ร้อนแรงดั่งเพลิง ทะยานสู่ 100 ล้าน ! เจาะลึกทำไม ‘ดาบพิฆาตอสูร’ ขึ้นแท่นอนิเมะสุดฮอต?

เรียกได้ว่ายอดในโรงถล่มทลายฝ่าวิกฤตโควิดเป็นอย่างมาก กับภาพยนตร์อนิเมะชื่อดัง ‘ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์  (Kimetsu no Yaiba: Mugen Ressha-hen)’ หรือที่สาวกพากันเรียกชื่อสั้น ๆ ว่า ‘ไยบะ’ (อย่าไปสับสนกับ ‘ซามูไรไยบะ’ ในอดีตกันล่ะผู้ชม…รู้อายุกันไปเลยทีเดียว) เกิดเป็นกระแสในวงกว้างฉุดไม่อยู่ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้วงการอนิเมะในญี่ปุ่นสั่นสะท้านด้วยการครองทุกรอบในวันเข้าฉายเท่านั้น มันยังสร้างกระแสในไทยได้อย่างน่าตื่นเต้น ด้วยรายได้มหาศาลเป็นประวัติการณ์อีกด้วย 

อ่านรีวิว ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ 

โปสเตอร์โปรโมตภาพยนตร์ ‘ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์  (Kimetsu no Yaiba: Mugen Ressha-hen)’ ในไทย

แค่เปิดตัววันแรกในไทยก็เป็นที่โจษจันกันอย่างหนัก เพราะทำรายได้ไปถึง 7.68 ล้านบาท ทำลายสถิติรายได้เปิดตัววันแรกของภาพยนตร์อนิเมะอย่าง สแตนด์บายมี โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป: STAND BY ME Doraemon (5.4 ล้านบาท) วันพีซ สแตมปีด: One Piece: Stampede (5.37 ล้านบาท) และ หลับตาฝันถึงชื่อเธอ: Your Name (3.41 ล้านบาท) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอนิเมะระดับตำนานอย่างไม่คาดฝัน ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันจากประเทศญี่ปุ่นที่ทำรายได้สูงสุดในวันเปิดตัวในไทย และยังทำลายสถิติของภาพยนตร์ เทเน็ท: Tenet เป็นภาพยนตร์ระบบไอแมกซ์ 2 มิติที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดในปีนี้ด้วย

เพราะอะไรอนิเมะเรื่องนี้ถึงได้ดังระเบิด มีผู้ชื่นชอบอย่างมากมายขนาดนี้ เราจึงต้องจับมาชำแหละดูสักหน่อยสิว่า จุดไหนที่ไปโดนใจ ทำให้เกิด Fever ตบเท้าเข้าไปดูในโรงกันมากมายขนาดนี้

เนื้อหาจัดหนัก จัดเข้มเต็มอารมณ์

ก่อนจะพูดถึงฉบับภาพยนตร์ที่ดังเปรี้ยงเรามาทำความรู้จักเรื่องย่อของดาบพิฆาตอสูรโดยภาพรวมกันสักหน่อย เรื่องย่อนั้นมีอยู่ว่า ในประเทศญี่ปุ่นยุคไทโช ‘คามาโดะ ทันจิโร่’ ลูกชายคนโตของครอบครัวใหญ่ที่สูญเสียพ่อไป ด้วยความอ่อนโยน เฉลียวฉลาด และมีความรับผิดชอบสูง เขาจึงรับหน้าที่หารายได้เลี้ยงดูครอบครัวด้วยการเผาถ่านไปขาย แต่แล้ววันหนึ่ง ความสงบสุขก็พลันมลาย เมื่อมีอสูรบุกเข้ามาสังหารคนในครอบครัว ขณะที่เขานำถ่านไปขาย เหลือเพียงน้องสาวที่ชื่อ ‘เนะซึโกะ’ เท่านั้นที่รอด ทว่าก็กลับกลายร่างเป็นอสูรไป 

ฉากที่ ‘ทันจิโร่’ พระเอกของเรื่องช่วยเหลือน้องสาว ‘เนซีโกะ’ ที่ถูกโจมตีจนกลายร่างเป็นอสูรในอนิเมชั่นซีรีส์

ระหว่างนั้น ‘โทมิโอะกะ กิยู’ นักล่าอสูรที่เดินทางผ่านมา หมายจะฆ่าเนะซึโกะที่กลายเป็นอสูรไปแล้วเพื่อปกป้องทันจิโร่ ทันจิโร่จึงเข้าต่อสู้เพื่อปกป้องน้องสาว ทว่าเนซึโกะแสดงอารมณ์และความคิดอย่างมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้เห็น กิยูที่เห็นความสามารถของที่แฝงอยู่ของทันจิโร่และความประหลาดของเนซึโกะจึงชี้ทางให้เขาเป็นนักล่าอสูร การเดินทางเพื่อหาวิธีทำให้น้องสาวกลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิม และการชำระแค้นอสูรจึงเริ่มต้นขึ้น 

แค่เปิดมาเนื้อหาก็หนักหน่วง เร้าอารมณ์ให้คนดูรู้สึกทั้งเอ็นดู สงสาร และเห็นใจพระเอก ทำให้อยากตามลุ้นเอาใจช่วยตั้งแต่แรก เมื่อออกเดินทางไปเรื่อย ๆ พระเอกของเราก็เจอกับอุปสรรคต่าง ๆ และด่านหิน ๆ มากมาย ทำให้เส้นเรื่องมีความตื่นเต้นลุ้นระทึกอยู่เสมอ ขณะเดียวกัน ความหินที่ว่ายังช่วยทำให้เรื่องมีความสมจริงมากขึ้นด้วย (จะปราบอสูรทั้งที ถ้าเป็นกันได้ง่าย ๆ ก็ไม่น่าอินแล้วน่ะสิ)

ความสมจริงอีกจุดที่พาให้คนดูอินตามคือ ความเป็นเหตุเป็นผลที่ดูแล้วเข้าใจง่าย หรือจะเข้าใจแบบลึก ๆ ก็ยังได้ นั่นก็คือเรื่องการฝึกร่างกายและปราณต่าง ๆ ในเรื่อง การเล่าเรื่องที่มีจังหวะลำดับขั้นของการพัฒนาตัวละครให้เข้าใจไปในแต่ละสเต็ป เอ้า…เข้าใจกายแล้วนะ ต่อมาก็ควบคุมลมหายใจสิ โอ้นี้มัน หลักพุทธ หลักเต๋าผสมเซนชัด ๆ ช่างสอดคล้องกับหลักความเชื่อในโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เรื่องนี้ดูแล้ว ‘เนียน’ ขึ้นไปอีกอย่างบอกไม่ถูก (ในฐานะผู้ที่กำลังฝึกสมาธิอยู่ แอบเห็นความเชื่อมโยงเกี่ยวข้อง ที่เอามาผูกในเรื่องให้ดูสมจริงได้อย่างน่าทึ่ง … และก็น่าจะดีไม่น้อยที่เด็กจะดูแล้ว อยากจะฝึกกายใจ หรือเรียนรู้เรื่องราวในทางนี้ดูในโลกแห่งความเป็นจริง)

ภาพแสดงการใช้ปราณวารีของทันจิโร่

และไม่เพียงทำให้เนื้อเรื่องดูเมคเซนซ์กว่าเดิมเท่านั้น ความเชื่อเรื่องการฝึกตนนี้ยังกลมกลืนไปกับสภาพบ้านเมืองของยุคนั้น ซึ่งเป็นฉากใหญ่ของเรื่อง เสริมให้ภาพรวมดูกลมกลืน ดูแล้วไม่ขัดใจด้วย 

นอกจากการขับเคลื่อนเนื้อเรื่องที่ไม่ประดักประเดิด การเดินเรื่องก็ทำได้ค่อนข้างดี คือเดินเรื่องได้กระชับ รวดเร็วไม่ยืดยาดเกินไป มีอะไรให้ชวนติดตามทุกตอน พอจะมาลงโรงก็ค้างในจุดที่คนพร้อมจะติดตามต่อพอดี และเมื่อมาดูต่อก็ไม่ผิดหวัง เพราะคงคุณภาพและเชื่อมต่อได้เนียนดีเกินคาด สามารถคงอารมณ์ความรู้สึกที่สร้างสมมาให้มา ‘ระเบิด’ ต่อเนื่องได้ในโรงภาพยนตร์เสียสนิท ไม่รู้สึกว่าเป็น ‘ภาคแยก’ ที่ทำออกมาต่างหาก อย่างอนิเมะทั่วไปเรื่องอื่น ๆ เรียกได้ว่า ‘ต่อกันได้ติด’ เสมือนดูอนิเมะต่อไปเรื่อย ๆ สมเป็นเรื่องเดียวที่เล่าต่อกันจริง ๆ 

โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ดีไซน์ ทะลายหัวใจคนดู

จากเรื่องย่อก็พอจะเห็นกันได้แล้วว่า พ่อพระเอกของเราดูเป็นคนจิตใจดี อ่อนโยน และมุมานะเพียงใด จุดนี้นอกจากจะทำให้เราตามเอาใจช่วยแล้ว มันยังส่งพลังให้คนดูอย่างน่าประหลาด เพราะแม้จะมีความสามารถเหนือกว่า และประสบกับความรันทดวิบัติเพียงไหน พระเอกของเราก็ไม่เคยที่จะแสดงพลังลบกับคนอื่น มีแต่ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้มแข็งที่น่าเหลือเชื่อ ซึ่งอนิเมะซีรีส์ได้ทำให้เราเห็นภาพนี้ของเขาออกมาทีละนิดอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนคนดูอดรู้สึกเชื่อและอินตามไปด้วยไม่ได้ ถึงขนาดที่ว่า เหล่าเด็กประถมในญี่ปุ่นถึงกับโหวตให้เป็น “บุคคลในดวงใจ” อันดับ 1 (ซึ่งเราก็คาดว่าเยาวชนบ้านเราก็คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่) ทว่า หากมาดูผลโหวตทั้งหมดก็จะทำให้เราพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจหลายอย่างเลยทีเดียว

ความน่าสนใจแรกคือ ‘บุคคลในดวงใจ’ ที่ว่า จะเป็นใครก็ได้ และนั่นทำให้ ‘แม่’ เข้ามาสู่อันดับ 2 และ ‘พ่อ’ มารั้งอยู่ในลำดับที่ 5 …พ่ายแพ้ต่อพระเอกทันจิโร่ของเราซะอย่างนั้น! โดยเด็ก ๆ ได้ให้เหตุผลว่า ทันจิโร่เป็นคนที่มีความพยายามและไม่ยอมแพ้ ดีกับทุกคน และรักครอบครัว (อ้าว แล้วป๊าม้าละลูกกก) นี่ชี้ให้เห็นว่าเสน่ห์ของพระเอกเราร้อนแรงเกินคาดขนาดไหน … ขนาดตัวเอกยังชนะคนจริงที่ใกล้ชิด ก็ไม่แปลกที่ภาพยนตร์อนิเมะเรื่องนี้จะได้รับความนิยมกว่ามากภาพยนตร์อื่น ๆ สินะ 

จะว่าไป เพราะดูน่ารัก น่าเอ็นดู น่าเอาใจช่วย มีนิสัยที่เป็นแบบอย่างที่ดี เพิ่มพลังใจและพลังบวก แบบนี้ เราเองก็ตกหลุมอินตามน้องทันจิโร่ไปจริง ๆ นั่นแหละ

ผังอันดับบุคคลในดวงใจของเด็กประถมญี่ปุ่นที่สำรวจโดยบริษัท Benesse Corporation
Credit: WA-Japan

ส่วนที่น่าสนใจต่อมาคือ อันดับอื่น ๆ ของบุคคลในดวงใจ นอกจากพ่อแม่ และคุณครู ที่มีตัวตนอยู่จริงแล้ว อันดับที่เหลือก็เป็นตัวละครจากไยบะหมดทั้งสิ้น สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า คาแรกเตอร์ที่เป็นแม่เหล็กของเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่พระเอกเท่านั้น ทั้งน้องสาวของทันจิโร่ รวมถึงตัวเอกสุดเด่นสุดสำคัญในภาพยนตร์ ตอน ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ นี้ อย่าง ‘เร็นโกคุ เคียวจูโร่’ ก็เข้าโผมากับเขาด้วย แล้วแบบนี้ เหล่าสาวกจะพลาดภาพยนตร์ตอนนี้ไปได้ยังไง

(อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย)