หลังจาก KEF แบรนด์ลำโพงจากอังกฤษเปิดตัว KEF LS LUXE ไปเมื่อช่วงเดือนก่อน ในที่สุดทีมงาน BT ก็ได้มีโอกาสฟังเสียงของลำโพงตัวจริงในงานเปิดตัวลำโพงรุ่นนี้อย่างเป็นทางการในไทย ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ KEF ตั้งใจกับลำโพงรุ่นนี้มากจริง ๆ จนน่าจะเป็น Gold Standard ของ KEF ไปได้อีกนานเลย
ดีไซน์โดย Ross Lovegrove

ผลิตภัณฑ์ของ KEF ส่วนใหญ่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ระดับโลก ทำให้ไม่ใช่เป็นแค่ลำโพงที่เสียงดี แต่ยังสวยงามสามารถตกแต่งบ้านได้ด้วย โดย LS LUXE ชื่อก็บอกแล้วว่าเน้นความ Luxury หรูหรา ดีไซน์ก็ต้องดูสวยงาม แปลกตาแต่ดูเป็นธรรมชาติไปด้วย โดยลำโพงที่โค้งมนไปหมดแทบไม่มีเส้นตรงเลยนี้ออกแบบโดย Ross Lovegrove นักออกแบบอุตสาหกรรมชื่อดังที่มีลายเซ็นในงานชัดเจน คือการนำเส้นสายออแกนิกแบบธรรมชาติและความเงางามแบบ Metallic มาอยู่ด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมา Lovegrove ก็ได้ออกแบบลำโพงตัวเทพอย่าง KEF MUON หรือลำโพงพกพา KEF Muo และหูฟัง KEF Mu7 และ Mu3 มาก่อนแล้ว ซึ่งถ้าดูทุกรุ่นก็จะรู้ทันทีว่านี่แหละงานของ Lovegrove

ดีไซน์ของ KEF LS LUXE นั้นมีความพิเศษหลายอย่าง ตั้งแต่รูปทรงมนละมุน มีความเรียบจุดเดียวที่ฐานเพื่อให้ตั้งได้ ขนาดด้านหลังที่ครีบระบายความร้อนที่ปกติจะใช้เส้นตรง ๆ ยังใส่เป็นเส้นที่ดูออแกนิก ลื่นไหลลงไปแทนเลย นอกจากนี้ตัวบอดี้ยังมีการใช้วัสดุพิเศษเพื่อให้แข็งแรงโดยไม่ต้องมีโครงสร้างภายในค้ำยันจำนวนมากเหมือนเดิม ทำให้สร้างปริมาณภายในได้มาก ส่งผลให้มีพื้นที่สำหรับสร้างความหนักแน่นนุ่มนวลให้เบสเยอะ

โดย LS LUXE เปิดตัวใน 3 สีคือ Eclipse Black สีดำนวล ๆ ที่หรูหรา, Dusk Titanium สีเทาไทเทเนียมที่ให้ความรู้สีกเหมือนเป็นผิวสัมผัสของยนตรกรรม และ Mineral White สีขาวที่ดูลุคคุณหนูมาก
เทคโนโลยีของ KEF LS LUXE
ในเชิงราคาแล้ว KEF LS LUXE ถูกวางเป็นรุ่นที่อยู่กึ่งกลางระหว่างลำโพงตั้งโต๊ะ LS50 Wireless II กับลำโพงตั้งพื้น LS60 แต่ในเชิงเทคโนโลยีแล้ว ด้วยความที่ LUXE ออกมาในปี 2026 ก็ทำให้ใส่เทคโนโลยีล่าสุดของ KEF จนทำให้ขึ้นไปเทียบกับ LS60 ได้ในหลาย ๆ แง่เลย



เทคโนโลยีเอกลักษณ์ของ KEF คือดอกลำโพง Uni-Q ที่รวมไดรเวอร์เสียงแหลมและเสียงกลาง-ต่ำอยู่ในดอกเดียว ทำให้เสียงถูกปล่อยออกจากจุดเดียว ทำให้กระจายเสียงดีไปได้ทั่วห้อง ไม่จำกัด Sweet Spot แค่จุดใดจุดหนึ่งเหมือนลำโพงแบบที่แยกไดรเวอร์ ซึ่ง LS LUXE เป็นลำโพงที่ใช้ไดรเวอร์ Uni-Q Gen 12 ขนาด 6.5 นิ้วนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มลำโพง Active แล้ว รวมกับเทคโนโลยี VECO ควบคุมการทำงานของไดรเวอร์เบสให้แม่นยำ และแอมป์ที่ทำงานด้วยกระแสแทนที่จะเป็นความต่างศักษ์ รวมกันแล้วทำให้ได้เสียงต่ำลงถึงถึง 35 Hz โดยไม่ต้องใช้ซับวูฟเฟอร์แยก (ส่วน LS60 ได้เสียงต่ำถึง 26 Hz เพราะมีวูฟเฟอร์ Uni-Core แยกอีก 4 ตัว)
นอกจากนี้ยังใส่วัสดุซับเสียง MAT ที่สามารถเก็บเสียงส่วนเกินได้ 99% ให้เสียงไม่ทบกันจนไม่เคลียร์ และวงจรการประมวลผลเสียงพิเศษ MIE (Music Integrity Engine) ที่ประมวลผลเสียงให้เหมาะสำหรับการออกแบบนี้โดยเฉพาะ

ส่วนการเชื่อมต่อก็รองรับทั้งการเชื่อมต่อ Spotify Connect, Tidal Connect, AirPlay, Google Cast และ roon ผ่านเน็ตเวิร์ค หรือจะต่อสายก็ได้ทั้ง HDMI, LAN, USB-C, AUX 3.5 mm คือรองรับการเชื่อมต่อได้ครอบคลุมเลย
ตารางเทียบสเปกลำโพง KEF กลุ่มท็อป
| รายการ | LS50 Wireless II | LS LUXE (2026) | LS60 Wireless |
|---|---|---|---|
| ประเภท | Bookshelf / Standmount | Bookshelf / Standmount (ดีไซน์ประติมากรรม) | Floorstanding |
| ราคาเปิดตัว | 119,000 บาท | 199,000 บาท | 269,000 บาท |
| ไดรเวอร์ | Uni-Q รุ่น 12 + MAT HF 25 mm + LF/MF 130 mm (5.25″) | Uni-Q รุ่น 12 + MAT HF 25 mm + LF/MF 165 mm (6.5″) | Uni-Q รุ่น 12 + MAT HF 19 mm + MF 100 mm (4″) + 4 × 135 mm Uni-Core (force-cancelling) |
| ช่วงความถี่ (-6 dB) | 40 Hz – 47 kHz | 35 Hz – 47 kHz | 26 Hz – 36 kHz |
| Frequency Response (±3 dB) | 45 Hz – 28 kHz | 42 Hz – 28 kHz | 31 Hz – 24 kHz |
| กำลังแอมป์ (ต่อลำโพง) | LF 280 W (Class D) + HF 100 W (Class AB) | LF 280 W (Class D) + HF 100 W (Class AB) | LF 500 W (Class D) + MF 100 W (Class D) + HF 100 W (Class AB) |
| Max SPL | 108 dB | 110 dB | 111 dB |
| ขนาด (สูง×กว้าง×ลึก) | 305 × 200 × 311 มม. | 336 × 223 × 298 มม. | 1090 × 212 × 394 มม. (รวมฐาน) |
| น้ำหนัก (คู่) | ≈ 20.1 กก. | 20 กก. | 62.4 กก. |
| จุดเด่นเทคโนโลยี | MAT, Music Integrity Engine, 12th Uni-Q | VECO (Velocity Control), current-drive amp, Flexible Decoupling Chassis, ตู้ BMC ทั้งใบ, ดีไซน์ Ross Lovegrove | Uni-Core force-cancelling, Single Apparent Source, ตู้เรียวบาง |
เสียงของ KEF LS LUXE

สเปกมาเต็มขนาดนี้ เราก็ต้องคาดหวังแหละว่าเสียงต้องดี ซึ่งฟังจริงแล้วก็… ไม่รู้จะติเรื่องไหนดี ไล่ฟังตั้งแต่แทร็กที่ป๋าเต็ดเปิดสาธิตบนเวทีคือ Sirius ของ Alan Parson Project ที่ความหนาแน่นของเบสทำให้เพลงที่มิกส์ดีอยู่แล้วเพลงนี้ชัดเจนขึ้นไปอีก (เสียดายที่ไม่ได้ฟัง Eye in the Sky ต่อ) หรือเพลง Drop ของ Cornelius ที่เป็นการมิกซ์ระดับเทพให้เสียงหยดน้ำสามารถกระจายไปทั่วห้องด้วยลำโพงแค่ 2 ลูกได้ ซึ่ง LS LUXE ก็เที่ยงตรงพอที่จะจัดการ Timing เสียงทั้งหมดให้เสียงหยดน้ำเหมือนโอบล้อมไปหยดอยู่ด้านหลังได้ ซึ่งถ้าจังหวะเสียงของลำโพง 2 ข้างไม่ละเอียดพอจะไม่สามารถให้อิมเมจเสียงแบบนี้ได้ หรือเพลง If I Ever Feel Better ของ Phoenix ที่ให้จะโคนของดนตรีได้ดี แยกชิ้นเครื่องต่าง ๆ ได้ชัด และป๋าเต็ดยังเปิด Bad Guy ของ Billie Eillish ให้ฟังเสียงเบสชัด ๆ ก็ได้เพลงที่น่าทึ่งเกินขนาดตัวลำโพงไปด้วย
เราทดลองฟังเพิ่มเติมในเพลง Re:Re: ของ Kessoku Band ที่ท่อนเปิดกีต้าร์เป็นงานยากของหลายลำโพงที่ทำความเสียดแสบไปไม่ถึง ก็ให้เสียงได้ดังใจ รายละเอียดไลน์กีต้าร์ที่ซ้อนทับกันได้เป็นอย่างดี และเพลง Perfect Blue ของ DJ Okawari ก็ยังให้เสียงเปียโนโน้ตสูงได้สะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งเราก็ได้ฟังเสียงร้องในเพลงทั่วไปก็ยังได้เนื้อเสียงร้องที่สวย หวาน อิ่ม ตามสไตล์ KEF
สำหรับใครที่สนใจ KEF LS LUXE สามารถทดลองฟังได้ที่ Lumencraft Showroom Decor Scape ทองหล่อ หรือโชว์รูมของ KEF ครับ














