20 อันดับหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาล
20 อันดับหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาล

รู้หรือไม่? 20 อันดับหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาลมีเรื่องอะไรบ้าง

อันดับ 10 นาคี 2 (161.19 ล้านบาท)

นาคี 2 (2561)
นาคี 2 (2561)
  • ปีที่ฉาย: 2561
  • นักแสดง: ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค, อุ้ม-ลักขณา อมิตรสูญ
  • ผู้กำกับ: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง (Me Myself ขอให้รักจงเจริญ, Happy Birthday)
  • ค่ายหนัง: MP (ในเครือสถานีโทรทัศน์ช่อง 3)
  • ทำไมถึงดัง: ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งของคู่จิ้นพระเอกนางเอกของประเทศ อย่างณเดชน์ คูกิมิยะ ที่เคยไม่ประสบความสำเร็จกับ คู่กรรม (2556) มาก่อน ส่วนญาญ่านั้นก็แสดงหนังปีแรกและทำเงินสูงสุดของปีนี้ทั้งสองเรื่อง หนังเป็นภาคต่อจากเวอร์ชันละครนาคี ที่ทำเรตติงถล่มทลายเมื่อปี 2559 ซึ่งนักแสดงนำจากภาคแรกก็กลับมากันหมดรวมถึงผู้กำกับอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เช่นเดียวกัน (ยังมีผลงานกำกับละครดัง ๆ อย่างทองเนื้อเก้าและกรงกรรมด้วย) (อ่านรีวิวฉบับเต็มของ WTF ได้ที่นี่)
  • เรื่องย่อ: สร้อย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวดอนไม้ป่า ผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และคอยดูแลเทวาลัยพญานาคแห่งนี้ สร้อยจึงมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ “ร.ต.อ.ป้องปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นมากมาย และมีเงื่อนงำที่คลี่คลายไม่ได้ ชาวบ้านต่างปักใจว่าเป็นฝีมือของ เจ้าแม่นาคีที่กำลังออกอาละวาดอีกครั้งและเหตุการณ์ยิ่งพาให้ชาวบ้านต่างแน่ใจว่า สร้อยเป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี แม้แต่ตัวสารวัตรป้องปราบเองซึ่งไม่เคยเชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อคำกล่าวหาที่สร้อยได้รับ จนทำให้เขาต้องค้นหาความจริงเบื้องหลังคดีลึกลับในดอนไม้ป่าแห่งนี้

อันดับ 9 หลวงพี่แจ๊ส 4G (166.53 ล้านบาท)

  • ปีที่ฉาย: 2559
  • นักแสดง: แจ๊ส ชวนชื่น, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน, แพท-ณปภา ตันตระกูล, คุณาธิป ปิ่นประดับ, อัครัช จิตตะศิริ, กิตติพัฒน์ สมานตระกูลชัย
  • ผู้กำกับ: อรหัง สัมมา (นามแฝงของ พชร์ อานนท์)
  • ค่ายหนัง: M Pictures
  • ทำไมถึงดัง: หากไม่นับตำนานสมเด็จพระนเรศวรที่ติดเข้ามาใน 20 อันดับนี้ ก็มีหนังจากภาคต่อจากแฟรนไชส์หลวงพี่เท่งที่ติดอันดับถึง 2 ภาค สาเหตุความดังนอกจากเรื่องพระ ๆ เจ้า ๆ แบบเอาฮาแล้ว ก็ยังเป็นช่วงที่นักแสดงตลก “แจ๊ส ชวนชื่น” โด่งดังเป็นพลุแตกถึงขีดสุด (ปี 2559-2561 แจ๊สแสดงหนังไปทั้งหมด 7 เรื่อง) หนังยังเป็นผลงานกำกับของพชร์ อานนท์ ที่ขอใช้นามแฝงในผลงานชิ้นนี้ ไม่รู้ว่าว่าถือเคล็ดถ้าใช้ชื่อจริง หนังอาจไม่โกยเงินก็เป็นได้
  • เรื่องย่อ: เรื่องราวของพระแจ๊ส อดีตเด็กแว๊นสายบู๊ที่หันหน้าเข้าสู่การเป็นพระในผ้าเหลือง หลังจากบวชไม่นาน หลวงพ่อที่วัดบนดอยก็ได้ให้พระแจ๊สไปศึกษาพระธรรมที่กรุงเทพ พระแจ๊สกับลูกศิษย์อีก 2 คนจึงได้ออกผจญภัยไปใช้ชีวิตที่วัดกรุงเทพ และได้เจอปัญหาของวัดกับสังคมในทุกวันนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป (ชมหนังแบบเต็มเรื่องได้ใน YouTube ของ Major Group ได้ที่นี่)

อันดับ 8 ต้มยำกุ้ง (183.35 ล้านบาท)

  • ปีที่ฉาย: 2548
  • นักแสดง: จา-พนม ยีรมย์, Nathan Jones, Johnny Nguyen, หม่ำ จ๊กมก, ตั๊ก-บงกช คงมาลัย, Xing Jing
  • ผู้กำกับ: ปรัชญา ปิ่นแก้ว (องค์บาก, ช็อกโกแลต, Elephant White, เกิดอีกทีต้องมีเธอ)
  • ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
  • ทำไมถึงดัง: ต่อยอดความสำเร็จจากหนัง องค์บาก (2546) ที่แจ้งเกิดราชานักบู๊คนล่าสุด”จา-พนม ยีรัมย์” ทีมงานสร้างชุดเดิมนำโดยผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้ว ขยายเสกลให้ใหญ่ขึ้นด้วยการบินไปถ่ายทำถึงประเทศออสเตรเลีย และระดมทีมนักแสดงนักบู๊ต่างประเทศคับคั่ง ต้มยำกุ้งในชื่อภาษาอังกฤษว่า The Protector สร้างสถิติเป็นหนังไทยที่เปิดตัวบนตาราง Box Office ของสหรัฐฯ ได้ในอันดับ 5 ด้วยรายได้ 3 วัน 5 ล้านเหรียญฯ และปิดรายรับรวมทั่วโลกไปที่ 27 ล้านเหรียญฯ ท้ายที่สุด ไม่มีใครไม่รู้จักวลี “ช้างกูอยู่ไหน” ถ้าเคยได้ดูหนังเรื่องนี้
  • เรื่องย่อ: การเดินทางข้ามโลกของขาม (จา-พนม) เด็กหนุ่มบ้านป่าที่ชีวิตต้องพลิกผันโดยเงื้อมมือของผู้มีอิทธิพลระดับประเทศที่ลักพาช้างพลายสองพ่อลูกของครอบครัวขามไปขาย ณ ประเทศออสเตรเลีย ทางเดียวที่จะช่วยเหลือและรักษาชีวิตของช้างอันเป็นที่รักของเขาได้ นั่นก็คือ การบุกตะลุยถึงถิ่น เรื่องไม่ง่ายอย่างใจคิด แม้เขาจะได้รับความช่วยเหลือจาก “จ่ามาร์ค” (หม่ำ จ๊กมก) นายตำรวจไทยและ “ปลา” (บงกช คงมาลัย) สาวไทยที่ถูกหลอกมาขายตัวในซิดนีย์ก็ตาม ที่นั่นเขากลับต้องไปพัวพันกับการไล่ล่าของแก๊งมาเฟียเพื่อจะทวงคืนช้างของเขา นำโดย “มาดามโรส” (จิน ซิง) ที่มีลูกสมุนต่างชาติที่เต็มไปด้วยฝีมือทางการต่อสู้อย่าง “จอห์นนี่” (จอห์นนี่ เหงียน) และ “ทีเค” (Nathan Jones จาก Mad Max: Fury Road) อย่างไม่ได้ตั้งใจ

อันดับ 7 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ยุทธนาวี (201.08 ล้านบาท)

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ยุทธนาวี (2554)
  • ปีที่ฉาย: 2554
  • นักแสดง: พันเอกวันชนะ สวัสดี, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, นพชัย ชัยนาม, อินทิรา เจริญปุระ, จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์, สรพงษ์ ชาตรี, ดอม เหตระกูล, นภัสกร มิตรเอม, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
  • ผู้กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (สุริโยไท, เสียดาย 1-2, มือปืน 2 สาละวิน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น)
  • ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
  • ทำไมถึงดัง: ทิ้งห่างจากภาค 2 ถึง 4 ปี และความที่หนังแห่งสยามประเทศ 2 ภาคแรกกลายเป็นความสำเร็จที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องได้ดูในโรงสักครั้ง หนังภาค 3 ในทีแรกมีการโปรโมตให้เข้าใจว่าเป็นภาคปิดท้ายไตรภาคของตำนานสมเด็จพระนเรศวร แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ใช่ ภาคยุทธนาวีน่าจะเรียกว่าเป็นภาค 2.5 ที่เรื่องราวจะไปขมวดจบจริง ๆ ที่ภาคนันทบุเรง (ภาค 4) และภาคยุทธหัตถี (ภาค 5) ที่ก็กูหั่นออกเป็น 2 ภาคมากกว่า
  • เรื่องย่อ: ในปี พ.ศ. 2127 การประกาศเอกราชที่เมืองแครง ทำให้พระเจ้านันทบุเรงแห่งพม่าเกิดความประหวั่นพรั่นพรึงว่า อยุธยาในฐานะประเทศราชจะทำให้ประเทศราชอื่น ๆ ตั้งตัวกระด้างกระเดื่องตาม จึงส่งเพียงพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่เข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา ส่วนเจ้ากรุงละแวก (เขมร) ก็ลอบส่งจารชนชาวจีนฝีมือกล้านามว่า “จีนจันตุ” มาลอบสืบความ ที่กรุงศรีอยุธยาแต่ถูกจับพิรุธได้จนต้องลอบตีสำเภาหนีกลับกรุงละแวก สมเด็จพระนเรศทรงนำทัพเรือออกตามจนเกิดยุทธนาวี แต่พระยาจีนจันตุหนีรอดได้ เมื่อเจ้ากรุงละแวกได้ทราบกิตติศัพท์การณรงค์ของพระนเรศจึงเปลี่ยนพระทัยหันมาสานไมตรีกับอยุธยา ต่อมาพม่ารามัญยกศึกกระหนาบถึง 2 ทาง พระนเรศวรและกองทัพของพระองค์ได้วางแผนในการแยกสายเข้าตีทัพของพม่านั้นโดยแข่งกับเวลา หากช้าไปอยุธยาอาจแตกพ่ายก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีศึกรักระหว่างรบของคนสี่คน คือ พระราชมนู เลอขิ่น เสือหาญฟ้า และรัตนาวดี รวมถึงสถานะของพระสุพรรณกัลยาที่อาจต้องเป็นบาทบริจาริกาของพระเจ้านันทบุเรง ผู้ราชบุตรแห่งพระเจ้าบุเรงนองอดีตสวามีอีกด้วย

อันดับ 6 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 ยุทธหัตถี (206.86 ล้านบาท)

  • ปีที่ฉาย: 2557
  • นักแสดง: พันเอกวันชนะ สวัสดี, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, นพชัย ชัยนาม, อินทิรา เจริญปุระ, จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์, สรพงษ์ ชาตรี, ดอม เหตระกูล, นภัสกร มิตรเอม, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
  • ผู้กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (สุริโยไท, เสียดาย 1-2, มือปืน 2 สาละวิน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น)
  • ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
  • ทำไมถึงดัง: เป็นอีกภาคที่ถูกโฆษณาในตอนที่หนังจะออกฉายว่าเป็นภาคจบสุดท้ายจริง ๆ ของหนังชุดตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ แต่สุดท้ายก็ยังมีภาค 6 อวสานหงสา ที่ดูจะเป็นแนวรวมฟุตเตจที่ไม่ได้ใช้จากภาคก่อนมาอธิบายความเรื่องราวต่อจากภาค 5 ที่เป็นวีรกรรมที่เลื่องลือที่สุดของสมเด็จพระนเรศวร นั่นคือการกระทำยุทธหัตถี ซึ่งในภาค 6 นั้น แม้จะทำรายได้น้อยที่สุดในบรรดาทุกภาคที่ 115 ล้านบาท แต่ก็เรียนได้ว่าหนังชุดนี้ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านทุกเรื่อง
  • เรื่องย่อ: ในปี พ.ศ. 2129 พระเจ้านันทบุเรงทรงแค้นเคืองที่ต้องปราชั­ยต่อสมเด็จพระนเรศฯ อย่างย่อยยับ จึงระบายความแค้นนั้นไปที่องค์พระสุพรรณกั­ลยา เมื่อสมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดาทราบค­วามก็ให้โทมนัสด้วยสำนึกว่าชะตากรรมของพระ­ราชธิดาและแผ่นดินอยุธยาที่ถูกกระทำการย่ำ­ยีก็ด้วยเพราะพระองค์ทรงแปรพักตร์ไปเข้าข้­างศัตรู จนตรอมพระทัยเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศฯ ทรงมีพระชนมายุ 31 พรรษา จึงเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติค­รองกรุงศรีอยุธยาสืบต่อจากพระราชบิดา พระเจ้านันทบุเรงจึงโปรดให้พระราชบุตร “พระมังสาม­เกียด” หรือพระมังกะยอชวา พระมหาอุปราชเจ้าวังหน้ากรีฑาทัพ นำกองทัพทหาร 240,000 นายมาตีกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งในศึกสงคราม พระคชสารทรงของพระนเรศฯ และพระมังสามเกียด สองพระองค์หลงถลำเข้ามาถึงกลางกองทัพข้าศึก และตกอยู่ในวงล้อมข้าศึกแล้ว แต่ด้วยพระปฏิภาณไหวพริบของสมเด็จพระนเรศวร จึงไสช้างเข้าไปใกล้ แล้วขอให้กระทำการยุทธหัตถีอันเป็นวิถีการรับชนช้างที่ทรงไว้ซึ่งเกียรติสูงสุดของกษัตริย์ ท้ายที่สุดสมเด็จพระนเรศวรทรงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูกพระมังสามเกียด พระมหาอุปราชาเข้าที่อังสะขวา สิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง

อันดับ 5 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ประกาศอิสรภาพ (216.87 ล้านบาท)

  • ปีที่ฉาย: 2550
  • นักแสดง: พันเอกวันชนะ สวัสดี, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, นพชัย ชัยนาม, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, ชุมพร เทพพิทักษ์, อินทิรา เจริญปุระ, จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์, สรพงษ์ ชาตรี, เกรซ มหาดำรงค์กุล, นภัสกร มิตรเอม
  • ผู้กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (สุริโยไท, เสียดาย 1-2, มือปืน 2 สาละวิน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น)
  • ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
  • ทำไมถึงดัง: หนังที่ได้ชื่อว่าเป็นภาคที่สนุกที่สุดและมีความเป็นภาพยนตร์มากที่สุด เพราะอุดมเป็นด้วยฉากแอ็กชันมากกว่าการเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ เหมือนภาคอื่น ๆ และท่านมุ้ยผู้กำกับก็ยังมีกำลังวังชาในการทำหนังอย่างเข้มข้นมากกว่าใน 4 ภาคหลัง หนังยังเป็นภาคที่เหมือนจะอั้นความสนุกไว้จากภาค 1 ที่พระนเรศฯ ยังทรงพระเยาว์ด้วย
  • เรื่องย่อ: หลังจากพระองค์ดำหรือพระนเรศหนีกลับพระพิษณุโลกสองแควได้แล้วนั้น หลายปีผ่านไป พระองค์ได้เจริญชันษาขึ้นและกลายเป็นอุปราชผู้รั้งเมืองพระพิษณุโลกสองแควแทน สมเด็จพระมหาธรรมราชา (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) พระราชบิดาที่ไปครองราชธานีกรุงศรีอยุธยา พระนเรศวรทรงฝึกปรนการต่อสู้ทุกวัน โดยมีแทล้วทหารกล้ามากมายอยู่รอบพระองค์ ทั้ง ออกพระราชมนู (นพชัย ชัยนาม) หรือไอ้บุญทิ้ง พระสหายของพระนเรศวรมาตั้งแต่ครั้งยังประทับอยู่หงสาวดี ออกพระศรีถมอรัตน์ (คมกริช อินทรสุวรรณ) และ ออกพระชัยบุรี (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) รวมทั้ง พระเอกาทศรถ (วินธัย สุวารี) หรือ “องค์ขาว” พระอนุชา และ “มณีจันทร์” (ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) ต่างก็เจริญวัยขึ้นเช่นกัน
  • ในปี พ.ศ. 2124 พระเจ้าบุเรงนอง เสด็จสวรรคตต่อมา มหาอุปราชานันทบุเรงขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้านันทบุเรง สืบต่อหงสาวดีได้มีพระราชสาสน์ส่งไปยังพระพิษณุโลกสองแควให้ส่งตัวแทนมาร่วมพระราชพิธีถวายเพลิงพระศพที่หงสาวดี พระนเรศวรได้เสนอตัวพระองค์เอง เมื่อไปถึง พระเจ้านันทบุเรงจึงมีพระบรมราชโองการให้อุปราชของ 3 เมือง คือ พระนเรศวร, นัดจินหน่อง (จงเจต วัชรานันท์) อุปราชเมืองตองอู และพระมหาอุปราชามังสามเกียด ยกทัพไปปราบเมืองคัง โดยให้แข่งขันกัน ผลปรากฏว่าพระนเรศวรสามารถตีเมืองคังได้สำเร็จ และได้จับตัวเล่อขิ่นและเจ้าฟ้าเมืองคังกลับไปรับโทษยังหงสาวดีได้สำเร็จ ในการนี้ได้สร้างความแค้นเคืองให้พระมหาอุปราชามังสามเกียดยิ่งนักจึงได้ส่งพระยาเกียรติ (ประดิษฐ์ ภักดีวงษ์) และ พระยาราม (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ทหารมอญมาลอบปลงพระชนม์พระนเรศวร แต่ทั้งสองได้สำนึกในบุญคุณครั้งอดีตที่พระนเรศวรเคยมีต่อตนจึงได้สารภาพความจริง พระนเรศวรได้กระทำพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศไม่ขึ้นต่อหงสาวดี เป็นการแสดงว่านับแต่นี้ต่อไป พระพิษณุโลกสองแควและอยุธยาจะไม่ขึ้นตรงต่อหงสาวดีอีกแล้ว

อันดับ 4 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา (219.06 ล้านบาท)

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 (2550)
  • ปีที่ฉาย: 2550
  • นักแสดง: ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์, จิรายุ ละอองมณี, สุชาดา เช็คลีย์, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, สรพงษ์ ชาตรี, สมภพ เบญจาธิกุล, ปวีณา ชารีฟสกุล, ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, สันติสุข พรหมศิริ
  • ผู้กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (สุริโยไท, เสียดาย 1-2, มือปืน 2 สาละวิน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น)
  • ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
  • ทำไมถึงดัง: ภาคแรกของหนังชุุดตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เปรียบเสมือนหนังแห่งสยามประเทศเรื่องที่สอง ต่อจาก สุริโยไท (2544) ที่ได้ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล กลับมากำกับเช่นเดิม และหนังก็ยังมีสเกลงานสร้างที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากสุริโยไท (นักแสดงจากสุริโยไทก็กลับมารับบทเดิมต่อกันหลายคน) มีการสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์ที่จังหวัดกาญจนบุรีที่ต่อมาถูกใช้เป็นสตูดิโอ-โรงถ่ายสำหรับหนังและละครประวัติศาสตร์อีกมากมายและปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย หนังภาคนี้กลายเป็นภาคที่ทำเงินสูงสุดในชุด
  • เรื่องย่อ: ในปี พ.ศ. 2106 พระเจ้าบุเรงนองแห่งอาณาจักรตองอูได้ตีหัวเมืองเหนือของสยามไล่มาตั้งแต่สุโขทัย, สวรรคโลก, และที่สองแคว พิษณุโลก ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอยุธยา พระมหาธรรมราชาจึงแปรพักตร์ไปเข้าด้วยกับพระเจ้าบุเรงนองเพื่อร่วมกันโจมตีอยุธยา โดยที่พระเจ้าบุเรงนองได้ขอเอาตัว พระนเรศ หรือ “องค์ดำ” (ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์) พระโอรสองค์โตในพระมหาธรรมราชาและพระนางวิสุทธิ์กษัตริย์ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ไปเป็นตัวประกันในหงสาวดีโดยที่ให้สัตย์สาบานว่าจะเลี้ยงดูอย่างดีดุจพระโอรส
  • ต่อมาที่นครหงสาวดี องค์ดำได้พบกับเด็กชายผมยาวเร่ร่อน (จิรายุ ละอองมณี) ที่ไม่มีแม้แต่ชื่อ ขณะกำลังขโมยของเพื่อหาอะไรกิน องค์ดำได้ช่วยเหลือเด็กชายไร้ชื่อคนนี้ไว้ และเด็กชายคนนี้ก็ได้สาบานว่าจะติดตามองค์ดำไปตลอด ขณะที่องค์ดำต้องอดทนต่อการเหยียดหยามของมังสามเกียด (โชติ บัวสุวรรณ) พระโอรสของมหาอุปราชนันทบุเรง (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) และองค์ดำก็เป็นศิษย์เอง พระมหาเถรคันฉ่อง (สรพงษ์ ชาตรี) พระประจำพระองค์ของพระเจ้าบุเรงนอง องค์ดำได้พบกับ มณีจันทร์ (สุชาดา เช็คลีย์) เด็กผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในวัด และได้พบกับพระมหาเถรคันฉ่องที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตราวุธ พระมหาเถรคันฉ่องได้ให้องค์ดำบวชเป็นเณรและตั้งชื่อให้เด็กไม่มีชื่อนั้นว่า “บุญทิ้ง” ซึ่งพระมหาเถรคันฉ่องได้สั่งสอนสรรพวิชาและให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองแก่องค์ดำตลอดมา

อันดับ 3 ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ (330.55 ล้านบาท)

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ (2557)
  • ปีที่ฉาย: 2557
  • นักแสดง: ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร, ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ, โจ๊ก โซคูล, กุลญาดา ตาวิยะ, ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาด, โซระ อาโออิ
  • ผู้กำกับ: เมษ ธราธร (บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้), ATM เออรัก..เออเร่อ)
  • ค่ายหนัง: GTH
  • ทำไมถึงดัง: แทบจะยกทีมสร้างหนังและนักแสดงมาจากหนังที่กำกับเดี่ยวเรื่องแรกของเมษ ธราธร เรื่อง ATM เออรัก..เออเร่อ (2554) ที่ก็ติดอันดับ 20 หนังทำรายได้สูงสุดของไทยด้วย เปลี่ยนแค่พระเอกจากเต๋อ ฉันทวิชช์ เป็น ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พระเอกยืนหนึ่งของ GDH ที่ก็มีความคล้ายเต๋ออยู่ไม่น้อย หนังไปสุดด้วยความเป็นหนังคอมเมดี้ที่เปิดตัวช่วงปลายปี ทำให้กลุ่มผู้ชมทั้งครอบครัวแห่เข้าไปอุดหนุน แถมหนังยังมีนักแสดงญี่ปุ่นชื่อดัง โซระ อาโออิ ที่เคยร่วมกับงานกับ GTH เรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น (2551) กลับมาร่วมแสดงอีกด้วย
  • เรื่องย่อ: “เพลง” (ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ติวเตอร์ภาษาอังกฤษสาว ต้องพบเรื่องน่าปวดหัว เมื่อลูกศิษย์ชาวต่างชาติของเธอตัดสินใจทิ้ง “ยิม” (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) แฟนหนุ่มคนไทยไปทำงานที่อเมริกา เธออัดวิดีโอบอกเลิกใส่ธัมบ์ไดรฟ์แต่ด้วยความที่ยิมฟังภาษาอังกฤษไม่ออก จึงมาขอร้องให้เพลงช่วยเพื่อแปลให้ยิมฟัง เมื่อยิมรู้ว่าถูกบอกเลิกก็โมโหมาก พร้อมกับโทษเพลงว่าเป็นคนสอนภาษาอังกฤษให้แฟนเขาจนเป็นต้นเหตุให้เธอทิ้งเขาไป ต่อมาไม่นาน ยิมตัดสินใจไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษกับเพลง โดยหวังจะตามไปง้อแฟนที่อเมริกา
  • ด้วยความที่ยิมเป็นเพียงช่างเทคนิคในโรงงาน ระดับความรู้ภาษาอังกฤษของยิมจึงต่ำมาก เพลงไม่อยากรับสอน แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจยอมเพลงจึงต้องพยายามงัดสารพัดวิธีออกมาสอนยิม ในขณะเดียวกัน เพลงก็ไปตกหลุมรักกับ “คุณพฤกษ์” (ภพธร สุนทรญาณกิจ) หนุ่มหล่อ ชาติตระกูลดี ทว่าระหว่างที่การเรียนการสอนของเพลงและยิมค่อย ๆ ผ่านไปในแต่ละวัน ทั้งคู่ต่างก็ค่อย ๆ ได้เรียนรู้นิสัยและตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน และเพิ่มความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกันขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ทันรู้ตัว เพลงจึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่างคุณพฤกษ์ และยิมที่ไม่น่าจะเทียบคุณพฤกษ์ได้เลย

อันดับ 2 สุริโยไท (550 ล้านบาท)

สุริโยไท (2544)
  • ปีที่ฉาย: 2544
  • นักแสดง: หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, จอนนี่ แอนโฟเน่, ใหม่ เจริญปุระ, สินจัย เปล่งพานิช, สรพงษ์ ชาตรีม อำพล ลำพูน, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
  • ผู้กำกับ: หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, เสียดาย 1-2, มือปืน 2 สาละวิน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น)
  • ค่ายหนัง: สหมงคลฟิล์ม
  • ทำไมถึงดัง: เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สวรรคตในปี พ.ศ. 2072 พระอาทิตยาจึงได้ขึ้นครองราชย์ ทรงพระนาม สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร ต่อมาเมื่อเมื่อสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรสวรรคตด้วยโรคไข้ทรพิษ พระไชยราชา ผู้ซึ่งดำรงพระยศเป็นพระอุปราช ควรจะได้สืบสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ แต่สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรทรงขอให้พระโอรสวัย 5 พรรษา ขึ้นครองราชย์แทน ระหว่างนั้น บ้านเมืองถูกบริหารโดยขุนนางทุจริต ติดสินบนเถลิงอำนาจ โดยเฉพาะ เจ้าพระยายมราช บิดาของพระอัครชายา 5 เดือนให้หลังสมเด็จพระไชยราชาธิราชจึงเข้ายึดราชบัลลังก์ และให้สำเร็จโทษพระรัษฏาธิราชและทรงขึ้นครองราชย์ และได้แต่งตั้งพระเฑียรราชา ขึ้นเป็นพระมหาอุปราชา ว่าราชการแทนพระองค์อยู่ที่กรุงอโยธยา ส่วนพระมเหสีของพระไชยราชา คือ ท้าวศรีสุดาจันทร์ ได้ลักลอบมีความสัมพันธ์กับขุนชินราช ผู้ดูแลหอพระ เชื้อราชวงศ์อู่ทองด้วยกัน และได้สมคบคิดกัน ลอบวางยาพิษปลงพระชนม์พระไชยราชา พระยอดฟ้า พระโอรสของพระไชยราชา ที่ประสูติจาก ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้ขึ้นครองราชย์แทน ในขณะที่มีพระชนม์เพียง 10 พรรษา แต่ต่อมาไม่นาน ก็ถูกท้าวศรีสุดาจันทร์ปลงพระชนม์อีกองค์หนึ่ง แล้วสถาปนาขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระวรวงศาธิราช
  • นับตั้งแต่สิ้นรัชกาลพระไชยราชา พระเฑียรราชาก็ได้ผนวชเพื่อเลี่ยงภัย ส่วนพระสุริโยไททรงเตรียมฝึกทหาร โดยมีผู้จงรักภักดี คือ ขุนพิเรนทรเทพ, ขุนอินทรเทพ และหมื่นราชเสน่หานอกราชการ เฝ้าคุ้มกันภัยให้ ต่อมาพวกเขาได้ร่วมกันปลงพระชนม์ขุนวรวงศาและท้าวศรีสุดาจันทร์ เสียบหัวประจานไว้ที่วัดแร้ง แล้วอัญเชิญพระเฑียรราชา ให้ลาสิกขาบทขึ้นครองราชย์แทน ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ระหว่างนั้นทางพม่าได้รวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น และแผ่ขยายอำนาจรุกรานไทยภายใต้พระมหากษัตริย์ พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ และได้เดินทัพมายังกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2091 เกิดเป็นสงครามยุทธหัตถีที่ทุ่งมะขามหย่อง ซึ่งเป็นเหตุให้พระสุริโยไทสิ้นพระชนม์บนคอช้าง กลายเป็นวีรกรรมของวีรสตรีที่ยิ่งใหญ่

อันดับ 1 พี่มาก..พระโขนง (553.21 ล้านบาท)

