Connect with us

What The Fact

แฟน ๆ BNK48 สงสัย บัตรจับมือ 1 ใบใช้จับมือเม็มเบอร์ได้กี่วินาที?

Published

on

ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วสำหรับงานจับมืออย่างเป็นทางการครั้งแรกของ BNK48 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคมนี้ ที่บางนาฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา บางนา เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่นี่เลยจ้า (งานนี้ไม่มีบัตรเข้าไม่ได้นะ)

และต่อเนื่องมาทันทีกับงานจับมือครั้งถัดไปที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 1 กันยายนนี้ในงาน Japan Expo in Thailand 2017 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน เรียกว่าสาว ๆ เตรียมมาพบกับแฟน ๆ อย่างต่อเนื่องเต็มที่เลยทีเดียว

แม้ว่าจะใกล้วันงานเข้ามาทุกขณะและข้อสงสัยต่าง ๆ ก็ได้รับการคลี่คลายจากทาง BNK48 ไปเยอะแล้ว แต่สิ่งที่แฟน ๆ ยังสงสัยมากที่สุดนาทีนี้ก็คือ ตกลงบัตรจับมือ 1 ใบใช้จับมือเม็มเบอร์ได้กี่วินาที?

คำถามนี้อาจจะดูเป็นเรื่องหยุมหยิมในสายตาของหลาย ๆ คน แต่สำหรับแฟน ๆ ไอดอลที่ไม่ได้มีโอกาสเจอเม็มเบอร์บ่อยนัก นี่เป็นเรื่องใหญ่พอตัว เพราะแฟน ๆ หลายคนคงมีเรื่องราวที่จะไปพูดคุยหรือสื่อสารกับเม็มเบอร์คนโปรดของตัวเอง แต่ละวินาทีมีความหมายมาก ๆ และก็ไม่รู้ว่าอีเวนต์แบบนี้จะมีบ่อยแค่ไหน แน่นอนว่าถ้าเป็นการจับมือในบริบทอื่น ๆ เราก็พอจะรู้คำตอบกันอยู่แล้ว เช่นการจับมือทักทายแบบชาวตะวันตกทั่วไปตามปกติก็จะเป็นการจับมือแล้วเขย่าพอเป็นพิธี อย่างมากก็ไม่เกิน 2 วินาที แต่ถ้าเป็นการจับมือระหว่างประมุขของรัฐหรือผู้นำรัฐบาลก็อาจกินเวลาเป็นนาทีได้ เพราะต้องรอนักข่าวถ่ายภาพให้เสร็จ

บางครั้งการจับมือก็มีนัยยะที่มากมายและลึกซึ้ง เช่นการจับมือระหว่างประธานาธิบดีรัสเซียและประธานาธิบดีสหรัฐ

ในเมื่อยังไม่มีท่าทีว่าทาง BNK48 จะมีคำตอบให้ และรูปแบบกิจกรรมงานจับมือนี้ BNK48 นำมาจาก AKB48 วงพี่อีกที เราจึงคิดว่าเราน่าจะย้อนกลับไปดูรูปแบบกิจกรรมงานจับมือของ AKB48 เผื่อจะพอคาดเดาคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดให้กับคำถามนี้ได้

งานจับมือของ AKB48

งานจับมือของ AKB48 ก็คืองานที่แฟน ๆ จะได้มาจับมือและพบปะสาว ๆ AKB48 นั่นเอง

งานจับมือของ AKB48 เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2548 (เพียง 8 วันหลังจากเปิดตัว) เนื่องจากในวันนั้นเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์เวที ทำให้สาว ๆ ไม่สามารถเปิดการแสดงตามปกติได้ ในวันนั้นมีแฟน ๆ เข้ามาชมการแสดงในเธียเตอร์ประมาณ 50 คน ทางวงจึงต้องขายผ้าเอาหน้ารอดด้วยการให้แฟน ๆ ได้จับมือกับเม็มเบอร์และให้แฟน ๆ ได้ถ่ายรูปคู่กับเม็มเบอร์คนโปรด จากความบังเอิญในวันนั้น ปัจจุบันงานจับมือของ AKB48 กลายเป็นมหกรรมที่ต้องจัดทุกครั้งที่ทางวงออกซิงเกิ้ลใหม่ เป็นงานที่ไม่จัดไม่ได้ด้วยเหตุผลทั้งด้านการเงิน (งานจับมือเป็นแหล่งรายได้สำคัญและเหตุผลที่แฟน ๆ ซื้อซีดีเป็นจำนวนมาก) และภาพลักษณ์ของวง (เพื่อตอกย้ำแนวคิด “ไอดอลที่คุณสามารถไปพบเจอได้”) ซึ่งแต่ละงานก็มีคนเข้าร่วมหลายหมื่นคน (มีบางแหล่งข้อมูลระบุว่าบางงานมีผู้เข้าร่วมถึงหลักแสนคนด้วย) โดยงานจับมือของ AKB48 จะแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่

1. งานจับมือทั่วประเทศ

งานจับมือทั่วประเทศ (全国握手会) เป็นงานที่เม็มเบอร์ AKB48 บางส่วนจะเดินทางไปตามจังหวัดต่าง ๆ ในญี่ปุ่นเพื่อพบปะกับแฟน ๆ ในงานจะมีการจัดแสดงมินิไลฟ์และการถ่ายรายการโทรทัศน์ จากนั้นเม็มเบอร์จะแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ ให้แฟน ๆ ได้เข้าแถวจับมือเม็มเบอร์ทุกคนในกลุ่มนั้น โดยบัตร 1 ใบสามารถใช้จับมือเม็มเบอร์แต่ละคนได้ประมาณ 3 วินาที โดยรอบแรกจะสามารถนำบัตรจับมือไปแลกเป็นบัตรคิวได้เพียง 1 ใบ เมื่อผ่านรอบแรกไปแล้วจึงจะสามารถนำบัตรจับมือหลาย ๆ ใบไปแลกบัตรคิวหลาย ๆ ใบเพื่อใช้จับมือเม็มเบอร์เป็นเวลาหลายเท่าของ 3 วินาทีได้ตามจำนวนบัตร แต่รอบนี้จะเลือกจับมือเม็มเบอร์ได้แค่คนเดียวเท่านั้น

แฟน ๆ สามารถได้บัตรงานจับมือทั่วประเทศจากการซื้อซิงเกิ้ล limited edition (CD+DVD) โดยบัตรจะแถมมาในกล่องซีดี ถึงแม้จะบอกเป็น limited edition แต่การซื้อหาก็ไม่ได้ยากอะไร มีขายตามร้านซีดีทั่วไปและมีขายเยอะถึงขนาดที่แม้เวลาผ่านไปนานจนงานจับมือทั่วประเทศประจำซิงเกิ้ลนั้นเลิกจัดไปแล้ว ก็ยังมีซีดี limited edition วางขายอยู่ เมื่อแฟน ๆ มีบัตรงานจับมือทั่วประเทศในครอบครองแล้ว ก็ต้องคอยอัปเดตบนเว็บไซต์ของทางวงว่าจะมีงานจับมือทั่วประเทศจัดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่บ้าง เพื่อที่จะได้เลือกไปเข้าร่วม

และนี่คือตัวอย่างภาพบรรยากาศงานจับมือทั่วประเทศครับ ภาพนี้เป็นภาพจากงานจับมือทั่วประเทศที่ซัปโปโรเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 จะเห็นได้ชัดว่ามีการใช้รั้วกั้นแบ่งเขตของแฟน ๆ กับเขตของเม็มเบอร์อย่างชัดเจน เม็มเบอร์กับแฟน ๆ จะจับมือกันได้โดยการยื่นมือข้ามรั้วกั้นมาเจอกันภายใต้การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

ภาพจากรายการ AKB48ネ申テレビ วันที่ 26 มิถุนายน 2559

2. งานจับมือเดี่ยว

งานจับมือเดี่ยว (個別握手会) เป็นงานที่เม็มเบอร์ทุกคนของ AKB48 รวมถึงเม็มเบอร์ทุกคนของวงน้องสาวของ AKB48 ทุกวงในญี่ปุ่น (SKE48, NMB48, HKT48, NGT48, STU48) เข้าร่วม โดยงานมักจะจัดในศูนย์ประชุมหรือศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ (ถ้าเป็นในบริเวณใกล้กรุงโตเกียวก็มักจะเป็น Pacifico Yokohama จังหวัดคะนะงะวะ หรือไม่ก็ Makuhari Messe จังหวัดชิบะ) ในงานนี้แฟน ๆ สามารถเจาะจงเลือกเฉพาะเม็มเบอร์ที่ตัวเองอยากจับมือด้วยได้ โดยบัตรจับมือ 1 ใบสามารถใช้จับมือเม็มเบอร์ 1 คนได้ประมาณ 10 วินาที และแฟน ๆ สามารถรวมบัตรจับมือเข้าด้วยกันหลายใบเพื่อให้การจับมือ 1 ครั้งมีความยาวเป็นหลายเท่าของ 10 วินาทีได้ตามจำนวนบัตร

แฟน ๆ สามารถได้บัตรงานจับมือเดี่ยวจากการซื้อซิงเกิ้ล theater edition (มีแต่ CD ไม่มี DVD) โดยจะต้องสั่งจองล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์เท่านั้น ซึ่งมักจะเปิดให้จองล่วงหน้า 1 เดือนก่อนวันที่ซิงเกิ้ลวางจำหน่าย เมื่อทำการสั่งจองแฟน ๆ จะต้องระบุจำนวนซีดีที่ต้องการสั่งซื้อ ชื่อของตัวเอง ชื่อของเม็มเบอร์ที่ตัวเองต้องการไปจับมือ จากนั้นเมื่อถึงวันที่ซิงเกิ้ลวางจำหน่าย ไปรษณีย์ก็จะนำของมาส่งให้ที่บ้านหรือที่ที่นัดหมายไว้ โดยบัตรจับมือของงานจับมือเดี่ยวจะมีชื่อของผู้สั่งซื้อ ชื่อของเม็มเบอร์และช่วงเวลาที่สามารถใช้บัตรได้ระบุไว้ อีกทั้งเมื่อจะนำบัตรไปใช้ในวันจริงเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจบัตรจับมือพร้อมกับหลักฐานยืนยันตัวตนก่อนที่จะนำบัตรจับมือไปใช้ได้และตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อจะเข้าไปพบกับเม็มเบอร์ แฟน ๆ จึงไม่สามารถใช้หลายบัญชีในการสั่งซื้อและไม่สามารถนำบัตรจับมือไปจำหน่ายต่อได้

ท่านสามารถชมตัวอย่างบัตรงานจับมือเดี่ยวได้ที่นี่ครับ

และนี่คือตัวอย่างภาพบรรยากาศงานจับมือเดี่ยวครับ ภาพนี้เป็นภาพจากงานจับมือเดี่ยวที่โยโกฮามาเมื่อเดือนเมษายน 2559 ลักษณะการเข้าแถวเพื่อจับมือเม็มเบอร์ก็จะคล้าย ๆ กับงานจับมือทั่วประเทศ เพียงแต่จะมีเม็มเบอร์ช่องละคนเดียวให้เราเข้าไปจับมือ และมีทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รับตั๋ว เจ้าหน้าที่จับเวลาและคอยเชิญแฟน ๆ ออกจากบูธเมื่อเวลาหมดด้วยการดึงตัวอย่างสุภาพ ศัพท์เทคนิคเรียกว่าฮะงะชิ (はがし)

ภาพจากรายการ 情熱大陸 วันที่ 26 มิถุนายน 2559

แล้วงานจับมือของ BNK48 ล่ะ?

ตามที่ผมได้อธิบายมาทั้งหมด จะสังเกตได้ว่ารูปแบบของงานจับมือของ BNK48 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคมนี้นั้น เป็นรูปแบบที่ค่อนไปทางงานจับมือเดี่ยวของ AKB48 กล่าวคือ บัตรจับมือแถมมากับซีดีซิงเกิ้ลที่ต้องสั่งจองล่วงหน้า เม็มเบอร์มาอยู่ในบูธบูธละ 1 คนให้เราจับมือได้ในช่วงเวลาที่กำหนด และสถานที่จัดงานเตรียมไว้เพื่อการจับมือโดยเฉพาะ

ในขณะที่งานจับมือของ BNK48 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กันยายนนี้นั้น เป็นรูปแบบที่ค่อนไปทางงานจับมือทั่วประเทศของ AKB48 กล่าวคือ บัตรจับมือมาพร้อมกับสินค้าที่ไม่ต้องสั่งจองล่วงหน้า (ในกรณีของ BNK48 นี้คือเข็มกลัด) เม็มเบอร์อยู่รวมกับเป็นแถวแถวละมากกว่า 1 คน (6 คน) และมีการจัดกิจกรรมอื่นร่วมกับงานจับมือ

ด้วยเหตุที่ว่ามาทั้งหมด ประกอบกับสภาพการณ์ที่ปรากฏว่า BNK48 ถอดรูปแบบธุรกิจและการจัดกิจกรรมมาจาก AKB48 อีกทั้งยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาและการควบคุมที่เข้มงวด (กล่าวกันว่า BNK48 ไม่สามารถแม้กระทั่งแต่งเพลงต้นฉบับของตัวเองได้ ต้องใช้เพลงของ AKB48 มาแปลงเนื้อเพลงเป็นภาษาไทยเท่านั้น) คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดของคำถามที่ว่า “บัตรจับมือของ BNK48 1 ใบใช้จับมือเม็มเบอร์ได้กี่วินาที?” ก็คือ “10 วินาทีสำหรับงานวันที่ 27 สิงหาคม” และ “3 วินาทีสำหรับงานวันที่ 1 กันยายน” ครับ

มิวสิค เฌอปราง เจนนิษฐ์ ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของผมเองและการสอบถามผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับงานจับมือของ AKB48 หลายท่าน ทุกท่านให้ข้อมูลตรงกันว่า AKB48 ไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการไปยังแฟน ๆ ว่าบัตรจับมือ 1 ใบใช้จับมือเม็มเบอร์ได้กี่วินาที ตัวเลข 3 วินาทีและ 10 วินาทีเป็นตัวเลขที่แฟน ๆ และทุก ๆ คนรับรู้กันเองและเข้าใจตรงกัน และนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ BNK48 ถอดแบบมาจาก AKB48 เช่นกันก็เป็นได้ เราจึงไม่ได้รับคำตอบของคำถามนี้จากทาง BNK48 แต่อย่างใดครับ

งานจับมืออย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกของ BNK48

ถึงแม้งานจับมือที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคมนี้จะเป็นงานจับมืออย่างเป็นทางการครั้งแรกของ BNK48 แต่ก็ไม่ใช่งานจับมือครั้งแรกของ BNK48 แต่อย่างใด

งานจับมืออย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกของ BNK48 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ในงาน BNK48 The Debut วันนั้นอิซึตะ รินะ (อิซึรินะ) ในฐานะสมาชิก BNK48 ได้นำโปสเตอร์หาเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48 ครั้งที่ 9 พร้อมลายเซ็นมาจำหน่ายในราคา 400 บาท ทุกคนที่ซื้อจะได้จับมืออิซึรินะด้วย เมื่อกิจกรรมดำเนินไปสักพักก็มีการเพิ่มสีสันด้วยการให้แจนและเมษา 2 สมาชิก BNK48 ลงมาจับมือกับแฟน ๆ ที่ซื้อโปสเตอร์ด้วย และมีการเพิ่มสีสันอีกครั้งด้วยการให้มิโอริ สมาชิกคนญี่ปุ่นอีกคนของ BNK48 ลงมาร่วมจับมือ ใครที่ซื้อโปสเตอร์เป็นคนท้าย ๆ ในวันนั้นจึงได้จับมือกับเม็มเบอร์ BNK48 ถึง 4 คน เกิดเป็นงานจับมืออย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกของ BNK48 นั่นเอง รูปแบบของงานที่ออกมาค่อนไปทางงานจับมือทั่วประเทศของ AKB48 (เพราะได้จับมากกว่า 1 คน) และจากหลักฐานวิดีโอในวันนั้นในช่วงเวลาที่ผมเข้าร่วมกิจกรรม แฟน 1 คนจะได้จับมือเม็มเบอร์แต่ละคนเป็นเวลาประมาณ 17 วินาทีครับ แต่นั่นอาจเป็นเพราะการตระเตรียมที่ค่อนข้างฉุกละหุก ทำให้ไม่มีการควบคุมเวลาที่เข้มงวด แฟน ๆ จึงสามารถจับมือได้นานอีกหน่อยครับ

ภาพบรรยากาศงานจับมืออย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกของ BNK48 (ภาพจากเฟซบุ๊ก Patinya Nudklin)

ข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนไปงานจับมือ: อยากพูดอะไรกับเม็มเบอร์ที่คุณจะไปจับมือก็ท่องเอาไว้ก่อนเลยครับ จะได้ไม่พูดตะกุกตะกัก เวลามีน้อยต้องใช้สอยให้คุ้มค่า แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้ด้วยว่าจะไม่ได้พูดตามบท เพราะเม็มเบอร์หลาย ๆ คนก็ชวนคุยเก่ง ทำให้เราไขว้เขวได้ (แต่ผมว่าก็ดีกว่าเม็มเบอร์อยู่นิ่ง ๆ หรือเออออกับเราอย่างเดียวนะ)

ทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นแค่การคาดการณ์จากข้อมูลที่มีอยู่ก่อนแล้วนะครับ ยังไงถ้าอยากรู้คำตอบและรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมดจริง ๆ ก็คงต้องไปดูกันที่หน้างาน ย้ำกันอีกครั้งในส่วนของงานวันที่ 27 สิงหาคมว่าใครที่มีบัตรจับมือแล้ว ก็เตรียมพร้อมไปงานจับมือได้เลย ศึกษากฎ กติกา มารยาท และเช็คตารางเวลาและหมายเลขเลนของเม็มเบอร์ที่คุณอยากไปจับมือด้วยได้ที่นี่ อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดีด้วย สำหรับใครที่สั่งของไปแล้วของยังเดินทางมาไม่ถึง ก็ขอให้ของมาถึงทันวันงาน ส่วนใครที่ยังไม่มีบัตรจับมือแต่อยากไปงานจับมือก็คงต้องแสดงความเสียใจด้วยที่ทาง BNK48 ปิดรับคำสั่งซื้อไปแล้ว ส่วนใครที่เห็นใครหรือเพจไหนประกาศขายหรือแจกบัตรจับมือ ก็ขอให้ระวังบัตรปลอมกันด้วยนะครับ ในส่วนของงานจับมือวันที่ 1 กันยายนนั้น สามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊ก BNK48 ครับ

แสดงความคิดเห็น

การ์ตูน

เตรียมต่อกันดั้มอีกครั้ง!!! ประกาศอนิเมะ Gundam Build Divers ภาคใหม่ของซีรีส์ Gundam Build Fighters

Published

on

มาดูรายละเอียดของภาคนี้กันเลย

ใครยังชื่นชอบกับความสนุกของซีรีส์ Gundam Build Fighters นี่คือข่าวดีที่ทุกท่านรอคอย เมื่อทางสตูดิโอ Surise ได้เปิดเผยเว็บไซต์เพื่อประกาศภาคใหม่ของซีรีส์นี้ในชื่อว่า Gundam Build Divers โดยจะออกฉายทางช่อง TV Tokyo ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ และทางช่อง Gundam.info ได้ปล่อยอารัมภบทของอนิเมะภาคนี้ออกมาถ้าพร้อมกันแล้วเราไปชมกันเลย!!!

คลิปตัวอย่าง

รายละเอียดทีมงานผู้สร้าง

  • Planning: Sunrise
  • Director: Watada Shinya
  • Original Work: Yatate Hajime, Tomino Yoshiyuki
  • Series Composition: Kimura Noboru
  • Original Character Designs: Harakazu Hiro
  • Character Designs: Toida Shuri
  • Mechanical Designs: Okawara Kunio, Ebikawa Kanetake, Akutsu Junichi, Ishigaki Junya,
  • Gyoubu Ippei, Teraoka Kenji, Terashima Shinya, Yanase Takayuki, Washio Naohiro
  • Action Director: Obari Masami
  • Chief Mecha Animators: Kusumegi Shinya, Uda Sakiko
  • Art: Studio Naya
  • Music: Kimura Hideakira
  • Planning Cooperation: Bandai Hobby Division
  • Production Cooperation: ADK
  • Production: TV Tokyo, Sunrise, Sotsu

รายชื่อตัวละครและนักพากย์

Mikami Riku (ชื่อ Diver : Riku) พากย์เสียงโดย Kobayashi Yusuke

Hidaka Yuio (ชื่อ Diver : Yukky) พากย์เสียงโดย Fujiwara Natsumi

Momoka Yashiro (ชื่อ Diver : Momo) พากย์เสียงโดย Hieda Nene

Sera พากย์เสียงโดย Terui Haruka

Kujou Kyouya พากย์เสียงโดย Kasama Jun

Rommel พากย์เสียงโดยง Hayami Sho

เนื้อเรื่องย่อ

The Gunpla Force Battle Tournament เป็นงานใหญ่ของ GBN ที่จะจัดขึ้นเพียงปีละครั้ง โดยศึกสุดท้ายเป็นการต่อสู้ระหว่าง Avalon นำโดยแชมป์การแข่งขัน Kujo Kyota และกองยานที่ 7 นำโดย Rommel เริ่มต้นเมื่อ Kyoya ได้นำ Gundam AGE II Magnum เข้าสู่สนามรบด้วยพลังที่แข็งแกร่ง !!!

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://natalie.mu/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

บังเอิญหรือตั้งใจ? ชุดเกราะตัวร้ายใน Black Panther เหมือนชุดเกราะของ “เบจิต้า” ใน Dragon Ball Z

ไมเคิล บี จอร์แดน เป็นแฟนอนิเมะตัวยง และอาจทำให้ชุดเกราะของเขาใน Black Panther ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก Dragon Ball Z

Published

on

ผู้ใช้ Twitter นามว่า @Shorty2Die4 ได้สังเกตเห็นสิ่งที่น่าสนใจในเกราะของ Killmonger ตัวร้ายในภาพยนตร์ Black Panther ซึ่งรับบทโดย ไมเคิล บี จอร์แดน และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ว่าเหมือนกับชุดเกราะของ “เบจิต้า” ตัวละครจาก Dragon Ball Z อนิเมะที่แฟนๆทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่างานดีไซน์ชุดดังกล่าวอาจเหมือนกับชุดของ “เบจิต้า” อย่างไม่ตั้งใจ แต่ถ้าพิจารณาจากที่ ไมเคิล บี จอร์แดน ผู้ซึ่งทุ่มเทรับบท Killmonger อย่างสุดตัว และเป็นผู้หลงใหลในอนิเมะเอามากๆ แล้วนั้น ก็อาจแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เขามีต่อการออกแบบตัวละคร Killmonger นี้ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการออกแบบจะแตกต่างจากในเวอร์ชั่นคอมมิคค่อนข้างมาก แต่วัตถุประสงค์หลักและแรงผลักดันของตัวละครนี้ยังคงเหมือนเดิม 

ไมเคิล บี จอร์แดน มีชื่อเสียงมากจากภาพยนตร์อินดี้ฟอร์มดีอย่าง Chronicle ของผู้กำกับ จอร์ช แทรงก์, Fruitvale Station ของ ไรอัน คู๊กเลอร์ และได้ร่วมงานกับ จอร์ช แทรงก์ อีกครั้งใน Fantastic Four แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์

ต่อมาเขาได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับ ไรอัน คู๊กเลอร์ อีกครั้งใน Creed ที่ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก มาจนถึง Black Panther ซึ่งตัวละคร Killmonger ที่เขาได้สวมบทบาทนั้น กลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแฟรนไชส์ MCU (Marvel Cinematic Universe) ไปเสียแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] Bird Mini Marathon หลากสีสันแห่งเสียงดนตรีในมาราธอนแห่งชีวิต

Published

on

หากจะเปรียบเส้นทางชีวิตของศิลปินคนหนึ่งเหมือนดั่งการวิ่งมาราธอนแล้ว คงจะไม่มีใครเหมาะเท่าพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ อีกแล้ว

กว่า 25 ปีในวงการบันเทิง และ วัยที่กำลังก้าวเข้าสู่ “แซยิด” พี่เบิร์ดก็ยังคงไม่หยุดวิ่ง อีกทั้งยังมีเรี่ยวแรงที่จะวิ่งด้วยลีลาที่แปลกใหม่ไปกว่าเดิมอีกต่างหาก

Bird Mini Marathon เป็นอัลบั้มที่ 17 ในชีวิตพี่เบิร์ดและเป็น Project ที่ร่วมงานกับศิลปินรุ่นน้อง รุ่นลูกหลากค่าย หลายสไตล์ดนตรี โดยมี พูนศักดิ์ จตุระบุล หรือ อ๊อฟ BIG ASS เป็น Executive Producer 

แนวคิดของงานเพลงชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก 8 สเตจของความรู้สึกที่นักวิ่งมาราธอนทุกคนต้องเผชิญ ดังนั้นทั้งอัลบั้มจึงมี 8 เพลงและแต่ละเพลงจะมีศิลปินที่มาทำเพลงให้พี่เบิร์ด แตกต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละศิลปินโดยมีเนื้อหาและท่วงทำนองของเพลงตามแต่ละสเตจของการวิ่งมาราธอน ได้แก่

  1.  พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash มาพร้อมดนตรีแนว EDM

  2. “ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon กับแนวดนตรีไทยป็อปร็อค

  3. “Okay” Bird x Urboy Tj  กับดนตรีแนวฮิพฮอพ

  4. “ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova  กับดนตรีแนวป๊อบร็อค

  5. “พริบตา” Bird x Stamp กับดนตรีป๊อบที่มีกีตาร์โปร่งเป็นพระเอก

  6.  “กำแพง” Bird x Polycat  แน่นอนว่าต้องมาพร้อมดนตรีซินธ์ป๊อบกลิ่นอายยุค 80

  7.  “กว่าจักรวาล” Bird x Atom กับดนตรีแนวป๊อบที่มีกลิ่นอายของโซล

  8. “สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass กับดนตรีสโลว์ร็อค

ลองดู ลองฟัง Teaser ของอัลบั้มนี้กันก่อนครับ

Bird Thongchai X 8 ArtistsOFFICIAL TEASER

คราวนี้เราไปดูแต่ละเพลงกันครับ


พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash

เปิดกันแบบตื๊ดๆ ด้วยดนตรีสไตล์ EDM จาก Boom Boom Cash เหมาะแก่การออกสตาร์ท มินิ มาราธอนครั้งนี้  พี่เบิร์ดร้องได้สนุก ท่อนฮุคร้องคู่กับหมิว นักร้องนำของวง และมีท่อนแร็พที่ร้องโดยสามหนุ่มในวง เนื้อหาของเพลงปลุกพลังใจให้ลุกขึ้นสู้เพื่อความฝัน

พุ่งทะยานออกไปแล้วไม่หันกลับมามอง ถ้าคิดว่าจะมาหยุดทุกๆ อย่างไม่ต้องลอง

หนทางข้างหน้าไม่ใช่เงินและไม่ใช่ทอง แต่มันคือความฝันที่เรานั้นอยากจะครอง


ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon

เพลงป็อปร็อคน่ารักๆ สไตล์ลาบานูน แต่ได้พี่เบิร์ดมาร้อง “ผู้ต้องหา” ในที่นี้ หมายถึง ผู้ต้องหา “ความรัก” เหมาะอย่างยิ่งที่ให้พี่เบิร์ดผู้เป็นเจ้าของเพลง “คนไม่มีแฟน” มาร้อง เพราะเมื่อไม่มีแฟนก็อาจต้องตามหาความรักกันต่อไป

รัก.. วันนี้ฉันเพิ่งเข้าใจ  เธออยู่ที่ไหน  ฉันต้องการแค่เธอ

ไม่ว่าต้องบุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่น   ฉันก็พร้อมที่จะเจอ

จะขอเป็นผู้ที่ต้องตามหาเธอเรื่อยไป


“Okay” Bird x Urboy Tj

UrboyTJ หรือ จิรายุทธ ผโลประการ ศิลปินหนุ่มวัย 25 แต่งเพลงนี้เพื่อเป็นตัวแทนในสเตจ shock ของการวิ่งมาราธอน เพื่อเป็นกำลังใจบอกกับคนที่กำลังท้อแท้ว่า Everything is gonna be ok  โดยมีท่วงทำนองแบบอิเล็คทรอนิค ฮิพฮอพและ การร้อง การมิกซ์ ตามสไตล์ของ UrboyTJ  พี่เบิร์ดวัยรุ่นมาก น่าสนใจจริงๆที่ได้ยินพี่เบิร์ดร้องเพลงในแนวนี้

เนื้อหาของเพลงเหมือนเป็นการง้อคนรักให้กลับมา และบอกว่าที่รักกลับมาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเกิดอะไร ทุกสิ่งจะยังคง Okay เหมือนเคย

ไม่ว่าจะเป็นยังไง Baby it’s okay.

ไม่ว่าจะเกิดอะไร I’ll be missing you all day

อยากให้เธอกลับมา Come back baby.

I’ll be okay as always


ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova

เป็นเพลงเศร้าที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว เพลงเพราะดี เมโลดี้สวย และยังคงเล่นคำตามสไตล์ของ Getsunova ชีวิตเดี่ยวในที่นี้หมายถึง การที่ทุกคนมองหาชีวิตคู่ และพยายามที่จะทำให้ “ชีวิตเดี่ยว” จบลงเสียที

การเรียบเรียงเพลงแบบน้อยๆแต่ล่องลอย เป็นเสน่ห์ของ Getsunova เมื่อได้เสียงร้องอันอบอุ่นของพี่เบิร์ดมาเติมจึงเป็นอะไรที่เศร้าลึกมาก

ความเดียวดายยังคอยทำร้าย

หวังเพียงพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย

มีมั้ยซักคนหนึ่ง

เข้ามาเปลี่ยน

ชีวิตเดี่ยวให้หายไป


พริบตา” Bird x Stamp

แสตมป์เคยร่วมงานกับพี่เบิร์ดมาก่อนในเพลง “น้ำตา” ที่เขาเขียนทั้งเนื้อร้องและทำนอง (ร่วมกับพิสิทธิ์ พัทยากรพิสุทธิ์) โดยเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม  Simply Bird และเป็นเพลงแรกที่ทำให้แสตมป์ได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 20 ประจำ พ.. 2550 ในสาขาเพลงยอดเยี่ยม  สำหรับแสตมป์เองก้าวนั้นก็เหมือนเป็นจุดหมายสำคัญในการวิ่งมาราธอนของเขาเช่นกัน

เพลง “พริบตา” เป็นตัวแทนของสเตจ สิ้นหวัง ซึ่งสำหรับพี่เบิร์ดแล้วไม่ว่าจะสิ้นหวังแค่ไหน ความหวังก็จะยังคงมีอยู่เสมอ เพลงนี้แสตมป์ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากญี่ปุ่น “Your Name” ที่มีดาวตกเป็นจุดสำคัญของเรื่อง และเมื่อพูดถึงดาวตกแล้วหลายคนมักนึกถึง “คำอธิษฐาน” ที่เราขอจากดาวตกโดยเชื่อว่า เราจะสมหวังดังคำปรารถนา แสตมป์เขียนเนื้อได้ดีเช่นเคย และเรียบเรียงดนตรีได้กระชับ นุ่มนวล ชวนฟัง เสียงกีตาร์โปร่งในเพลงของแสตมป์ยังคงเป็นพระเอก เพลงนี้ก็เช่นกัน

ส่วนเสียงร้องของพี่เบิร์ดนั้นก็ทำให้ดาวตกนั้นเป็นแสงแห่งความหวังที่งดงาม

ทุกครั้งที่รู้ว่าดาวตก

ถ้าหากเธอมองขึ้นฟ้า

เธอจงโปรดรับรู้ไว้ว่ามีคนนึงเอ่ยชื่อเธอ

กี่สิบร้อยพันปีก็รออยู่เสมอ

ปรารถนาเพียงเธอ กลับมาเถอะ ได้มั๊ย


กำแพง” Bird x Polycat

พี่เบิร์ดร้องเพลง Polycat คงเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิด และ อยากรู้มากว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเลพงที่ฟังเพลินมากสำหรับอัลบั้มนี้ และสำหรับเพลงพี่เบิร์ดเลย ดนตรีซินธ์ป็อปที่มีกลิ่นยุค 80-90 ของ Polycat ยังคงสร้างความประทับใจให้เราได้เสมอ เพลงนี้ผมว่าไม่ยากสำหรับพี่เบิร์ด สิ่งที่แปลกใหม่อาจเป็นตัวดนตรี แต่สำหรับเมโลดี้ผมว่ามันเหมือนกับเพลงของพี่เบิร์ด เป็นเพลงเก่าที่ทำให้เรานึกถึงอดีตอันงดงามที่ได้ล่วงเลยผ่านมาแล้ว

เป็นเพลงที่ฟังแล้วชุ่มฉ่ำเสียงร้องของพี่เบิร์ดกับท่วงทำนองของ Polycat ไปกันได้ดีมากๆ

ถ้าได้รู้ว่ารักแท้รอตรงนั้น

ฝันว่าสักวันอยากเห็น

เอื้อมไม่ถึงก็แค่ใกล้ขึ้นอีกเพียงก้าวหนึ่ง

จะเดินเข้าไปแม้เป็น

ก้าวสุดท้ายก่อนขาดใจ

ยังไงจะไม่เสียดาย


กว่าจักรวาล” Bird x Atom

อะตอม ชนกันต์ เป็นอีกหนึ่งศิลปินหนุ่มอายุน้อย ที่มีฝีมือเกินวัย เพลงนี้อยู่ในสเตจการยืนยันที่จะไปต่อแม้จะยากลำบาก

“กว่าจักรวาล” พูดถึงพูดถึงการยอมลำบากเพื่อคนที่รัก เพราะขอเพียงมีเธอรออยู่ ต่อให้ไกลแค่ไหนก็จะไปให้ถึง อะตอมแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจากแรงบันดาลใจเรื่องคุณแม่ ที่แม้อยู่ไกลแค่ไหนแต่ทุกสุดสัปดาห์ก็จะขับรถมาเยี่ยมลูกที่หอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตอยู่เสมอมิได้ขาด  “แล้ววันหนึ่งลูกจะเข้าใจความรู้สึกนี้ในวันที่มีลูก เราจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือลำบากเลย ขอเพียงได้มาเห็นหน้าก็พอ” นี่คือคำตอบที่แม่ให้กับอะตอม

ดูเหมือนว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่พ้นเศร้าที่สุดของอะตอม ศิลปินหนุ่มผู้ชอบเขียนเพลงเศร้าอันมีแรงบันดาลใจมากจากเรื่องเศร้าในชีวิต

 ต่อให้นานเพียงไหน

 ต่อให้ไกลกว่านั้น

 ฉันจะไปให้ถึงสักวัน

 เมื่อรักที่เธอให้ฉันยิ่งใหญ่กว่าจักรวาล


สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass

สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้นคือเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม คือการสิ้นสุดของมินิ มาราธอนครั้งนี้ ซึ่งในทางหนึ่งมันคือการ “เริ่มต้น” สำหรับการวิ่งครั้งต่อไปนั่นเอง

ขจรเดช พรมรักษา  หรือ กบ Big Ass เป็นคนแต่งเนื้อเพลงเพลงนี้ แรงบันดาลใจมากจากจุดสำคัญในชีวิตที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการทำงานที่มั่นคงอย่างการเป็นพนักงานไปรษณีย์ กับการตามความฝันในการเป็นศิลปิน สุดท้ายเพลง “เธอผู้ไม่แพ้” ของพี่เบิร์ดคือคแรงพลังสำคัญในการทำให้พี่กบผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากในชีวิตตอนนั้นมาได้ และจุดนั้นเองก็เป็น จุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง และ เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นำมาสู่วันนี้ของพี่กบนั่นเอง

ดังนั้นเพลงนี้จึงเป็นเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจผ่านท่วงทำนองในสำตล์เพลงช้าของ Big Ass และ ผ่านเสียงร้องอันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหวังและกำลังใจของพี่เบิร์ด

สิ่งหนึ่งสิ้นสุดลงก็เพื่อ อยากให้หนึ่งสิ่งเริ่มต้นต่อไป

ยังมีอะไรอีกมากมาย บนทางยาวไกล 

ใบไม้ต้องร่วงหล่น อีกกี่ครั้ง กี่ฝนโปรยปราย

ความฝันก็ยังงอกมา อยู่ภายในใจ

ก็ความเป็นจริงหัวใจของเธฮแค่ผลัดใบ 


หากจะให้เปรียบ อัลบั้มนี้คงเป็นเหมือนกับ catwalk และพี่เบิร์ดก็เป็นนายแบบที่มีดีไซเนอร์มากหน้า หลายตา มาตัดชุด หลากสไตล์ให้ใส่ ซึ่งความพิเศษของนายแบบคนนี้อยู่ที่ความสามารถในการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชนิดได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นจะสไตล์เป็นแบบไหน ดูเด็ก ดูแก่ ดูสุขุม หรือ ดูโฉบเฉี่ยว อย่างไรก็ตาม พี่เบิร์ดก็ใส่มันได้อย่างเข้าตัวและดูดีทั้งเสื้อผ้าและตัวนายแบบ

พี่เบิร์ดเป็นศิลปินตัวจริง ที่ทุ่มเทเพื่อแฟนเพลง ทุ่มเทอย่างหนัก มอบทั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อที่จะวิ่งไปสู่เส้นชัย ที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหน ที่สำคัญคือ พี่เบิร์ดไม่ได้วิ่งคนเดียวหากแต่ยังพาแฟนเพลงของพี่เบิร์ดออกวิ่งไปด้วยกัน ออกไปพบ ไปเห็นกับวิวทิวทัศน์สวยงามที่แปลกตา แปลกใจอยู่เสมอ ซึ่งเราเองก็ยังคงเฝ้าดูว่า ในหลักหมายต่อไปพี่เบิร์ดจะพาเราไปยังแห่งหนใดกันนะ.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!