Connect with us

What The Fact

“Respect”เพลงชาติแห่งสิทธิสตรี บทเพลงจากใจ “ราชินีเพลงโซล”อารีธา แฟรงคลิน

“Everyone wanted respect.”

Aretha Franklin

Respect” คำๆนี้ช่างมีความหมาย เวลาได้ยินคำๆนี้หลายคนอาจคิดถึง โต้ง Two Pee SouthSide แร็ปเปอร์หนุ่มเท่ ที่มักใช้คำนี้อยู่บ่อยๆ

คำว่า Respect”  แปลความหมายตรงตัวได้ว่า “การให้ความเคารพนับถือ”

Respect” เป็นชื่อของบทเพลงคลาสสิคตลอดกาลของนักร้องหญิงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งเพลงโซล”  อารีธา แฟรงคลิน

อารีธา แฟรงคลิน  เป็นนักร้องสาวผิวสีผู้จุดประกายฝันให้แก่หญิงสาวทั่วโลกด้วยเสียงเพลงของเธอ เป็นเวลากว่า 50 ปีที่เสียงของเธอไม่เคยเงียบหายไปเลย แต่แล้วในวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา เสียงของเธอก็ได้เงียบหายไป เธอจากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งตับด้วยวัย 76 ปี ร่างกายสูญสลายหายไป เหลือทิ้งไว้คือ ผลงานอันทรงคุณค่าและถ้อยความสำคัญที่ถูกส่งผ่านบทเพลงเหล่านั้น

เพื่อเป็นการรำลึกถึง “ราชินีแห่งเพลงโซล”  อารีธา แฟรงคลินคนนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับบทเพลงของเธอที่มีชื่อว่า Respect” บทเพลงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ A Feminist Anthem” หรือ “เพลงชาติแห่งสิทธิสตรี” เลยทีเดียว

เสียงแห่งสิทธิสตรี

ค่ำวันหนึ่งในปี 1976 ณ เมือง Antibes ประเทศฝรั่งเศส อารีธา แฟรงคลิน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังปรบมือให้เธอ เธอกล่าวขอบคุณพวกเขาและเริ่มเต้นรำ ทันใดนั้นเธอก็ได้ขับขานบทเพลงที่ต่อไปจะกลายเป็นบทเพลงอันทรงคุณค่า ทรงอิทธิพล และจะอยู่ในความทรงจำของเราไปตลอดกาล บทเพลงนี้มีชื่อว่า “Respect”

“Respect” แท้จริงแล้วนั้นหาใช่เป็นเพลงของอารีธาแต่ดั้งเดิม มันถูกบันทึกเสียงครั้งแรกโดย Otis Redding ผู้ซึ่งเป็นเสมือนอีกหนึ่งไอคอนของวงการเพลงโซล ในปี 1965 เนื้อเพลงกล่าวถึงข้อเรียกร้องของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงคนรัก “All I’m asking is for a little respect when I come home.” (ผมขอแค่เพียงความเคารพจากใจเล็กๆน้อยๆจากคุณในยามที่ผมกลับบ้านมา) ซึ่งฟังดูแล้วมันอาจจะไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เวลาที่ผู้ชายคนหนึ่งเรียกร้อง “ความเคารพ” จากหญิงคนรัก

แต่ถ้าหากกลับกันล่ะ หากมันเป็นเสียงเรียกร้องจาก “สตรี” บ้างล่ะ จากสตรีเพศผู้ไม่เคยเรียกร้องสิ่งนี้มาก่อน หากแต่เป็นผู้มอบความเคารพรักและดูแลแด่คนรักของเธอมาโดยตลอด

แฟรงคลินเรียบเรียงเพลงนี้ขึ้นใหม่ในปี 1967 2 ปีให้หลังจากเวอร์ชั่นต้นฉบับ เธอได้เปลี่ยนบางส่วนของบทเพลงให้เป็นมุมมองของเธอ ในท่อนที่ เรดดิ้งร้องว่า “What you want, honey you got it,” (เธอเรียกร้องสิ่งใด เธอจะได้สิ่งนั้นสมใจ) แฟรงคลินจะร้องว่า “ What you want , baby I got it.” (เธอเรียกร้องสิ่งใดโอ้ที่รัก ฉันมีให้เธอพร้อมทุกสิ่ง) และในท่อนที่เรดดิ้งเรียกร้องความเคารพเมื่อกลับบ้านมานั้น “All I’m asking is for a little respect when I come home.” การเรียกร้องของแฟรงคลินกลับเป็นการร้องขอ “a little respect when you get home.” (ความเคารพเล็กๆเมื่อคุณกลับบ้านมา) กล่าวโดยสรุปก็คือ บทเพลงRespect” ในเวอร์ชั่นของแฟร

งคลินนั้นเป็นเสียงเรียกร้องจากผู้หญิงที่ต้องการจะบอกให้ผู้ชายได้รู้ในสิ่งที่เธอมอบให้กับเขามาโดยตลอด ซึ่งก็รวมถึง “all of my money”  ด้วย หมายความว่าผู้หญิงในบทเพลง Respect”เวอร์ชั่นของแฟรงคลินนั้นนอกจากจะสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว เธอยังต้องสามารถเกื้อหนุนจุนเจือชายคนรักของเธอได้อีกด้วย และหากเขาจะตอบสนองกลับมาก็ขอเพียง “ความเคารพสักเล็กน้อย” เพียงแค่นั้นก็พอ

นอกจากนี้แฟรงคลินยังเพิ่มเสียงร้องแบ็คอัพลงไปในท่อนที่ทุกวันนี้มันคือท่อนที่ทุกคนจดจำได้เป็นอย่างดี

R-E-S-P-E-C-T

Find out what it means to me

นอกจากนี้เธอยังได้เพิ่ม ท่อน  R-E-S-P-E-C-T, take care, TCB, oh

R-E-S-P-E-C-T

(Sock it to me, sock it to me, sock it to me, sock it to me) ลงไปด้วย

ซึ่ง TCB นั้นย่อมาจากคำว่า Take Care of Business หมายถึง การทำในสิ่งที่จำเป็นหรือสมควรที่จะต้องทำ โดยในท่อนนี้แฟรงคลินร้องย่อเป็น TCB ต่อจากคำว่า Take Care เหมือนเป็นการร้องแอดลิบที่ลงกับท่อนนี้ได้พอดีทั้งคำและความหมายเลย

ส่วน “Sock it to me” นั้น เป็นวลีที่ใช้กันมาตั้งแต่ปลายยุค 60 โดยมีต้นกำเนิดมาจากทีวีซีรีย์เรื่อง “Rowan and Martin’s Laugh In” ซึ่งวลีนี้มีความหมายว่าเป็นการขอให้ใครสักคนมอบบางสิ่งบางอย่างให้กับเราโดยสิ่งนั้นมักจะเป็นสิ่งที่เราต้องการหรือที่เราชอบ ซึ่งในความหมายของ “Sock it to me” ในเพลง “Respect” นั้นสิ่งที่เธออยากได้รับจากชายคนรักก็คือ ความเคารพรักนั่นเอง

ในปี 1967 ที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมา เป็นช่วงเวลาที่เปลวไฟแห่งการเคลื่อนไหวทางสิทธิพลเมืองและสิทธิสตรีกำลังคุกรุ่น ดังนั้นบทเพลง “Respect”  ของแฟรงคลินจึงเหมือนกับเป็นอีกหนึ่งเชื้อเพลิงแห่งการปฏิวัตินี้ ซึ่งมาได้ถูกที่ถูกเวลา

แฟรงคลินได้เคยกล่าวว่าผู้คนมากมายรู้สึกเชื่อมโยงกับถ้อยความใน ‘Respect’ มันเป็นความจำเป็นของประชาชาติ ของผู้ชายและผู้หญิง ของคนเดินดิน ของนักธุรกิจ ของมารดา ของนักดับเพลิง ของครูอาจารย์ และของทุกๆคน เพราะทุกคนต้องการ “ความเคารพ” บทเพลงนี้คือหนึ่งในเสียงเพรียกแห่งสิทธิ อันเป็นหมุดหมายที่สำคัญ”

ด้วยความที่ อารีธา แฟรงคลินมีคุณพ่อที่เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและเป็นเพื่อนกับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน คนสำคัญของโลก ทำให้เธอเติบโตขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียม ด้วยเหตุนี้งานเพลงชิ้นนี้ของเธอจึงมีความหมายต่อการต่อสู้เรียกร้องเพื่ออิสรภาพของคนผิวสี เพื่อสิทธิมนุษยชน และเป็นพลังแห่งสตรีผิวสีเพื่อปลดแอกพวกเธอจากกรอบของสังคมในช่วงเวลานั้น

นอกจากนี้บทเพลง “Respect”  ยังอาจเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวในชีวิตของแฟรงคลินได้อีก เนื่องจากเธอนั้นตั้งท้องและมีลูกตั้งแต่อายุ 12 ปีอีกทั้งยังอยู่บนความสัมพันธ์ที่ถูกกระทำรุนแรงจากคนรัก จึงอาจเรียกได้ว่างานเพลงชิ้นนี้เหมือนเป็นการเคลื่อนไหว #MeToo ในยุคเริ่มแรกเลยก็ว่าได้  มันเป็นบทเพลงที่ว่าด้วยความรักก็จริง แต่หากมองในแง่ของอำนาจ มันสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจแห่งปิตาธิปไตย (ชายเป็นใหญ่) ที่ผู้ชายกระทำต่อผู้หญิง ในนัยยะหนึ่งความรักก็ดูเหมือนเป็นเรื่องของการเมืองเลย จึงไม่แปลกที่เพลงรักเพลงหนึ่งอาจส่งความหมายไปได้ถึงในระดับของคู้รัก ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ จนไปถึงระดับโลก

ด้วยเหตุนี้ “Respect” จึงเป็นบทเพลงที่ได้รับการยกย่องและเป็นที่นิยมอย่างสูง มันได้ไต่ชาร์ทไปถึง Billboard Hot 100 chart และทำให้แฟรงคลินได้รับรางวัลแกรมมี่ถึง 2 ตัวในปี 1967 จากสาขาบันทึกเสียงเพลง R&B ยอดเยี่ยม และ การแสดงขับร้องหญิงเดี่ยว R&B ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นสาขาใหม่ในปีนั้น หลังจากนั้นเธอก็ได้รับรางวัลในสาขานี้อีก 8 ปีซ้อน จนสาขานี้มีชื่อเล่นว่า “Aretha Award”

Publicity photo of soul music singer Aretha Franklin, June 4, 1977. (Photo by Afro American Newspapers/Gado/Getty Images)

เนื้อเพลงและคำแปล “Respect”

What you want, baby, I got it

เธอปรารถนาสิ่งใด โอ้ที่รักฉันมีให้เธอทุกสิ่ง

What you need, do you know I got it?

เธอปรารถนาสิ่งใด เธอรู้หรือไม่ ฉันมีให้เธอทุกสิ่ง

All I’m askin’ is for a little respect when you get home

สิ่งที่ฉันขอนั้นมีเพียงแค่ความเคารพสักเพียงน้อยนิดเมื่อเธอกลับบ้านมา

(Just a little bit) Hey baby

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น) ที่รัก

(Just a little bit) when you get home

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น)  เมื่อเธอกลับมา

(Just a little bit) mister

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น)  คุณคะ

(Just a little bit)

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น)

I ain’t gonna do you wrong while you’re gone

ฉันจะไม่ทำเรื่องไม่ดีไม่งามใดเมื่อคุณออกไปทำงาน

Ain’t gon’ do you wrong ’cause I don’t wanna

ฉันจะไม่ทำสิ่งไม่ดีใด เพราะฉันไม่ปรารถนาเช่นนั้น

All I’m askin’ is for a little respect when you get home

สิ่งที่ฉันขอนั้นมีเพียงแค่ความเคารพสักเพียงน้อยนิดเมื่อเธอกลับบ้านมา

(Just a little bit) Hey baby

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น) ที่รัก

(Just a little bit) when you get home

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น)  เมื่อเธอกลับมา

(Just a little bit) mister

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น)  คุณคะ

(Just a little bit)

(แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น)

I’m about to give you all of my money

ฉันจะให้เงินทั้งหมดที่ฉันมีแด่คุณ

And all I’m askin’ in return, honey

และสิ่งเดียวที่ฉันอยากได้กลับมาจากคุณ, ที่รัก

Is to give me my propers when you get home

นั่นก็คือโปรดมอบสิ่งที่ฉันควรได้รับเมื่อคุณกลับมา

(Just a, just a, just a, just a) Yeah, baby

(แค่เพียง แค่เพียง แค่เพียง แค่เพียงเท่านั้น) ใช่แล้วที่รัก

(Just a, just a, just a, just a) When you get home

(แค่เพียง แค่เพียง แค่เพียง แค่เพียงเท่านั้น) เมื่อคุณกลับมา

(Just a little bit) Yeah

(แค่เพียงเท่านั้น) ใช่แล้ว

(Just a little bit)

(แค่เพียงเท่านั้น)

Ooh, your kisses, sweeter than honey

โอ้รสจูบของคุณนั้นหวานกว่าน้ำผึ้ง

And guess what? So is my money

และทายสิ? นี่ไงเงินของฉัน

All I want you to do for me, is give it to me when you get home

สิ่งที่ฉันอยากให้คุณทำเพื่อฉันนั่นก็คือมอบสิ่งนั้นให้ฉันเมื่อคุณกลับมา

(Re, re, re ,re) Yeah baby

(แค่ แค่ แค่ แค่เท่านั้น) ใช่ที่รัก

(Re, re, re ,re) Whip it to me

(แค่ แค่ แค่ แค่เท่านั้น) มอบมันให้กับฉัน

(Respect, just a little bit) When you get home, now

(ความเคารพรัก แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น) เมื่อคุณกลับมาในตอนนี้

(Just a little bit)

(แค่เพียงนิดเท่านั้น)

R-E-S-P-E-C-T, find out what it means to me

R-E-S-P-E-C-T โปรดจงค้นหาว่ามันมีความหมายเพียงใดสำหรับฉัน

R-E-S-P-E-C-T, take care, TCB, oh

R-E-S-P-E-C-T  โปรดดูแล โปรดทำในสิ่งที่เธอควรทำ โอ้

(Sock it to me, sock it to me, sock it to me, sock it to me)

(มอบมันให้ฉันเถิด มอบให้ฉัน มอบให้ฉัน มอบให้ฉัน)

A little respect

ความเคารพรักแม้เพียงน้อยนิด

(sock it to me, sock it to me, sock it to me, sock it to me)

(มอบมันให้ฉันเถิด มอบให้ฉัน มอบให้ฉัน มอบให้ฉัน)

Whoa, babe

โอ้ว ที่รัก

(Just a little bit) A little respect

(เพียงสักนิด) ความเคารพรักนั้น

(Just a little bit) I get tired

(เพียงสักนิด)  ฉันเริ่มเหนื่อยล้าแล้ว

(Just a little bit) Keep on tryin’

(เพียงสักนิด) ยังคงพยายามต่อไป

(Just a little bit) You’re runnin’ out of fools

(เพียงสักนิด)   คุณกำลังจะตาสว่างแล้ว

(Just a little bit) And I ain’t lyin’

(เพียงสักนิด)  และฉันไม่ได้โกหก

(Just a little bit)

(เพียงสักนิด)

(Re, re, re, re) Start when you come home

(แค่ แค่ แค่ แค่เท่านั้น) เริ่มมันทันทีเมื่อคุณกลับมา

(Re, re, re, respect) Or you might walk in

(แค่ แค่ แค่ แค่เท่านั้น) หรือมิเช่นนั้น เมื่อคุณเดินเข้ามา

(Just a little bit) And find out I’m gone

(เพียงสักนิด) คุณจะพบว่าฉันได้จากไปแล้ว

(Just a little bit) I gotta have

(เพียงสักนิด) ฉันควรที่จะได้รับ

(Just a little bit) A little respect

(เพียงสักนิด)  ในความเคารพนั้นจากคุณ

(Just a little bit)

(เพียงสักนิด

 

บทเพลงของนักร้องหญิงผู้ “Respect”  อารีธา แฟรงคลิน

ด้วยสำเนียงการร้องอันเป็นธรรมชาติและมีส่วนผสมอันลงตัวของการร้องแบบกอสเปลและอาร์แอนด์บีทำให้อารีธา แฟรงคลินเป็นหนึ่งในนักร้องหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเพลงโซล และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินในยุคต่อๆมา อาทิเช่น ในยุค 70 เราจะได้สุ้มเสียงของเธอจาก Natalie Cole Chaka Khan และ Roberta Flack ในยุค 80 และ 90 จาก Mariah Carey และ Whitney Houston  ตราบจนกระทั่งปัจจุบัน ที่เราจะได้ยินเสียงของเธอแฝงไว้ในแววเสียงของ Amy Winehouse Beyonce  Adele หรือแม้แต่ Ariana Grande และต่อไปนี้คือจำนวนหนึ่งของบทเพลงที่ขับร้องโดยนักร้องสาวแห่งยุคต่างๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากอารีธา แฟรงคลินไปไม่มากก็น้อย ลองไปฟังกันดูครับ

Amy Winehouse – You Know I’m No Good

Beyoncé – Crazy In Love

Alicia Keys – Fallin’

Adele – I’ll Be Waiting 

Mariah Carey – Emotions

Whitney Houston – I Have Nothing 

Natalie Cole – This Will Be An Ever Lasting Love

 


แม้ในวันที่เธอได้จากโลกนี้ไป เสียงเพลงของเธอก็ยังคงดังก้องอยู่ในใจของพวกเราเสมอ

แด่ “ราชินีแห่งเพลงโซล” ผู้เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งเสรี “อารีธา แฟรงคลิน”

R.I.P. “ARETHA FRANKLIN” 1942-2018


ที่มา

https://hellogiggles.com/reviews-coverage/music/aretha-franklin-respect-feminism-civil-rights/

https://www.vox.com/2018/8/17/17699170/aretha-franklin-2018-respect-song-otis-redding-feminism-civil-rights

https://www.quora.com/What-did-Aretha-Franklin-mean-by-Sock-it-to-me-in-her-song-Respect

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!