กองทุน SSF พิเศษ

ใครควรซื้อกองทุน SSF พิเศษ? รู้ไว้ก่อนหมดเขต 30 มิ.ย. 63 นี้

(Advertorial)

ตอนนี้หลายคนน่าจะรู้จักกับกองทุน Super Savings Fund Extra หรือ กองทุน SSF พิเศษ กันแล้ว (ใครที่ยังไม่รู้ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย) และน่าจะรู้ด้วยว่าระยะเวลาในการซื้อกองทุนนี้เหลือถึงแค่วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น! เรียกได้ว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว

สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะซื้อกองทุน SSF พิเศษ ดีหรือไม่ หรือกำลังกังวลว่ากองทุน SSF พิเศษเหมาะสมกับตัวเองหรือเปล่า วันนี้ #beartai มีคำตอบให้ค่ะ

สิทธิประโยชน์ในการลงทุนในกองทุน SSF พิเศษ

การลงทุนในกองทุน SSF พิเศษ มีสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี คือ ผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน โดยจำกัดไว้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเงินลงทุนในส่วนนี้จะไม่ถูกนับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ เช่น กองทุน RMF, กองทุน SSF ปกติ, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันชีวิตหรือประกันบำนาญ ทำให้ไม่ติดเพดานสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่จำกัดไว้ที่ 500,000 บาท เรียกได้ว่าเป็นการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

กองทุน SSF พิเศษ บลจ.ไทยพาณิชย์

กองทุน SSF พิเศษ เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีฐานเงินเดือนสูงและต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีเพิ่มเติม

กองทุน SSF พิเศษ ถือว่าตอบโจทย์ผู้ที่มีฐานเงินเดือนสูง เนื่องจากการซื้อกองทุนไม่ต้องอ้างอิงกับจำนวนเงินได้ ซึ่งแตกต่างจากกรณีของกองทุน SSF ปกติ หรือ RMF ซึ่งลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของจำนวนเงินได้ที่ได้รับ ทำให้ไม่ว่าจะมีเงินได้เท่าไรก็สามารถซื้อกองทุน SSF พิเศษ เพื่อลดหย่อนภาษีได้

นอกจากนี้ กองทุน SSF พิเศษ ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีกลุ่มเกษียณจนเต็มเพดาน 500,000 บาทแล้ว เนื่องจากเงินลงทุนในกองทุน SSF พิเศษ จะไม่ถูกนับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณ ทำให้สามารถลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติม สูงสุดถึง 200,000 บาท หากใครขอใช้สิทธิเต็มที่ก็สามารถลดหย่อนภาษีได้มากถึง 700,000 บาท

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี

ตามเงื่อนไขของกองทุน SSF พิเศษแล้ว ผู้ลงทุนจำเป็นต้องถือครองหน่วยลงทุนขั้นต่ำเป็นเวลา 10 ปีเต็ม ซึ่งในส่วนนี้ถือว่าการลงทุนในกองทุน SSF พิเศษจะได้เปรียบกว่ากองทุน RMF ที่ผู้ลงทุนต้องถือครองหน่วยลงทุนจนกว่าจะมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

ในส่วนนี้ หากผู้ที่มีอายุ 46 ปีขึ้นไป การลงทุนในกองทุน RMF อาจจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า เนื่องจากถือครองจนถึงอายุ 55 ปีก็สามารขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข (ถือครองเพียง 9 ปี)

  • ผู้ที่มีเงินลงทุนในระยะยาว

ด้วยความที่กองทุน SSF พิเศษ จำเป็นต้องถือครองหน่วยลงทุนเป็นเวลา 10 ปีเต็ม การมีเงินเย็นสำหรับ การลงทุนระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนระยะเวลา 10 ปีนั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าการรอคอย หากมองย้อนกลับไป 5 ปี ตั้งแต่ต้นปี 2559 ดัชนี SET เคยปิดตลาดต่ำสุดที่ระดับ 1,224.83 จุด ในวันที่ 7 มกราคม 2559 และขึ้นสูงสุดที่ระดับ 1,838.96 จุด ในวันที่ 24 มกราคม 2561 ปัจจุบัน ดัชนี SET ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วที่ระดับ 1,024.46 จุด ในวันที่ 23 มีนาคม 2563* ทำให้มีโอกาส ในการรับผลตอบแทนที่มากกว่า ในช่วงขาขึ้นของตลาด

* บทความ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2563

เลือกกองทุน SSF พิเศษ กองไหนดี?

หากคุณคือผู้ที่อยู่ใน 3 กลุ่มดังกล่าว กองทุน SSF พิเศษ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด โดยวันนี้ #beartai มีกองทุน SSF พิเศษ จาก บลจ.ไทยพาณิชย์ มาแนะนำมากถึง 3 กองทุน ซึ่งต้องบอกว่ามีให้เลือกมากที่สุดในตลาดตอนนี้เลยค่ะ

  • กองทุน SCB70-SSFX

กองทุน SCB70-SSFX คือกองทุน SSF พิเศษที่ขายดีที่สุด* ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ณ ตอนนี้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงเพราะกองทุนนี้ใช้กลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน ตราสารหนี้และเงินฝาก ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในช่วงตลาดผันผวน

โดยกองทุน SCB70-SSFX นั้น ต่อยอดความสำเร็จมาจากกองทุน SCBLT1 ซึ่งได้รับ Overall Rating 4 ดาว จาก Morningstar ประเภท Thailand Equity Large-cap (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563) และ อันดับ 1 LTF ผลการดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลัง ของ Morningstar (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563)

* ข้อมูลจาก SCBAM ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2563

กองทุน SSF พิเศษ บลจ.ไทยพาณิชย์
  • กองทุน SCBEQ-SSFX

กองทุน SCBEQ-SSFX กองทุน SSFX พิเศษ ผลการดำเนินงานอันดับ 1* ที่เน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผู้จัดการกองทุนมีความเชื่อมั่นสูง โดยจัดการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงในแต่ละสภาวะตลาด ผสมผสานหลากหลายโมเดลการลงทุนให้เหมาะสมตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา

โดยกองทุน SCBEQ-SSFX ต่อยอดความสำเร็จมาจากกองทุน SCBLT2 อันดับ 1 LTF ผลการดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลัง ของ Morningstar (ณ วันที่ 31 มกราคม 2563)

* ข้อมูลจาก Morningstar ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2563

กองทุน SSF พิเศษ บลจ.ไทยพาณิชย์
  • กองทุน SCBSET-SSFX

กองทุน SCBSET-SSFX ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ เนื่องจากเป็นกองทุนเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ลงทุนใน SET ทั้งตลาด (หนึ่งเดียวจริง ๆ เพราะ บลจ. อื่นไม่มีนะ!) โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive เพื่อให้กองทุนมีผลตอบแทนและความเสี่ยงใกล้เคียงกับดัชนี SET มากที่สุด

จากข้อมูลย้อนหลังแล้ว ผลตอบแทนของดัชนี SET จะดีกว่าดัชนี SET50 หรือดัชนี SET20 ทำให้ผู้ลงทุนที่ลงทุนในทั้งดัชนี SET มีโอกาสรับผลตอบแทนได้ดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลจาก บลจ.ไทยพาณิชย์

โดยกองทุน SCBSET-SSFX นี้ ต่อยอดความสำเร็จจากกองทุน SCBSET ที่ได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี ประเภทกองทุนตราสารทุนทั่วไปปี 2562, ปี 2558 และปี 2556 จาก Money & Banking Awards โดยวารสารการเงินธนาคาร

กองทุน SSF พิเศษ บลจ.ไทยพาณิชย์

ลงทุนกองทุน SSF พิเศษ ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ได้แล้ววันนี้

ผู้ที่สนใจและอยากลงทุนในกองทุน SSF พิเศษ ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SCB EASY เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และซื้อกองทุนผ่านแอปพลิเคชันได้แล้ววันนี้ เพียงคุณมีบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันของ SCB แล้วผูกบัญชีลงทุนเข้ากับแอปพลิเคชัน SCB EASY ก็สามารถเลือกซื้อกองทุนได้เลย โดยจะเลือกชำระเงินผ่านบัญชี SCB หรือบัตรเครดิตของ SCB ก็ได้ค่ะ

พิเศษ! สำหรับผู้ที่ซื้อกองทุน SSF พิเศษ ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 จะได้รับหน่วยลงทุนในกองทุนทองคำ SCBGOLDH สูงสุด 400 บาทอีกด้วย

SCBGOLDH

ซึ่งรายละเอียดของกองทุน SSF พิเศษ ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ สามารถดูได้เพิ่มเติมที่นี่ คลิก หรือแอปพลิเคชัน SCB EASY หรือ โทร. 02 777 7777

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี SSF พิเศษ ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

เงื่อนไขการซื้อกองทุนผ่านบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ รายการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทุกช่องทางจะไม่นำมาคำนวณคะแนนสะสม SCB Rewards หรือเครดิตเงินคืนสำหรับบัตรแฟมิลี่ พลัส และรายการดังกล่าวไม่สามารถใช้สิทธิเข้าโปรแกรมผ่อนชำระดีจัง หรือ Call for Deejung ได้