พี่มาก..พระโขนง (2556)
  • ปีที่ฉาย: 2556
  • นักแสดง: มาริโอ้ เมาเร่อ, ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่, เผือก-พงศธร จงวิลาส, ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, อัฒรุต คงราศรี, กันตพัฒน์ สีดา, ฌอห์ณ จินดาโชติ
  • ผู้กำกับ: บรรจง ปิสัญธนะกูล (กวนมึนโฮ, แฟนเดย์…แฟนกันแค่วันเดียว, ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ)
  • ค่ายหนัง: GTH
  • ทำไมถึงดัง: หนังที่มาโค่นตำแหน่งอันดับ 1 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของสุริโยไทลงได้ ด้วยจุดแข็งหลาย ๆ ข้อ ทั้งความที่หนังหยิบตำนานแม่นาคพระโขนงมาตีความใหม่ ที่ว่ากันว่ารอบไหนรอบนั้นหนังที่สร้างจากตำนานนี้ล้วนดังทุกเรื่อง (นางนาก (2542) ก็ติดอันดับอย่างที่เขียนไปแล้วด้วย) หนังยังถูกสร้างโดยค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ที่วางรากฐานความเชื่อมั่นว่าหนังจะตลกและฟีลกู๊ด ทำให้ 3-4 สัปดาห์แรกที่หนังเข้าฉาย คนไทยจะได้เห็นภาพโรงหนังมีคนไปต่อแถวรอเข้าคิวซื้อตัว และที่นั่งเต็มไปจนถึงแถวหน้าที่ชิดจอมากที่สุด หนังทำรายได้ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ไป 553 ล้านบาท แต่จากข้อมูลของค่ายที่รวมการขายให้สายหนังไปยังจังหวัดต่าง ๆ นับรวมแล้วหนังทำรายได้ถึง 1,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
  • เรื่องย่อ: ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกิดสงครามจนทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกเกณฑ์ไปรบ “พี่มาก” จำต้องทิ้งเมียของเขาที่กำลังท้องแก่ไว้ที่บ้านเพื่อเข้าร่วมศึก ระหว่างสงครามมากได้พบและช่วยชีวิตเพื่อนทหารเกณฑ์สี่คนคือ เต๋อ เผือก ชิน และเอ (ตัวละครสุดฮาจากตอน “คนกลาง” ในหนังสี่แพร่ง และตอน “คนกลาง” ในหนังห้าแพร่ง) เมื่อสงครามยุติ มากจึงชวนให้ทั้งสี่ไปเยี่ยมบ้านของเขาที่พระโขนง พวกเขาได้รู้จักกับ “นางนาก” เมียสาวแสนสวยของมาก และยังมี “แดง” ลูกชายวัยแรกเกิดของมากด้วย ขณะ นั้นมีข่าวลือหนาหูในหมู่ชาวบ้านว่านากเป็นผีตายทั้งกลม ทั้งสี่ไม่เชื่อจึงพยายามพิสูจน์ด้วยวิธีการต่าง ๆ จนมั่นใจว่านากเป็นผีแน่ ๆ ทั้งสี่ไม่กล้าบอกมากตรงๆ เนื่องจากกลัวจะต้องพบจุดจบ แต่เมื่อนึกถึงบุญคุณที่มากเคยช่วยชีวิต พวกเขาจึงต้องตัดสินใจบอกความจริงให้มากรู้ก็เพราะคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้

หนังไทย 100 ล้านอันดับอื่น ๆ อีก 9 เรื่อง

  • อันดับ 21 กวน มึน โฮ (2553/GTH) 131.04 ล้านบาท
  • อันดับ 22 สุดเขต สเลดเป็ด (2553/M39) 125.03 ล้านบาท
  • อันดับ 23 มือปืน / โลก / พระ / จัน (2544/RS Film) 123 ล้านบาท
  • อันดับ 24 ลัดดาแลนด์ (2554/GTH) 116.46 ล้านบาท
  • อันดับ 25 ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 6 อวสานหงสา (2558/สหมงคลฟิล์ม) 115.11 ล้านบาท
  • อันดับ 26 ฉลาดเกมส์โกง (2560/GDH) 112.12 ล้านบาท
  • อันดับ 27 ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547/GTH) 109.98 ล้านบาท
  • อันดับ 28 5 แพร่ง (2552/GTH) 109.41 ล้านบาท
  • อันดับ 29 แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว (2559/GDH) 100.91 ล้านบาท

อ้างอิง: ข้อมูลจากชมรมวิจารณ์บันเทิง, Wikipedia ของหนังแต่ละเรื่อง, นิตยสาร Starpics และนิตยสาร Entertain Extra

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก