Dragon Ball FighterZ

เกมแรกที่ไม่น่าจะมีใครแปลกใจ เพราะ Dragon Ball FighterZ มีครบทุกคุณสมบัติของการเป็นทั้งเกมที่เคารพต้นฉบับอนิเมะ/มังงะอย่างสุดหัวใจ และเป็นทั้งเกมต่อสู้ที่เลือดเดือด Easy to Learn but Hard to Master กราฟิกที่นำเสนอก็พยายามคงไว้ซึ่งงานภาพของอาจารย์ Akira Toriyama และขับความสวยด้วย Texture สไตล์ Celshade เก็บทุกเม็ดทุกโมเมนต์ดีงามของทุกเรื่องราวใน Dragon Ball ขนาดฉากเก็บคองอเข่าของหยำฉา เรายังเปลี่ยนให้ตัวอื่นมาโดนแทนยังได้ 55555

ส่วนในแง่เกมเพลย์ก็อย่างที่เกริ่นเลยครับ ในการบังคับพื้นฐานนั้นตัวเกมไม่ซับซ้อนและผู้เล่นสามารถเอาชนะอีกฝั่งได้ด้วยการบังคับพื้นฐานเหล่านี้ (แต่ก็ต้องดูจังหวะตั้งรับและส่วนดี ๆ ตามตรรกะเกมแนวต่อสู้ด้วยนะ) แต่ทั้งนี้ในขั้นสูง ก็จะพลิกจังหวะการต่อสู้ไปอีกแบบราวกับได้เห็นชาวไซย่าซัดกันจริง ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ Dragon Ball FighterZ จะเป็นเกมจากอนิเมะที่ใครหลายคนยกให้เป็นอันดับหนึ่งนะครับ แต่ในแง่ความเป็นเกมต่อสู้ เกมเมอร์สาย Fighting หลายคนก็ยกให้เป็นเกมอันดับต้น ๆ เช่นเดียวกัน

Dragon Ball Z: Kakarot

ยังครับ เกมจาก Dragon Ball ในบทความนี้ยังไม่หมด 5555 นี่คือเกมที่ถอดความเป็น Dragon Ball ให้ออกมาในบริบทของเกมสวมบทบาท หรือ RPG ได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวเกมจะให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับโลกเปิดที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่จะเติมใจแฟน ๆ Dragon Ball ให้ฟู การต่อสู้ที่ไม่ซับซ้อนแต่สามารถนำเสนอความดุเดือดจากต้นฉบับได้ ทุก ๆ การอัปเกรดในบริบทของเกม RPG ที่ผู้เล่นจะรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ทุก ๆ การต่อสู้นั้นอลังการและตรึงมือ ยังจำความรู้สึกแรกเมื่อได้อ่านหรือดูฉากต่อสู้ใน Dragon Ball ได้ไหม? นั่นแหละ ได้ Vibe แบบนั้นเต็ม ๆ!

JoJo’s Bizarre Adventure (1998)

หลายคนน่าจะงงว่าทำไมภาค All Star Battle R ถึงไม่ติดอยู่ในลิสต์นี้ จริง ๆ ผู้เขียนก็ชอบเกมนั้นนะ แต่ถ้าเราย้อนกลับไปยังรากเหง้าของเกมจากอนิเมะ/มังงะโจโจ้แล้ว ผู้เขียนต้องขอมอบอันดับให้ Jojo’s Bizzare Adventure จริง ๆ เพราะนี่คือเกมที่สนุกมากทั้งในฐานะเกมต่อสู้ และเกมที่อิงจากอนิเมะ/มังงะ ซึ่งไม่ต้องสืบเลยเพราะเป็นของ Capcom และได้ทีมพัฒนา ‘Street Fighter III’ มาทำจึงได้เกมที่สนุกสุดยอดขนาดนี้ โดยเฉพาะการตีความแสตนด์ให้มาใช้ในการต่อสู้ ที่การเรียกออกมาจะเป็นการเพิ่มท่าโจมตี มีคอมโบที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงมีท่าพิเศษหลายอย่างเพิ่มเข้ามา แถมโหมดเนื้อเรื่องก็แจ่ม

Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi 3

Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi เกมในดวงใจในสมัยเด็กของใครหลายคน ที่นอกจากตัวเกมจะไม่มีอะไรซับซ้อน เล่นง่าย แต่ก็มีเทคนิคหลากหลาย มีความล้ำลึก แถมมีตัวละครให้เลือกถึง 98 ตัว ติดอันดับต้น ๆ ต่อสู้ที่มีตัวละครให้เลือกสรรค์บนโลกใบนี้ ตัวเกมยังมีโหมดการเล่นมากมายตอบสนองความต้องการแก่ผู้เล่นได้ทุกอารมณ์ มีตั้งแต่เนื้อเรื่อง, โหมดอัลติเมท แบทเทิล, ศึกชิงเจ้ายุทธภพ หรือโหมด VS เพื่อเล่นกับเพื่อน ๆ

Sword Art Online: Fatal Bullet

Sword Art Online: Fatal Bullet เป็นเกมแนว Action Third-person shooter ที่ถือว่าฉีกแนวออกจาก Action RPG ทั่ว ๆ ไป เนื่องจากว่าตัวเกมในภาคนี้ได้ใช้เนื้อเรื่องของอนิเมะภาค 2 ที่ตัวเอกของเราได้เข้าไปเล่นในเกม Gun Gale Online เพราะฉะนั้นแล้ว รับประกันได้เลยว่าใครที่เล่น SAO ภาคก่อน ๆ มา จะได้รับความรู้สึกที่สดใหม่จากเกมนี้เป็นแน่ ความน่าสนใจของเกมนี้คือตัวละครของผู้เล่นจะเป็นศูนย์การของเนื้อเรื่อง หาใช่พี่เทพคิริโตะ ในขณะที่เกมการเล่น แม้เราจะไม่ได้เป็นคนเล็งยิงเอง แต่มีระบบ Auto Aim มาอำนวยความสะดวกแต่ต้องบอกเลยว่ามันกลับสนุกกว่าที่คิด ทั้งนี้อาวุธเองก็มีให้เลือกเล่นหลากหลายแบบที่จะมีสไตล์การเล่นแตกต่างกันไป

Captain Tsubasa: Rise Of New Champions

ถ้าจะพูดว่านี่คือเกม Winning ฉบับบ้าพลังก็ดูจะไม่ผิดนัก เพราะถึงแม้พื้นฐานระบบเกมเพลย์และปุ่มกดบังคับ ทั้งการสกัด-เลี้ยง-ยิง-วิ่ง-จ่าย คล้าย ๆ เกมฟุตบอลต่าง ๆ แต่ขึ้นชื่อว่าสึบาซะแน่นอนว่าจะต้องมีท่าพิเศษต่าง ๆ ที่สามารถกดใช้งานได้เพื่อความมันส์ในการเล่น พร้อมกับต้องบริหารเกจพลังใจ Spirit ให้ดี ๆ ไม่ฝืนใช้งานนักเตะคนใดคนหนึ่งหนักเกินไป

อีกทั้งหากคุณเป็นแฟนของมังงะ/อนิเมะเรื่องนี้ จะเอนจอยไปกับการได้เจอกับท่าคอมโบลับ หรือท่ายิงประสานต่าง ๆ ที่มีเงื่อนไข เช่นต้องส่งตัวละครที่กำหนดลงเล่นพร้อมกัน หรืออีเวนท์พิเศษที่จะเกิดขึ้นเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างในสนามลงล็อกตามการ์ตูนพอดิบพอดี

Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba – The Hinokami Chronicles

อย่าคิดว่านี่คือเกมที่สร้างมาเพื่อโปรโมตอนิเมะ/มังงะ ดาบพิฆาตอสูรเท่านั้น เพราะนี่คืออีกหนึ่งเกมที่มีการต่อสู้ใช้ไหวพริบไม่ต่างจากเกม Fighting สายแข็งซีรีส์อื่น ๆ เลยทีเดียว การบังคับไม่ซับซ้อนเช่นเคยเล่นง่ายมาก ๆ ไม่ว่าคนทั่วไปหรือผู้เล่นคอเกมต่อสู้ก็สามารถเรียนรู้ เข้าใจวิธีเล่นได้อย่างรวดเร็ว สกิลและท่าไม้ตายก็เป็นการกดเพียงไม่กี่ปุ่ม แต่จะเน้นไปที่จังหวะ และการบริหารเกจพลัง ทำให้การเล่นเกมนี้ต้องวางแผนการอ่านสกิลหรือรูปแบบการโจมตีของศัตรูให้ออก และแน่นอนนว่าแง่กราฟิก อนิเมะที่ว่าภาพสวยแล้ว เจอเวอร์ชันนี้ไปบอกเลยว่างดงามไม่แพ้กัน เป็นภาพแนว celshade ที่ถอดแบบโมเดลและท่าต่าง ๆ ของตัวละครได้อลังการงานสร้าง

Fist of the North Star: Lost Paradise

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทีมที่สร้างซีรีส์ Yakuza มาทำเกมฤทธิ์หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ!? ก็ของดีน่ะสิครับ! ระบบการต่อสู้นั้น จะเต็มไปด้วยท่าไม้ตายต่าง ๆ ที่แฟน ๆ คุ้นเคย ทำออกมาได้อย่างลื่นไหล โหดเหี้ยมสะใจ และเต็มไปด้วยเลือดสาดกระเซ็น! การตะลุมบอนแบบนี้คือแนวถนัดของทีมงานผู้สร้างเขาละ สามารถถ่ายทอดการต่อสู้ออกมาได้อย่างอลังการ รวดเร็ว และไม่ว่าจะผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกสนุกอยู่

Naruto Shippuden: Ultimate Ninja Storm 4

นี่คือเกมที่แฟน ๆ ยกให้เกมนารูโตะที่ดีที่สุดในตอนนี้! ด้วยการนำเสนอเนื้อเรื่องที่สนุก หลายฉากสวยกว่าฉบับอนิเมะเสียอีก! และการต่อสู้สุดมันเข้าถึงง่ายและคุณสามารถเรียนรู้มันภายในไม่กี่นาที แต่ได้อัปเกรดให้จังหวะการเข้าออกไฟต์เร็วกว่าภาคก่อน ๆ จะดูอืดไปเลย กับอีกจุดเด่นของระบบการต่อสู้ในภาคนี้ นั้นก็คือ Team Ultimate Jutsu หรือท่าไม้ตายในรูปแบบการทำงานเป็นทีม

One Piece Pirate Warriors 4

ยิงยาวมาถึงภาคที่ 4 และยังคงมันส์ต่อเนื่องกับเกม วันพีซฉบับ 3 ก๊ก หรือ One Piece Pirate Warriors 4 ที่เราจะได้ประจันหน้ากับกองทัพของบรรดาตัวละครนับพันที่จะเป็นกระสอบทรายให้เรายำเล่นเพื่อที่จะผ่านไปในแต่ละด่าน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ คณะปฏิวัติ หรือกระทั่งเหล่าโจรสลัด

ตัวเกมทำท่าไม้ตายหรือการต่อสู้ที่ค่อนข้างจะอิงกับต้นฉบับเกือบจะเป๊ะ ๆ (ยกเว้นบางตัวที่มังงะไม่ค่อยเห็นฉากต่อสู้ ก็จะมีการมโนท่าไม้ตายออกมาเยอะหน่อยเช่น แซงคูส เป็นต้น) โดยหากเราเล่นโหมดเนื้อเรื่อง ตัวละครของเราก็มีพัฒนาการที่อิงตามการ์ตูน ตัวละครเราจะค่อย ๆ เก่งขึ้นแล้วก็จะได้ท่าใหม่เมื่อถึงจุดนึงที่ต้องสู้กับบอสในแต่ละด่าน เช่น ลูฟี่ได้ เกียร์ 4 ตอนสู้กับ โดฟลามิงโก้ ทำให้เรารู้สึกอยากเล่นไปเรื่อย ๆ อยากเห็นตัวละครเราเก่งขึ้น ๆ ๆ ๆ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส