Connect with us

What The Fact

10 หนัง ถูกใจ/ผิดหวัง ทีมรีวิว What The Fact ปี 2018

เป็นธรรมเนียมประจำทุกปีครับ เมื่อเริ่มต้นศักราชใหม่ ทีมงานรีวิวของ What The Fact ก็จะรวบรวมหนังที่ทีมงานเห็นพ้องต้องกันมากที่สุดว่านี่คือ 10 เรื่องที่ถูกใจ และอีก 10 เรื่องที่น่าผิดหวังมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อว่าจะตรงใจผู้อ่าน หรือเรื่องใดตกหล่นไป ก็จะได้ไปลองหามาชมกัน ปีนี้ทีมงานรีวิวของเว็บเราทั้ง 4 คน ดูหนังแล้วเขียนรีวิวออกมาถึง 244 เรื่อง จากหนังทั้งหมดที่เข้าฉายตลอดทั้งปี 302 เรื่อง (ไม่นับหนังอินเดียที่ฉายเฉพาะโรง และหนังตามเทศกาลต่าง ๆ ) ยิ่งเชื่อมั่นได้ว่าวันนี้เพจ What The Fact เป็นเพจที่มีรีววหนังต่อสัปดาห์ครบถ้วนที่สุดแล้ว และนี่คือ 10 หนังถูกใจ และ 10 หนังผิดหวังประจำปี 2018 จากทีมงานรีวิว What The Fact ครับ

10 หนังถูกใจทีมรีวิว 

Ralph Breaks the Internet
นอกจากจะทลายโลกอินเตอร์เน็ตแล้ว ราล์ฟยังทลายกรอบของความจริงและความบันเทิงได้น่าประทับใจ ตัวละครภายใต้ชื่อดิสนีย์ถูกเอามาใช้จนเกลี้ยงคลัง จะบอกว่าหนังเหมือนการเที่ยวดิสนีย์แลนด์แห่งโลกแอนิเมชั่นก็คงไม่ผิดความจริงเลย

อ่านรีวิวฉบับเต็มของ Ralph Breaks the Internet

 

A Quiet Place
อย่าว่าแต่คุยโทรศัพท์หรือร้องเบบี้ชาร์คเลย การที่คนดูไม่กล้าเคี้ยวป๊อปคอร์น หรือขยับตัวให้เก้าอี้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ก็เป็นการันตีที่ดีแล้วว่า หนังเรื่องนี้ใช้พลังความเงียบข่มขู่เราได้ทรงพลังขนาดไหน

อ่านรีวิวฉบับเต็ม A Quiet Place

Ready Player One
อัดแน่นไปด้วยองค์ประกอบที่สร้างสีสันให้กับหนัง เนื้อหาที่เปิดด้วยปริศนาน่าติดตาม กับการตามหากุญแจลึกลับในโลกออนไลน์ งานภาพที่จำลองโลกในเกมออนไลน์ได้อย่างน่าตื่นตา เพลงประกอบจากยุค 80s ที่ได้ใจคนดูรุ่นใหญ่ และจุดที่ถูกกล่าวขวัญกันมากสุดคือบรรดาอีสเตอร์เอ้กจากยุคป๊อปคัลเจอร์ ที่อยู่แทบทุกวินาทีของหนัง กลายเป็นเรื่องสนุกกับการไล่ตามหาบรรดาอีสเตอร์เอ้กที่ซุกซ่อนอยู่ในหนัง เป็นอีกครั้งที่สตีเวน สปิลเบิร์ก พิสูจน์ความอัจฉริยะของเขาว่าในวัย 72 ปี เขาก็ยังสามารถทำหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเกมออนไลน์โลกอนาคต ให้ถูกใจคนดูทุกรุ่นทุกวัยได้เช่นเคย

