Connect with us

What The Fact

มาดูไอเดียดีๆ จากหลากหลาย MV ที่เล่าเรื่องในแนวตั้ง (Vertical Music Video)  

ในวันนี้ที่ช่องทางการเสพสื่อเปลี่ยนแปลงไป ในวันที่โทรศัพท์ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อโทรหาใครสักคน งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า คนเราเริ่มหันมาดูหนัง ฟังเพลง ดูละคร ดูซีรีส์ ทีวี ผ่านทางโทรศัพท์เกินกว่า 50% เป็นการบ่งชี้ว่าพฤติกรรมการบริโภคสื่อนั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลให้รูปแบบของเนื้อหาที่นำเสนอต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการทดลองเล่าเรื่องผ่านภาพในแนวตั้ง (Vertical) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปทรงของโทรศัพท์มือถือที่มีด้านยาวยาวกว่าด้านกว้าง ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาเราดูหนัง มิวสิกวีดิโอ หรือละคร ซีรีส์ เรามักต้องปรับโทรศัพท์ให้เป็นแนวนอนเสียก่อน แต่แล้วถ้าเราถ่ายภาพออกมาในแนวตั้งล่ะมันจะเป็นยังไง นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างงานในรูปแบบของภาพแนวตั้ง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้การดูผ่านโทรศัพท์มือถือมีความสะดวกมากขึ้นเท่านั้น หากแต่ยังช่วยขยายขอบเขตของบริบทในการเล่าให้มีความสอดคล้อง เกี่ยวข้องกับโลกในยุคปัจจุบัน ทั้งการแชท วีดิโอคอล การไลฟ์ การโพสต์ภาพ โพสต์สตอรี เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างความแปลกตา และอารมณ์ที่แปลกออกไปจากการดูอะไรแบบเดิมๆ

ล่าสุดแม้แต่วง Keane ก็เพิ่งปล่อยมิวสิกวีดิโอซิงเกิลล่าสุด “The Way I Feel” ในเวอร์ชันแนวตั้ง ซึ่งมีเวอร์ชันปกติ (แนวนอน) ปล่อยออกมาแล้วเมื่อเดือนก่อน ส่วนของไทยเราก็เพิ่งมี MV เพลง “แวะ” ของวง Rooftop ยิ่งเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการรับชมในโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในวันนี้เราจึงขอรวบรวมมิวสิควีดิโอเจ๋งๆทั้งไทยและต่างประเทศที่มีการเล่าเรื่องผ่านภาพในแนวตั้ง หรือที่เรียกว่า “มิวสิกวีดิโอแนวตั้ง (Vertical Music Video)” มาให้ได้ชมกัน จะมีเพลงใด ของศิลปินคนไหนบ้างนั้น ไปชมกันเลยครับ


“The Way I Feel” Keane

หลังห่างหายไป 7 ปี  “Keane” วงร็อกจากอังกฤษก็กลับมาประกาศข่าวดีว่ากำลังจะออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 “Cause and Effect” ออกมา ประเดิมด้วยการปล่อยมิวสิกวีดิโอซิงเกิลล่าสุด “The Way I Feel” ให้ได้ชมกัน ซึ่งล่าสุดทางวงเพิ่งปล่อย MV เพลงนี้ออกมาในเวอร์ชันแนวตั้ง ซึ่งถ่ายเจาะสมาชิกวงแต่ละคนให้ได้เห็นหน้าค่าตากันชัดๆ ภายในบรรยากาศของฉากที่ถอดออกมาจากอาร์ตเวิร์กปกของอัลบั้มชุดล่าสุดนี้ อีกทั้งยังมีการขึ้นประโยคสำคัญในเนื้อเพลงแทรกเข้ามาด้วย ดูแล้วก็ได้ฟีลไปอีกแบบนะครับ


“แวะ” Rooftop

MV ซิงเกิลล่าสุดจากสองหนุ่ม  “Rooftop” บี๊บ ศิรสัณห์ หอวิจิตร (ร้องนำ) และ โก้ วศิน อัศวนฤนาท (กีต้าร์) ที่ชวนน้องชายคนสนิท  “มาร์ช จุฑาวุฒิ” มาเป็นพระเอก MV เล่าเรื่องผ่านมุมมองของชายหนุ่มที่ต้องเป็นตัวสำรองสำหรับสาวคนนึงที่มีแฟนอยู่แล้ว โดยเล่าผ่าน วีดิโอคอล การแชททางไลน์ และสตอรีในไอจี  เกือบทุกช่องทางที่นิยมกันในปัจจุบัน ยกเว้นแค่ทางเดียวก็การเจอกันและคุยกันซึ่งๆหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบความสัมพันธ์ในโลกยุคปัจจุบัน ที่ในบางมุมมันก็ดูฉาบฉวยอย่างช่วยไม่ได้


“The Storm (甘い目眩)” Polycat

The Storm (甘い目眩) เป็นบทเพลงจาก EP อัลบั้ม “Doyobi No Terebi EP” ของ Polycat ที่ทำออกมาในแนว City Pop ของญี่ปุ่น ซึ่งตัว MV ก็ได้ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นมาทำเก๋ด้วยการเล่าเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มญี่ปุ่นและสาวไทยด้วยการทำออกมาเป็น 2 เวอร์ชัน คือ Left Side และ Right Side ฝั่งซ้ายนั้นเป็นฝั่งของหนุ่มญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนฝั่งขวานั้นเป็นสาวไทยกับวันพักผ่อนของเธอที่เมืองไทย ทั้งคู่ต่างใช้ชีวิตของตนแต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกคิดถึงและเชื่อมโยงถึงกัน การออกแบบช็อตต่างๆใน MV จะเป็นในรูปแบบเดียวกันของทั้งสองฝั่งล้อกันไปเรื่อยๆ ในหลายส่วนของเรื่องแสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงและสามารถข้ามฝั่งไปหากันได้ ถือว่าไอเดียเก๋ไก๋ และสามารถสื่อความหมายได้อย่างลงตัวครับ ซึ่งถ้าเรามีโทรศัพท์สองเครื่องก็สามารถจับเอามาชนกันและเปิดพร้อมกันไปก็จะได้ชมแบบเต็มอรรถรสที่สุดครับ


“Neverland” OverMe

MV ตัวล่าสุดจาก OverMe  งานเพลงจากอัลบั้ม  “Anatomy” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่งผ่านสตอรีในไอจี ที่ในพาร์ตแรก เป็นมุมมองของฝ่ายหญิง ส่วนในพาร์ตที่สองจะเป็นมุมมองของฝ่ายชาย ก่อนที่ในช่วงสุดท้ายจะคลี่คลายเรื่องราวบางอย่างที่สุดเจ็บปวด… ผลงานการกำกับจาก  ปิง เกรียงไกร วชิรธรรมพร ผู้กำกับซีรีส์ฮอร์โมน ซีซัน 2 และ 3  ที่สะท้อนเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนในโลกยุคนี้ได้อย่างใกล้ตัวและสมจริงจนน่ากลัวเลยจริงๆ


“กลิ่นหอม” ป๊อด ธนชัย อุชชิน

เป็น MV บทเพลงสั้นๆ ประกอบโฆษณา เนสกาแฟ ผ่านแนวคิด “ทุกสิ่งรอบตัวคือ “แรงบันดาลใจ” ที่เรา SHARE ได้ไม่รู้จบ..” ซึ่งมาพร้อมภาพท้องฟ้าสีสวยกับกาแฟอุ่นๆที่เติมแรงบันดาลใจให้เราในแต่ละวัน และก็เช่นกันเมื่อมาในแนวตั้ง การเล่าก็มักจะเกี่ยวพันกับแอปโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่างเฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม


“Wolves” Selena Gomez , Marshmello

เพลงนี้ปล่อย MV เวอร์ชันแนวตั้งออกมาก่อน แล้วจึงค่อยปล่อยเวอร์ชันแนวนอนตามมาทีหลัง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันเลย แบบแนวนอนนั้นก็เป็น MV แนวโชว์ศิลปินที่มาพร้อมการถ่ายภาพและแสงสีที่สวยงาม แต่สำหรับในเวอร์ชันแนวตั้งนั้น เริ่มจากเซเลน่าทักไปหามาร์ชเมลโลใน Messenger ว่าเราน่าจะมาทำวีดิโอของเพลงนี้กันจากนั้นเธอก็เฟซไทม์ไป และขอให้มาร์ชเมลโลเปิดเพลงขึ้นมา จากนั้นเธอก็เริ่มร้องไปด้วยในขณะที่อยู่ในชุดนอนนั่นล่ะ จากนั้นเธอก็ถือโทรศัพท์พาเราทัวร์ไปทั่วบ้านสุดหรูของเธอ เรียลสุดๆจ้า


“Sit Next To Me” Foster The People

เป็น MV ที่มีความเก๋ไก๋สไลเดอร์มาก นั่นคือสไลด์ไปเรื่อยเพราะ MV ตัวนี้เปิดมาด้วยสตอรีในไอจีของ Foster The People จากนั้นก็สไลด์ไปที่ไอจีของคนอื่นๆอย่างรวดเร็วคนนู้นนิด คนนั้นหน่อยจนจบเพลง  ภาพแต่ละภาพก็ไม่ได้ปะติดปะต่อเป็นเรื่องแต่เน้นเป็นอารมณ์ที่เข้ากันกับเพลงมากกว่า

“you should see me in a crown”  Billie Eilish

บทเพลงจากเดบิวต์อัลบั้ม “WHEN WE ALL FALL ASLEEP, WHERE DO WE GO?” ของบิลลี่ อายลิช เพลงนี้ MV เวอร์ชันแรกเป็นแนวตั้งมาก่อนเลย ซึ่งเราจะเห็นอายลิชปรากฏตัวมาในชุดขาวแล้วมาใส่มงกุฏ (ให้สมกับชื่อเพลง) โดยอารมณ์ของเธอจะออกแนว creepy หลอนๆหน่อย แถมมีแมงมุมมาไต่ยั้วเยี้ยอีก (เหวอ !)  สำหรับ MV เพลงนี้ในอีก 7 เดือนต่อมาก็มีอีกเวอร์ชันที่อารมณ์แทบจะตรงข้ามกันเลย เพราะเล่าด้วยแอนิเมชัน ที่ทำโดย ทาคาชิ มูราคามิ (Takashi Murakami) ศาสดาพอปอาร์ตแห่งแดนอาทิตย์อุทัย


“Chun-Li” Nicki Minaj

เพลงนี้ก็ปล่อย MV แนวตั้งออกมาก่อน แล้วจึงปล่อยแนวนอนตามมาทีหลัง ซึ่งเวอร์ชันแนวตั้งก็เป็น Nicki Minaj ในชุดสุดเซ็กซี่ที่ร้องไปเรื่อยๆบนโซฟาด้วยการถ่ายเซลฟีตัวเธอเอง บ้างก็สลับให้คนอื่นถ่ายในบางช็อต เป็นแบบนี้ไปจนจบเพลง


“Without Me” Halsey

เพลงนี้ MV เวอร์ชันแนวตั้งถูกปล่อยออกมาทีหลังแนวนอน ทิ้งห่างกันราว 3 เดือน เพลงนี้เป็นเพลงเศร้าที่ฝ่ายหญิงรู้สึกเจ็บปวดจากการที่ฝ่ายชายทิ้งเธออย่างไม่ใยดี ทั้งๆที่เธอคือลมใต้ปีกที่สนับสนุนเขามาโดยตลอด ใน MV Halsey จึงถ่ายทอดอารมณ์เจ็บช้ำออกมาอย่างถึงลูกถึงคนถึงอารมณ์ผ่านสายน้ำที่หลั่งรินรดราดลงมาบนตัวเธอ จนทำให้เรามองทะลุไปถึงภายใน  อืม…..


“Delicate” Taylor Swift

เพลงนี้ก็มี 2 เวอร์ชันเช่นกัน แนวตั้งมาหลังแนวนอน ซึ่งต่างกันสุดๆ ในเวอร์ชันแนวตั้งนี่สาวเท ไม่ได้มาทำตัวเก๋ๆ แต่งสวย ภายใต้งานโปรดักชั่นสุดอลังแบบที่เราเห็นใน MV เพลงอื่นๆของเธอ แต่เธอกลับมาด้วยท่าทีสบายๆ ถ่ายทอดอารมณ์เพลงราวกับเธอกำลังวีดิโอคอลให้เราฟังกันต่อหน้า ซึ่งให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิด สนิทและเป็นกันเองดีเหมือนกันนะ

นอกจากนี้ยังมี MV ตัวอื่นๆอีกที่เล่าเรื่องด้วยภาพแนวตั้ง ไม่ว่าจะเป็น

 “No Tears Left To Cry” Ariana Grande ที่ถ่าย Grande ร้องเพลงช็อตเดียวทั้งเพลง และมีใส่เอฟเฟกต์หยดน้ำตาร่วงหล่นลงไปนิดๆ

“Faded Love” Tinashe  ที่เธอกำลังโชว์ร้องและเต้นอย่างเซ็กซี่   

“Wanted You” NAV ที่เล่าเรื่องเป็นแอนิเมชันแนวตั้ง

“Havana” ของ Camila Cabello  คาเบลโลมาร้องเพลงบนฉากหลังสีแดง ในสถานีรถไฟและบนรถไฟ

หรือ  “Deep End” ของ Lykke Li  ที่นำเสนอภาพชีวิตของเธอที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือในแบบดิบๆ ยิ่งในฉากจูบช่วงท้ายนี่ดิบมากเลย

มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เข้าข้างมิวสิกวีดิโอเพลงไทย แต่เรารู้สึกว่างาน MV ของไทยที่ใช้ในการเล่าเรื่องด้วยแนวตั้ง จะมีความน่าสนใจกว่าตรงที่ว่า ไม่ได้ใช้ภาพในแนวตั้งเพื่อการเล่นเรื่องสไตล์หรือรูปแบบเท่านั้น หากแต่นำเอาจุดเด่นของรูปแบบมาสร้างเป็นเรื่องเล่าและลูกเล่นที่น่าสนใจและชวนติดตาม ในบางครั้งก็ถึงขนาดมีการหักมุมหรือพลิกมุมมองไปเลย ซึ่งอาจจะแตกต่างจากทางฝั่งตะวันตกที่มิวสิกวีดิโอที่เล่าเรื่องด้วยภาพแนวตั้งนอกจากจะใช้เพื่อเล่นเรื่องสไตล์แล้ว มักมาพร้อมท่าทีที่สบายและเป็นกันเองของศิลปิน ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นกันเองและเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งจริงๆก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกแบบหนึ่งเหมือนกัน

สำหรับเทคโนโลยีทั้งในด้านการรับชมและการผลิตต่างก็มีพัฒนาการไปในทุกๆวัน อย่างในตอนนี้ก็กำลังมีข่าวกล้องคอนแทคเลนส์ของ Sony ที่สามารถบันทึกภาพได้ด้วยการกะพริบตาเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่ามันจะเข้ามาเพิ่มมิติใหม่ในการถ่ายภาพได้อย่างแน่นอน พอถึงตอนนั้นคงมีรูปแบบการเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจอีกมากมายแน่เลย.

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!