เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงสามารถประชุมไปด้วย ตอบแชตไปด้วย และทำงานไปด้วยได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กับบางคนแค่มีข้อความเด้งขึ้นมา ก็ทำให้เสียสมาธิจนกลับมาทำงานต่อได้ยาก
ความจริงแล้ว นักประสาทวิทยาระบุว่า สมองของคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานหลายอย่างที่ต้องใช้ความคิดหนัก ๆ พร้อมกัน แต่สิ่งที่เราเรียกว่า “Multitasking” หรือการทำงานมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่คือการสลับความสนใจไปมาระหว่างงานอย่างรวดเร็วมากกว่า
แล้วทำไมบางคนถึงดูเหมือนทำหลายอย่างได้พร้อมกัน ?
แม้เราจะเห็นว่าบางคนสามารถทำงานหลายอย่างได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสมองของพวกเขาสามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้จริง ๆ นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายไว้ว่า คนกลุ่มนี้มักมีความสามารถในการสลับความสนใจ หรือ Task Switching ได้รวดเร็ว ทำให้เปลี่ยนจากงานหนึ่งไปสู่อีกงานหนึ่งและสามารถกลับมาโฟกัสงานเดิมได้
นอกจากนี้ หากงานบางอย่างทำจนชำนาญอย่างเช่น การพิมพ์ การอ่าน หรือการเขียน สมองจะใช้พลังงานในการประมวลผลน้อยลง เลยสามารถทำงานควบคู่กันได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้บางคนยังสามารถมีสมาธิกับงานได้ดีกว่า ทำให้ดูเหมือนทำหลายอย่างพร้อมกันได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว สมองกำลังสลับโฟกัสระหว่างแต่ละงานอย่างรวดเร็ว
แล้วการทำหลายอย่างพร้อมกันดีจริงไหม ?
แม้หลายคนจะรู้สึกว่าการทำหลายอย่างพร้อมกันช่วยประหยัดเวลา แต่งานวิจัยจำนวนมากกลับพบว่า หากเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดหรือสมาธิ สมองจะต้องคอยสลับไปมาระหว่างแต่ละงานอยู่ตลอด ส่งผลให้ใช้เวลาทำงานนานขึ้น มีโอกาสผิดพลาดมากขึ้น และรู้สึกเหนื่อยล้าทางสมองได้ง่ายกว่าเดิม
นักวิทยาศาสตร์เรียกผลกระทบนี้ว่า Switch Cost หรือ “ต้นทุนของการสลับงาน” ซึ่งหมายถึงเวลาที่สมองต้องเสียไปทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปทำอีกงานหนึ่ง แม้จะเป็นเวลาเพียงเสี้ยววินาที แต่เมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตลอดวัน ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงโดยไม่รู้ตัว
แล้วคนเก่งทำได้ยังไง ?
ถ้าเรารู้สึกว่าตัวเองทำหลายอย่างพร้อมกันได้ไม่เก่ง อาจไม่ใช่เพราะสมองทำงานได้แย่กว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะสมองของมนุษย์ส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำหลายงานที่ใช้ความคิดพร้อมกันจริง ๆ อยู่แล้ว
สิ่งที่คนเก่งหลายคนทำได้ ไม่ใช่การใช้สมองสองส่วนพร้อมกัน แต่คือการสลับความสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรู้ว่าตอนไหนที่ควรโฟกัสกับงานเพียงอย่างเดียว
และถ้าจำเป็นต้องทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันให้ลองจัดลำดับความสำคัญของงาน และจับคู่งานที่ใช้สมาธิต่างกันดู เช่น ตอบอีเมลระหว่างรอไฟล์อัปโหลด จดบันทึกระหว่างประชุม หรือฟังข้อมูลสรุประหว่างจัดเอกสาร เพราะงานที่ทำจนคุ้นเคยแล้วจะรบกวนสมาธิน้อยกว่างานที่ต้องคิดตลอดเวลา รวมถึงการวางแผนล่วงหน้า แบ่งงานเป็นช่วงสั้น ๆ และลดสิ่งรบกวน ก็ช่วยให้เราสลับโฟกัสได้ดีขึ้น
เพราะสุดท้ายแล้ว ความสามารถในการทำหลายอย่างพร้อมกันอาจไม่ได้วัดว่าใครมีสมองเก่งกว่า แต่คือการรู้จักจัดลำดับความสำคัญ เลือกจับคู่งานที่เหมาะสม และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดทุกอย่าง เพื่อโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน เพราะหลายครั้ง การทำทีละอย่างให้ดีที่สุด อาจมีประสิทธิภาพกว่าการพยายามทำทุกอย่างพร้อม ๆ กัน













