Joaquin Phoenix Napoleon © 2023 Sony Columbia Pictures Apple Original Films (1)

Ridley Scott ฉะ! โต้คนทักท้วงหนัง ‘Napoleon’ ไม่ตรงตามประวัติศาสตร์ “หุบปากไปเลย!”

ในหนังดราม่าประวัติศาสตร์เรื่องล่าสุด ‘Napoleon’ ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของผู้กำกับดัง ริดลีย์ สก็อตต์ (Ridley Scott) ที่ได้นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง วาคีน ฟีนิกซ์ (Joaquin Phoenix) มารับบทเป็น นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoléon Bonaparte) จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส ที่เป็นการหยิบเอาเรื่องราวการก้าวขึ้นสู่อำนาจของนโปเลียน และความสัมพันธ์อันซับซ้อนของนโปเลียน กับจักรพรรดินีโจเซฟีน เดอ โบอาร์แน (Joséphine de Beauharnais) พระมเหสีองค์แรก ที่แสดงโดย วาเนสซา เคอร์บี (Vanessa Kirby)

แม้จะมีคำวิจารณ์ออกมาว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกของสก็อตต์ แต่หนังเรื่องนี้ก็หนีไม่พ้นคำทักท้วงของนักประวัติศาสตร์หลายคน ที่ออกมาทักท้วงถึงรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ในช่วงชีวิตของ นโปเลียน โบนาปาร์ต ที่มีความแตกต่างผิดเพี้ยนออกไปจากข้อเท็จจริง

ซึ่งแน่นอนว่า สก็อตต์เองก็ดูไม่พอใจกับคำทักท้วงเหล่านั้นพอสมควร เพราะเขาต้องการที่จะนำเสนอเรื่องราวชีวประวัติของ นโปเลียน โบนาปาร์ต ตามวิสัยทัศน์ในแบบของเขาเอง มากกว่าจะมุ่งเน้นความสมจริงทุกกระเบียด ในบทสัมภาษณ์ของเว็บไซต์ The Times ตั้งแต่เหตุผลของการปรับแปลงรายละเอียดในประวัติศาสตร์บางจุด โดยเฉพาะบางช็อตที่ปรากฏในตัวอย่างหนัง

Joaquin Phoenix Napoleon © 2023 Sony Columbia Pictures Apple Original Films (1)

ยกตัวอย่างเช่น ในข้อเท็จจริงตามประวัติศาสตร์ จักรพรรดินีโจเซฟีนมีอายุมากกว่าพระสวามีของนาง 6 ปี ในขณะที่เคอร์บีนั้นมีอายุห่างจากฟีนิกซ์มากถึง 13 ปี ซึ่งสก็อตต์เล่าว่า “ผมไม่คิดว่ามันจะสำคัญอะไรนะ ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนในชีวิต แต่ผมมักจะเห็นผู้หญิงที่อายุมากกว่า กับผู้ชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ”

หรือในช็อตที่นโปเลียนสั่งให้ทหารใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าใส่ปิรามิด สก็อตต์ให้เหตุผลว่า “คือผมก็ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นหรือเปล่านะ แต่มันเป็นวิธีที่รวดเร็วในการบอกว่า เขายึดอียิปต์ได้แล้ว” นอกจากนี้ สก็อตต์ยังวิพากษ์วิจารณ์นักประวัติศาสตร์บางคน ที่หมกมุ่นกับรายละเอียดในหนังเรื่องนี้ที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงแบบเผ็ดร้อน

“มันก็เหมือนกับรายงานประวัติศาสตร์ฉบับอื่น ๆ นั่นแหละ นโปเลียนเสียชีวิตตอนนั้น แล้วอีก 10 ปีต่อมา ก็มีคนเอาไปเขียนหนังสือ จากนั้นก็มีคนเอาหนังสือเล่มนั้นไปเขียนอีกเล่มหนึ่ง และ 400 ปีต่อมา (ในหนังสือประวัติศาสตร์) มันก็เต็มไปด้วยจินตนาการมากมาย ถ้านักประวัติศาสตร์จะมีปัญหากับเรื่องนี้กับผมเนี่ย ผมก็อยากจะถามว่า ‘ขอโทษนะเพื่อน นายอยู่ในยุคนั้นด้วยหรือเปล่าวะ ก็ไม่ใช่ไหม ? ถ้างั้นมึ-ก็เงียบปากไปเหอะ'”

อีกกรณีของการทักท้วงประวัติศาสตร์ที่ไม่ถูกต้องในหนัง ‘Napoleon’ ก็คือการที่ แดน สโนว์ (Dan Snow) นักประวัติศาสตร์และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ได้โพสต์คลิปวิจารณ์รายละเอียดทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ถูกต้องของหนังเรื่องนี้ลงใน TikTok ของตนเอง ไล่ไปตั้งแต่ข้อความบนโปสเตอร์ที่ระบุว่านโปเลียนนั้น “มาแบบตัวเปล่า” (“He came from nothing.”) แต่จริง ๆ แล้วพ่อของนโปเลียนเป็นขุนนาง รวมทั้งรายละเอียดอีกหลายจุด

ซึ่งในการสัมภาษณ์ของเว็บไซต์ The New Yorker สก็อตต์ได้แสดงความคิดเห็นต่อคลิปดังกล่าวแบบกระชับเรียบง่ายว่า “ไปให้พ้นไป…”

Joaquin Phoenix Ridley Scott Napoleon © 2023 Sony Columbia Pictures Apple Original Films (1)

แม้สก็อตต์จะไม่แยแสกับการทักท้วงของนักประวัติศาสตร์ แต่เขาเองก็ใส่ใจในการถ่ายทำฉากต่าง ๆ โดยเฉพาะฉากสงคราม ด้วยการใช้การถ่ายทำด้วยเทคนิคแบบดั้งเดิม เลือกพรอปจริงทั้งหมด และใช้ CGI ให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ฉากสมรภูมิที่สมจริงเหมือนหลุดเข้าไปในยุคนั้น

พอล บิดดิส (Paul Biddiss) ที่ปรึกษาด้านการทหารของสก็อตต์ ที่คอยดูแลการถ่ายทำให้เป็นไปอย่างละเอียด ได้เล่าถึงเบื้องหลังฉากสำคัญ และความใส่ใจในรายละเอียดของสก็อตต์ ในการถ่ายทำ ในฉากยุทธการที่วอเตอร์ลู (Battle of Waterloo)

“ฉากที่วอเตอร์ลูใช้เวลาถ่าย 5 วัน ใช้กล้อง 11 ตัว มันค่อนข้างจะวุ่นวายมาก ผมรู้ว่าริดลีย์ชอบมัน เพราะเขาใส่ใจองค์ประกอบต่าง ๆ มาก ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเขา ไปจนถึงหนุ่ม ๆ (นักแสดงที่รับบทเป็นทหาร) พวกนั้น เขาจะตรวจให้แน่ใจว่า หมวกของพวกเขาตั้งตรง และไม่มีดาบปลายปืนกระบอกไหนที่ไม่ประสานกัน”

ฟีนิกซ์ นักแสดงเจ้าของบทจักรพรรดิ์นโปเลียน ก็เป็นอีกคนที่สนับสนุนสก็อตต์ในเรื่องนี้เช่นกัน เขาเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Empire ที่เขาอธิบายว่า มุมมองของสก็อตต์ที่มีต่อนโปเลียน ไม่ได้มาจากนโปเลียนตัวจริงในประวัติศาสตร์ แต่มาจากมุมมองของเขาที่มีต่อตัวละครนี้มากกว่า

“หากคุณอยากจะเข้าใจนโปเลียนจริง ๆ คุณก็ควรจะศึกษาและอ่านหนังสือด้วยตัวเอง เพราะถ้าคุณดูหนังเรื่องนี้ ประสบการณ์นี้จะถูกบอกเล่าผ่านสายตาของริดลีย์”


ที่มา: CBR, The Times, The Independent, The New Yorker

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส