ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Back to Basic? ออฟฟิศแบบคอกอาจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า

Table of Content

Open Office หรือออฟฟิศแบบเปิดเป็นภาพบรรยากาศที่ทำงานที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่หากย้อนไปสัก 10 ปีหรือมากกว่านั้น ภาพออฟฟิศแบบคอกหรือออฟฟิศที่มีฉากกั้นระหว่างโต๊ะทางเรียงรายกันน่าจะเป็นภาพที่หลายคนคุ้นตา

แต่ในปัจจุบัน ออฟฟิศแบบ Cubicle หรือออฟฟิศแบบคอกพบเห็นได้น้อยมาก เพราะออฟฟิศแบบเปิดสามารถช่วยให้ทุกคนสามารถเห็นหน้าค่าตาและแลกเปลี่ยนไอเดียกันได้ตลอดเวลา แถมยังให้ความรู้สึกอิสระ ไม่อุดอู้เหมือนออฟฟิศแบบคอก

นอกจากข้อดีแล้ว ส่วนหนึ่งบริษัททั่วโลกเปลี่ยนรูปแบบออฟฟิศแบบปิดมาเป็นแบบเปิดก็เพราะอิทธิพลจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Facebook, และ Apple ที่มีออฟฟิศแบบเปิดที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ความล้ำหน้า ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นออฟฟิศสมัยใหม่ในฝันของใครหลายคน

But One Size Does Not Fit All หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คนยอมรับกันอาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ออฟฟิศแบบเปิดก็เช่นเดียวกัน เพราะใช่ว่างานทุกตำแหน่งต้องการการสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนความคิดตลอดเวลา และแทบทุกคนก็น่าจะมีช่วงเวลาที่ต้องการสมาธิ ซึ่งออฟฟิศเปิดอาจไม่สามารถมอบสิ่งนี้ให้คุณได้

ระหว่างที่คุณกำลังเขียนบทความที่ต้องเรียบเรียงข้อมูลอันสลับซับซ้อน โต๊ะฝ่ายบัญชีที่เยื้องกับคุณอาจกำลังหัวเราะเสียงดังจากการดูคลิปตลกใน TikTok คนที่นั่งตรงข้ามคุณกำลังซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งชวนหิว หรือในช่วงที่คุณกำลังปั่นงานอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่คนในออฟฟิศเดินขวักไขว่ดึงสายตาคุณจากหน้าจอ หรือพูดคุยเสียงดังจอแจจนเสียสมาธิ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและบางครั้งก็อาจรู้สึกหงุดหงิดแบบปฏิเสธไม่ได้

อีกหนึ่งสิ่งที่อาจเป็นข้อเสียของออฟฟิศแบบเปิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ คือ ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคที่สูงขึ้น โดยตั้งแต่ก่อนมีโรคโควิด-19 มีผลสำรวจในต่างประเทศที่ศึกษาในพนักงานกว่า 2,403 คนที่ทำงานในออฟฟิศแบบเปิดมีอัตราการลาป่วยเพิ่มมากขึ้น

จากข้อมูลการสำรวจพบว่ามีคนหลายสาขาอาชีพที่ไม่ชื่นชอบออฟฟิศแบบเปิดสักเท่าไหร่ แต่เอาเข้าจริง ๆ ไม่ว่าตำแหน่งไหนหรืออาชีพอะไรก็น่าจะต้องการสมาธิด้วยกันทั้งนั้น นอกจากนี้ ออฟฟิศแบบปิดอาจช่วยให้คุณมีสมาธิจดจ่อกับงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานบางคนได้มากกว่าออฟฟิศแบบเปิด

หรือหากใครคิดว่าออฟฟิศแบบเปิดน่าจะมีอิสระมากกว่า คุณลองคิดดูดี ๆ ว่าเวลาที่คุณหยิบมือถือขึ้นมาดูฟีดข่าวหลังจากทำงานมา 3 ชั่วโมงติดต่อกันเพื่อพักสมอง แต่หัวหน้ากลับจดจ้องราวกับคุณกำลังผิดร้ายแรง นั่นอาจไม่ใช่อิสระสำหรับผู้คนในยุคนี้ แต่ในขณะเดียวกันคอกกั้นระหว่างโต๊ะที่ดูเหมือนคุกกำลังขังคุณกลับทำให้คุณเป็นอิสระจากทุกสายตาของคนในออฟฟิศที่จับจ้อง

อย่างไรก็ตาม หากงานของคุณต้องทำงานที่เน้นการสื่อสารเป็นหลัก ออฟฟิศแบบเปิดน่าจะตอบโจทย์และส่งผลดีต่อการทำงานมากกว่า ส่วนคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้าทำงานตอนที่บริษัทเปลี่ยนมาเป็นออฟฟิศแบบเปิดอาจไม่ได้รู้สึกอะไร นอกจากนี้ การศึกษาบางส่วนพบว่าการสื่อสารแบบเห็นหน้าเห็นตากันจริง ๆ อาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าได้ด้วย

ทั้งนี้ ออฟฟิศแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับความชอบและสไตล์การทำงานของแต่ละคนด้วย

อ้างอิง, อ้างอิง, อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

เสพการเมืองเกินไป จนใจล้า ! รู้จักภาวะ Political Stress Syndrome ที่หลายคนอาจเป็นอยู่แต่ไม่รู้ตัว 

12/02/2026
Read More

เทียบสเปก พับ iPhone (ถ้ามี) ปะทะ พับ Android แพงกว่าเกือบ 3 หมื่น จะสู้ได้ไหม ?

12/02/2026
Read More

Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 แบรนด์ดัง-ครีเอเตอร์ตัวท็อป ตบเท้าลุ้นกว่า 300 รางวัล

12/02/2026
Read More

Thriving Beyond The Storm: เจาะลึกกลยุทธ์ฝ่าพายุเศรษฐกิจ และการปฏิวัติข้อมูลด้วย AI ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026

12/02/2026
Read More

ไม่ง้อฟิล์ม ! Samsung สปอยล์เอง Galaxy S26 Ultra อาจมี “จอกันเผือก” สั่งมืดเฉพาะจุดได้เอง

11/02/2026
Read More

เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ แต่คือคู่คิดที่เชื่อมโยงทุกมิติชีวิตคนไทย

10/02/2026
Read More

Related Content