The Best Horror Films of 2010s
The Best Horror Films of 2010s

10 หนังสยองขวัญที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

หนังสยองขวัญถือเป็นหนังอีกประเภทที่มีแฟน ๆ ติดตามกันอยู่หนาแน่นซึ่งหนังสยองขวัญเองก็พ่วงไปกับหนังได้อีกหลายแนว ทั้งหนังผี หนังซอมบี้ หนังทฤษฎีสมคบคิด กระทั่งหนังดรามาขายการแสดง หลายเรื่องก็ใช้ความสยองในเชิงจิตวิทยาเข้าไปผสมให้นักแสดงได้โชว์ความซับซ้อนของบท วันนี้ What the Fact ขอรวบรวมหนังสยองขวัญที่ได้คะแนนเรตติงจากผู้ชมในเว็บไซต์ iMDB (ตามทรรศนะของเว็บไซต์ Screen Rant) ว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไปดูกันว่ามีเรื่องไหนที่ยังไม่เคยดู ต้องรีบหามาดูแล้วล่ะ

อันดับ 10 The Cabin in the Woods (2012) – Score 7/10

  • นักแสดง: Chris Hemsworth, Sigourney Weaver, Bradley Whitford, Amy Acker, Jesse Williams
  • ผู้กำกับ: Drew Goddard (Bad Times at the El Royale, Writer-World War Z, Cloverfield)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 30 / 94 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง: เรื่องราวของเด็กมหาวิทยาลัย 5 คนที่ไปเที่ยวบ้านพักกลางป่า แต่พอไปถึงที่นั่น พวกเขาพบว่าในบ้านนี้มีสิ่งของและบรรยากาศไม่ชอบมาพากลบางอย่าง และได้ไปเจอบันทึกส่วนตัวของเด็กคนหนึ่งและได้อ่านข้อความภาษาละตินที่เขาเขียนทิ้งไว้ หลังจากนั้นพวกเขาก็พบว่ามีเรื่องสยองขวัญเกิดขึ้นมากมาย โดยที่พวกเขาค่อย ๆ รู้ว่าเรื่องราวแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านั้น มีใครบางคนหรืออะไรบางอย่างคอยควบคุมอยู่ กำกับโดย Drew Goddard ซึ่งได้กำกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แต่เขาคือนักเขียนบทมือฉมังที่มีผลงานอย่าง The Martian (2015) หนังยังร่วมเขียนบทโดย Joss Whedon ผู้กำกับ Avengers ทั้งสองภาค (2012-2015) โดยผู้กำกับอยากจะให้หนังเรื่องนี้เป็นจดหมายรักถึงหนังแนวสยองขวัญในอดีต อ้างอิงถึงจุดเด่นของหนังอย่าง The Evil Dead (1981), Hellraiser (1987), Scream (1996), The Faculty (1998), Silent Hill (2006) หรือเกม Left for dead (2007) เรียกว่าดูเรื่องนี้เรื่องเดียวเหมือนได้ดูหนังเกือบสิบเรื่อง

อันดับ 9 A Girl Walks Home Alone at Night (2014) – Score 7/10

  • นักแสดง: Sheila Vand, Mozhan Marnò, Dominic Rains
  • ผู้กำกับ: Ana Lily Amirpour (The Bad Batch)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: ทุนสร้างไม่มีการบันทึก / 546,342 เหรียญฯ
  • หลอนยังไง: “อาราซ” ชาวอิหร่านที่ทำงานหนัก แต่เขามีพ่อที่ติดยาแถมยังติดเงินพ่อค้ายาอีกต่างหาก เมื่อไม่มีเงินจ่ายหนี้เขาจึงถูกยึดรถคันโปรด ทำให้เขาเริ่มต้นขโมยต่างหูหวังไปปลดหนี้ แต่เมื่อไปหาพ่อค้ายา กลับพบว่าเขาถูกกัดคอตายด้วยฝีมือแวมไพร์ไปเสียอย่างนั้น หนังเน้นสไตล์ที่โดดเด่นจนเป็นที่จดจำมากกว่าการดำเนินเรื่องให้คนดูเข้าใจได้ง่าย ๆ ความโดดเด่นก็คือ การเป็นหนังแวมไพร์ที่มีฉากหลังเป็นบรรยากาศแถบตะวันออกกลาง (ตามข้อมูลบอกว่าเป็นเรื่องแรกด้วย แต่ว่าหนังถ่ายทำที่รัฐแคลิฟอร์เนีย) ผู้ชมจะเห็นแวมไพร์สาวขี้เหงาที่มาลงเอยกับหนุ่มแต่งชุดแดร็กคูลา และถึงแม้แวมไพร์ตอนออกล่าเหยื่อจะไม่ได้สยองขวัญอะไรขนาดนั้น แต่การสตอล์กเกอร์สะกดรอยตามเหยื่อก็ให้ความรู้สึกคุกคามแบบคาดเดาไม่ถูก พอเสริมด้วยบรรยากาศวังเวงถ่ายเป็นหนังขาวดำจึงหลอนไปได้สุดทางแบบหนึ่งเหมือนกัน

อันดับ 8 Bone Tomahawk (2015) – Score 7.1/10

BT_100714_RAW-4653.CR2
  • นักแสดง: Kurt Russell, Patrick Wilson, Matthew Fox, Sean Young, Lili Simmons, David Arquette
  • ผู้กำกับ: S. Craig Zahler (Dragged Across Concrete)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 15 ล้านเหรียญฯ / 660,000 เหรียญฯ
  • หลอนยังไง: หนังที่มีชื่อไทยว่า ผ่าตะวันล่าพันธุ์กินคน เป็นหนังที่ผสมผสานไอเดียการนำหนังคาวบอยสิงห์ปืนไวตะวันตก มาร่วมกับหนังสยองขวัญไอเดียที่แสนธรรมดาแบบเข้ากันได้อย่างลงตัว หนังเริ่มที่เรื่องของชายแปลกหน้าที่ลอบปล้นฆ่ากองเดินทางขนสินค้า “เพอร์วิส” (David Arquette) และบัดดี้ (Sid Haig) ที่บังเอิญซวยไปเจอกับ “บางสิ่งที่ลึกลับ” จนทำให้เพอร์วิสต้องหนีหัวซุกหัวซุนมายังเมืองไกลปืนเที่ยง อย่างเมืองไบรท์ทาวน์ ที่ปกครองด้วยนายอำเภอ “ฮันท์” (Kurt Russell) และผู้ช่วยชรา “ชิคอรี่” (Richard Jengins) เมื่อเพอร์วิสไปถึงในเมืองก็ดันทำตัวมีพิรุธไปอีกก็เลยถูกนายอำเภอจับ บางสิ่งที่ว่าตามเพอร์วิสมาจากหุบเขา และในรุ่งเช้าเพอร์วิสก็หายตัวไปจากเมือง อีกทั้งยังทิ้งร่องรอยการฆาตกรรมรอบ ๆ โดยลักษณะคือเหยื่อถูกรุมทึ้งเป็นชิ้น ๆ เรื่องสยองจึงถูกกล่าวขานกันว่ามาจากหุบเขากินคน

อันดับ 7 Sleep Tight (2011) – Score 7.2/10

  • นักแสดง: Marta Etura, Luis Tosar, Alberto San Juan, Carlos Lasarte
  • ผู้กำกับ: Jaume Balagueró (Darkness, [Rec] 2, Muse)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 5 / 8 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง:  เซซาร์ (Luis Tosar) พนักงานเปิดประตูของอพาร์ตเมนต์หรู เขาต้องเทียวไปมาระหว่างที่ทำงานและโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมแม่ เซซาร์บอกกับตัวเองว่า ชีวิตของเขาไม่มีความสุขและทำได้เพียงระบายความรู้สึกที่มีผ่านรายการวิทยุ กระทั่งเขาได้เจอกับวิธีจัดการความทุกข์ของตัวเอง นั่นก็คือ การทำให้คนอื่นไม่มีความสุขเหมือนกันกับตัวเขา เป้าหมายในตอนนี้ของ เซซาร์ ก็คือ “คลารา” (Marta Etura) สาวผู้เช่าอพาร์ตเมนตตามลำพังเนื่องจากแฟนของเธอนั้นอยู่ต่างเมือง คลาราเป็นสาวสวยที่สดใส ร่าเริง และมีชีวิตชีวา นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ เซซาร์ทนไม่ได้ที่เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอในทุกเช้า ทุกคืนที่ผ่านไปเซซ่าร์จะย่องเงียบเข้าไปรออยู่ใต้เตียงของคลารา เพื่อรอให้เธอกลับมาที่ห้อง และเมื่อคลารานอนหลับก็ได้เวลาที่เซซาร์ จะออกมาจากใต้เตียงเพื่อทำให้เธอหลับลึกมากกว่าเดิม และเริ่มแผนการที่จะทำให้คลาราไม่สามารถมีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มได้อีกต่อไป

อันดับ 6 The Conjuring (2013) – Score 7.5/10

  • นักแสดง: Vera Farmiga, Patrick Wilson, Lili Taylor, Ron Livingston, Mackenzie Foy
  • ผู้กำกับ: James Wan (Furious 7, Aquaman, The Conjuring 2, Insidious: Chapter 2)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 20 / 319 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง: ว่าด้วยเหตุการณ์ประหลาดในบ้านของครอบครัว “เพอร์รอน” ที่โรดส์ ไอร์แลนด์ ในปี 1971 เมื่อโรเจอร์ แคโรลีน และลูกสาวทั้ง 5 คนย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ แต่กลับต้องพบกับสิ่งลี้ลับที่ยังคงครอบครองที่นั่นและพร้อมจะคร่าชีวิตของพวกเขาทุกคน เหตุการณ์ประหลาดเริ่มขึ้นตั้งแต่ “เซดี้” สุนัขของพวกเขาไม่ยอมที่จะเข้าบ้านและถูกพบเป็นศพในหลายวันต่อมา นาฬิกาทุกเรือนในบ้านชี้ไปที่เวลา 03.07 น. “คริสทีน” ลูกสาวคนหนึ่งถูกดึงขาจากที่นอน มันเป็นฝีมือของวิญญาณที่คอยรังควานเธอ และเธอยังมองเห็นว่าวิญญาณร้ายตนนั้นหมายเอาชีวิตครอบครัวคนอื่น ๆ ด้วย “เอ็ด” และ “ลอร์เรน” วอร์เรน สองสามีภรรยานักปีศาจวิทยาเข้ามาสืบคดีนี้ และแม้จะรู้ว่าสาเหตุคืออะไร แต่การจะกำจัดวิญญาณร้ายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเอ็ดและลอร์เรน ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไล่ปีศาจตนนี้ออกจากบ้าน นี่จึงเป็นการเปิดศึกระหว่างคนกับปีศาจอย่างแท้จริง
  • หนังมีภาคต่อตามออกมาในปี 2016 และในปีนี้ รวมถึงขยายจักรวาลภเป็นหนังภาคแยก Annabelle 3 ภาค (2014-2019), The Nun (2018) และ The Curse of La Llorona (2019) ทำรายได้รวมทั่วโลกไปทั้งหมด 1,905 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างรวมแค่ 139 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น

อันดับ 5 Train To Busan (2016) – Score 7.5/10

Train to Busan (2016)
Train to Busan (2016)
  • นักแสดง: กง ยู, จอง ยูมิ, มา ดงซอก, คิม ซูอัน, คิม อึยซอง, ชเว อูซิก, อัน โซฮี
  • ผู้กำกับ: ยอน ซังโฮ
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 8 / 92 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง: ซอกอู (กงยู) และลูกสาวซูอา (คิมซูอัน) กำลังขึ้นขบวนรถไฟเคทีเอ็กซ์ที่จะพาทั้งสองเดินจาก กรุงโซลไปยังเมืองปูซานเพื่อเยี่ยมภรรยาเก่าที่ไม่ได้พบกันมานาน แต่ทันทีที่รถไฟกำลังจะเคลื่อนออกจากชานชาลา กลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้โดยสารทั้งขบวนต้องช็อก เมื่อสถานีรถไฟกลับถูกฝูงซอมบี้โจมตีและมีผู้ติดเชื้อรายหนึ่งแอบซ่อนเข้ามาบนรถไฟขบวนนี้ด้วย และแน่นอนการกลายร่างกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการคร่าชีวิตคนขับรถไฟและผู้โดยสาร รถไฟเคทีเอ็กซ์มุ่งตรงไปยังปูซานโดยไร้คนขับ ผู้โดยสารทั้งหมดต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ที่กำลังไล่ล่าพวกเขาจากโบกี้สู่โบกี้อย่างไม่ลดละ หนังประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างมหาศาลในบ้านเกิด
  • ล่าสุดค่าย New Line Cinema ที่สามารถปิดดีลนี้ไปได้ โดยจะได้ James Wan เจ้าพ่อหนังสยองขวัญที่เคยฝากผลงานไว้กับ SawInsidious และ The Conjuring ทั้ง 2 ภาคมาเป็นผู้อำนวยการสร้าง และปีนี้หนังก็จะมีภาคต่อ (แต่เปลี่ยนตัวละครใหม่ทั้งหมด) Peninsula เข้าฉาย 14 สิงหาคมนี้ (อ่านรีวิวฉบับเต็มเรื่องนี้ของ WTF ได้ที่นี่)

อันดับ 4 A Quiet Place (2018) – Score 7.5 /10

  • นักแสดง: Emily Blunt, John Krasinski, Millicent Simmonds, Noah Jupe
  • ผู้กำกับ: John Krasinski
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 17 / 340 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง: หนังเล่าเหตุการณ์สมมติในปี 2020 ครอบครัวแอบบอตต์มีพ่อแม่ (ที่กำลังท้องลูกคนใหม่) ลูกชาย ลูกสาว อาศัยอยู่ในฟาร์มข้าวโพด แต่ละวันต้องดำเนินชีวิตกันแบบไร้เสียง เพราะถ้ามีใครทำเสียงดังเจ้าสิ่งลึกลับดุร้ายจะบุกมาคร่าชีวิตพวกเขา พลอตห้ามส่งเสียงนี้ถูกนำมาขยายเป็นบทภาพยนตร์ที่ทำให้ดูสนุกและลุ้นไปตลอดทั้งเรื่อง (ชนิดที่ถ้าดูในโรงคงไม่มีใครกล้าส่งเสียงกินพ็อพคอร์น) หนังก็เลยใส่เหตุบังเอิญให้มีเสียงดังอยู่บ่อยครั้ง แล้วทั้งครอบครัวก็ต้องอยู่ในภาวะตระหนก เตรียมรับมือกับการมาของเจ้าสัตว์ลึกลับ และทิ้งท้ายอย่างสะเทือนใจด้วยการเสียสละของหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวเพื่อให้คนอื่น ๆ ได้อยู่รอดต่อไป หนังชาญฉลาดในแง่ของการหยิบเทคนิคการเล่าเรื่องแบบไร้เสียงมาใช้นำเสนอ เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยมด้วย และภาค 2 จะเข้าฉายในสหรัฐฯ 4 กันยายนนี้ (อ่านรีวิวฉบับเต็มเรื่องนี้ของ WTF ได้ที่นี่)

อันดับ 3 Get Out (2017) – Score 7.7/10

  • นักแสดง: Daniel Kaluuya, Allison Williams, Catherine Keener, Bradley Whitford, Caleb Landry Jones
  • ผู้กำกับ: Jordan Peele (Us)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 4 / 255 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง: “คริส” และ “โรส” คู่รักต่างสีผิวที่กำลังรักกันดูดดื่ม แล้วโรสก็ต้องการพาคริสไปรู้จักกับพ่อแม่ในวันสุดสัปดาห์ คริสรู้สึกประหม่าเพราะโรสไม่ได้บอกว่า เขาเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน แต่สุดท้ายคริสก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อแม่ และเจเรมี น้องชาย แต่คริสเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับจอร์จีนา และวอลเตอร์ คนรับใช้ที่มองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ และมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ยิ่งพอเข้าวันที่ 2 ที่เป็นเทศกาลรวมญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของครอบครัวอาร์มิเทจ คริสก็ได้พบกับ “แอนดรูว์” คนผิวดำคนแรกในหมู่บ้านนี้ แต่แล้วเขาก็ได้พบกับปฎิกิริยาชวนช็อก จนคริสรู้สึกว่าเขาอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไม่ได้แล้ว แต่คริสจะหาทางออกไปได้หรือไม่
  • นี่คือหนังที่ได้คะแนนโหวตในเว็บมะเขือเน่าสูงถึง 99% ชนะรางวัลออสการ์บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม และเข้าเชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Daniel Kaluuya) และผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ทั้งที่ Peele เพิ่งกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เขาดูจะไปได้ดีกับงานหนังสยองขวัญ เพราะก็เปรี้ยงกับ Us (2019) อีกเรื่อง (อ่านรีวิวฉบับเต็มเรื่องนี้ของ WTF ได้ที่นี่)

อันดับ 2 The Lighthouse (2019) – Score 7.6/10

THE LIGHTHOUSE
  • นักแสดง: Robert Pattinson, Willem Dafoe, Valeriia Karaman, Logan Hawkes
  • ผู้กำกับ: Robert Eggers (The Witch)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: ทุนสร้างไม่มีการบันทึกไว้ / 17 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง: เรื่องเล่าคลาสสิกของเหตุการณ์จริงในปี 1801 ที่ชื่อ “โศกนาฏกรรมประภาคารหลังเล็ก”  (The Smalls Lighthouse Tragedy) เกี่ยวกับคนเฝ้าประภาคารชาวเวลส์ 2 คนที่ชื่อ “โธมัส” เหมือนกัน พวกเขาต้องติดอยู่ในประภาคารระหว่างพายุใหญ่โหมกระหน่ำยาวนาน และเมื่อชายคนหนึ่งเกิดตายอย่างสยดสยอง ชายอีกคนกลัวถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรถ้าเอาศพโยนทะเล จึงจำใจต้องทนอยู่ทำงานโดยมีศพเพื่อนร่วมงานที่กำลังเน่าเปื่อยอยู่ไม่ไกล สภาวะกดดันและความอ้างว้างทำให้เขากำลังจะเป็นบ้า เหตุการณ์นี้ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านสื่อหลายครั้งที่ใกล้หน่อยก็มีละครวิทยุของช่อง BBC ในปี 2011 ฉบับหนังอังกฤษในปี 2016 ของ คริส โครว์ และผ่านวิสัยทัศน์ใหม่ในหนังฉบับนี้ของเอ็กเกอร์นี่เอง
  • นี่เป็นเพียงผลงานหนังยาวเรื่องที่ 2 ของผู้กำกับ ผู้กำกับที่โด่งดังจากหนังเรื่องแรกในแนวเขย่าขวัญยุคใหม่อย่าง The VVitch: A New-England Folktale (2015) ซึ่งก็ทำให้เห็น “ความมีของ” ในตัวเอ็กเกอร์มาอย่างดี และในหนังเรื่องที่ 2 ของเขานี้มันก้ยังคงโดดเด่นจากสิ่งที่เขาเคยทำไว้ หนังเข้าชิงออสการ์สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยมปีล่าสุด (อ่านรีวิวฉบับเต็มเรื่องนี้ของ WTF ได้ที่นี่)

อันดับ 1 Black Swan (2010) – Score 8/10

LV1F9083.CR2
  • นักแสดง: Natalie Portman, Mila Kunis, Vincent Cassel, Winona Ryder, Barbara Hershey
  • ผู้กำกับ: Darren Aronofsky (Noah, The Wrestler, Mother!, The Fountain)
  • ทุนสร้าง/รายได้รวมทั่วโลก: 13 / 329 ล้านเหรียญฯ
  • หลอนยังไง: “นีน่า” (Natalie Portman) เป็นนักบัลเลต์ที่มีความสามารถ วันหนึ่งผู้กำกับ “รีลอย” (Vincent Cassel) ได้เลือกให้เธอรับบทนำเรื่อง Swan Lake ท่ามกลางความชื่มชมและริษยาของนักเต้นคนอื่นบทนี้ นีน่าจะต้องแสดงเป็นทั้งด้านสว่างคือ หงส์ขาว และด้านมืด หงส์ดำ นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทางจิตที่เริ่มก่อตัวในจิตใจเธอ เริ่มด้วยผู้กำกับไม่พอใจกับการเต้นของนีน่า ที่แม้สวยงาม แต่ขาดเสน่ห์ เขากระตุ้นให้เธอแสดงสัญชาตญาณดิบออกมา เธอต้องเผชิญความกดดันทั้งจากการแสดง ความกังวลต่อคู่แข่ง “ลิลี่” (Mila Kunis) ตัวสำรองผู้พรั่งพรูไปด้วยความอิสระทางอารมณ์และอาจจะแย่งบทนี้ไปจากเธอได้ทุกเมื่อ อีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้ความกังวลยิ่งหนักหนา คือแม่ผู้เข้มงวดและยังเลี้ยงเธอเหมือนเด็ก นีน่าเห็นภาพที่เหมือนจริงว่าตนเองได้ร่วมรักกับลิลี่และภาพหลอนต่าง ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตื่นมาเพื่อแสดงบทนำครั้งแรกของเธอ นำไปสู่บทสรุปและการปลดปล่อยตัวเองของหญิงสาวที่สะเทือนอารมณ์
  • หนังทำให้ Natalie Portman คว้านำหญิงบนเวทีออสการ์ไปครอง และหนังก็ยังเข้าชิงอีก 4 สาขาใหญ่ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม ถ่ายภาพยอดเยี่ยม และตัดต่อยอดเยี่ยม

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส