Connect with us

What The Fact

จัดไทม์ไลน์การ์ตูน Dragonball ว่าแต่ละภาคมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ? (MANGA)

Published

on

สวัสดีครับ หลังจากที่ได้เขียนรีวิว Dragonball super ซึ่งถือว่าเป็นซีรีส์ชุดใหม่ของการ์ตูนในตำนานเรื่องนี้ไป หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า อ้าว แล้วพวกภาค GT หรือ AF อะไรพวกนี้เนื้อเรื่องมันต่อกันไหม แล้วมันอยู่ในไทม์ไลน์เดียวกันหรือเปล่า หรือยังไง วันนี้ผมเลยไปรวบรวมข้อมูลมาให้ทุกๆ คนหายสงสัยกัน ว่าไอการ์ตูนเรื่องนี้นั้นสรุปแล้วภาคไหนบ้างที่เป็นต้นฉบับที่ อ.อากิระ เป็นคนคิดขึ้นมาเองกันแน่ เอาล่ะถ้าอยากหายสงสัยกันแล้วล่ะก็ ขอให้เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลย


ไทม์ไลน์ DRAGONBALL

ก็จะมาขอเกริ่นก่อนเลยว่า บทความนี้จะมาเรียงให้กระจ่างไปเลยว่าที่ อ.อากิระ ได้เป็นคนแต่งขึ้นเองด้วยตัวเองนั้นมีภาคอะไรบ้าง และควรดูไล่ไปยังไง และภาค GT เรื่องราวต่อจากตรงจุดไหนกันแน่ เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกัน !!!!

1.Dragonball

โดยเรื่องราวที่เป็นจุดกำเนิดทั้งหมดของการ์ตูนชุดนี้นั้นถูกดำเนินขึ้นในภาคนี้ ซึ่งเราๆ ก็คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว สตอรี่ส่วนใหญ่จะมุ่งไปสมัยที่ โกคู ตัวเอกของเรื่องนั้นยังเป็นเด็กได้เจอกับ บลูม่า และออกผจญภัยไปในโลกกว้างที่ตัวเองไม่รู้จักเพื่อตามหา ดราก้อนบอล จากนั้นเค้าก็จะเจอปัญหาต่างๆ มากมายทำให้ตัวเองเก่งขึ้น จนเนื้อเรื่องมาจบตรงที่เค้าสามารถเอาชนะ พิคโกโร่ ได้ในศึกชิงเจ้ายุทรภพนั่นเอง

2.Dragonball Z

มาถึงอีกภาคนึงที่เราๆ เรียกกันว่า ภาคแซด โดยเนื้อเรื่องได้ถูกยกระดับขึ้นจากการ์ตูนผจญภัยธรรมดาเข้าสู้การ์ตูนแอ็คชั่นเต็มรูปแบบ โดยภาคนี้เริ่มดำเนินเรื่องตั้งแต่ที่ ราดิช พี่ชายของโกคูได้เดินทางมายังโลกและบอกว่าเค้าเป็นชาวไซย่า ทำให้เค้าเจอกับศัตรูมากมายไม่ว่าจะต่างดาวและในโลก ในภาคนี้นั้นเนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากเลยเจอตัวร้ายสู้ๆ แล้วก็จบ แต่ที่มันเป็นที่จดจำจนกลายเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ก็คงจะเป็นการปรากฏตัวของ ซูเปอร์ไซย่า ไม่ว่าจะเป็นขั้นที่ 1-3 นั่นเอง ส่วนเนื้อเรื่องก็จบอยู่ตรงที่ โกคู สามารถเอาชนะจอมมารบูได้และก็ได้สู้กับจอมมารบูที่เกิดใหม่ชื่อว่า อูบุ ครับผม

3.Dragonball Super

พอหลังจบ ภาคแซด อ.อากิระ ไม่รู้แกคิดอะไรถึงสร้างภาคใหม่ขึ้นมาโดยใช้ว่า Super เนื้อเรื่องนี้ตอนออกมาแรกๆ หลายคนเลยที่คิดว่าคงเป็นแฟนอาร์ตที่ถูกแต่งขึ้นมา แต่ไม่ใช่เลย เพราะนี่คือภาคที่เกิดจาก อ.อากิระ แต่งขึ้นมาแบบ 100 เปอเซนต์ครับ โดยเนื้อเรื่องจะถูกดำเนินต่อจากตอนที่โกคูเอาชนะจอมมารบูได้ โดยภาคนี้จะถูกยกระดับขึ้นอีกขั้นจากการต่อสู้ธรรมดา กลายเป็นระดับเทพ เราจะได้พบกับ ซูเปอร์ไซย่าที่เป็นเทพกันเลยทีเดียวเชียว ซึ่งตอนนี้เนื้อเรื่องก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบครับผม

4.Dragonball GT

มาถึงภาคที่เป็นตำนานอีกภาคนึง นั่นก็คือ GT ในสมัยตอนที่ภาคนี้ออกใหม่ๆ หลายคน (รวมถึงผมด้วย) ก็อาจจะคิดว่านี่เป็นภาคต่อจากภาคแซดใช่ไหมล่ะ แหงล่ะ ก็ภาคนี้ออกก่อน Super ตั้งหลายปีนี่นา แต่ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เนื้อเรื่องของภาคนี้ไม่เกี่ยวกับ 3 ภาคที่พูดถึงไว้ข้างบนเลยสักกะติ๊ดเดียว และคนแต่งเองก็ไม่ใช่ อ.อากิระ ซะด้วย แต่เป็นผู้ช่วยของอาจารย์แกที่ขอนำมาแต่งต่อ โดยที่ อ.อากิระ เป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาเท่านั้น !! แถมพอภาค Super ได้ออกมา อาจารย์แกเคยได้บอกไว้ว่า ให้นับภาคนี้เป็นเพียง Side Story หรือ ภาคเสริม เท่านั้น มันจะไม่มีทางมาปนกับภาคก่อนๆ อย่างแน่นอน ก็หากใครเป็นแฟนภาคนี้ก็เก็บมันเอาไว้เป็นความทรงจำดีๆ ละกัน (ฮือ)

5.ภาคอื่นๆ

มาถึงภาคอื่นๆ ที่ไม่นับ 3 ภาคแรกที่กล่าวไว้ข้างบนขอให้ตัดออกจากสารระบบได้อย่างสมบูรณ์เลยครับ ส่วนมากเป็นภาคที่เหล่าแฟนบอยได้แต่งเติมสีสันขึ้นมาเองทั้งหมด หรือที่เรียกแฟนอาร์ตนั่นแหละครับ โดยเนื้อเรื่องส่วนใหญ่นี่ออกทะเลไปไกลลิบลิ่วเลย อย่างซูเปอร์ไซย่า 5 หรือ 6 อะไรเนี่ย (ฮา) ไม่ว่าจะเป็นภาค AF หรือภาค Multiverse หรืออื่นๆ อีกมากมายเต็มไปหมด ก็อ่านเอาสนุกๆ อย่าเอามาปนกับของต้นฉบับล่ะ

6.The Movie

มาถึงพวกภาคเสริมอย่าง The Movie กันบ้าง อันนี้ก็พูดยากเหมือนกัน เพราะจะนับรวมหรือไม่นับรวมกับภาคหลักก็ได้ และมันไม่เคยถูกกล่าวถึงในภาคหลักๆ เลยสักครั้งเดียว แต่มักจะเป็นเหตุการณ์ที่ต่อกับเนื้อเรื่องหลักบางอย่าง เช่น ที่มาของดาบทรังค์จากโลกอนาคตอะไรทำนองนี้อ่ะครับ สำหรับผมก็ขอนับว่าอยู่ในจักรวาลหลักก็แล้วกัน เพราะ อ.อากิระ ก็เป็นคนคุมเนื้อเรื่องด้วยตัวเองอยู่ดี

*สรุป จักรวาลหลักมีแค่ 3 ภาคนั่นก็คือ Dragonball – Dragonball Z – Dragonball Super ครับผม !!


ก็จบกันไปแล้วกับการจัดไทม์ไลน์การ์ตูนเรื่อง Dragonball ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยที่นี้ด้วยครับ !! เป็นไงกันบ้างหละ ก็คงจะคลายความสงสัยกันลงไปบ้างใช่มั้ย เอาล่ะแล้วมารอดูกันว่าผมจะหยิบยกเรื่องอะไรมาเขียนให้อ่านกันอีก ส่วนตอนนี้ต้องขอตัวลากันไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ครับผม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ร่วมลุ้นไปกับนิวท์ สคามันเดอร์และผองเพื่อนใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์

Published

on

ระหว่างศาสตร์มืดอันเย้ายวนของ กรินเดลวัลด์ กับ ความสงบสุขของโลก เขาจะเลือกทางไหน..??

Warner Bros. Pictures จัดเต็มอีกครั้ง ด้วยการปล่อยภาพจากหนังชุดใหม่ จากภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์” 

การเดินทางครั้งที่ 2 ในโลกเวทมนตร์..ไม่กี่เดือนหลังจาก “นิวท์ สคามันเดอร์” ได้เปิดหน้ากากและจับตัวพ่อมดศาสตร์มืดตัวร้าย “เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์” อย่างไรก็ดี ตามที่เขาลั่นวาจาไว้ กรินเดลวัลด์หลบหนีไปได้และรวบรวมสมัครพรรคพวกที่เดินตามรอยเขา ยกย่องพวกผู้วิเศษไว้เหนือพวกสิ่งมีชีวิตที่ไร้เวทมนตร์ เพียงผู้เดียวที่อาจหยุดยั้งเขาได้คือพ่อมดที่เขาเคยเรียกว่าเป็นเพื่อนรัก “อัลบัส ดัมเบิลดอร์” แต่ดัมเบิลดอร์จะต้องการความช่วยเหลือจากพ่อมดที่เคยจัดการกรินเดลวัลด์มาแล้วครั้งหนึ่ง นิวท์ สคามันเดอร์ อดีตนักเรียนของเขา การผจญภัยครั้งนี้ทำให้นิวท์และ ทีน่า ควีนนี่ และเจค็อบ ได้กลับมาพบกัน แต่ภารกิจนี้จะรวมถึงการทดสอบความซื่อสัตย์ของพวกเขา กับการได้เผชิญความเสี่ยงใหม่ ๆ ในภยันตรายที่เพิ่มมากขึ้น และโลกของผู้วิเศษที่แตกแยก

ผลงานการกำกับของ เดวิด เยทส์ จากฝีมือรังสรรค์บทของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง อำนวยการสร้างโดย เดวิด เฮย์แมนเจ.เค. โรว์ลิ่งสตีฟ โคลฟส์ และไลโอเนล วิแกรม พร้อมทั้งยังได้นักแสดงมาร่วมทีมอย่างคับคั่ง อาทิ เอ็ดดี้ เรดเมย์น (นิวท์ สคามันเดอร์)จู๊ด ลอว์ (อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เวอร์ชั่นหนุ่ม)จอห์นนี่ เดปป์ (เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์)เอซรา มิลเลอร์ (ครีเดนซ์ แบร์โบน)แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน (ทีน่า โกลด์สตีน)แดน ฟ๊อกเลอร์ (เจคอบ โควัลสกี)อลิสัน ซูดอล (ควีนนี่ โกลด์สตีน) พร้อมด้วย คลอเดีย คิม (มาเลดิกตัส)โซอี้ คราวิทซ์ (ลีตา เลสแตรงจ์)คัลลั่ม เทอร์เนอร์ (ธีซีอุส สคามันเดอร์) เป็นต้น

แล้วมาลุ้นไปกับ นิวท์ สคามันเดอร์ และผองเพื่อน ใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald สัตว์มหัศจรรย์ อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ 15 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ในระบบปกติ 3D, IMAX3D และ 4DX

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (9-11 พ.ย.) : The Grinch เปิดตัวดี 75 ล้านเหรียญทั่วโลก

The Grinch เปิดตัวในช่วงต้นเทศกาลหยุดยาวปลายปีได้ดี

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ ภายใต้งานสร้างของสูดิโอ Illumination เจ้าของผลงานสุดฮิตอย่าง Despicable Me และ Minion ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้ไป 66 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 78.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

  • ผู้กำกับ รอน ฮาร์เวิร์ด เคยดัดแปลงหนังสือดังกล่าวเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2000 ในชื่อ How the Grinch Stole Christmas ซึ่งนำแสดงโดย จิม แครีย์ และประสบความสำเร็จสูงมากด้วยรายได้ 345 ล้านเหรียญทั่วโลก

Overlord ผลงานอำนวยการสร้างของ เจ เจ แอบรัมส์ ที่เน้นบรรยากาศในสงครามโลก ผสานกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และสยองขวัญ คล้ายกับนำองค์ประกอบของภาพยนนตร์เกรดบีในยุคก่อนมาปัดฝุ่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ก็ทำรายได้เปิดตัวไปในระดับกลาง 10.1 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 19.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 38 ล้านเหรียญเท่านั้น

The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story ที่สานต่อเรื่องราวของหญิงสาวรอยสักมังกรจากไตรภาค Millennium ของประเทศสวีเดน ทำรายได้เปิดตัวไปเพียง 8 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไปเพียง 16.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 43 ล้านเหรียญ

และ Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของวง Queen และนักร้องนำ เฟรดดี เมอร์คิวรี ที่เต็มไปด้วยสีสัน ก็ยังคงทำรายได้ดี โดยในสหรัฐอเมริกาทำไปได้กว่า 100 ล้านเหรียญแล้ว ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 285.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 52 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : The Grinch

66 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 12.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 78.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Bohemian Rhapsody

30.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 100 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 185.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 285.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Overlord

10.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 9.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : The Nutcracker and the Four Realms

9.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 35.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 61.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 97 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

8.02 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 16.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : A Star is Born

8.01 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 178 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 144.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 322.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 24.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 24.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Venom

4.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 206.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 467.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 673.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Halloween

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 156.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 88.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 245.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : The Hate U Give

2.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 26.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 2.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 28.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 23 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ผู้กำกับ Bat V Sup เผย ซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังหูทิยพ์หาแม่ เพราะเขาไม่อยาก “เพิกเฉยเสียงผู้คนที่ร้องขอความช่วยเหลือ”

Published

on

Batman V Superman คือภาพยนตร์ซุปเปอร์จากฝั่ง DC อันเป็นฝีมือการกำกับของ Zack Snyder ที่เขาได้แฝงสรรพสิ่งเชื่อมโยงหรืออ้างอิงหนังสือการ์ตูนคอมมิคในรูปแบบสัญญะ นัย และเรื่องราวฉากหลังที่เอาใจแฟน DC แบบสุดๆ แต่ก็เพราะไอความแฟนเซอร์วิสนี่แหละ มันเลยก่อให้เกิดข้อสงสัยและข้อถกเถียงมากมายกับคนดู ซึ่งหนึ่งในฉากที่หลายคนฉงนกันมากเป็นอันดับต้นๆ คือ “ทำไมซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังการได้ยินในการหาแม่ของเขาแทนการก้มหัวทำตามคำสั่ง เล็กซ์ ลูเธอร์ (Lex Luthor)

แต่ดูเหมือนตอนนี้ข้อสงสัยที่ว่า ได้ถูกเฉลยผ่านตัวพี่ Snyder ของเราเองผ่านการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ถามตอบถึงผลงานและความเป็นอยู่ของแกในปัจจุบันบน Twitter ส่วนตัว ซึ่งเขาก็ได้อธิบายว่า

ในฉากกรีนสกรีนที่ซุปเปอร์แมนบินขึ้นเหนือเมืองและกล้องเริ่มหมุนรอบตัวเขา ในจังหวะนั้น เขาจะได้ยินเสียงกรีดร้องของความช่วยเหลือของผู้คน และเสียงของการก่ออาชญากรรม ซึ่งหากสังเกตดูทีสีหน้าของซุปเปอร์แมน คุณก็จะเห็นได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดอยู่ เพราะเขารู้ตัวว่าหากใช้วิธีดังกล่าวหาแม่ เขานั้นจะต้องเพิกเฉยต่อเสียงขอความช่วยเหลือจากทั้งสองเมือง (Metropolis, Gotham) และโลกทั้งใบ

ที่มา: Twitter

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!