์ จะทำหน้าที่อาสาพาคุณเดินทัวร์ในงานนี้ไปพร้อมกัน ที่นี่

สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเดินทางมาร่วมงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ได้ที่อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานีได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 สิงหาคมนี้ เวลา 9 โมง – 1 ทุ่มตรง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

PM 2.5 หน้ากากกันฝุ่นแบบไหน ถึงจะปลอดภัย !?

Published

on

PM 2.5 คืออะไร? ทำไมต้องกลัว?
PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ หรือครึ่งหนึ่งของขนาดเม็ดเลือด ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้เข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางปากและจมูก แพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมสู่กระบวนการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังและมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดบวม โรคหัวใจขาดเลือด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) มะเร็งปอด

องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้ PM 2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้ 1 ใน 8 ของประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่ใช้ในการป้องกันมลภาวะทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพดังนี้

  1. ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 : ตัวย่อกับตัวเลขที่ว่านี้คือขนาดของฝุ่นละออง 2.5 ไมครอน ซึ่งมันเล็กประมาณ 1 ใน 25 เท่าของเส้นผมมนุษย์และขนจมูกมนุษย์ของเรานั้นไม่สามารถกรองได้
  2. ควรมีความแนบกระชับกับใบหน้า : เพื่อที่จะได้มีประสิทธิภาพในการกรองอากาศและลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหรือเกิดโรคจากอนุภาคปนเปื้อนในอากาศชนิดต่าง ๆ
  3. มาตรฐานของหน้ากาก : โดยหลัก ๆ แล้วจะมีหน่วยงานที่คอยวัดมาตรฐานของหน้ากากป้องกันฝุ่นหรืออนามัยอยู่ 3 ประเทศใหญ่ ๆ คือ อเมริกา (NIOSH Standard, NIOSH 42 CFR 84), ยุโรป (European Standard, EN 149) และมาตรฐานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (Australia/New Zeeland Standard, AS/NZS 1761) แต่เอาจริง ๆ ไม่ต้องซีเรียสไล่หาตัวย่อเหล่านี้ให้วุ่นวายขนาดนั้นหรอกครับหาแค่คำว่า N95 บนบรรจุภัณฑ์ก็พอ

หน้ากากกรองอากาศชนิดกรองอนุภาค

หน้ากากที่สามารถกันฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ไมครอนหรือใหญ่กว่าได้มากถึง 95% และจะถูกเรียกว่า N95 ซึ่งเป็นมาตรฐานจากทางฝั่งอเมริกาของ NIOSH (National Institute for Occupational Safety and Health) หรือหน่วยงานวิจัยด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ นี่คือหน้ากากที่เหมาะสมที่สุดแก่การรับมือกับอากาศภายนอก

แต่กระนั้นก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือเวลาใส่จะค่อนข้างหายใจลำบาก แต่ในปัจจุบันก็ได้มีหลากหลายแบรนด์ผลิตรุ่นใหม่ ๆ กลบจุดด้อยนี้ลงไปแล้วด้วยการเพิ่มตัวช่วยหายใจเข้ามา ซึ่งตอนนี้หลายร้านค้าออนไลน์ก็จัดโปรโมชั่นลดราคากันอยู่นะ อาทิ OfficeMateShopee, Homepro และ Lazada

ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ

หน้ากากประเภทนี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านค้าสะดวกซื้อทั้งหลาย (7-11, Family Mart, ร้านขายยา ฯลฯ) เพียงแต่อาจจะต้องอ่านหน้าซองดีๆ ว่ามีคุณสมบัติผ่านการกรองไม่น้อยกว่า 95% ตามมาตรฐานของสถาบันอาชีวอนามัย และสุขภาพ (NIOSH) จากประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เพราะหากเป็นตัวธรรมดาจะสามารถกรองได้แค่มลภาวะฝุ่นละอองที่มีมวลปกติเห็นด้วยตาเปล่าได้เท่านั้น (ควันรถ, ฝุ่นจากการกวาดพื้น ฯลฯ) และทั้งนี้หากใช้เสร็จแล้วก็ควรจะทิ้งเลยเพราะจะแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ครับ

หน้ากากอนามัยผ้าฝ้าย

มีข้อดีเหมือนผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษคือสามารถหาซื้อได้ง่าย แต่อาจจะต้องเป็นร้านค้าที่มีโซนเครื่องแต่งหน้า – ความสวยความงาม ซึ่งเราก็จะต้องอ่านหน้าซองก่อนเช่นกันครับว่าได้มาตรฐานมีคุณสมบัติผ่านการกรองไม่น้อยกว่า 95% ตามมาตรฐานของสถาบันอาชีวอนามัย และสุขภาพ (NIOSH) จากประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ แต่ข้อดีของหน้ากากอนามัยประเภทนี้คือสามารถนำไปซักทำความสะอาดมาใช้ใหม่ได้

ถ้าหาหน้ากากข้างบนไม่ได้จริง ๆ หน้ากากป้องกันสารเคมีคือตัวเลือกที่น่าสนใจเหมือนกันนะ

นี่คือหน้ากากที่ใช้ในงานเชิงอุตสาหกรรมพ่นสี เคมี ปิโตเคมี ฯลฯ ที่สามารถป้องกันได้อย่างชะงัดนัก ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดอณุภาคที่เล็กไปจนถึงใกล้เคียงฝุ่นละออง PM 2.5 จึงวางใจในการป้องกันได้ แถมราคาก็ไม่ได้แพงเกินกว่าจะหยิบจับเป็นเจ้าของ (1,000 บาทต้น ๆ) ซึ่งถ้าจะซื้อจริง ๆ ผู้เขียนแนะนำให้ซื้อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ต่าง ๆ ได้เลยจ้าาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#รวมพลังปล่อยแสง ในงานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL”

Published

on

งานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562 ณ สวนนงนุช พัทยา โดยแบ่งระยะทางวิ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

  1. Ultra Kids Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 600 บาท)
  2. Ultra Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 750 บาท)
  3. Ultra Challenge Race ระยะทาง 12 กม. / 16 กม. (ราคา 900 บาท)

ผู้สนใจสมัครวิ่งได้แล้ววันนี้!! ผ่านทางเว็บไซต์ shop.DEXclub.com/ultramanrun

  • Race Pack Collection ประกอบด้วย เสื้อวิ่งสุดเท่พร้อมแปลงร่างเป็น อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด(เลือกได้ 1 ลาย)
  • BIB
  • เหรียญ (เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัย)
  • ผ้าคลุม Ultraman Finisher (เฉพาะผู้สมัครวิ่งระยะทาง 12 กม. และ 16 กม. เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยเท่านั้น)

Early Bird Promotion

  • Early Bird ครั้งที่ 1 > 10 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2562 รับเพิ่ม นาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บสุดเท่!!
  • Early Bird ครั้งที่ 2 > 15 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2562 รับเพิ่มของเล่น Ultraman Truck

และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยร่วมประสบการณ์วิ่ง Rider x Rangers Run (ที่เคยลงทะเบียนทาง Shop.DEXclub.com/Riderrangersrun) และ DEX member รับเพิ่มส่วนลด 10% พร้อมนาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บ เมื่อซื้อแพ็กวิ่งตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์  2562

อ่านเพิ่มเติมที่ : https://www.beartai.com/news/it-thai-news/302871

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

รีวิว Asus ZenBook 13 UX333 โน้ตบุ๊กเครื่องเล็ก จอใหญ่ แถมแรง

Published

on

ถ้าเลือกได้ ใคร ๆ คงอยากได้โน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบา แต่เครื่องแรงกันทั้งนั้นแหละจริงมั้ยคะ?? ซึ่ง 2 อย่างนี้มักจะไม่ไปด้วยกัน โน้ตบุ๊กเบา ๆ ก็ประสิทธิภาพจำกัดจำเขี่ย เน้นใช้งานเว็บหรือพิมพ์งานมากกว่า ส่วนพวกที่เครื่องแรง ๆ ก็หนักเหลือเกิน แต่วันนี้ Asus ทำได้แล้วใน ZenBook 13 รหัส UX333 รุ่นนี้ แถมราคาไม่แรงด้วย!!

สเปคของเจ้าบอกว่าหนัก 1.19 กก. จับชั่งจริงจะได้ 1,238 กรัม ก็ไม่ต่างจากน้ำหนักที่เคลมเท่าไหร่ และที่ลืมไม่ได้คือต้องรวมปลั้กไฟเข้าไปด้วย ก็ได้น้ำหนัก 1,434 กรัม พกใส่กระเป๋าได้สบายทั้งวัน แต่เห็นเบา ๆ แบบนี้ Asus เคลมว่า Zenbook 13 นั้นผ่านมาตรฐานความทนทานทางการทหารด้วย ทนอุณหภูมิร้อน หนาว ทนความชื้น คือเอาไปใช้งานในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกได้สบายๆ ซึ่งอยู่เมืองไทยอาจจะต้องทนร้อน ตัวนี้เทสมาแล้วว่าทำงานได้พื้นที่อุณหภูมิสูงถึง 48 องศาได้

  • Asus Zenbook 13 UX333 ตัวนี้มีขนาดจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD ซึ่งก็ใหญ่พอ ๆ กับโน้ตบุ๊กทั่วไป แต่ขนาดเครื่องเหลือประมาณกระดาษ A4 เอง
    • ซึ่ง Asus เรียกดีไซน์นี้ว่า Nano Edge ให้สัดส่วนพื้นที่หน้าจอ 95% ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้ลดขนาดของเครื่องไปได้เยอะ
    • ด้านบนจอก็ยังมีพื้นที่ให้กล้อง Webcam อยู่ ทำให้ยังได้มุมภาพไม่เงยเกินไปเหมือนหลายแบรนด์ที่ทำขอบจอบาง แล้วเอากล้องไปซ่อนด้านล่างของจอ
    • ซึ่งกล้อง Webcam ตัวนี้มาพร้อม Infrared เพื่อปลดล็อก Windows ด้วยใบหน้าได้ แม้จะอยู่ในที่มืด หรือที่เรียกว่า Windows Hello 
  • Asus Zenbook 13 ที่เรารีวิววันนี้เป็นเครื่องสีน้ำเงิน Royal blue ซึ่งในไทยจะจำหน่ายอีกสีหนึ่งเป็นสีเงิน Icicle silver ให้เลือกได้ ซึ่งทั้งคู่จะมีสีเน้นบริเวณด้านบนคีย์บอร์ดเป็นสีทองชมพูเหมือนกัน ส่วนฝาหลังถ้าดูดี ๆ จะเป็นลายวง ๆ ล้อมรอบโลโก้ Asus ตามสไตล์ Zenbook โดยรวมแล้วก็เป็นดีไซน์ที่ดูดี และน่าจะเข้ากับไลฟ์สไตล์คนใช้ทั่วไปได้ง่ายด้วย
  • ส่วนพอร์ตข้างเครื่องก็ให้มาครบ ด้านซ้ายเครื่องมีช่องต่อ HDMI, USB 3.0 และ USB-C ส่วนด้านขวาเครื่องจะเป็นช่องหูฟัง, USB 2.0 (แหม น่าจะเป็น 3.0 ไปเลย) และช่องอ่าน MicroSD จะขาดไปก็แค่พอร์ตแลนเนอะ ก็ในกล่องมีหัวแปลงพอร์ตแลนแถมมาให้ด้วย คิดมาครบจริง!
  • Touchpad ของ Asus Zenbook 13 นั้นไม่ธรรมดาเลยน้า อย่างแรกเลยเมื่อเปิดจอขึ้นมา จะมีการงัดเครื่องให้ฝั่งจอภาพสูงขึ้น 3 องศา ทำให้คีย์บอร์ดเงยรับการพิมพ์มากขึ้น แล้วยังทำให้พัดลม ระบายอากาศทำงานได้ดีขึ้น
    • ซึ่งตัวคีย์บอร์ดนี้เป็นแบบ Backlit เปิดไฟได้ด้วย และการที่ยกตัวเครื่องขึ้น ก็ทำให้ลำโพงที่ได้รับการจูนโดย Harman/Kardon ที่อยู่ใต้เครื่องทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งเสียงจากลำโพงตัวนี้คือให้มิติเสียงใช้ได้เลย

ตัว Zenfone 13 ใส่ NumberPad หรือแป้นตัวเลขเข้าไปรวมใน Touchpad กระจกตัวนี้เลย ซึ่งกดปุ่มตรงมุม Touchpad ก็จะเปิดแสงของแป้นตัวเลขออกมา ป้อนตัวเลขสะดวกเลยที่นี้ แถมระหว่างที่เปิด NumberPad เราก็ยังใช้งาน TouchPad เพื่อสั่งงานได้อยู่นะ แต่ตัว NumberPad นี้มีเฉพาะในรุ่น Core i7 เท่านั้น ตัว Core i5 ไม่มีจ้า

ความแรงภายในของ Asus Zenbook 13 ที่บอกว่าบางและแรงคือสเปคของ Zenfone 13 รุ่นท็อปคือ

  • ให้ CPU เป็น Intel Core i7-8565U Gen 8 พร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX150 แรม 8 GB และ SSD ความจุ 512 GB เอาเครื่องนี้ไปตัดต่อวิดีโอ ด้วย Adobe Premiere แบบทั้งคลิป ทำงานเป็นเครื่องตัดต่อหลักได้สบาย ๆ ก็การันตีความแรงได้ระดับหนึ่งเลยแหละ ตัดต่อวิดีโอได้ขนาดนี้ ใช้ท่องเว็บ พิมพ์เอกสารนี้หายห่วง ส่วนเรื่องการเล่นเกม
  • ตัวการ์ดจอ MX150 ก็เล่นเกม 3D ได้ดีระดับหนึ่งครับ อย่างเราเทสกับ Bioshock Infinite ในระดับ Medium ก็เล่นได้ แต่เวลาที่มีศัตรูเยอะ ๆ อาจมีหน่วง ๆ บ้าง ซึ่งถ้าเน้นเล่นเกมจริงจังคงต้องจัดเป็น Gaming Notebook หรือดูเป็นตัวพี่ Zenbook 15 UX533 ที่มาพร้อม GeForce GTX 1050 Max-Q ก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น
  • แบตเตอรี่ ตามสเปคของ Asus Zenbook 13 คืออยู่ได้ 14 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเราเปิดโหมด Battery Saver แล้วใช้งานไม่หนักมากอย่างเล่นเน็ต พิมพ์งานก็อยู่ได้ราวสิบชั่วโมงครับ แต่ถ้าเอาไปตัดต่อวิดีโอก็ต้องเปิดโหมดพลังงานที่แรงขึ้น อายุแบตเตอรี่ก็จะสั้นลงไป แต่ดีที่อแดปเตอร์ไฟไม่หนัก พกติดตัวได้ตลอด

ต้องบอกว่า Asus Zenbook 13 UX333 ตัวนี้หาจุดอ่อนยากเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี อย่างแรกคือ

  • เรื่องคีย์บอร์ด ที่ Layout จะแปลกไปบ้างเพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็ก โดยเฉพาะตรงปุ่ม Shift ขวาเล็กไปหน่อย ก็ต้องปรับตัวในการใช้บ้าง แต่ถ้าเป็นตัวใหญ่ขึ้นอย่าง Zenbook 14 UX433 จะไม่มีปัญหานี้เพราะแป้น Shift กลับมาใหญ่เหมือนเดิม
  • อย่างที่ 2 คือแม้เครื่องนี้จะมีพอร์ต USB-C แล้ว แต่ก็ไม่สามารถชาร์จไฟผ่าน USB-C ได้นะ ต้องชาร์จผ่านช่องชาร์จไฟของมันเท่านั้น ก็ทำให้เราไม่สามารถพกอแดปเตอร์ตัวเดียวชาร์จทั้งมือถือและโน้ตบุ๊กได้

ราคาอย่างเป็นทางการจาก Asus ยังไม่ออก แต่ทาง Asus ประเทศไทย…บอกว่ารุ่นเริ่มต้นที่ใช้ Intel Core i5 และการ์ดจอ GeForce MX150 จะมีราคาไม่ถึง 30,000 บาท ส่วนใครที่คิดว่าจอ 13 นิ้วเล็กไป Asus ก็ยังออก Zenbook 14 ตัวใหม่รหัส UX433 ที่มีจอ 14 นิ้ว แต่ขนาดเครื่องเท่าโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วทั่วไป และ Zenbook 15 รหัส UX533 จอ 15 นิ้ว แต่หนักแค่ 1.6 กก. ให้เลือกด้วย

ราคาของ ZenBook 13/14/15

  • ZenBook 13/14 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Intel UHD Graphic 620 ราคา 26,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 29,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 35,990 บาท
  • ZenBook 15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อมแรม 16 GB และ Nvidia GeForce 1050 Max-Q ราคา 45,990 บาท

แล้วแวะเยี่ยมตามร้านคอมพิวเตอร์ได้เลย พิเศษสำหรับผู้ซื้อ Zenfone 13 ร้อยคนแรก จะได้กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่ออกแบบโดยแบรนด์ Insomnia by Vara เป็นพิเศษด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!