อันเดรอา โบเชลลี ขับขานบทเพลง ณ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน ส่งพลังใจก้องไปทั่วโลก !!

นักร้องผู้พิการทางสายตาชาวอิตาลีชื่อก้องระดับโลกวัย 61 ปี “อันเดรอา โบเชลลี” (Andrea Bocelli) ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการขับกล่อมชาวอิตาลีและชาวโลกด้วยบทเพลงคลาสสิกอันไพเราะที่ดังก้องภายในมหาวิหารดูโอโม่แห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) และดังสะท้านไปทั่วทั้งโลกผ่านการสตรีมมิงทางยูทูบ จนปัจจุบันยอดวิวพุ่งทะลุ 33 ล้านภายในเวลาไม่ถึง 24 ชม.

แรกเริ่มเดิมทีงานนี้จะเป็นเพียงงานร้องเพลงในเทศกาลอีสเตอร์ซึ่งทำเป็นประจำทุกปี แต่ด้วยภาวะแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งรุนแรงมากในอิตาลี และในส่วนอื่น ๆ ของโลกก็กำลังเฝ้าระวังกันอย่างยิ่งยวด การขับขานบทเพลงครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ชาวอิตาลีเท่านั้น หากแต่ยังส่งผ่านไปยังผู้คนทั่วโลกอีกด้วย

การแสดงที่ใช้ชื่อว่า “Music For Hope” ครั้งนี้โบเชลลีได้ขับขานบทเพลงทั้งหมด 5 เพลงที่เขาเลือกด้วยตนเองทั้งหมดประกอบไปด้วย

Panis Angelicus (จากบทเพลง“Messe Solennelle” Op. 12, FWV 61) โดย César Franck

Ave Maria, CG 89a (เรียบเรียงจากบทเพลง “Prelude” no. 1, BWV 846 ของ Johann Sebastian Bach) โดย Charles-François Gounod

Sancta Maria (เรียบเรียงจาก “Cavalleria Rusticana”, Intermezzo) โดย Pietro Mascagni

Domine Deus (จากบทเพลง “Petite Messe Solennelle”) โดย Gioachino Antonio Rossini

และ Amazing Grace โดย John Newton

ซึ่งเนื้อเพลงทั้งหมดและรายละเอียดของทีมงานที่ทำออกมาเป็นเอกสารอย่างสวยงาม สามารถดาวโหลดได้ที่ https://AndreaBocelli.lnk.to/Hymnsheet

การถ่ายทำครั้งนี้ใช้กล้องทั้งหมด 6 ตัวและมีทีมงานเพียงแค่ 15 คน รวมทีมงานส่วนตัวของโบเชลลี ทีมงานทั้งหมดจะกระจายไปตามจุดต่าง ๆ (ซึ่งแน่นอนว่าห่างกันเกิน 2 เมตร) ทุกคนสวมใส่หน้ากาก จะมีเพียงแค่โบเชลลีและมือออร์แกนเท่านั้นที่อยู่ในมหาวิหารและไม่ได้สวมใส่หน้ากาก ส่วนสถานที่รอบจตุรัสของมหาวิหารนั้นก็ร้างไร้ผู้คนจากการล็อกดาวน์ของอิตาลี ดังภาพบรรยากาศอันเงียบสงบที่เราได้เห็นจากในคลิปการแสดง

ภาพการแสดงทั้งหมดถูกถ่ายทำและออกอากาศสดไปพร้อมกับการแสดงของโบเชลลี มีเพียงการขับขานบทเพลงสุดท้ายเท่านั้นที่ถ่ายทำไว้ล่วงหน้า คือบทเพลง “Amazing Grace” อันเป็นไคลแมกซ์ของงานและเป็นบทเพลงที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี ซึ่งย้ายจากด้านในมหาวิหารมาสู่ลานภายนอก ก่อนเริ่มต้นบทเพลงเราจะเห็นโบเชลลียืนอยู่ด้านหน้าประตูมหาวิหารและค่อย ๆ เดินมายังตำแหน่งที่ตั้งของไมค์ด้วยตนเอง ทำให้เราเห็นได้เลยว่าเขาเป็นคนที่มีประสาทสัมผัสที่ดีมาก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโบเชลลีจึงมีความสามารถในการเข้าถึงซึ่งอารมณ์ของทุกบทเพลงที่ได้ขับขานอย่างประณีตงดงามและละเอียดอ่อนในห้วงอารมณ์

และในช่วงเวลาแบบนี้การได้รับฟังบทเพลงดี ๆ จากศิลปินที่ยอดเยี่ยมจึงเป็นเสมือนแสงแห่งความหวังอันงดงามของชาวโลกโดยแท้จริง

“ผมมีความเชื่อในพลังของการสวดมนต์ที่เราได้ทำร่วมกัน ผมศรัทธาในเรื่องราวของวันอีสเตอร์ในศาสนาคริสต์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการถือกำเนิดขึ้นใหม่ ซึ่งทุก ๆ คนไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่เชื่อในสิ่งนี้หรือไม่ ย่อมมีความต้องการอย่างแท้จริงในเวลานี้ ขอขอบคุณในเสียงดนตรีและการไลฟ์สตรีมครั้งนี้ที่เกาะกุมมือหลายล้านคู่ในทุกแห่งหนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน และเราจะโอบกอดหัวใจที่กำลังเต้นไหวของโลกใบนี้ร่วมกัน”

Source

Variety

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส