Argylle คว่ำ ดับความหวัง Henry Cavill ที่จะได้เป็น เจมส์ บอนด์ คนต่อไป

‘Argylle’ กลายเป็นหนังของ เฮนรี่ แควิลล์ ( Henry Cavill) ที่รายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ลดต่ำที่สุด นับตั้งแต่ ‘Batman vs. Superman’ ในปี 2016

แม้ว่าหนังจะมีทีมการตลาดในการเปิดตัวหนังได้อย่างน่าสนใจ ทั้งตัวอย่างหนังที่ดึงดูดความสนใจได้ดี มิวสิกวิดีโอที่เพียบพร้อมไปด้วยนักแสดงชื่อดัง แต่ ‘Argylle’ของผู้กำกับ แมทธิว วอห์น (Matthew Vaughn) ก็ได้รับเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ในระดับที่แย่มาก มิหนำซ้ำรายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ยังน่าหดหู่อีกด้วย ด้วยตัวเลขรายได้ที่ตกลงถึง 62 % นับเป็นผลงานของ เฮนรี่ แควิลล์ ที่แย่ที่สุดในรอบ 8 ปี

นับว่าช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีนักในอาชีพนักแสดงของแควิลล์ หลังจากเขาต้องสูญเสียบทสำคัญที่สุดของเขาไปถึง 2 บท ทั้ง Superman ใน DCEU และตามด้วยบท เจอรัลด์ ใน ‘The Witcher’ ทาง Netflix แล้วนับแต่นั้นเขาก็ยังไม่มีบทบาทที่สร้างความนิยมให้กับตัวเองได้เลย แม้ว่าที่ผ่านมา แควิลล์เคยไปถึงจุดที่เป็นหนึ่งในตัวเก็งที่จะได้เป็น เจมส์ บอนด์ คนใหม่เลยด้วย ฉะนั้นบทบาทสายลับใน ‘Argylle’ จึงเหมือนเป็นโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าเขาสามารถเป็นสายลับยอดนิยมของแฟน ๆ ได้ แต่เมื่อผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ ยิ่งกลายเป็นว่าโอกาสของแควิลล์ได้หลุดลอยไปเสียแล้ว แต่ถึงขณะนี้ ‘Argylle’ ยังมีอีกหนึ่งหนทางแห่งความหวัง เพราะในอีกไม่กี่สัปดาห์หนังก็จะสตรีมมิงทาง Apple TV+ ก็รอดูว่าถึงเวลานั้นจะสามารถดึงกระแสความนิยมกลับขึ้นมาได้บ้างหรือไม่ ?

ขณะนี้ ‘Argylle’ได้คะแนนบนเว็บไซต์ Rottentomatoes จากทางฝั่งนักวิจารณ์อยู่ที่ 32% แค่นั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะที่ผ่านมาหนังของแควิลล์ก็ไม่เคยเป็นที่ถูกใจของบรรดานักวิจารณ์อยู่แล้ว แต่ทางฝั่งผู้ชมนั้นดูดีขึ้นหน่อย เพราะได้อยู่ที่ 71% แต่ก็ไม่สามารถดึงความสนใจผู้คนจำนวนมากให้ไปเข้าโรงหนังได้ คะแนนที่ลดต่ำขนาดนี้ ก็อาจจะมีผลที่ส่งให้หนังเปิดตัวสัปดาห์แรกได้น้อยนิดที่ 17 ล้านเหรียญเท่านั้น แล้วสัปดาห์ที่ 2 ก็ลดต่ำลงมาอย่างน่าใจหายที่ 6.6 ล้านเหรียญ ยิ่งมองไม่เห็นโอกาสเลยที่หนังจะทำกำไรได้ เพราะหนังทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ เรื่องนี้ต้องทำรายได้พ้นหลัก 300 ล้านถึงจะผ่านจุดคุ้มทุน

หลังจากสตรีมมิงบน Apple TV+ แล้วจะช่วยกู้ชีพ Argylle ไว้ได้หรือไม่
ผู้กำกับ แมทธิว วอห์น

รูปแบบการดูหนังของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 เป็นต้นมา เพราะแพลตฟอร์มสตรีมมิงขยายตัวขึ้นมากในช่วงเวลานั้น ฉะนั้น ‘Argylle’ อาจจะทำรายได้มากกว่านี้หลายเท่า หากหนังได้ออกฉายก่อนปี 2019 ต่อให้ได้รับเสียงวิจารณ์ในเชิงลบก็ตาม แต่ในวันนี้ ผู้คนเลือกที่จะประหยัดค่าเดินทาง ค่าตั๋ว ที่จะต้องจ่ายเพื่อดูหนังในโรงภาพยนตร์ แล้วรออีกแค่ไม่กี่เดือนหรือไม่กี่สัปดาห์ก็ได้ดูอยู่ที่บ้านแล้ว

‘Argylle’ได้รับทุนสร้างบางส่วนมาจาก Apple TV+ แล้วได้รับสิทธิ์ที่จะได้สตรีมมิงบนแพลตฟอร์มหลังจากฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว และมีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นหนึ่งในหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวันที่เปิดตัวทางสตรีมมิง แต่ที่น่าลุ้นก็คือถ้าประสบความสำเร็จในทิศทางนี้ จะเพียงพอที่หนังจะได้สานต่อเป็นแฟรนไชส์ตามที่ผู้กำกับวอห์นคาดหวังไว้หรือไม่ เพราะทางผู้สร้างมองการณ์ไกลวางแผนจะสร้างอีก 2 ภาคต่อไว้เรียบร้อยแล้วด้วย หรือไม่ก็อาจจะได้ไปต่อ แต่ก็เป็นภาคต่อที่สร้างเพื่อลงทางสตรีมมิงเท่านั้น

ที่มา : Movieweb Screenrant