Connect with us

What The Fact

พลาดไม่ได้!…รวมหนังดี Netflix ธันวานี้

Netflix December

ใกล้จะสิ้นปีในเดือนธันวาคมที่มีวันหยุดเยอะเป็นปกติอยู่แล้วแบบนี้ หลายคนที่อยากอยู่บ้านชิล ๆ ไม่อยากเดินทางออกไปผจญกับคนเยอะรถแยะ หรือบางคนที่จำเป็นต้องเดินทาง ก็อาจอยากใช้เวลาบนรถติดอันยาวนานไปกับหนังสักเรื่องสองเรื่อง (สำหรับคนที่ไม่ถนัดดูซีรีส์ยาว ๆ และอยากดูแบบ 2 ชั่วโมงจบเรื่องได้เลย) วันนี้ What The Fact จะเอาหนังน่าดูที่เข้าสตรีมมิงอย่าง Netflix ในเดือนธันวาคม ปี 2019 มาแนะนำ พร้อมกับบอกเหตุผลว่า ทำไมจะต้องดูหนังเรื่องนี้ ในช่วงเทศกาลแห่งความอบอุ่นหัวใจ เฉลิมฉลองความสุขร่วมกันกับคนรัก เพื่อนสนิท และครอบครัว

Home Alone (1990)

็Home Alone (1990)

Home Alone (1990)

  • ดูได้ตั้งแต่: 1 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Chris Columbus (Harry Potter 1-2, Mrs. Doubtfire, Stepmom, I Love You, Beth Cooper)
  • นักแสดง: Macaulay Culkin, Joe Pesci (The Irishman), Catherine O’Hara
  • น่าดูยังไง: สำหรับใครที่เติบโตมาในยุค 90s คงหนีไม่พ้นการที่โรงเรียนจะเปิดหนังเรื่องนี้ให้ดูในวิชา Sound Lab หรือเทศกาลงานโรงเรียนที่เกี่ยวกับงานคริสต์มาส หนังบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหนูน้อยโดดเดี่ยวผู้น่ารัก เขารู้สึกแปลกแยกจากครอบครัวที่มีพี่น้องเป็นโขยง ระหว่างที่พ่อแม่วางแผนพาลูก ๆ ไปเที่ยวช่วงคริสต์มาส เขาก็เลยแยกตัว หนีจากทริปมาอยู่บ้านคนเดียว ระหว่างนั้นก็ต้องผจญกับโจร (กระจอกและติงต๊อง) ที่พยายามจะปล้นบ้าน หนังกำกับโดย Chris Columbus เจ้าพ่อหนังครอบครัวแสนอบอุ่น หนังทั้ง 2 ภาค (อีกภาคในปี 1992) ทำรายได้ไปอย่างมหาศาล โดยทำรายได้รวมทั่วโลก 842 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 36 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขของคนในครอบครัว เหมาะแก่การนั่งดูกันทั้งบ้านในช่วงคริสต์มาส

The Post (2017)

The Post (2017)

The Post (2017)

  • ดูได้ตั้งแต่: 1 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Steven Spielberg (Catch Me If You Can, The Terminal, Bridge of Spies)
  • นักแสดง: Meryl Streep (The Devil Wears Prada), Tom Hanks (3 เรื่องบรรทัดบน), Sarah Paulson (12 Years a Slave)
  • น่าดูยังไง: การโคจรมาเจอกันของสองตัวพ่อตัวแม่ทางการแสดงของฮอลลีวูด (เข้าชิงรางวัลออสการ์กันมานับไม่หวาดไหว) หนังเข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและนำหญิงยอดเยี่ยมในปีนั้นเรื่องนี้ บอกเล่าเกี่ยวกับ เอกสารลับเพนตากอน (the Pentagon Papers) ที่เป็นการรวบรวมความโสมมของปฏิบัติการรบที่อเมริกา ส่งทหารไปรบในสงครามเวียดนามและพ่ายแพ้ในที่สุด Streep รับบท “เคย์” เป็นผู้บริหารของสำนักพิมพ์ The Washington Post ที่กำลังจะล้มละลาย เธอต้องตัดสินใจฉวยโอกาสตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับการปกปิดและบิดเบือนข้อมูลนี้ ภายใน 24 ชม. ก่อนที่ The New York Times จะชิงตัดหน้าไปลง โดยมีเบน แบรดลีย์ บรรณาธิการบริหารที่รับบทโดย Tom Hanks เป็นลูกมือสำคัญ (อ่านรีวิวของ WTF ฉบับเต็มได้ที่นี่)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังดราม่าน้ำดีเกี่ยวกับการเปิดโปงข่าวฉาวของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ฝีมือการกำกับของพ่อมดแห่งฮอลลีวูด ใครที่ชอบหนังอย่าง Spotlight (2015) หรือ All the President’s Men (1976) น่าจะชอบเรื่องนี้

Edge of Tomorrow (2014)

Edge of Tomorrow (2014)

Edge of Tomorrow (2014)

  • ดูได้ตั้งแต่: 1 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Doug Liman (The Bourne Identity, Mr. & Mrs. Smith, American Made)
  • นักแสดง: Tom Cruise (Mission Impossible), Emily Blunt (A Quite Place), Bill Paxton (Titanic)
  • น่าดูยังไง: หนังดัดแปลงจากมังงะหรือการ์ตูนญี่ปุ่นเกี่ยวกับทหารที่ตายในสงครามระหว่างสู้รบกับเอเลียนจากต่างดาว แต่เผอิญว่าก่อนตายได้รับสารพิเศษจากเอเลียนตัวหนึ่งที่จะทำให้เขาสามารถตื่นขึ้นมาและกลับไปสู้ได้ใหม่ทุกครั้งที่ตาย (เหมือนเกมโอเวอร์แล้วกลับไปจุดเซฟได้ หรือเหมือนหนังอย่าง Groundhog Day (1993), Happy Death Day (2017)) หนังฟอร์มดีที่ได้นักแสดงเกรด A อย่าง Cruise และ Blunt มาเล่นเรื่องนี้ เดิมชื่อ Live Die Repeat (ซึ่งก็ตรงตัวดี) ประสบความสำเร็จระดับปานกลาง รายรับรวมทั่วโลกแค่ 370 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 178 ล้านเหรียญฯ แต่ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนที่ชอบหนังแนวนี้จนเรียกร้องให้มีภาคต่อ แต่ติดที่คิวของ 2 นักแสดงหลักยังแน่นไปอีกหลายปี
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: นี่เป็นหนังแอ็dชันไซไฟที่ดูสนุกและไอเดียเจ๋งที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบ 10 ปีนี้ แม้พล็อตจะฟังดูเข้าใจยาก แต่เนื้อเรื่องดูไม่ยากขนาดนั้น แถมดูเอามันและบันเทิงได้ตลอดเรื่องอย่างไม่ผิดหวังแน่นอน

Salt (2010)

Salt (2010)

Salt (2010)

  • ดูได้ตั้งแต่: 1 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Phillip Noyce (Clear and Present Danger, Patriot Games)
  • นักแสดง: Angelina Jolie (Maleficent), Liev Schreiber (Spotlight), Chiwetel Ejiofor (12 Years a Slave)
  • น่าดูยังไง: หนังสายลับรัสเซียที่แฝงตัวเข้ามาแทรกซึมในสหรัฐฯ หนังหักมุมไปมาตามแบบฉบับของหนังเกี่ยวกับสายลับสองหน้าที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เดิมบท Evelyn Salt นี้จะเป็นสายลับผู้ชาย (โดยมีการวางตัว Tom Cruise เอาไว้) จนผู้กำกับเสนอให้ Jolie มาเล่นแทน จึงทำการเปลี่ยนบทให้เป็นสายลับผู้หญิง ซึ่งเธอก็ทำได้ดีกับบทบาทนี้จนแฟน ๆ อยากให้มีภาคต่อ หนังประสบความสำเร็จทำรายได้ 293 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 110 ล้านเหรียญฯ
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: สำหรับคอหนังแอ็กชันและสายลับ นี่เป็นภาพยนตร์สายลับที่ดูสนุก ลุ้นไปกับตัวละครตลอดเรื่อง และเป็นเรื่องล่าสุดของ Jolie ที่รับบทในหนังแอ็คชัน หยิบพอปคอร์นแล้วมาดูหนังของขุ่นแม่เพลิน ๆ กันได้

Primal Fear (1996)

Primal Fear (1996)

Primal Fear (1996)

  • ดูได้ตั้งแต่: 1 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Gregory Hoblit (Frequency, Fracture, Untraceable)
  • นักแสดง: Richard Gere (Chicago) , Edward Norton (The Incredible Hulk), Frances McDormand (Three Billboards Outside Ebbing)
  • น่าดูยังไง: สำหรับคอหนังสายกฎหมายหรือหนังที่เกี่ยวกับคดีความ น่าจะชื่นชอบผลงานของผู้กำกับอย่าง Gregory Hoblit ที่ชอบทำหนังเกี่ยวกับประเด็นประมาณนี้ Richard Gere รับบทเป็นทนายความที่ว่าความแบบผิดเป็นชอบให้กับลูกความทั้งหลาย แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเขาได้พบกับคดีฆาตกรรมบาทหลวงอย่างเหี้ยมโหด หลักฐานพุ่งเป้าไปที่เด็กหนุ่มท่าทางไม่น่าจะฆ่าใครได้คนหนึ่ง (รับบทโดย Edward Norton ซึ่งถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สมทบชายตั้งแต่หนังเรื่องแรกที่เล่น ก็คือเรื่องนี้) หนังยังกล่าวไปถึงโรค Multiple Personality Disorder หรือโรคหลายบุคลิก เป็นเรื่องแรก ๆ ก่อนจะมีหนังอย่าง Identity (2003) หรือ Split (2017) หยิบมาเล่น
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: สำหรับใครที่อยากใช้ช่วงเวลาวันหยุดไปกับหนังเครียด ๆ ต้องใช้สมองไปกับการคิด วิเคราะห์ เนื้อหาของคดีความ และลุ้นไปกับบทสรุปของตัวละคร รวมถึงชอบฝีมือการแสดงของนักแสดงที่โด่งดังในเวลาต่อมา ก็น่าลองพิสูจน์หนังเรื่องนี้ดูด้วยตาตัวเอง

โปรเม อัจฉริยะ/ต้อง/สร้าง (2019)

โปรเม อัจฉริยะ/ต้อง/สร้าง (2019)

โปรเม อัจฉริยะ/ต้อง/สร้าง (2019)

  • ดูได้ตั้งแต่: 1 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: ธนวัฒน์ เอี่ยมจินดา
  • นักแสดง: ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ (Homestay), หัทยา วงษ์กระจ่าง (Project S The Series ตอน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่) , กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์
  • น่าดูยังไง: คงจะมีไม่กี่ครั้งสำหรับภาพยนตร์ไทยที่จะได้หยิบเอาชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในแวดวงกีฬามาทำ กับเรื่องนี้ของค่าย Transformation Films ที่เพิ่งเข้าฉายในโรงใหญ่ไปเมื่อกันยายนที่ผ่านมา ไม่ถึง 3 เดือนก็ได้ชมกันแล้วทาง Netflix กับหนังเกี่ยวกับชีวิตของ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล วัย 23 ปี ที่ในปี 2562 นี้ เธอสามารถไปได้ไกลถึงการครองอันดับ 5 ของนักกอล์ฟ LPGA หรือการแข่งขันกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเรื่องจะพาไปเจาะลึกถึงชีวิตของเธอและพี่สาวโมรียาที่ก็เป็นนักกอล์ฟเหมือนกัน ทั้งคู่ถูกเคี่ยวเข็ญอย่างหนักจากพ่อ เพื่อให้ได้เป็นนักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างทุกวันนี้ แลกมาซึ่งชีวิตที่ขาดหายไปของการใช้ชีวิตในวัยเด็ก (อ่านรีวิวของ WTF ฉบับเต็มได้ที่นี่)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: สำหรับใครที่อยากชมหนังชีวประวัติของบุคคลสำคัญที่เข้มข้นและจริงจัง รวมถึงการเป็นหนังไทยที่เล่าเกี่ยวกับคนไทยที่มีชื่อเสียงในยุคปัจจุบัน ก็น่าใช้เวลาช่วงวันหยุดนี้ไปกับการรู้จัก “โปรเม” นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของไทยและอาจแนะนำให้ลูกหลาน ดูเอาเป็นแรงบันดาลใจในการฝึกฝนเพื่อประสบความสำเร็จในชีวิต

Happy Death Day (2017)

็Happy Death Day (2017)

Happy Death Day (2017)

  • ดูได้ตั้งแต่: 5 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Christopher Landon (Paranormal Activity: The Marked Ones)
  • นักแสดง: Jessica Rothe (La La Land), Israel Broussard, Ruby Modine
  • น่าดูยังไง: หนังในแนวคิดของ Live Die Repeat ในรูปแบบใหม่ ๆ มีออกมาให้ชมกันในช่วงไม่กี่ปีนี้ (หลังจากห่างหายไปนาน) ซึ่งกับเรื่องนี้มาในแนวของหนังสยองขวัญฆาตกรรม “ทรี” สาวมหาวิทยาลัยใช้ชีวิตสนุกสนานไปวัน ๆ เธอโดนฆาตกรสวมหน้ากากฆ่าตายโดยไม่ทราบเหตุจูงใจ แล้วทุกครั้งที่ตายเหตุการณ์ก็จะวนลูปกลับมาเหมือนเดิม จนทรีต้องหาทางเอาชีวิตรอดเพื่อให้หลุดจากวังวนนี้ และต้องกระชากหน้ากากเปิดเผยตัวตนฆาตกรให้ได้ (อ่านรีวิวของ WTF ฉบับเต็มได้ที่นี่) หนังประสบความสำเร็จอย่างดีจากทุนสร้างในระดับหนังอินดี้ที่ 4 ล้านเหรียญฯ แต่ทำรายได้รวมทั่งโลกไป 125 ล้านเหรียญฯ จนมีภาค 2 Happy Death Day 2U (2019) ตามออกมา แม้ว่าจะทำรายได้ตกลงไปกว่าค่อนครึ่งที่ 65 ล้านเหรียญฯ แต่จากทุนสร้างแค่ 9 ล้านเหรียญฯ ก็ยังห่างไกลมากจากคำว่าขาดทุน
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: ถ้าอยากผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ไปอย่างสยองขวัญสั่นประสาทสักหน่อย ร่วมเดาบทสรุปของหนังวนลูปที่ทั้งเพี๊ยนทั้งบันเทิง คอหนังสยองขวัญก็ไม่ควรจะพลาดหนังแนวคิดแปลก ๆ เรื่องนี้

Men in Black: International (2019)

Men in Black: International (2019)

Men in Black: International (2019)

  • ดูได้ตั้งแต่:  5 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: F. Gary Gray (The Fate of the Furious, Straight Outta Compton, Law Abiding Citizen)
  • นักแสดง: Chris Hemsworth (Thor), Tessa Thompson (Thor: Ragnarok), Liam Neeson (Taken)
  • น่าดูยังไง: แม้จะเรียกได้ว่ารีบูตไม่สำเร็จกับแฟรนไชส์สุภาพบุรุษชุดดำกอบกู้จักรวาลจากเหล่าเอเลี่ยน สำหรับภาคใหม่ที่่นับเป็นภาค 4 ที่ไม่มีนักแสดงหลักอย่าง Will Smith และ Tommy Lee Jones กลับมาเล่นเลย แต่ก็ยังได้นักแสดงคู่ขวัญจาก Thor: Ragnarok (2017) อย่าง Chris Hemsworth และ Tessa Thompson มารับบทนำ สมทบด้วยดารารุ่นใหญ่อย่าง Liam Neeson กำกับโดยผู้กำกับจากหนังฮิต Fast 8 แต่หนังอาจจะขาดเสน่ห์ในความเป็นหนังตลก เพราะผู้กำกับคนนี้ทำมาแต่หนังแอ็กชันจริงจัง แต่สิ่งที่นำพาหนังให้พอดูแบบบันเทิง ๆ ไปได้ตลอดก็คือเคมีและฝีมือการแสดงของ 2 นักแสดงหลักของเรื่องนี่เอง (อ่านรีวิวของ WTF ฉบับเต็มได้ที่นี่)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: ความบันเทิงของหนังฟอร์มใหญ่ ดาราดัง ในรสชาติที่คุ้นเคยกันมานับ 20 ปีเกี่ยวกับการปราบเอเลี่ยนจากนอกโลก น่าจะเป็นความบันเทิงที่ชมกันได้ทั้งครอบครัว รวมถึงใครที่กังขาว่าทำไมหนังฟอร์มดีถึงเจ๊งได้ น่าจะต้องลองพิสูจน์กันด้วยตาตัวเองสัก 2 ชั่วโมง

Marriage Story (2019) 

Marriage Story (2019)

Marriage Story (2019)

  • ดูได้ตั้งแต่: 6 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Noah Baumbach (Mistress America, While We’re Young)
  • นักแสดง: Scarlett Johansson (Avengers: Endgame, Lucy), Adam Driver (Star Wars 7-9), Laura Dern (Jurassic Park)
  • น่าดูยังไง: หนังรักครอบครัวที่ได้นักแสดงดาวรุ่งจากหนังเมนสตรีมทั้ง Johansson และ Driver มาพลิกบทบาทครั้งใหญ่กับการเล่นหนังครอบครัว โดยมีเรื่องราวที่หนักอึ้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่รักที่เดินทางมาถึงทางแยก แม้ยังรักแต่ไม่อาจละทิ้งตัวตนของตัวเองและการเอาชนะคะคานกันได้ ทำให้ทั้งคู่กลับตัวก็ไม่ได้ จะไปก็ไม่ถึง หนังได้คะแนนจากเว็บมะเขือสดอยู่ที่ 98% และนักวิจารณ์กล่าวเป็นเสียงเดียวกันถึงความยอดเยี่ยมทางด้านการแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคน จนถึงมีลุ้นเข้าชิงรางวัลออสการ์ประจำปีนี้
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังครอบครัวขายฝีมือทางการแสดงของนักแสดงที่กำลังมาแรงทั้งคู่ในยุคนี้ นักวิจารณ์หลายคนของเมืองนอกที่ได้ชมแล้วกล่าวว่า หนังมีความคลาสสิกและมีประเด็นที่น่าสนใจคล้าย ๆ กับหนังครอบครัวฮิต ๆ ในยุค 90s แม้จะมีประเด็นหนักอึ้งแต่ก็เชื่อว่าหนังจะมีบทสรุปของเรื่องที่ดี เหมาะกับการเป็นหนังครอบครัวที่เข้าฉายในเดือนแห่งความสุขคริสต์มาสแบบนี้

6 Underground (2019)

6 Underground (2019)

6 Underground (2019)

  • ดูได้ตั้งแต่: 13 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Michael Bay (Transformers 1-5 / Armageddon / The Rock / Bad Boys)
  • นักแสดง: Ryan Reynolds (Deadpool), Mélanie Laurent (Inglourious Basterds), Dave Franco (Now You See Me)
  • น่าดูยังไง:  แฟน ๆ ของเจ้าพ่อผู้กำกับหนังบู๊ Michael Bay ต่างรอคอยให้เขาหลุดพ้นออกจากวังวนของการสร้างหนัง Transformers เสียที ซึ่งเป็นการดีที่ในที่สุด…หนังก็เจ๊งในภาค 5 และทำให้ Bay ต้องหาลู่ทางทำกินใหม่กับ Netflix หนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทีมนักท้ามฤตยู 6 คน ที่แกล้งตายเพื่อตั้งทีมปราบอาชญากรวายร้ายของโลก นำทีมนักแสดงด้วยนักแสดงที่เล่นหนังเรื่องไหนก็ดังเรื่องนั้นในนาทีนี้อย่าง เจ้า “Deadpool” Ryan Reynolds โดยหนังยังคงสไตล์ระเบิดภูเขาเผากระท่อม เต็มไปด้วยฉากตึกสูง (และมีคนไถลตัว-ตกลงมา) เครื่องบินรบ รถคันสวย ตามสไตล์ป๋า Bay (หลายช็อตก็อดนึกถึง Transformers ไม่ได้เลย)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: แฟนคลับของป๋า Bay รอลุ้นการ comeback กับหนังทุนสร้าง 125 ล้านเหรียญฯ กันได้ และสำหรับคอหนังแอ็กชันสไตล์มัน ๆ ที่อยากดูอะไรเพลิน ๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ได้ชมนักแสดงฟอร์มดี ในหนังบันเทิงพอปคอร์น 6 Underground ก็น่าจะเป็นคำตอบนั้น

King Kong (2005)

King Kong (2005)

King Kong (2005)

  • ดูได้ตั้งแต่: 16 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Peter Jackson (The Lord of the Rings 3 ภาค และ The Hobbit 3 ภาค)
  • นักแสดง: Naomi Watts (The Ring), Jack Black (Jumanji: Welcome to the Jungle), Adrien Brody (The Pianist), Andy Serkis (Star Wars 7-8)
  • น่าดูยังไง: ในช่วงที่กำลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการกวาดทั้งรางวัลออสการ์มากตัวที่สุดในประวัติศาสตร์ (11 ตัว) จากภาคสุดท้าย The Return of the Kings (2003) เทียบเท่ากับหนังในประวัติศาสตร์อย่าง Ben-Hur และ Titanic ยังไม่ได้นับรายได้ที่เกิน 1,000 ล้านเหรียญฯ ทั่วโลก ผู้กำกับ Peter Jackson จึงมั่นใจในฝีมือตัวเองสุด ๆ ในการหยิบผลงานคลาสสิกอย่างหนัง King Kong ในอดีตกลับมาปัดฝุ่นทำใหม่ในความยาวถึง 3 ชั่วโมง อันประกอบไปด้วยการผจญภัยไปยังเกาะหัวกะโหลกลึกลับของทีมถ่ายทำหนัง ฉากการต่อสู้ของคิงคองและสัตวในยุคดึกดำบรรพ์ แล้วยังลากยาวต่อมาถึงการพาคิงคองออกจากเกาะมายังโลกมนุษย์ ที่ทำให้หนังกลายเป็นหนังมหันตภัยไปได้อีกช่วงหนึ่ง ก่อนปิดท้ายด้วยโศกนาฎกรรม
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: ด้วยความหลากหลายของการเล่าเรื่อง และความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง ทำให้นักวิจารณ์ไม่ค่อยชอบที่หนังไปไม่สุดสักทาง แต่สำหรับคนดูทั่วไปที่ดูเพื่อความบันเทิง นี่คือการจัดใหญ่จัดเต็มของผู้กำกับ The Lord of the Rings ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการเนรมิตภาพที่สวยงาม ฟื้นคืนชีพไดโนเสาร์และอสูรกายได้เหมือนกับใน Jurassic Park และทำให้หนัง King Kong ได้มีเวอร์ชันที่สมบูรณ์ที่สุด ความบันเทิงชั้นดีที่คอหนังผจญภัยจะชอบแน่นอน

Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004)

Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004)

Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004)

  • ดูได้ตั้งแต่: 16 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Michel Gondry (The Green Hornet, Sorry to Bother You)
  • นักแสดง: Jim Carrey (Bruce Almighty), Kate Winslet (Titanic), Mark Ruffalo (Avengers: Endgame)
  • น่าดูยังไง: หนังที่ชนะรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และส่งชื่อให้นักแสดง Kate Winslet เข้าชิงนำหญิงยอดเยี่ยมครั้งที่ 4 (จากทั้งหมดในตอนนี้ที่นับได้ 7 ครั้ง ชนะ 1 ครั้ง) หนังเกี่ยวกับความพยายามอยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ ที่ทำให้นักแสดงที่เล่นหนังตลกมาตลอดอย่าง Jim Carrey ได้มีหนังดราม่าขายฝีมือทางการแสดงกับเขาด้วย เบื้องหลังการสร้างที่น่าสนใจคือ ในเวลานั้น Jim Carrey เพิ่งจะเลิกรากับคู่หมั้นนักแสดงสาว Renée Zellweger มาหมาด ๆ ซึ่งพอผู้กำกับ Michel Gondry รู้เข้า ก็เลยจ้างนักแสดงประกอบที่หน้าเหมือน Renée มาเข้าฉากเป็นหนึ่งในตัวละครที่เลิกกับตัวละครของ Jim ซึ่งทำให้ตลอด 1 ปี Jim จะอยู่ในภาวะอกหักตลอดที่เจอหน้ากับนักแสดงหญิงคนนี้ ก่อนที่ Michel จะตัดฉากของนักแสดงคนนั้นออกจากหนังทั้งหมด (จริง ๆ ก็คือ จ้างมาแค่เพื่อให้ Jim ซึมเศร้ากับการอกหักไปตลอด 1 ปี นั่นเอง!)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: ความรัก ความสุข และความทรงจำ เป็นสิ่งที่แฝงเร้น ซ่อนอยู่ในช่วงปีใหม่หรือเทศกาลต่าง ๆ ที่จะทำให้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวทั้งดีและไม่ดีของปีที่ผ่านมา รวมถึงช่วงเวลาในเทศกาลนั้น ที่เคยได้ใช้กับใครสักคนที่ทั้งอยากลืมและอยากจำ ถ้าทั้งหมดที่เขียนมาโดนใจคุณละก็ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะทำให้คุณทั้งขมขื่นและยิ้มรื้นไปกับคราบน้ำตาอย่างแน่นอน

Cast Away (2000)

Cast Away (2000)

Cast Away (2000)

  • ดูได้ตั้งแต่: 17 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Robert Zemeckis (Forrest Gump, Contact, Back to the Future ทั้ง 3 ภาค)
  • นักแสดง: Tom Hanks (Forrest Gump), Helen Hunt (Twister)
  • น่าดูยังไง: คงไม่ต้องพูดอะไรกันให้มากสำหรับหนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีซของคู่หูผู้กำกับและนักแสดงจาก Forrest Gump (1994) ที่กลับมาสานต่อความสำเร็จของหนังแห่งความประทับใจ เล่าเรื่องของชายผู้ติดเกาะหลังจากเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในเหตุการณ์เครื่องบินตก Tom Hanks แบกหนังทั้งเรื่องไว้คนเดียวจนแทบจะเป็นการแสดงหนังเดี่ยวของเขา แต่ก็สมบทบาทที่ต้องลดน้ำหนักให้ผอมแห้งได้อย่างสมจริง จึงไม่พ้นที่เขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์นำชายจากเรื่องนี้อีกเรื่อง หนังทำรายได้ทั่วโลกไป 429 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 90 ล้านเหรียญฯ
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังที่เป็นหัวหอกของหนังติดเกาะแต่เพียงผู้เดียวตลอดกาล เชื่อว่าคอหนังหลายคนต้องเคยดูมากกว่าจะไม่เคยดู (และดูกันมากกว่าหนึ่งรอบ) ซึ่งสำหรับคนเหงา 2019 ที่อยากจะหาหนังเรื่องราวเหงา ๆ แต่แฝงความประทับใจในความพยายามเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่เลวร้าย การหวนกลับไปชมหนังที่น่าจะสร้างขวัญและกำลังใจให้กับการเดินหน้าในปีใหม่ ๆ เรื่องนี้ อาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย

A Cure of Wellness (2016)

A Cure of Wellness (2016)

A Cure of Wellness (2016)

  • ดูได้ตั้งแต่: 21 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Gore Verbinski (The Pirate of the Caribbean 1-3, Rango, The Ring, Rango)
  • นักแสดง: Dane DeHaan (Chronicle), Jason Issacs (Harry Potter), Mia Goth
  • น่าดูยังไง: หนังจากผู้กำกับดังที่มีผลงานอย่างหนังโจรสลัดแจ็ค สแปร์โรว์ ซึ่งฮิตระเบิด กลับมาทำหนังสยองขวัญอย่างที่เขาถนัดตอนทำหนังอย่าง The Ring ที่ดัดแปลงจากหนังญี่ปุ่นอีกที หนังว่าด้วยเรื่องของ ล็อคฮาร์ต ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงในบริษัทค้าหุ้นวอลล์สตรีท เขาถูกบอร์ดบริหารส่งตัวไปสถานบำบัดลึกลับเชิงที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอลป์เพื่อไปตามตัว CEO ให้กลับมาเซ็นสัญญา ระหว่างเดินทางกลับ ล็อคฮาร์ตเจออุบัติเหตุระหว่างทางทำให้เขาต้องกลายเป็นคนไข้ของที่นี่ไปโดยปริยาย ไม่นานนักเขาก็เริ่มรู้สึกว่าสถานบำบัดนี้ไม่ชอบมาพากล และมีความลับซุกซ่อนไว้มากมาย (อ่านรีวิว WTF ฉบับเต็มได้ที่นี่) หนังนำแสดงโดยนักแสดงวัยรุ่นที่กำลังรุ่งในตอนนั้นอย่าง Dane DeHaan (Valerian and the City of a Thousand Planets)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: แม้ว่าหนังจะเป็นหนังสยองขวัญที่ไม่แปลกใหม่ (คล้าย ๆ หนังอย่าง Shutter Island (2010)) แต่ข้อดีของหนังอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับคือโปรดักชัน และการถ่ายภาพให้คุมโทนสีเขียวมืด ๆ อย่างสยอง ๆ ที่ทำให้นึกถึงหนังของ Hitchcock หรือหนังหลอน ๆ ในยุค 60 คอหนังสยองขวัญพีเรียดหรือหนังลึกลับที่ต้องลุ้นกับตอนจบ A Cure of Wellness ก็ใช่ทางเลือกที่แย่จนเกินไป

Victoria & Abdul (2017)

Victoria & Abdul (2017)

Victoria & Abdul (2017)

  • ดูได้ตั้งแต่: 23 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Stephen Frears (The Queen, Florence Foster Jenkins, Philomena)
  • นักแสดง: Judi Dench (Skyfall), Ali Fazal (Furious 7), Michael Gambon (Harry Potter)
  • น่าดูยังไง: Stephen Frears คือผู้กำกับที่เชี่ยวชาญเหลือเกิน ในการกำกับนักแสดงหญิงระดับเทพให้ได้เข้าชิงหรือคว้ารางวัลออสการ์ เขาเคยร่วมงานมาแล้วกับทั้ง Meryl Streep หรือการทำให้ Helen Mirren คว้ารางวัลออสการ์นำหญิงจากบทพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ใน The Queen ผู้กำกับ Frears กลับมาทำหนังเกี่ยวกับพระราชินีอีกครั้ง แต่เป็นหนังพีเรียดที่ย้อนเวลากลับไปหน่อย เกี่ยวกับการนำเสนอวาระสุดท้ายของควีนวิคตอเรีย ซึ่ง ณ ขณะนั้น เป็นสถาบันกษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุด ปกครองประชาชนอังกฤษและประเทศภายใต้อาณานิคมกว่า 3,000 ล้านคน ผ่านเรื่องราวที่ถูกเก็บเป็นความลับในความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างเธอกับคนรับใช้ชาวอินเดีย (เพราะราชวงศ์อังกฤษไม่ต้องการแพร่งพราย โดยเฉพาะพระราชโอรสที่คิดว่าแม่เสียสติ) เรื่องความสัมพันธ์นี้เพิ่งจะถูกเปิดเผยเมื่อปี 2010 จากบันทึกส่วนตัวของ Abdul Karim ที่เกือบจะได้รับพระราชทานยศอัศวินจากการเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้เพียงคนเดียวของควีน (อ่านรีวิว WTF ฉบับเต็มได้ที่นี่)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังสนุกมากตรงที่เป็นหนังคอมเมดี้ภายใต้บรรยากาศของราชสำนัก รวมไปถึงการเป็นอีกรสชาติหนึ่งของหนังอังกฤษ เต็มไปด้วยมุกตลกสถานการณ์ที่ไม่ห่ามและหยาบคาย ใครที่ถวิลหาอารมณ์ขันของหนังอังกฤษในยุค 90s ที่หนังแนวนี้เคยเฟื่องฟูก็จะได้สัมผัสจากหนังเรื่องนี้ การแสดงของ Dench แบกหนังไว้ทั้งเรื่องและถ่ายทอดทุกอารมณ์ คำพูด และความรู้สึกของพระราชินีออกมาได้อย่างน่าเห็นใจในชะตากรรม ที่คนสนิทรอบตัวแม้กระทั่งลูกหลานยังไว้ใจไม่ได้ หนังทำให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ที่ดีของคนเราไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกด้วยฐานันดรหรือวัยที่่ต่างกัน

ตุ๊กแกรักแป้งมาก (2014)

ตุ๊กแกรักแป้งมาก (2014)

ตุ๊กแกรักแป้งมาก (2014)

  • ดูได้ตั้งแต่: 27 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: ยุทธเลิศ สิปปภาค (กุมภาพันธ์, บุปผาราตรี, รัก/สาม/เศร้า)
  • นักแสดง: จิรายุ ละอองมณี, ชนม์ทิดา อัศวเหม, บริบูรณ์ จันทร์เรือง, น้อย โพธิ์งาม
  • น่าดูยังไง: บางจังหวะนึกถึง Forrest Gump (1994) ที่ใช้ฉากหลังของสถานการณ์ในอดีตมาประกอบเรื่องที่เรื่องเกิดขึ้นมาอย่างเป็น background ของเรื่องราว และทำให้นึกถึงหนังอย่าง Cinema Paradiso (1988) หรือ Tonight, at Romance Theatre (2018) ที่เกี่ยวข้องกับโรงหนังที่กำลังจะเลิกกิจการ กำกับโดยผู้กำกับที่เชี่ยวชาญหนังรักของเด็กแนว มากที่สุดคนหนึ่งของบ้านเรา อย่างต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค ที่เคยกำกับหนังกุมภาพันธ์, รัก/สาม/เศร้า, สายล่อฟ้า นำแสดงโดย เก้า จิรายุ ละอองมณี (Suckseed ห่วยขั้นเทพ), เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวของนักร้อง นันทิดา แก้วบัวสาย และ ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ นักแสดงเด็กที่โด่งดังในเวลานั้นจากละคร “ทองเนื้อเก้า”
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังน่ารักที่เดิมตามสูตรสำเร็จ nostalgia หรือที่หมายถึงการถวิลหาบรรยากาศเก่า สถานที่เก่า เพลงเก่าที่ทุกคนคิดถึง (เป็นอดีตที่ก่อนยุคแฟนฉัน) เป็นหนังฟีลกู้ดที่คุ้นเคย เพราะวิธีการเล่าเรื่องรวมถึงเทคนิคของฟิล์มและการถ่ายทำที่ภาพในหนังทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูหนังที่ถ่ายด้วยฟิล์มสมัย พ.ศ. 2535-2545 เรียกได้ว่าเป็นหนังรักที่น่ารัก แฝงความอบอุ่นละมุนละไมของความคิดถึง และเป็นหนังที่ลงตัวที่สุดของต้อม-ยุทธเลิศ ก็ว่าได้ ส่วนใครที่เคยประทับใจกับหนัง ก็ลองย้อนกลับไปดูความประทับใจของ “แม่นาคลิงโขง” กันอีกสักรอบ

Men in Black 3 (2012)

Men in Black 3 (2012)

Men in Black 3 (2012)

  • ดูได้ตั้งแต่: 31 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Barry Sonnenfeld (Men in Black ทั้ง 3 ภาค, Get Shorty, Wild Wild West)
  • นักแสดง: Will Smith (Independence Day), Josh Brolin (Avengers: Endgame), Tommy Lee Jones (The Fugitive)
  • น่าดูยังไง: หนังคู่หูพิทักษ์โลกมนุษย์ที่มีเหล่าเอเลียนทั้งดีและร้ายแฝงตัวอยู่ Will Smith ประกบคู่กับนักแสดงฝีมือฉกาจอย่าง Tommy Lee Jones ที่มารับบทเป็นคู่หูต่างวัยกับบทตลกหน้าตาย ในภาคแรกออกฉายปี 1997 และภาคสองในปี 2002 ก่อนที่ภาคสามจะเปลี่ยนผู้รับบทเอเยนต์เคของ Jones มาเป็น Josh Brolin เพราะเรื่องราวในเรื่องเป็นการย้อนเวลาไปในอดีตของเอเยนต์เจ หนังอาจจะดูเรื่อย ๆ ตลอดเรื่อง แต่มาดีเอาบทสรุปในตอนจบที่ถ้าใครได้ดูแล้ว คงรู้สึกเต็มอิ่มกับความสัมพันธ์ที่เอเยนต์เคมีต่อเอเยนต์เจ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพ่ออีกคนหนึ่งของเขาเลย
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังเป็นความบันเทิงแบบเบาสมอง ผสมรวมกับฉากแอ็กชันแฟนตาซีที่ทำให้คิดถึงหนังยุค 90s ที่ภาค 1 และ 2 เคยทำเอาไว้จนประสบความสำเร็จ ถ้าดูเอาเพลิน ๆ ในช่วงวันหยุดก็เป็นการฆ่าเวลาได้ดีเหมือนกัน

Justice League (2017)

Justice League (2017)

Justice League (2017)

  • ดูได้ตั้งแต่: 31 ธันวาคม
  • ผู้กำกับ: Zack Snyder (300, Watchmen, Man of Steel, Batmen v Superman: Dawn of Justice)
  • นักแสดง: Ben Affleck (Argo), Henry Carvill (Man of Steel), Amy Adams (Arrival), Gal Gadot (Wonder Woman)
  • น่าดูยังไง: หนังมีจุดแข็งที่งานภาพที่ต้องยอมรับว่ามีความเป็นภาพยนตร์สูงมาก ทั้งมุมกล้อง การวางองค์ประกอบศิลป์ การจัดแสง นี่ยังรวมถึงการออกแบบการต่อสู้ เพราะดูรุนแรงและเอาจริงเอาจังในแนวแอ็กชัน ซึ่งพัฒนาขึ้นจากหนังเรื่องเก่า ๆ อย่าง  Man of Steel, Batmen v Superman: Dawn of Justice ที่แม้จะสวยจริงแต่ก็ยืดย้วยน่าเบื่อไป ในเรื่องนี้พอฉากไม่ย้วยหนังเลยมีความยาวแค่ 2 ชั่วโมงได้ จากปกติหนังที่ผ่านมาจะอยู่ที่ราว 2 ชั่วโมงครึ่งที่อาจนานเกินไป นับว่าดีที่รู้ตัวว่าเล่าเรื่องไม่สนุกได้แบบมาร์เวลก็อย่าไปฝืนเล่าให้เท่ากัน หากไม่อคติเกินไป หนังก็จัดอยู่ในหมวดหนังซูเปอร์ฮีโร ที่จัดเต็มความบันเทิงที่ดูเพลิน ๆ ได้อย่างดี (อ่านรีวิว WTF ฉบับเต็มได้ที่นี่)
  • ความสุขในช่วงเทศกาล: หนังซูเปอร์ฮีโรที่จัดเต็มที่สุดแล้วของ DC Universe แม้ว่าว่าการรวมตัวของเหล่าฮีโรเรื่องนี้จะอยู่ในระดับไม่ประสบความสำเร็จ จากการถอนตัวเพราะลูกสาวเสียชีวิตกะทันหันของผู้กำกับ Zack Snyder (ตามเหตุผลที่ทางค่ายหนังแถลง) ท่ามกลางข่าวลือมากมายเกี่ยวกับการแทรกแซงของค่าย จนได้ Joss Whedon ผู้กำกับ The Avengers (2012) มากำกับแทน จนถึงในปัจจุบันก็ยังมีการเรียกร้องของเหล่าแฟนหนัง ผู้กำกับ และนักแสดงหลักของเรื่อง ให้ค่าย Warner Brothers ปล่อยเวอร์ชัน Snyder Cut ออกมาให้แฟนๆ ได้ชม แต่ค่ายก็ดูจะยังไม่ยอมใจอ่อนง่าย ๆ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น