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Ready Player One

One Cut of the Dead
ที่สุดของหนังพลิกความคาดหมายในปีนี้ สำหรับใครที่ยังพลาดไปก็ต้องย้ำเตือนกันว่า อย่าถอดใจไปกับภาพลักษณ์ของหนังตั้งแต่ 5 นาทีแรก เพราะมันช่างดูเป็นหนังเกรดบีเสียเหลือเกิน ทั้งงานภาพ งานถ่ายทำ ความคิดทั้งหมดนี้จะถูกลบล้างเสียหมดสิ้นภายในครึ่งหลังของหนัง ที่ต้องยอมรับนับถือไอเดียเลอเลิศของทีมผู้สร้าง ที่วางหมากหลอกล่อให้รู้สึกสบประมาทกับหนังในองก์แรก แล้วพลิกกลับมาให้รู้สึกว่ามันช่างน่าทึ่งได้ในองก์สุดท้าย ที่เผยได้ทุกข้อสงสัยในองก์แรกที่เคยคาใจ ที่เผยเบื้องหลังออกมาได้ทั้งสุดฮาและน่าชื่นชมคนเขียนบท ที่ผูกทุกอย่างกันได้อย่างลงตัวเป๊ะ หมดข้อสงสัย

อ่านรีวิวฉบับเต็ม One Cut of the Dead

Avengers : Infinity War
หนังสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งของมาร์เวล ที่ยกมาตรฐานหนังซูเปอร์ฮีโร่ออกไปอีกไกล เล่นและใส่ทุกอย่างมาแบบไม่กั๊ก จำนวนตัวละครที่แทบยกมาหมดทุกตัวในจักรวาลมาร์เวล แล้วยังสามารถจัดสรรให้ทุกคนได้มีฉากขายของตัวเอง มาร์เวลกล้าที่จะก้าวพ้นขอบของหนังซูเปอร์ฮีโร่ด้วยการฆ่าตัวละครสำคัญให้เห็นกันจะ ๆ บนจอ ชื่นชมมากกับกลยุทธ์ทางการตลาดของมาร์เวล ที่จบแบบทิ้งค้างรังแกคนดูแล้วก็เป็นการบังคับทางอ้อมให้ต้องมาตีตั๋วดู Avengers : End Game กินได้ 2 ภาคต่อ กำไรก็ได้ แล้วก็เป็นการส่งต่อหน้าที่ของซูเปอร์ฮีโร่ชุดเก่าให้กับซูเปอร์ฮีโร่ชุดใหม่ได้อย่างสวยงาม

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Avengers : Infinity War

Christopher Robin
ชอบที่ตัวหนังหันมาพูดถึง คริสโตเฟอร์ โรบินส์ ในวัยผู้ใหญ่ หากเขาเติบโตมีครอบครัวแล้ว แก๊งหมีพูห์เพื่อนเก่าสมัยเด็กจะไปอยู่ที่ไหน และตัวหนังก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก กลายเป็นมุมมองเล่าที่สร้างความอบอุ่นหัวใจ บวกกับงานออกแบบซีจีทั้งฉากในป่า 100 เอเคอร์และตัวการ์ตูนที่เข้าขั้นสมจริงไร้ที่ติ

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Christopher Robin

Bohemian Rhapsody
เป็นหนังที่รู้สึกว่า แคสมาได้โคตรเพอร์เฟ็กต์ เก็บรายละเอียดได้ลุ่มลึกและถ่ายทอดออกมาให้คนที่แม้จะไม่ใช่แฟนหรือเกิดไม่ทันยุครุ่งโรจน์ของวงควีนและเฟร็ดดี้ เมอร์คิวรี ก็สามารถเข้าถึง และที่สำคัญคือหนังจับประเด็นเรื่องความสำคัญของมิตรภาพ ครอบครัว ที่มันมีความหมายกับตัวเฟร็ดดี้มากแค่ไหนกว่าจะได้รับการยอมรับ บอกได้เลยว่าหนังทำให้เรารู้สึกได้ว่า วงนี้สุดในรุ่นจริง ๆ

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Bohemian Rhapsody

The Traveling Cat Chronicles
อาจไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่จากดราม่าญี่ปุ่นหลายๆ เรื่องก่อนหน้า แต่ชอบตรงที่วิถีถ่ายทอดมุมมองชีวิตผ่านคนและแมว ผ่านสถานการณ์ ผ่านความผูกพัน ผ่านโมเมนต์หนึ่งที่เดินไป สื่อกับความเข้าใจในเรื่องสัจธรรมของชีวิต หนังสร้างอิมแพ็คต่อคนดูสูงมาก บดขยี้น้ำตาตามสไตล์ดราม่าพี่ยุ่น แคสพระเอกและน้องแมวคือดีงามมากจริง ๆ

อ่านรีวิวฉบับเต็ม The Travelling Cat Chronicles 

First Man
ผู้กำกับส่วนใหญ่มักไม่กล้าออกจากพื้นที่ปลอดภัย แต่ไม่ใช่กับ เดเมียน ชาเซล กับการเลือกนำเสนอตัวตนของ นีล อาร์มสตรอง ชายคนแรกบนดวงจันทร์ด้วยท่าทีที่สุขุม ลึกซึ้ง ทว่าเข้าใจในความเป็นมนุษย์ ที่มีทั้งความกลัว-ความผิดบาป โดยได้การแสดงนิ่งแต่ลึกของ ไรอัน กอสลิง แต่คนที่เห็นว่าควรปรบมือให้อย่างเอกฉันท์เห็นจะเป็น แคลร์ ฟอย กับบทเมียนักบินอวกาศที่พร้อมทำทุกทางเพื่อละลายใจอันเย็นชาของสามี โดยมีซีนบังคับสามีให้สั่งเสียเป็นประจักษ์พยาน

อ่านรีวิวฉบับเต็ม First Man

Burning
หนังจากหนังสือมุราคามิ เรื่องอื่นมักติดกับดักภาษาวรรณกรรมอันซับซ้อนจนไม่อาจลำดับเรื่องราวและอารมณ์ในเชิงภาพยนตร์ได้ แต่ไม่ใช่กับ อีชางดง ที่บอกเล่าความลึกลับซับซ้อนของความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดสไตล์มุราคามิได้อย่างมีเสน่ห์และเปี่ยมไปด้วยความลุ่มลึก จนหลายคนต่างอินจนยกวลี “ถ้าไม่มีน้ำตาก็ไม่มีหลักฐานของความเจ็บปวด” ให้เป็น โควตแห่งปี 2018 เลยทีเดียว

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Burning

 

10 หนังที่ทีมรีวิวผิดหวัง

 

Escape Plan: Hades
ว่ากันถึงหนังน่าผิดหวังแห่งปี นี่คือหนังภาคต่อที่ภาคแรกทำมาได้ดีพอประมาณก็พยายามไม่คาดหวังมาก แต่ช่วงต้นของภาคนี้มันว้าวขึ้นก็เลยอดคาดหวังว่าหนังจะเจ๋งไม่ได้ แต่พอเข้าพาร์ทพี่จีนขายของก็ลดเกรดสตอลโลนเป็นดาราสมทบชาย แถมยังลดความว้าวเหลือความแหว่งๆเข้าไปอีก ก็อุตส่าห์ไม่คาดหวังแล้วน้ายังผิดหวังจนได้สิน่า

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Escape Plan : Hades

The Predator
เพรดเดเตอร์ ตำนานแห่งยุค 80 ที่กลับมาในยุคปัจจุบัน ด้วยมุกตลกรัวๆ แอ๊กชั่นระเบิดระเบ้อ พรีเดเตอร์หลากหลายสไตล์เหมาะกับทุกวัย แถมตัวละครจี้เส้นมาให้โดนฆ่าอีกคับคั่ง ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาน่าจะสำเร็จผลเป็นความสนุกเมื่อ 30 ปีก่อนนั่นล่ะ แต่ไม่ใช่สำหรับปีนี้แน่ๆ

อ่านรีวิวฉบับเต็ม The Predator

The Nun
หนังในจักรวาล The Conjuring ของเจมส์ วาน สร้างมาตรฐานหนังเฮอเรอร์ยุคใหม่ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง และสำหรับเราก็คาดหวังกราฟความดีงามนี้จะทวีขึ้นตามจำนวนหนังที่มากขึ้นด้วย ทว่าผีแม่ชีกลับเป็นหนังสยองที่มีฉากน่ากลัวรัวๆ แต่เหมือนหมดมุก จึงขาดความน่าจดจำ มีดีกว่าหนังผีดาดๆเท่านั้นเอง ผิดหวังตรงที่มันเป็นเรื่องที่ 5 ของจักรวาล The Conjuring แล้วนั่นล่ะ

อ่านรีวิวฉบับเต็ม The Nun

Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald
ความเป็น Fantastic Beasts ตั้งแต่ภาคแรกมาคือการดึงคนที่ชอบแฮรี่ พ็อตเตอร์เดิม และคนดูหน้าใหม่ที่ชอบหนังแฟนตาซีมาบรรจบกันได้ลงตัว ทว่าหนังภาคสองนี่เหมือนเอาตีนถีบหน้าคนกลุ่มหลังออกจากโรง เพราะถ้าไม่ว้าวกับอีสเตอร์เอ้กที่เชื่อมโยงกับหนังสือแฮรี่ พ็อตเตอร์แล้ว หนังก็เล่าได้อ่อนเพลียมาก เหมือนท่องคาถาให้สลบไสลใส่มักเกิลอยู่ตลอดเวลา

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald 

China salesman
เป็นหนังคลั่งชาติที่ขาดองค์ประกอบหลายอย่างที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง ทุกอย่างถูกนำมาจับยำรวมกันเละตุ้มเป๊ะไปหมด การตัดต่อระดับเด็กประถมที่สวิชไปมายิ่งทำให้หนังดูไม่รู้เรื่อง ทั้งเรื่องเห็นแต่ธงชาติจีนโบกไปมา ทุกอย่างมันง่าย เขาตีกัน อยู่ๆ พี่จีนจากไหนไม่รู้ไปเป็นบอกให้เขาหยุดตีกัน แล้วตัวเองก็เป็นฮีโร่

อ่านรีวิวฉบับเต็ม China Salesman

A Wrinkle in Time
เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบดำในประวัติศาสตร์ดิสนีย์ แม้ว่างานด้านภาพและซีจีจะดีงาม แต่ปั่นป่วนเรื่องเมสเซจที่นำเสนอได้คลุมเครือ นึกอยากจะเล่าอะไรก็เล่า เดินเรื่องได้เนิบนาบน่าเบื่อเหลือเชื่อหลุดฟอร์มหนังแฟนตาซี แคสนักแสดง/แคแร็คเตอร์จมไปหมด ไม่มีอะไรน่าจดจำเลย

อ่านรีวิวฉบับเต็ม A Wrinkle in Time


The First Purge
สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดไม่เพียงมันจะบอกเล่าที่มาของ คืนล้างบาป ได้อย่างจืดชืด ไร้ความลุ่มลึกเท่านั้น ตัวละครนำยังขาดเสน่ห์ และ ไม่น่าเอาใจช่วยเสียเลย ส่วนการพยายามเสียดสี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็โจ๋งครึ่ม จนไม่ต้องใช้เซลล์สมองใดๆมาพิจารณาแล้ว

อ่านรีวิวฉบับเต็ม The First Purge

ตุ๊ดตู่กู้ชาติ
ความบกพร่องของหนังไม่ใช่การเล่าเรื่องที่กระท่อนกระแท่น ช่างแวะโน่นแวะนี่ (แม้จะจริงก็ตาม) แต่สิ่งที่เรากุมขมับ คือหนังออกมาไม่ได้ ฮา อย่างหวังเท่าใดนัก ตัวละครไม่น่าจดจำ มิหนำซ้ำยังดึงนักแสดงที่เคยแสดงได้ตลกมาเล่นมุกที่ไม่เข้าปาก เข้าที จนหนังออกมาจืดชืดผิดกับฝีปากผู้กำกับที่แซ่บกว่ากันเยอะ

อ่านรีวิวฉบับเต็ม ตุ๊ดตู่กู้ชาติ

Alpha
ผิดคาดสุด ๆ ถ้าเทียบอารมณ์ตอนที่ได้ดูตัวอย่างกับตอนที่ได้ดูหนังจริง เป็นหนังที่ยกนิ้วให้กับทีมตัดต่อเทรลเลอร์หนัง ที่ตัดฉากสำคัญมายัดรวมไว้ในตัวอย่าง จนทำให้อยากดูหนังจริงมาก โดยเฉพาะคนดูในกลุ่มรักสัตว์ อยากจะเห็นเด็กหนุ่มกับหมาป่าร่วมกันผจญภัยเอาชีวิตรอดในโลกยุคก่อนอารยธรรมที่ต้องเต็มไปด้วยอันตรายทุกฝีก้าว แต่กับหนังจริง เรื่องราวในส่วนที่ได้ผจญภัยจริง กลับมีแค่ไม่ถึงชั่วโมง วิกฤตการณ์ทุกอย่างคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งการผูกสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมาป่าก็ดูราบรื่นเช่นกัน

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Alpha

Tomb Raider
ทิ้งช่วงห่างจาก 2 ภาคก่อนของ แองเจลีน่า โจลี่ ถึง 15 ปี แล้วก็เป็นการกลับมารีบู๊ตที่ไม่คุ้มค่าการรอคอย หนังไม่ได้นำหัวใจหลักของเกม Tomb Raider ในเรื่องของการผจญภัยและการถอดรหัสโบราณในสุสานมาขายได้อย่างเวอร์ชั่นก่อน เห็นชัดถึงความทุ่มเทตั้งใจของ อลิเซีย วิกันเดอร์ แต่ภาพลักษณ์และเสน่ห์ของเธอก็ยังแทนภาพของแองเจลีน่า โจลี่ ที่ฝังไว้ในภาพจำของคนที่เคยดูเวอร์ชั่นแรกไม่ได้ หนังไม่ได้มีความแปลกใหม่ ไม่มีปริศนาน่าติดตาม และฉากแอ็คชั่นก็ไม่ได้ชวนระทึก ผลก็คือรายได้ที่ไม่ได้เหนือกว่าภาคแรกเมื่อ 17 ปีก่อน แล้วก็ทำให้หนังหยุดอยู่แค่ภาคนี้ภาคเดียว

อ่านรีวิวฉบับเต็ม Tomb Raider

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

IO ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย: เมื่อโลกเป็นพิษ เธอเลยใช้ชีวิตแบบนักปรัชญา

Published

on

By

เรื่องย่อ

แซม คือนักวิทยาศาสตร์คนสุดท้ายบนโลก เนื่องจากโลกประสบปัญหามลพิษจนไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ดำรงอยู่ได้อีก ประชากรโลกส่วนใหญ่เลือกเดินทางสู่อาณานิคมในอวกาศซึ่งตั้งอยู่แถวดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี แต่แซมยังคงเชื่อว่าโลกยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูได้ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ แต่แล้วเมื่อโลกดูเหมือนจะขับไล่เธอมากขึ้น เธอก็มีทางเลือกแค่จะไปขึ้นยานลำสุดท้ายที่จะออกจากโลกกับผู้มาเยือนแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ หรือ จะดันทุรังอยู่บนโลกที่เธอรักต่อไป

ดูจากเรื่องย่อก็พอจับความได้ว่าหนังจาก เน็ตฟลิกซ์ออริจินัล เรื่องนี้ น่าจะมีความอินดี้แบบเรื่อยเอื่อยอยู่ไม่เบา เพราะหนังมีตัวละครหลัก ๆ แค่ 2-3 คน กับความยาว 96 นาที แต่เล่าไป 2 บรรทัดนิด ๆ ก็แทบจบเรื่องแล้ว ดูเหมือนว่าหนังไซไฟของเน็ตฟลิกซ์นั้น จะกลายเป็นขึ้นชื่อในเรื่องความปรัชญาอินดี้ปลายเปิด บางทีไม่สนการกระตุ้นคนดูระหว่างทางเลยด้วยซ้ำ อย่างปีที่ผ่านมาก็มีหนังอย่าง Bird Box หรือ Annihilation  ซึ่งก็เป็นจุดแข็งของหนังค่ายนี้ เพราะจะรอสตูดิโอฮอลลีวู้ดผลิตออกมาก็คงไม่มีวันล่ะกับหนังที่ทำท่าจะไม่ได้ตังค์ในโรงแบบนี้ และข้อดีของหนังฉบับเน็ตฟลิกซ์นี่ล่ะที่เราต้องมาแนะนำหนังเรื่องนี้กัน

IO Last on Earth เป็นหนังไซไฟผลงานของ โจนาธาน เฮลเพิร์ต ซึ่งเติบโตมากับหนังสายยุโรปอย่างฝรั่งเศส และนี่เป็นหนังขนาดเรื่องที่ 2 ของเขาเท่านั้น ในขณะที่เรื่องแรกอย่าง House of Time (2015) ที่ฉายในฝรั่งเศสก็เป็นแนวไซไฟคอเมดี้ ซึ่งทำให้เห็นว่าตัวเขานั้นสนใจในหนังแนวไซไฟ หรือแฟนตาซีอยู่ไม่น้อย และสำหรับ IO ก็เป็นการบิดแนวหนังไซไฟมาเล่นเชิงดราม่าปรัชญาและการแสวงหาความหมายของชีวิตสุดท้ายบนโลก โดยอิทธิพลการเล่าเรื่องหลัก ๆ นั้นน่าจะมาจากหนึ่งในทีมเขียนบท และโปรดิวเซอร์ของหนัง อย่าง ชาร์ล สเปโน ที่เคยมีงานอย่าง Embers (2015) ซึ่งว่าด้วยโลกอนาคตที่ผู้คนต่างสูญเสียความทรงจำและผู้รอดชีวิตต่างแสวงหาความเชื่อมโยงกับโลกและผู้อื่น ด้วยเนื้อหาและลีลาการเล่าเชิงกวีปรัชญานั้นก็ไม่ต่างจาก IO เลยทีเดียว

ด้วยสไตล์แบบหนังยุโรปจึงอาศัยความนิ่ง และแรงกระตุ้นความสนใจผู้ชมผ่านบทสนทนาที่มีไม่มากแต่แฝงนัยยะบางอย่าง โดยหลายครั้งมักอ้างอิงตำนานเทพปกรณัม และหนังสือปรัชญากรีกมาพูดกันเสมอ ซึ่งสายอาร์ตหรือสายปรัชญา ชอบกระตุ้นสติปัญญาผ่านหนังน่าจะเป็นที่สนใจ แต่สำหรับสายสมองอ่อนเพลียต้องการแสวงหาหนังมาเป็นคาเฟอีนให้ดวงตาต้องบอกว่า นี่มันยานอนหลับเบนโซไดอะซีปีนชัด ๆ เลย ดังนั้นใครเป็นข้อหลังขอให้ผ่านไปก่อนเลยนะครับ แต่ถ้าใครผ่านข้อสอบคัดตัวข้อแรกนี้ไปก็มาอ่านรีวิวกันต่อเลย

หนังได้ดาราสาวอเมริกันหน้ายังไม่ช้ำอย่าง มาร์กาเร็ต ควอลลี ที่เคยมีผลงานในหนังเน็ตฟลิกซ์อย่าง Death Note ในบท มีอา และสายอาร์ตอาจคุ้นหน้าเธอจากโฆษณา Kenzo World เมื่อปี 2017 ที่เธอต้องเต้นแบบชนเผ่าในชุดราตรีพาดผ่านโถงอาคาร โดยมีฉากเต้นหน้ากระจกโดยไร้เงากล้องสะท้อนได้อย่างน่าทึ่งมาแล้ว ตัว ควอลลี รับบท แซม ที่เรียกว่าแทบจะต้องแบกหนังกว่าค่อนเรื่องไว้ลำพังก่อนที่ตัวละครแขกแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ ที่แสดงโดย แอนโธนี แมกกี้ หรือรู้จักกันดีในบท ฟาลคอน ในหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล จะมาเยือน และต้องบอกว่าด้วยเสน่ห์หรือเซ็กแอพพีลของควอลลี ประกอบกับใบหน้าที่มีโครงสวยชวนมอง ก็สามารถทำให้ผู้ชมอยากดูอยากมองอยู่ไม่น้อย

ประกอบกับหนังค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียดและปริศนาต่าง ๆ ในชีวิตของแซมมามากขึ้น ๆ ทั้งการตอบจดหมายของเธอกับแฟนหนุ่มที่ชื่อ ลีออน  ซึ่งออกจากโลกไปดวงจันทร์ไอโอก่อนหน้า ก็เป็นความโรแมนติกชวนเหงาเล็ก ๆ โดยเฉพาะคำลงท้ายจดหมายที่ส่งถึงกันว่า จากโลกถึงสุดขอบจักรวาล ที่ได้อารมณ์เหงามาก ๆ ทั้งความจริงเกี่ยวกับ ดร.วอลเดน ซึ่งเป็นพ่อของเธอที่เราได้ยินเสียงในวิทยุมาตลอดเรื่อง และตัวตนและเป้าหมายที่แท้จริงของชายปริศนาอย่าง ไมกาห์ ผู้รอบรู้ปรัชญากรีกก็ทำให้เรายังคงติดต่อกับสารของหนังได้เรื่อย ๆ ถึงหนังจะไม่มีสัตว์ประหลาดอะไรให้ตื่นเต้น หรืออุปสรรคแบบหนังยานอวกาศให้ต้องลุ้นวินาทีต่อวินาที และบรรยากาศของการเล่าเรื่องจะชวนไปทำอย่างอื่นระหว่างดูเสียเหลือเกินก็ตาม

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ของเน็ตฟลิกซ์คงเหมาะกับคนดูเฉพาะกลุ่มมากกว่า ถ้าเทียบแบบหนังชินไค ก็เป็นยุค Voices of a Distant Star มากกว่า Your Name อย่างแน่นอน แต่ที่น่าสนใจคืออารมณ์ร่วมระหว่างดูมันได้กับสถานการณ์ฝุ่นละอองในอากาศเป็นพิษอยู่ในขณะจริง ๆ

นี่นั่งใส่หน้ากากกันฝุ่นดูทะเลหมอกฝุ่นคลุมเมืองในหนัง โคตรอินเลย

ใครเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ดูหนังได้ทางลิ้งก์นี้เลย www.netflix.com/watch/80134721

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

Netflix รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 35% และมีสมาชิกใหม่มากถึง 29 ล้านราย

Netflix เติบโตต่อเนื่อง หวังยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกในปี 2019 นี้

Published

on

Netflix ได้เปิดเผยรายได้ประจำปี 2018 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 35% และคิดเป็นผลกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่า อยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญ

รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากจำนวนสมาชิกที่จ่ายค่าบริการรายเดือนซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2018 นี้ Netflix ได้มีสมาชิกใหม่ถึง 29 ล้านราย และทำให้มีสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 139 ล้านราย และทาง Netflix ยังหวังว่าในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2019 นี้ จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 8.9 ล้านราย

นอกจากนี้ Netflix ยังมีเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จอย่าง Bird Box ที่มียอดผู้ชมมากถึง 45 ล้านวิว ใน 7 วันแรกที่เริ่มเปิดให้ชม และคาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 80 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ต้นฉบับอย่าง Elite ที่มีผู้ชมมากถึง 20 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

The Resident: หมอห้าวผู้แหกกฎการแพทย์

Published

on

ถ้าคุณเป็นหมอ คุณอยากทำอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง “รักษาคนไข้” หรือ “รักษาชื่อเสียงตัวเองเอาไว้”

นี่เป็นคำถามที่ทางผู้เขียนอยากถามผู้อ่านทุกท่าน ก่อนที่จะได้อ่านรีวิวซีรีส์เรื่องนี้ เพราะเรื่องที่จะนำเสนอต่อไปนี่นั้น มันคืออีกด้านหนึ่งของวงการการแพทย์ที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกที่ หรือเกิดขึ้นแค่ในบางที่ หรืออาจจะเกิดขึ้นจริงเมื่อไม่นานมานี้…

The Resident (ชื่ออย่างกับหนังผีเลยแฮะ…) เป็นซีรีส์จากฝั่งอเมริกา ว่าด้วยเรื่องของโรงพยาบาลเชสเทน โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองแอตแลนต้าของรัฐจอร์เจีย ที่เพิ่งเปิดรับแพทย์เดวอน (Devon Pravesh รับบทโดย Manish Dayal) แพทย์หน้าใหม่ที่พร้อมทำงานในการรักษาคนไข้เป็นวันแรก และต้องมาพบกับแพทย์พี่เลี้ยงอย่างแพทย์คอนราด (Conrad Hawkins รับบทโดย Matt Czuchry) ที่สุดแสนจะห้าว ไฟแรง หัวรั้น และไม่ยอมใคร แม้แต่มือศัลยแพทย์อาวุโสและซีอีโอของโรงพยาบาลอย่างแพทย์เบลล์ที่มีฉายา “HODAD” (Hand of Dead: มือผ่าตัดผู้พรากชีวิต) ก็ยังไม่เว้น (Randolph Bell รับบทโดย Bruce Greenwood) ทั้งคู่ต้องมาทำงานร่วมกันทั้งในฐานะเด็กใหม่กับพี่เลี้ยง และในฐานะแพทย์ร่วมโรงพยาบาล

จากด้านซ้าย: Devon Pravesh (รับบทโดย Manish Dayal), Nicolette Nevin (รับบทโดย Emily VanCamp), Conrad Hawkins (รับบทโดย Matt Czuchry) และ Randolph Bell (รับบทโดย Bruce Greenwood)

แน่นอนว่าในแต่ละตอนที่จะได้รับชมกันไปนั้น จะได้เห็นกรณีตัวอย่างของโรค หรืออาการป่วยของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล บ้างก็อาการเล็กน้อย บ้างก็อาการใหญ่จนเป็นเคสฉุกเฉินที่มีผลถึงชีวิต ได้เห็นวิธีการรับมือ และการรักษาในหลากหลายวิธี ซึ่งบางครั้งก็ได้ผล หรือบางครั้งก็ล้มเหลวไปเลย…

จะช่วยชีวิตได้ทันหรือไม่…

ผ่าจนเลือดพุ่งแบบนี้… คงจะเดาออกกันว่ารอดหรือไม่รอด…

บางครั้ง ยังได้เห็นถึงการใช้วิธีบางวิธีที่ผิด ในการรักษาผู้ป่วย อย่างการล็อบบี้ ลัดคิว สลับผลตรวจ หรือแม้แต่ขโมยผลงานการรักษา เพื่อให้ตัวเองได้รับคำชมและยังทำงานต่อไปได้

บางครั้งก็ตงฉิน แต่บางครั้งก็แอบหาผลประโยชน์

นอกเหนือจากนี้ ยังได้เห็นการปะทะคารมระหว่างแพทย์หนุ่มสุดห้าว กับศัลยแพทย์ผู้มีชื่อเสียงค้ำคอ หรือแม้แต่แพทย์ในโรงพยาบาลด้วยกันเอง บางครั้ง ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาแทรก และจะได้เห็นถึงทุกสิ่งที่มนุษย์ทั่วๆ ไป ต่างมีอยู่ในตัวเอง อย่างเรื่องของอีโก้ ศักดิ์ศรี รวมถึงผลประโยชน์ ซึ่งสะท้อนออกมาจากการกระทำต่างๆ ของตัวละครในเรื่อง

สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกได้จากซีนปะทะคารมในทุกครั้ง สะท้อนได้อย่างหนึ่งว่า…

การอยู่ในวงการใดวงการหนึ่งมานาน ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเก๋าไปกับทุกสิ่งทุกอย่างเสมอไป บางสิ่งที่ทำอยู่ประจำอาจจะพลาดเมื่อไหร่ก็ได้ ต่อให้มีประสบการณ์มากกว่าผู้อื่นก็ตาม

ในการออกอากาศของทางอเมริกานั้น ตอนนี้ออกอากาศมาถึงซีซั่นที่ 2 และมีแพลนว่าจะปิดซีซั่นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ส่วนในเมืองไทยเพิ่งออกอากาศ และเนื้อหาถือว่าเข้มข้นมากๆ ผู้เขียนขอแนะนำสำหรับผู้อ่านที่ยังคงอินจากซีรีส์ The Good Doctor ที่เพิ่งจบซีซั่นแรกและลาจอไป จะมาเสพย์อีกรูปแบบก็ย่อมได้

ส่วนใครที่อยากรู้ว่าเรื่องราวในโรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นไปอย่างไร แพทย์หน้าใหม่อย่างแพทย์เดวอนจะพัฒนาความสามารถไปได้ถึงขนาดไหน ติดตามกันได้กับซีรีส์ The Resident ทุกคืนวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 19.05 น. รีรีนอีกครั้งในเช้าวันถัดไป ประมาณเก้าโมงครึ่ง ทางฟ็อกซ์ไทย สามารถรับชมได้ทางทรูวิชันส์ และเอไอเอส เพลย์บ็อกซ์

ข้อควรระวัง: ในซีรีส์นี้มีการปรากฎของภาพการรักษา ทั้งในห้องผ่าตัด และห้องพักผู้ป่วย อวัยวะต่างๆ รวมไปถึงบาดแผล และเลือด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!