คิดงานไม่ออกหรอ ลองเข้าห้องน้ำดู ! เพราะงานวิจัยจาก University of Taipei ที่ตีพิมพ์ใน Sports Medicine and Health Science ได้ลองเอาเรื่องนี้มาทดสอบกันจริงจัง โดยเขาตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่าง ลำไส้ตรงกับการทำงานด้านการคิดและการตัดสินใจของสมอง หรือที่เรียกว่า rectum-brain connection พบว่ากลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบได้เร็วขึ้นหลังจากขับถ่าย
โดยนักวิจัยเอานักไตรกีฬาระดับสูงจำนวน 13 คน มาทดลองให้ทำแบบทดสอบ โดยให้แต่ละคนผ่านการทดสอบ 3 รูปแบบด้วยกัน 1) ทำแบบทดสอบโดยที่ยังไม่ได้ขับถ่าย 2) ขับถ่ายตามปกติ แล้วทำแบบทดสอบ และ 3) ขับถ่ายหลังได้รับ magnesium oxide แล้วค่อยทำแบบทดสอบ
จากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงหลังการขับถ่าย นักกีฬาทั้งหมดต้องทำ Stroop Color-Word Test หรือแบบทดสอบที่ใช้ดูความสามารถในการจดจ่อ ควบคุมการตอบสนอง และประมวลผลข้อมูลที่มีสิ่งรบกวน โดยวัดกันตรง ๆ จากว่าใครใช้เวลาทำแบบทดสอบน้อยกว่ากัน
และผลที่ออกมาคือ… คนที่ขับถ่ายใช้เวลาทำแบบทดสอบน้อยลง โดยตอนยังไม่ได้ขับถ่าย ใช้เวลาเฉลี่ย 27.1 วินาที หลังขับถ่ายตามปกติ เหลือ 24.4 วินาที และหลังขับถ่ายจากการใช้ magnesium oxide เหลือเพียง 23.4 วินาที
นอกจากการจับเวลา นักวิจัยยังใช้เครื่อง Near-Infrared Spectroscopy หรือ NIRS เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของออกซิเจนและการกระจายเลือดใน 2 บริเวณ คือบริเวณสมองส่วนหน้า หรือ prefrontal region และบริเวณท้องส่วนล่างใต้สะดือ
แล้วเขาก็พบว่า ระหว่างการทำ Stroop test นักวิจัยไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของออกซิเจนในสมองส่วนหน้าอย่างชัดเจน แต่กลับพบการใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นในเนื้อเยื่อบริเวณท้องส่วนล่าง ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณลำไส้ตรง ในระหว่างที่ผู้เข้าร่วมกำลังทำ Stroop test
นักวิจัยคาดว่า เวลาเรากำลังใช้สมองอย่างหนัก อาจไม่ได้มีแค่สมองที่กำลังทำงานเพื่อคิดหรือประมวลผล แต่ระบบประสาทบริเวณทางเดินอาหารเองก็อาจมีส่วนในการตอบสนองต่อการทำแบบทดสอบเหมือนกัน โดยเฉพาะบริเวณลำไส้ตรง ซึ่งมีระบบประสาทที่เชื่อมโยงกับระบบประสาทส่วนกลางอยู่แล้ว
นักวิจัยตั้งสมมติฐานว่า การมีอุจจาระค้างอยู่ในไส้ตรงอาจเพิ่มภาระการทำงานของระบบประสาทบางส่วน และเมื่อขับถ่ายแล้ว ภาระดังกล่าวอาจลดลง
แต่ผู้วิจัยเองก็ระบุว่า ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อแยกให้ออกว่า ผลที่เห็นเกิดจากการขับถ่าย หรือมีผลต่อการทำงานด้านการคิดโดยตรงกันแน่
ที่สำคัญ งานนี้มีผู้เข้าร่วมแค่ 13 คน เลยไม่สามารถสรุปได้ว่า “การถ่ายอุจจาระทำให้เราฉลาดขึ้น” หรือการกินแมกนีเซียมทำให้กระบวนการคิดทำงานได้ดีขึ้น เพราะแมกนีเซียมออกไซด์ถูกใช้ในงานวิจัยเพื่อช่วยให้ขับถ่าย และผลที่ออกมาดีที่สุดตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่เอาเป็นว่าความเชื่อมโยงระหว่างสมองและลำไส้นั้นมียังมีอะไรให้ค้นต่ออีกเยอะ
อย่างข้อมูลหลายชิ้นในปัจจุบันก็พบว่าระบบลำไส้สัมพันธ์กับสมองหลายด้าน อย่างคนที่มีอาการท้องผูกอาจเสี่ยงปัญหาด้านอารมณ์มากกว่าคนที่ขับถ่ายปกติ หรือคนที่ขับถ่ายน้อยอาจมีแนวโน้มเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์มากกว่า













