John Woo

John Woo ไม่ชอบดูหนังซูเปอร์ฮีโร เพราะมีแต่ CGI บึ้ม ๆ อยากดูหนังแบบเก่าที่เป็นหนังจริง ๆ มากกว่า

ความล้มเหลวของบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโรที่ผ่านพ้นช่วงพีก และเข้าสู่ยุคอิ่มตัวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นสิ่งที่หลายคนต่างตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้หนังซูเปอร์ฮีโรที่เคยรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดต้องเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ แน่นอนว่า นอกจากคุณภาพของหนังบางเรื่องที่ไม่ถูกใจแฟน ๆ เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา หนังซูเปอร์ฮีโรก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบ่อนทำลายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รวมไปถึงวัฒนธรรมและความหลากหลายของตลาดภาพยนตร์โดยรวม โดยเฉพาะผู้กำกับรุ่นใหญ่ ๆ หลายคนที่ต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน

ล่าสุด จอห์น วู (John Woo) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฮ่องกงวัย 77 ปี เจ้าของผลงานแอ็กชันระดับตำนานทั้งในฮ่องกงและฮอลลีวูดมากมาย อาทิ ‘A Better Tomorrow โหด เลว ดี’ (1986), ‘Hard Boiled ทะลักจุดแตก’ (1992), ‘Face/Off’ (1997) และ ‘Mission: Impossible 2’ (2000) ก็เป็นอีกหนึ่งผู้กำกับชั้นครูที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หนังซูเปอร์ฮีโร ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับนิตยสาร The New Yorker เพื่อโปรโมต ‘Silent Night’ ผลงานหนังแอ็กชันฮอลลีวูดเรื่องแรกในรอบ 20 ปีของเขา

ในบทสัมภาษณ์ วูได้วิจารณ์แบบเผ็ดร้อนไม่น้อย ถึงความไม่ชอบหนังซูเปอร์ฮีโร หนังที่สร้างจากคอมิก เพราะเป็นหนังที่ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเขามองว่านั่นไม่ใช่หนังจริง ๆ แต่หนังจริง ๆ ที่เขาอยากดูมาก ๆ คือ ‘Killers of the Flower Moon’ ผลงานหนังอิงประวัติศาสตร์เรื่องล่าสุดของ มาร์ติน สกอร์เซซี (Matin Scorsese) ผู้กำกับชั้นครู (ผู้แซะหนังซูเปอร์ฮีโรเป็นคนแรก)

John Woo

“ผมไม่เคยชอบดูหนังที่มีสเปเชียลเอฟเฟกต์ใหญ่ ๆ หรืออะไรก็ตามที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนเลยนะ ผมเองชอบหนังของ มาร์ติน สกอร์เซซี มากกว่าอีก แนวหนังแบบนั้นแหละ ผมนี่แทบรอไม่ไหวที่จะได้ดู ‘Killers of the Flower Moon’ เลยนะ รู้ไหม ผมชอบดูหนังแบบเก่า ๆ นะ หนังที่เป็นหนังจริง ๆ น่ะ ช่วงนี้วงการหนังไม่ค่อยมีหนังแบบนี้สักเท่าไหร่”

จอห์น วู เป็นผู้กำกับรุ่นใหญ่คนล่าสุดที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับหนังซูเปอร์ฮีโรที่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อวงการและตลาดหนังโดยรวม หลังจากที่เมื่อปี 2019 สกอร์เซซีเคยวิพากษ์วิจารณ์โจมตีหนังซูเปอร์ฮีโรของ Marvel Studios ว่าไม่ใช่ภาพยนตร์ แต่เป็นเพียงสวนสนุกที่ดูแล้วก็จบกันไป จนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก

และภายหลังสกอร์เซซีก็ได้เขียนบทความลงใน The New York Times เพื่อขยายความจากบทสัมภาษณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) ก็เป็นอีกคนที่เคยวิพากษ์หนังซูเปอร์ฮีโรว่า “แบน” เพราะขาดการสร้างความสัมพันธ์และความผูกพันระะหว่างตัวละคร จนดูเหมือนอย่างกับดูเด็ก ๆ เล่นกัน ผู้กำกับรุ่นใหญ่อย่าง ริดลีย์ สก็อตต์ (Ridley Scott) ก็เคยให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า หนังซูเปอร์ฮีโรมักมีบทที่ไม่ค่อยดี

แม้เราจะไม่ได้ยินชื่อของ จอห์น วู ในยุคนี้มากนัก เพราะหลังจากที่เขากำกับหนังฮอลลีวูดเรื่องสุดท้ายอย่าง ‘Paycheck’ (2003) วูก็ไม่ได้กำกับหนังฮอลลีวูดอีกเลยมากว่า 20 ปี แต่หันกลับไปกำกับหนังฮ่องกง-จีนแผ่นดินใหญ่อยู่นาน

จนมาถึงปีนี้ วูได้กลับมากำกับหนังฮอลลีวูดเต็มตัวใน ‘Silent Night’ หนังแอ็กชันทริลเลอร์ของค่าย Lionsgate จากทีมผู้สร้างแฟรนไชส์ ‘John Wick’ ที่โดดเด่นด้วยการดำเนินเรื่องแบบหนังเงียบไร้บทพูด นำแสดงโดย โจแอล คินนาแมน (Joel Kinnaman) ที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 1 ธันวาคม

john woo face off

ในบทสัมภาษณ์เดียวกัน วูยังได้เล่าถึงเหตุผล และความรู้สึกของเขาในการกลับมากำกับหนังฮอลลีวูดอีกครั้งในรอบ 2 ทศวรรษ

“มีบทดี ๆ มากมายที่ผมอยากจะกำกับนะครับ แต่มันไม่เคยมาถึงผมเลย เหมือนหนังดราม่าเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่โตมาในสภาพแวดล้อมไม่ดีเลยน่ะ โปรดิวเซอร์ฮอลลีวูดไม่แนะนำให้ผมทำหนัง เพราะพวกเขารู้สึกว่าผมไม่ใช่คนอเมริกัน ผมเลยไม่เข้าใจวิถีชีวิตของพวกเขา หนังดราม่าประวัติศาสตร์ไม่เคยมาถึงผมเลย เพราะผมเป็นคนจีน เป็นคนต่างชาติ พวกเขาเลยไม่เชื่อว่าผมจะกำกับหนังประวัติศาสตร์อเมริกันได้ สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในหัวของคนเหล่านั้นก็คือหนังแอ็กชัน จริง ๆ ผมกำกับหนังได้หลายแนว แต่มันก็ยากแหละที่จะทำให้คนเชื่อแบบนั้น”

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากตอนที่ได้รับบทหนัง ‘Silent Night’ ที่ไม่มีบทสนทนาในหนังทั้งเรื่อง! ผมคิดว่านี่มันคงจะดีสำหรับผมมาก เพราะมันช่วยให้ผมได้ใช้พรสวรรค์ในการเล่าเรื่องด้วยภาพ ผมมักจะมองหาเรื่องราวดี ๆ อยู่เสมอ และบังเอิญว่ามันเป็นหนังฮอลลีวูด ผมไม่เคยรู้สึกเหมือนได้กลับมาฮอลลีวูดเลย เพราะสำหรับผม ผมไม่เคยรู้สึกออกจากฮอลลีวูดเลย ผมเพิ่งทำหนัง 2-3 เรื่องในประเทศจีนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การกลับมาที่ฮอลลีวูด ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านจริง ๆ “


ที่มา: The New Yorker, Variety

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส