รวม meme ฮิตบนโลกอินเทอร์เน็ตใน MV เพลง “The Birthday Party” ของ 1975

หลังจาก The 1975 เปิดตัวเว็บไซต์ ​”ดิจิทัลดีท็อกซ์” ที่มีชื่อว่า Mindshower ออกมาเราก็ได้แต่งงว่ามันคืออะไร เพิ่งมาถึงบางอ้อก็ตอนได้ดู MV “The Birthday Party” นี่ล่ะ

“คุณกำลังมองหาหนทางห่างไกลจากโลกออนไลน์สักพักสินะ” เจ้าระบบ “Mindshower” ดิจิทัลดีท็อกซ์ ถามแมตตี้ ฮีลีย์ ในเวอร์ชันโลกไซเบอร์ในตอนต้นของ MV ที่งานนี้ทำเก๋ด้วยการทำเป็นซีจีทั้งเพลง เล่าเรื่องของ แมตตี้ในเวอร์ชันซีจีที่ต้องการมา “ดิจิทัลดีท็อกซ์” โดยเขาต้องทิ้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกใด ๆ เอาไว้ภายนอกและเข้าไปในสวนที่งดงามราวฝันเพื่อทำการดีท็อกซ์ตัวเองให้ห่างไกลจากความวุ่นวายของโลกออนไลน์แต่ในนั้นนอกจากความสงบแล้วเขากลับได้เจอกับเหล่าบรรดา meme สุดฮายอดฮิตบนโลกอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

ตัวเพลงก็แปลกแตกต่างดี เหมือนได้ดีท็อกซ์หูจากความแรง ความวุ่นวาย ความเร้าใจใด ๆ มาสู่ท่วงทำนองที่เบาสบาย ตัว MV ก็มีสีสันแถมทำให้เราสนุกกับการแกะ easter eggs ว่าใน MV นี้มี meme ตัวใดบ้าง ลองดู MV กันก่อน แล้วมาดูกันครับว่าในนี้มี meme ยอดฮิตตัวใดบ้าง


“เจ้ากบดราม่า Pepe The Frog”

เจ้ากบดราม่าหน้าเศร้า Pepe The Frog ถือกำเนิดขึ้นในฐานะตัวละครหนึ่งในการ์ตูนเรื่อง Boy’s Club ผลงานของ แมตต์ ฟิวรี (Matt Furie) ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2005 แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่สะดุดตาเป็นกบดราม่าหน้าเศร้า มันจึงถูกใช้เป็นมีมเพื่อแสดงความรู้สึกบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2008 แต่ต่อมาในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาปี 2016 เจ้ากบ Pepe ก็ถูกนำใช้เป็นมาสคอตเชิดชูคนขาวกีดกันคนต่างด้าวและผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยกลุ่มขวาจัด ด้วยการแต่งภาพให้ Pepe เป็นนาซีและกลุ่มคูคลักซ์แคลน และนอกจากนี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยังนำเอาภาพที่มีคนวาดล้อให้เขากลายเป็น Pepe The Frog มาทวีต ในช่วงหาเสียงอีกด้วย

จนในที่สุดเจ้ากบดราม่าหน้าเศร้าตัวนี้ก็ได้กลายเป็น “สัญลักษณ์ของความเกลียดชัง” แมตต์ ฟิวรีผู้สร้างมันขึ้นมาก็เลยต้องจัดการสังหารเจ้ากบผู้น่าสงสารโดยวาดภาพมันกำลังนอนสิ้นใจอยู่ในโลงศพ โดยมีเพื่อนตัวการ์ตูนมาร่วมไว้อาลัย ซึ่งใน MV เพลงนี้เราก็จะเห็นเจ้ากบ Pepe หลีกลี้หนีความวุ่นวายมาเล่นโยคะอยู่ในสวน


ช็อตต่อไปนี้มากันถึง 4 เริ่มกันที่ตัวแรกก่อนเลย

“ไอ้หน้าเกรียน Trollface”

นี่คือมีมที่เราเห็นหน้าค่าตาบ่อยมากที่สุดตัวหนึ่ง เพราะมันถูกเอาไปใช้ ไปล้อ ไปเล่นมากมาย ใช้เมื่อไหร่ก็ฮาเมื่อนั้น “Trollface” คือตัวละครหนึ่งใน Rage Comics เป็นภาพลายเส้นหน้าคนพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัยไม่น่าไว้วางใจ และก็เป็นไปตามชื่อกับใบหน้าสุดเกรียนของมันนี่ล่ะ เจ้า Trollface ก็เลยถูกใช้สื่อถึงการแสดงออกทางใบหน้าของคนเกรียน ๆ ที่สร้างความวุ่นวายบนโลกออนไลน์

ไอ้หน้าเกรียน Trollface เป็นผลงานของ Carlos Ramirez ศิลปินหนุ่มจากโอ๊คแลนด์ที่สร้างสรรค์เจ้าตัวนี้ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของ MS PAINT เว็บคอมิก ซึ่งต่อมาได้อัพโหลดลงใน  DeviantART เมื่อปี 2008

ใน MV เราจะเห็นเจ้า Trollface ใส่วิกผมนั่งหน้าสลอนอยู่บนเห็ดยักษ์ โดยมันพยายามทำตัวเป็น “Derpina” ตัวละครหญิงจาก Rage Comics ต้นกำเนิดเดียวกันกับเจ้า Trollface

Derpina

 

“เอิร์ธจัง” (Earth-chan)

เอิร์ธจังเป็นเด็กสาวสไตล์อนิเมะใส่เสื้อนาซ่ามีผมเป็นสีฟ้าเขียว ประกอบกับรูปทรงกลมของหัว พอเวลามองแล้วจึงดูเหมือนโลกของเราเวลาที่เรามองเห็นจากนอกโลก ดังนั้นเอิร์ธจังจึงถูกใช้เป็นตัวแทนของ “โลก” นั่นเอง ด้วยความที่เป็นเด็กสาวเอเชีย หน้าอกหน้าใจของเธอเลยไม่บึ้บบั้บเท่าไหร่ เอิร์ธจังจึงมักถูกใช้ในการล้อถึงความไม่มั่นใจในหน้าอก “แบน” ของเธอซึ่งอ้างอิงมาจาก “ทฤษฎีโลกแบน” นั่นเอง ต่อมาเลยมักมีคนทำเอิร์ธจังในเวอร์ชันบึ้บบั้บมาแก้เกมบ้าง จากน่ารักเลยกลายเป็นเซ็กซี่ไปเลย

credit :www.dimaar-online.com

“Neckbeard”

ที่อยู่ตรงขวามือด้านหลังใส่หมวกขอบโค้ง (Fedora) นั่นคือ Neckbeard ซึ่งเป็นมีมที่ใช้สื่อถึงคนที่ติดอินเทอร์เน็ตงอมแงมเก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนตัวอ้วนฉุ หนวดเครารุงรัง เป็นที่นิยมใช้กันในบอร์ดอย่าง 4chan หรือ Reddit

“เหมียวเศร้าเคล้าน้ำตา” (Crying Cat)

น้องเหมียวน้ำตาคลอนี้มีอีกชื่อหนึ่งคือ “Schmuserkadser” มีที่มาจากภาพโฟโต้ชอปแมวเหมียวที่มีแววตาเวาวามไปด้วยน้ำตาคลอหน่วย ราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมา คือจะดูน่าสงสาร น่ารัก หรือฮาก็ไม่แน่ใจ มันรวม ๆ กัน แต่ความน่ารักของมันนี่ล่ะ เจ้าเหมียวเศร้าเคล้าน้ำตานี่ก็เลยเป็นที่ฮิตกันในโลกออนไลน์และเอาไปใช้กันอย่างแพร่หลาย


“น้องหมาแต่งตัวเป็นมิกกี้เมาส์”

ส่วนในภาพนี้ทางด้านขวาคือน้องหมาที่ถูกจับแต่งตัวเป็นมิกกี้เมาส์ ซึ่งเป็นภาพไวรัลฮิตบนโลกออนไลน์


“มนุษย์หุ้น Stonks”

นี่ไม่ใช่ “CTPO” หุ่นกระป๋องสีทองใน Star Wars หากแต่มันคือ “Stonks” ซึ่งผันมาจากคำว่า “Stocks” ที่แปลว่าหุ้น เป็นหนึ่งในซีรีส์ของ Surreal Memes หรือ Ironic Memes ซึ่งหมายถึงพวกมีมที่ทำขึ้นมาล้อหรือเสียดสีในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง อย่างในกรณี Stonks นั้นเราจะเห็นเป็นคนใส่สูทยืนอยู่หน้าบอร์ดหุ้นพร้อมชื่อ “Stonks” อยู่ด้านล่างขวา ซึ่งมีมนี้เป็นมุกฮาเพื่อจะล้อคนที่ตัดสินใจซื้อขายหุ้นผิดพลาดหรือโดนหุ้นกินนั่นเอง


“ตามหาสาวกอธ” (Looking for goth gf)

ใน MV เราจะเห็นไอ้หนุ่มคนหนึ่งวิ่งแปะป้ายประกาศ “ตามหาสาวกอธมาเป็นแฟน” ซึ่งมาจากมีม “Goth GF” ซึ่งเป็นมุกฮาที่พูดถึงการอยากได้สาวโกธิกมาเป็นแฟน ซึ่งมีมนี้ก็มีการเอาไปล้อในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ส่วนใน MV เพลงในป้ายประกาศเราจะเห็นรูปตัวการ์ตูนสาวกอธพร้อมคำอธิบายสรรพคุณว่า “พร้อมที่จะมีความเศร้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ” เพราะความหม่นความดาร์กนั้นเป็นเอกลักษณ์ของสาวสไตล์นี้นั่นเอง


“พีโดไอ้หมีหื่น”  (Pedobear)

พีโดไอ้หมีหื่น หรือ Pedobear นี้มีที่มาจากบอร์ด 4Chan ซึ่งมันถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงโพสต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมหรือผิดกฏหมาย หลังจากนั้นความหมายของมันก็ถูกขยายไปใช้ในการตอบกลับใครสักคนว่าเป็นคนหลอน ๆ หื่น ๆ

ส่วนที่มาของชื่อพีโดนั้น มาจากคำว่า “พีโดฟิเลีย (Pedophilia)” ซึ่งแปลว่าโรครักเด็ก หรือ โรคโลลิค่อนนั่นแหละ ซึ่งคำว่า พีโดส (pedos) หรือไพโดส (pidos) ในภาษากรีกแปลว่าเด็ก ส่วนคำว่าฟีเลีย แปลว่าชอบหรือรัก พีโดฟิเลียจึงแปลว่าชอบหรือรักเด็ก(ในเชิงทางเพศ)นั่นเอง เจ้าหมีตัวนี้ก็เลยเป็นตัวแทนความหื่นระดับเสี่ยงคุก มันเลยมักถูกนำไปใช้ล้อเลียนและไปปรากฏตัวตามภาพต่าง ๆ ที่มีตัวละครเด็ก เช่น PowerPuff Girls เป็นต้น ซึ่งใน MV นี้เราจะเห็นว่าเจ้าหมีพีโดมันมาโผล่ตอนที่แมตตี้แปะป้าย “Looking for goth gf” พอดี


“Dat Boi”

ช็อตนี้มาไวไปไว ดูดี ๆ เราจะเห็นเจ้ากบเขียวบนล้อจักรยานหันหลังให้เราอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้ มันคือ “Dat Boi” (อ่านแบบเดียวกับคำว่า That Boy) เป็นชื่อเล่นของตัวละคร 3D รูปกบเขียวขี่จักรยานล้อเดียว ซึ่งมักจะมาพร้อมวลีว่า “here comes dat boi!” และ “o shit waddup,” ซึ่งกลายเป็นไวรัลฮิต (ได้ยังงัยก็ไม่รู้) ในช่วงปี 2016


“Basement Dweller / Butthurt Dweller / Gordo Granudo”

Basement Dweller  , Butthurt Dweller หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ  “Gordo Granudo” เป็นญาติสนิทชิดเชื้อกันกับมีม Neckbeard เพราะความหมายของสองมีมนี้มักจะสื่อไปในทางเดียวกัน  Basement Dweller เป็นมีมแบบ image macro คือเอาภาพนิ่งมาแปะตัวอักษรเพื่อความเอาฮา โดยเป็นรูปของหนุ่มหน้าหม่น (ไม่ใช่หน้ามนนะ) รัดผม ใส่แว่น พร้อมข้อความประกอบชวนฮา ซึ่งเจ้าของใบหน้านี้ที่แท้แล้วคือหนุ่มฟินแลนด์คนหนึ่งซึ่งใช้ชื่อบนโลกออนไลน์ว่า KimmoKM ในตอนแรกมีมนี้แพร่หลายกันในบอร์ดของฟินแลนด์ชื่อว่า “Ruma huora, en panisi” (ซึ่งแปลว่า…หรี่อัปลักษณ์ ฉันไม่ซั่มเธอแน่ ๆ) จากนั้นจึงเริ่มไปปรากฏตัวบนบอร์ด 4chan และที่อื่น ๆ

ใน MV นี้โผล่มาเป็นฉากหลังตอนที่ แมตตี้กำลังเต้นโยก ๆ อยู่ โดยเป็นภาพหน้าบู่ของ Gordo Granudo พร้อมข้อความสองบรรทัดบนและล่าง ด้านบนเป็นเนื้อเพลง ด้านล่างเขียนว่า “BOTTOM TEXT” หมายถึงคนที่ใช้โปรแกรมออนไลน์ทำมีมแล้วไม่เข้าใจใน format ของมัน ก็เลยไม่ใส่ข้อความทับแทยงไปตรงคำว่า “BOTTOM TEXT” ข้อความนี้มันก็เลยยังอยู่ที่เดิม


“Green text Stories”

ส่วนในช็อตนี้เราจะเห็นแมตตี้เต้นอยู่ท่ามกลางตัวอักษรมากมาย ซึ่งมันก็คือ Green text Stories ซึ่งเป็นเรื่องราวหรือข้อความที่เขียนแบบสั้นกระชับ ซึ่งนิยมแชร์กันบนบอร์ด 4chan ลักษณะเด่นของ Green text Stories ก็คือการเขียนด้วยตัวอักษรสีเขียว ใช้ present tense และ มีการละเอาคำสรรพนามออกไป อย่างเช่น ประโยค “Eating sandwiches at …” ก็อาจจะละสรรพนามไปเช่น I am eating หรือ he she it they อะไรก็แล้วแต่นั่นเอง


“ไอ้หนุ่มเหลียวหลัง” (Distracted Boyfriend)

ไอ้หนุ่มเหลียวหลัง (Distracted Boyfriend) เป็นหนึ่งในภาพสต็อกอันลือลั่นจาก iStock เป็นภาพของชายหนุ่มที่เดินเคียงข้างแฟนสาว แต่ว่าดวงตากลับจับจ้องมองแบบเหลียวหลังไปที่สาวสวยที่เดินสวนกัน โดยมีแฟนสาวทำหน้าเคืองขุ่นอยู่ข้าง ๆ

ด้วยความฮาเบอร์นี้มันจึงถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะแปะป้ายลงไปที่คนทั้งสาม เพื่อสื่อถึงการทำอะไรที่ขัดแย้ง หรือการทำในสิ่งที่ต้องห้ามหรือเป็นภัย นอกจากนี้ยังมีการทำไอ้หนุ่มเหลียวหลังเวอร์ชันกลับตาลปัตรด้วยการสลับเป็นแฟนสาวเหลียวหลังมองหนุ่มแทนอีกด้วย จะฮากันไปไหนเนี่ย 555


Momo / Ermahgerd Girl /  Sherk

ช็อตนี้มากันถึง 4 มุมซ้ายบนนี่คือจำพวกเดียวกันกับพวกไวรัลเสื่อม ๆ ที่ใช้รูปสัตว์มาทำ เหมือนเจ้าหมามิกกี้เมาส์ที่เราเห็นในช็อตก่อน  ส่วนมุมซ้ายล่าง คือ “Ermahgerd Girl” (หรือ สาวน้อยโอ้มายก็อดนั่นเอง คำว่า “ermahgerd” นั้นมาจากคำว่า “oh my God” แค่เอามาเขียนให้มันคูล ๆ เท่านั้น) Ermahgerd มีชื่ออื่น ๆ อีกคือ “Gersberms” และ “Berks” เป็นมีมแบบ image macro เหมือน Basement Dweller โดยเป็นภาพเด็กสาวหน้าเหวอยืนถือซีรีส์หนังสือวรรณกรรมสยองขวัญเด็ก “Goosebumps”

คราวนี้มาทางฝั่งขวา ด้านบนก็คือ “Shrek” ที่เรารู้จักกันดีแต่เป็นเวอร์ชัน​”หน้าเกรียน” ด้วยความโด่งดังของตัวละครตันี้ คนก็เลยหยิบไปทำเป็นมีมฮา ๆ มากมายหลากหลายรูปแบบ ส่วนด้านขวาล่างนั่นคือเจ้า Momo สุดหลอน เป็นตัวละครในเกม Momo Challenge หรือ Momo Game ที่แชร์กันตามแอปแชตอย่าง WhatsApp และกลายเป็นต้นเหตุสะเทือนขวัญเด็กสาวอายุ 12 ชาวอาร์เจนตินาฆ่าตัวตายตามการชักจูงในเกม ทำให้พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังลูกหลานกันอย่างใกล้ชิด


“จอฟ้ามหาประลัย”

ฉากนี้เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดี มันคือ “Blue Screen of Death” (BSoD) หรือ จอฟ้ามหาประลัย สถานการณ์สุดหลอนสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกชั้นชน เพราะมันคืออาการบ่งชี้ถึงความผิดปกติหรืออาการจวนเจ๊งของคอมพิวเตอร์เรานั่นเอง ถ้ามันโผล่มาเมื่อไหร่ก็หลอนเมื่อนั้นล่ะ


“Flossing !”

ท่าเต้นสุดคูลอันนี้มีชื่อเรียกว่า “Floss dance” หรือ “Flossing” ซึ่งเป็นท่าเต้นยอดฮิตในหมู่นักเต้นและขาแดนซ์ทั้งหลาย โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การส่ายเอวและโยกแขนสลับไปมา โยมันมีที่มาจากเกม “Fortnite” นั่นเอง


“Virgin Walk”

Virgin Walk หรือไอ้หนุ่ม “บริสุทธิ์” คือคนที่วิ่งไปติดป้ายประกาศ “ตามหาสาวกอธมาเป็นแฟน” นั่นเอง เจ้าตัวนี้เป็นมีมผู้ชายที่ใส่แว่นดำเดินดุ่ม ๆ ด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง ซึ่งจะตรงกันข้ามกับอีกตัวละครนึงคือ Chad Thundercock ไอ้หนุ่มล่ำที่มีเสน่ห์มัดใจสาว มีมนี้จึงมีอีกชื่อคือ Virgin vs. Chad นั่นเอง

ซึ่งใน MV นี้เราจะเห็นว่าสุดท้าย ไอ้หนุ่ม “บริสุทธิ์” นี่ก็ได้มาเจอสาวกอธจนได้สุดท้ายก็เลย happy ending กันไป


“MOON MAN”

และปิดท้ายด้วย Moon Man เจ้าพระจันทร์สวมแว่นตาดำอีกหนึ่งมีมที่ถูกใช้โดยพวกขวาจัด แรกเริ่มเดิมทีมันคือมาสคอตที่ถูกใช้โปรโมตร้าน McDonald ในยุค 80s ซึ่งตอนนั้นมันมีชื่อว่า “Mac Tonight” เป็นมนุษย์พระจันทร์ในสูทสวมแว่นตาดำและชอบเล่นเปียโนเพลง “Mack the Knife” (ซึ่งออกเสียงใกล้เคียงคำว่า  Mac Tonight และ McDonald ) ต่อมามีคนนำเอามันไปทำเป็น GIFS และวิดีโอใช้ชื่อว่า “Moon Man” พร้อมด้วยเพลงแรปใช้เสียงร้องจากคอมพิวเตอร์ที่มีเนื้อหารุนแรงและเหยียดเชื้อชาติโดยพวกขวาจัด ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งมีมที่เป็น “สัญลักษณ์ของความเกลียดชัง” ตกอยู่ในชะตาเดียวกันกับเจ้ากบ Pepe The Frog นั่นเอง

ส่วนไอ้ที่ร่วง ๆ ลงมานั่นไม่ใช่ขนมนะ แต่มันคือ “Tide Pods” หรือน้ำยาซักผ้าจากแบรนด์ “Tide” ที่ถูกใส่ไว้ในบรรจุภัณฑ์น่าทาน จนถูกเอาไปทำเป็นมีมล้อว่ามันคือของกินแสนอร่อยนั่นเอง


Source

knowyourmeme

nme

nymag

cheezburger

vulture

thaipbs

silpa-mag

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส