Connect with us

เพลง

Paradox ฤดูฝน: ภาคต่อ “ฤดูร้อน” เพลงใหม่จากอัลบั้ม 6.2 BEFORE SUNRISE/AFTER SUNSET

หลังห่างหายไปจากการออกอัลบั้มมานานกว่า 5 ปี (แต่ออกซิงเกิ้ลมาเรื่อยๆนะ 55) ในที่สุดวงร๊อกสุดแนวที่มาสาวกพันธุ์แท้อยู่มากมายอย่าง PARADOX ก็ได้ประกาศอัลบั้มทางการ อัลบั้มที่ 6.2 ออกมาแล้วในชื่อ Before Sunrise/After Sunset ครับ (อัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Daydreammer นับเป็น 6.1) และแน่นอน นอกจากให้เหล่าสาวกได้พรีออร์เดอร์อัลบั้มลิมิเต็ดที่ทำออกมาเพียง 3,500 ชุดแล้ว ทางวงยังได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่มาช่วยปลุกกระแสด้วย กับเพลง ฤดูฝน

หลังห่างหายไปจากการออกอัลบั้มมานานกว่า 5 ปี (แต่ออกซิงเกิ้ลมาเรื่อยๆนะ 55) ในที่สุดวงร๊อกสุดแนวที่มาสาวกพันธุ์แท้อยู่มากมายอย่าง PARADOX ก็ได้ประกาศอัลบั้มทางการ อัลบั้มที่ 6.2 ออกมาแล้วในชื่อ Before Sunrise/After Sunset ครับ (อัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Daydreammer นับเป็น 6.1) และแน่นอน นอกจากให้เหล่าสาวกได้พรีออร์เดอร์อัลบั้มลิมิเต็ดที่ทำออกมาเพียง 3,500 ชุดแล้ว ทางวงยังได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่มาช่วยปลุกกระแสด้วย กับเพลง ฤดูฝน 

14102506_10154415394615890_5076953593964261331_n

ความพิเศษของเพลงนี้คงเป็นการที่ปล่อยเอ็มวีออกมาถึง 2 เวอร์ชั่นพร้อมกัน คือ ฤดูฝน (ของเขา) และ ฤดูฝน (ของเธอ) โดยเปลี่ยนมุมมองการเล่าผ่านสายตาของผู้ชาย และผู้หญิงต่างกันไป งานนี้ได้ผู้กำกับเอ็มวีอย่าง เสือ – พิชย จรัสบุญประชา ที่ร่วมกำกับ ฮอร์โมน เดอะซีรีส์ ในซีซั่น 2 และ 3 มาคุมการสร้าง ซึ่งก็ได้งานภาพที่แปลกตาจากงานไทยหลายๆตัวครับ ออกจะไปคล้ายงานที่ใช้แสงนีออนเฉดสีตรงข้ามตัดกันฉูดฉาดของ Nicolas Winding Refn ผู้กำกับมากฝีมือเจ้าของงานอย่าง Drive, Only God Forgives และล่าสุด Neon Demon ด้วย ด้านการเล่าเรื่องของทั้งสองเวอร์ชั่นก็ค่อนข้างออกไปทางความรู้สึกนามธรรม เน้นอารมณ์มากกว่าการเล่าเรื่องตรงตัว ซึ่งก็ทำได้สวยงามครับ โดยเฉพาะพวกพี่ๆวงพาราด็อกซ์ที่เล่นดนตรีกลางฝนนี่อย่างเท่เลย

14736931691473693416l

ส่วนด้านตัวเพลงนั้น ทั้งสองเวอร์ชั่นเหมือนกันครับ เพลงนี้ออกเป็นเพลงร๊อกช้าๆที่มีจังหวะเร้า แสดงถึงความโดดเดี่ยว และเหงาจนอยากตะโกนเรียกใครสักคน อารมณ์สมกับฤดูฝนตามชื่อเพลงเลยครับ ซึ่งทางพี่ต้าได้บอกว่าเป็นภาคต่ออย่างเป็นทางการของเพลง ฤดูร้อน ด้วย (เหลือแค่ฤดูหนาวแล้ว แต่อาจต้องรออีก 5 ปีหรือเปล่าไม่ทราบได้ 55) แม้ดนตรีออกจะไปคล้ายๆเพลงในอัลบั้มเดียวกันนี้ที่ปล่อยออกมาก่อนนานแล้วอย่าง รถไฟขบวนแห่งความฝัน อยู่ค่อนข้างมากก็ตาม แต่ด้วยเนื้อหาเพลงก็เรียกว่าดึงความหม่นของฟ้าฝนออกมาได้เต็มที่ครับ

ฝนซัดสาด ให้มันเปียกปอนไปพร้อมน้ำตา ในวันที่มองดูฟ้าคำราม ในวันที่เธอไม่อยู่ดังเดิม

สำหรับอัลบั้มตัวลิมิเต็ดที่ออกมาให้จองนั้นมีราคา 599 บาท ในชุดจะประกอบด้วย แผ่นเพลง 3 แผ่น แผ่นแรกคือ 6.1 เป็นอัลบั้ม Daydreammer จำนวน 18 เพลง ที่มีเพลงฮิตอย่าง คนบนฟ้า และ ปลายสายรุ้ง  ส่วนแผ่นที่สองคือ 6.2 เป็นอัลบั้มใหม่ Before Sunrise/After Sunset จำนวน 20 เพลง ซึ่งมีเพลงให่ที่รวมถึง ฤดูฝน อยู่ในนั้นด้วย สำหรับแผ่นสุดท้ายคือ 6.25 เป็นโบนัสพิเศษจำนวน 14 เพลง โดยรวมเพลงเก่าของวงที่เอามาทำใหม่พร้อมศิลปินรับเชิญมากมาย อย่าง ยิปโซ, เฟรม The Star และ แฟนพันธ์แท้ Paradox เป็นต้นครับ ซึ่งในแพ็กเกจยังจะให้ที่ใส่แผ่นว่างมาอีก 1 ถาดครับ เพื่อรอใส่อัลบั้ม 6.3 ที่จะมาแนวอะคูสติก โดยจะตามออกมาในเดือนตุลาคมปีหน้า (อ่านดีๆนะครับไม่ใช่ตุลาคมนี้ ต้องรออีก 1 ปีเลย) รวมทั้งสิ้นในแพ็กเกจนี้ 52 เพลงเต็มๆจุใจไปเลย

นอกจากแผ่นเพลงแล้วในชุดขนาด 12 x 12 นิ้วนี้ยังจะมี บัตรเข้าชมคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ที่ Gmm Studio ชั้น 1 เวลา 18.00 น. มาด้วย และยังให้ Photo Book 12 x 12 นิ้ว 16 หน้า แผ่น Filter สีไว้เป็นลูกเล่นกับปกอัลบั้มทำให้คราบเลือดหายไป Poster 1 แผ่น Card พลังไว้สะสมที่ออกแบบโดยพี่ๆวงพาราด็อกซ์เองเลย รวมถึงเลข Run No. 3,500 ชุด (LIMITED EDITION) ที่ทำให้อัลบั้มพิเศษนี้ของคุณทรงคุณค่าสุดๆด้วยครับ ตอนนี้โควต้าของทางเว็บขายของ จีนี่เมิร์ช ได้ถูกจองเกลี้ยงไปแล้ว เหลือที่ร้านบูมเมอร์แรงเท่านั้น ต้องรีบจองกันหน่อยสำหรับสาวกครับ

ขอบคุณภาพจาก: เฟซบุคแฟนเพจ PARADOX

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

“พูดไปเหอะ” (Verbalize) บทเพลงหวานจับใจจาก YENTED

Published

on

พูดไปเหอะ มีชื่อภาษาอังกฤษสองชื่อคือ Verbalize กับ Friend Zone คำหลังนี่คงรู้ความหมายกันดี หลายคนอาจเข้าใจมันอย่างซาบซึ้งเลยทีเดียว กับความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่อาจเกินเพื่อนแบบกลับไม่ได้ไปไม่ถึง ส่วนคำแรก เป็นคำกิริยามีความหมายว่า แสดงความรู้สึกหรือความคิดออกมาเป็นคำพูด”

Yented (อ่านว่า เย็นเต๊ด) คือวงอินดี้รุ่นใหม่ที่มีผลงานน่าประทับใจ ทำเพลงออกมาในแนวทาง Pop/R&B ตอนนี้มี EP แล้วหนึ่งอัลบั้มชื่อ Antifungal  พูดไปเหอะไม่ได้อยู่ใน EP นี้แต่เป็นซิงเกิ้ลใหม่ถอดด้าม ที่ทำให้เรารู้ว่าวงนี้ยังมีอนาคตอีกยาวไกล

 เปิดมาด้วยเสียงคลื่นซัดสาดเบาๆ ต่อด้วยเสียงกีตาร์ใส่รีเวิร์บก้องล่องลอย เพิ่มความหนักแน่นลงไปด้วยเสียงกลองและเบสอวบอ้วน เจือด้วยลูกซินธ์ที่ตอดมาเล็กๆพองาม ก่อนที่เสียงร้องนุ่มๆจะพรมลงมาอย่างหวานละมุน

 ฉันไม่รู้จะเริ่มมันอย่างไร ไม่รู้ว่าใช่เวลาที่ถูกไหม

ไม่รู้ว่าควร พูดคำว่ารักออกไป ให้เธอได้ยิน ได้รึเปล่า

 ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยรำพัน เจือด้วยความลังเล ด้วยไม่แน่ใจว่า ถ้าพูดความรู้สึกออกไปแล้ว เธอคนนั้นจะยอมรับมันหรือไม่

 เสียงร้องหลบลึก ละมุนละไมในท่อนฮุคทำให้เราตกไปในหลุมอารมณ์โรแมนติคในทันที หากเราเป็นหญิงสาวที่ได้รับถ้อยคำเหล่านี้ผนวกด้วยเสียงดนตรีที่ชวนเคลิบเคลิ้มแบบนี้ คงตอบรับรักแต่โดยดี

 ถ้าหากว่าตอนนี้ฉันไม่ได้บอกกับเธอว่ารัก

   ก็ยังคงไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้พูดไปสักที

   ถ้าหากว่าตอนนี้ฉันได้พูดออกไป

   พูดความในใจทั้งหมดที่มี

   เธอจะยอมรักฉันหรือเปล่า ”

ส่งท้ายด้วยท่อนผ่อนปล่อยอารมณ์ชวนฝัน เสียงเอื้อนหลบสูงแบบอาร์ แอนด์ บี ขยี้ใจ ก่อนจะใส่โซโล่มาเต็มๆ ขย่มอารมณ์ส่งท้ายเพลง จบลงด้วยความโรแมนติดงามงดหมดจดเลย

เชิญเสพย์กันได้เลยครับผม

“พูดไปเหอะ” 

เนื้อร้อง โดย  Pongthorn Pameto

ทำนอง โดย Pongthorn Pameto

เรียบเรียง โดย Panukorn Mala

กีตาร์ โดย  Panukorn Mala

เบส โดย Panukorn Mala

ซินธิไซเซอร์ โดย Tanapon Nakkhumpun และ Witchaya Sanpuwa

ควบคุมการผลิต โดย  Panukorn Mala และ Tanapon Nakkhumpun

ผสมเสียงและทำมาสเตอร์เสียง โดย  Monthon Dilokchavanis ณ Frenzyheart Studio

YENTED is… 

Pongthorn Pameto (Jao)  ร้องนำ

Panukorn Mala (Toon) กีตาร์

Karn Suwannakin (Karn)  กีตาร์

Witchaya Sanpuwa (Zac)  คีย์บอร์ด

Wuttichai Kaenvechai (Bew) กลอง

Preangwit Piraiwong (Preang)  เบส

Tanapon Nakkhumpun (Mos) ซินธิไซเซอร์

ติดตามข่าวสารของพวกเขาได้ทาง YENTED

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

“Love is blind” หยุดร้องฟูมฟาย หยุดเวลาความรักที่หมดไปกับซิงเกิ้ลใหม่จาก Sqweez Animal

Published

on

“ในการใช้ชีวิตนั้น เราต้องสู้กับความจริง และอยู่กับมันให้ได้ ถึงแม้บางครั้งมันจะเจ็บปวดและทรมาน
วันนี้มีหลายอย่าง ที่เราอาจสูญเสียไป แต่ก็มีหลายๆอย่างที่ก่อกำเนิดขึ้นและเป็นโอกาสใหม่ๆ ให้กับเราเสมอ”

วิน ศิริวงศ์

ถึงแม้หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป แต่สควีซ แอนิมอลก็ยังคงมีเพลงใหม่ออกมาให้เราได้ฟัง กลับมาคราวนี้วิน ศิริวงศ์ได้กลับมาสานต่อจิตวิญญาณของสควีซ แอนิมอล ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านบทเพลงร่วมสมัยที่ใช้ซินธิไซเซอร์และเสียงของเครื่องดนตรีต่างๆมาประสานกันอย่างลงตัวมีความเซ็กซี่ โมเดิร์นและสวยงามตามแบบฉบับของสควีซ แอนิมอล แต่แตกต่างออกไปด้วยกลิ่นอายใหม่ๆ

Love is blind เป็นการร่วมงานกันระหว่างวิน ศิริวงศ์ กับโปรดิวเซอร์มือดี “กวิน อินทวงษ์” ที่เคยร่วมงานกับอะตอม ชนกันต์และ me you มาแล้ว นอกจากนี้ยังมี “อายุ จารุบูรณะ” อดีตมือกลองวง Cocktail มาร่วมโปรดิวซ์ด้วยอีกคน รับประกันความไพเราะ เซ็กซี่และกลิ่นอายทางดนตรี Soul R&B ที่มีความเท่และโมเดิร์นได้เลย แค่นั้นยังไม่พอการดีไซน์การร้องให้กับวินในเพลงนี้ก็ถือว่ามีความน่าสนใจมากๆเช่นเดียวกัน คือยังคงมีความเป็นวินอย่างเต็มเปี่ยมแต่ก็มีความใหม่ใส่ลงไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งวินยอมรับว่าเพลงนี้ร้องยากมาก ด้วยวัยและการห่างไกลการร้องแบบนี้มานาน ทำให้งานนี้เหมือนต้องกลับมารื้อใหม่ ฝึกฝนทุกวันให้มันเข้าที่ และก็ต้องมีเทคโนโลยีมาช่วยด้วยเล็กน้อยเพื่อให้ฟังแล้วลื่นหูมากขึ้น

ส่วนการเรียบเรียงดนตรีนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจเสียงซินธิไซเซอร์เป็นพระเอกของงานส่วนกีตาร์ก็ตอดเบาๆกำลังดี มีความเท่ เก๋ ส่วนกลอง เบสและองค์ประกอบอื่นก็ถูกเรียงร้อยด้วยกันอย่างลงตัวกลมกล่อม

ที่จริงเพลงนี้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว โดยวินเป็นคนแต่งขึ้นและค่อยๆพัฒนาร่วมกันกับสิงห์ โดยมีกวินช่วยโปรดิวซ์ให้แต่ด้วยความล้ำของซาวด์ที่กวินทำให้นั้นมีความแตกต่างจากทิศทางดนตรีของสควีซ แอนิมอล ณ เวลานั้น วินและสิงห์จึงรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลาและตัดสินใจพักเพลงนี้เอาไว้ก่อน จนในที่สุดก็ได้กลับมาทำใหม่ในวันนี้

เพลงนี้วินแต่งขึ้นมาจากแรงบันดาลใจจากการที่เขาได้เห็นคนรอบข้างฟูมฟายกับความรักที่จากไป ซี่งเค้าได้แต่สงสัยว่าทำไมเราจึงโอบกอดความรักที่เจ็บช้ำราวกลับกำลังกำกุหลาบที่มีหนามแหลมเอาไว้และไม่ยอมปล่อยมันทิ้งไป เพลงนี้จึงเป็นเสมือนการบอกเล่าความรู้สึกของตนผ่านบทเพลงเพื่อที่จะบอกกับทุกคนว่าให้เลือกที่จะก้าวเดินต่อไปได้แล้ว ทิ้งความเจ็บปวดนั้นเอาไว้ข้างหลัง เหลือไว้เพียงความทรงจำในชีวิตที่ไม่ว่ามันจะงดงามหรือเจ็บช้ำเพียงใดก็ตาม อย่างไรเราก็ต้องก้าวเดินต่อไป

รอเรื่อยไป รอเมื่อสาย

จะร้องฟูมฟาย หรือร้องโวยวาย

สุดท้ายก็มีแค่เหลือเพียงวันที่ผ่านมา

รักได้ตายไปแล้วครั้งนี้ ยอมรับสักทีจะหนีความจริงได้กี่วัน

วันนี้เขา ไม่อยู่… Love is blind and love is gone

งาน MV ได้ผู้กำกับหญิงมือดีแห่งยุคอย่าง จีน คำขวัญ ดวงมณี มาถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไม่อาจทิ้งความรู้สึก ในอดีตเอาไว้ได้ งานนี้ยังคงมาด้วยสีสันที่แสบสันเช่นเคยอันเป็นลายเซ็นของจีน ทั้งการจัดแสงและการคุมสี เรียกได้ว่าเซ้นส์ทางแฟชั่นของเธอยังคงคมคายไม่เปลี่ยน ส่วนนักแสดงที่เล่นในเพลงนี้ก็ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ จีนใช้แสงและสีสันผสมผสานเซ้นส์ทางแฟชั่นมาประยุกต์ใช้ในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของเรื่องราวได้อย่างงดงาม

เรื่องราวใน MV ชวนให้นึกถึงคำกล่าวของ William Shakespeare ที่กล่าวเอาไว้ว่า

“The mirror of life shows you woman or man but in the heart of the soul you are neither. This is why love is blind.”

เชิญรับชมรับฟังบทเพลง “Love is blind” ได้เลยครับ

“Love is blind” 

โปรดิวซ์โดย  วิน ศิริวงศ์ , กวิน อินทวงษ์ และ อายุ จารุบูรณะ

เรียบเรียงโดย กวิน อินทวงษ์ และ วิน ศิริวงศ์

เนื้อร้อง ทำนอง กีตาร์ โดย วิน ศิริวงศ์

แซมพลิ่ง กลอง เบส และซินธ์ โดย กวิน อินทวงษ์

ติดตามข่าวสารของ สควีซ แอนิมอล ได้ทาง Sqweez Animal 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] PARIM “Comfort Zone” อัลบั้มเพลงป็อปดีๆที่เราไม่อยากให้คุณพลาด

Published

on

วงการดนตรีไทยไม่ไร้ความหวัง ในทุกวันนี้มีวงดนตรีและศิลปินอินดี้ออกมามากมาย หลากหลายแนวทางเพลง และส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่เป็นวงดนตรีและศิลปินคุณภาพ ดังเช่นศิลปินที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการหาอัลบั้มเพลงป็อปดีๆฟังสักอัลบั้ม อาจเป็นในเวลาจิบกาแฟยามเช้า ขับรถไปทำงาน หรือ กลับมาผ่อนคลายสบายๆที่บ้านก็เหมาะทั้งสิ้น ศิลปินคนที่ว่านี้ก็คือ PARIM

PARIM (พาริม) หรือ พริม จบการศึกษาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันทำงานด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งเป็นอาจารย์สอนร้องเพลงให้กับเด็ก ทำคณะละครเด็ก

เธอเป็นคนที่มีบุคลิกร่าเริง แจ่มใส ดูมี energy อยู่ตลอดเวลา แถมยังเป็นคนที่ชอบสีเหลืองมากๆอีก ทำให้เพลงของเธอและโชว์ของเธอมีประกายความสดใสเปล่งปลั่งออกมาอยู่ตลอด ปัจจุบันเธอเป็นหนึ่งในศิลปินของค่าย Comet Records  และมีผลงานอัลบั้มแรกในชีวิตออกมาแล้วโดยใช้ชื่อว่า “Comfort Zone”

บทเพลงทั้ง 10 เพลงจากอัลบั้ม “Comfort Zone”  เป็นเรื่องเล่าผ่านมุมมองอันสดใสของเธอ ที่มองผ่านโลกภายในหรือ “Comfort Zone” ของเธอไปสู่โลกภายนอกที่รายล้อมรอบตัว เนื้อหาของเพลงสะท้อนตัวตนของผู้หญิงคนหนึ่งและความสัมพันธ์ที่เธอมีต่อคนในชีวิตรวมไปถึงทัศนคติที่มีต่อการใช้ชีวิตของเธอและโลกรอบตัวด้วย

บทเพลงของ PARIM ใน “Confort Zone” ถูกถ่ายทอดผ่านท่วงทำนองของดนตรี อิเล็คโทรป็อป-ดรีมป็อป-ซินธ์ป็อป ที่ร่าเริงสดใส รายละเอียดของดนตรีชวนให้ยิ้มแย้มแจ่มใส และสนุกไปกับท่วงทำนองและน้ำเสียงร่าเริงของเธอ

และเมื่อใดที่เสียงดนตรีของเธอได้กระทบกับโสตสัมผัสของเราแล้ว เมื่อนั้นเราจะถูกดึงเข้าไปยังโลกของเธอในทันที


Say Hey

เปิดอัลบั้มกันด้วยท่วงทำนองสดใสของเสียงซินธ์สว่าง เบสหนึบๆ ที่ดุ่มเดินเกาะไปกับบีทกลองบางๆ เสียงร้องใสๆฟังสบาย ปลุกอารมณ์เบิกบานขึ้นมาในทันที กับเนื้อหาของเพลงที่พูดกับอดีตคนเคยรักว่าถ้าพบกันเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องไปใส่ใจเรื่องเก่าๆ ก็แค่ Say Hey

หากได้เจอกัน ก็ยัง Say Hey ฉันคนเดิมก็ยัง Say Hey

ไม่คิดไม่ติด ไมาโกรธกัน ปล่อยเรื่องเรา ที่พลาดไปแล้ว ให้ผ่านไป


11.15 AM

เปิดอินโทรมาก็ซาวด์ดรีมป็อปมาเต็มเลย ไลน์กีตาร์และซินธ์เคล้ากันไปเท่มาก เนื้อหาของเพลงน่ารักดี เหมือนมีข้ออ้างให้กับการนอนตื่นสาย ว่าที่ตื่นสายและไม่รับโทรศัพท์เธอก็เพราะว่าฉันอยากอยู่ในฝันที่มีเธออยู่ด้วยกันต่อ

คือในเพลงนี้เนี่ยไม่รู้ว่าคนที่พูดถึงเป็นแฟนกันรึยังแต่การที่โทรมาปลุกทุกวัน นี่ก็แหววกันอยู่ล่ะ เพราะฉะนั้นมันก็เลยเป็นอารมณ์แบบใกล้กันอยู่ล่ะ แต่ก็ยังไม่ได้ฟันธงว่าเป็นแฟน มันก็เลยมีความสุขที่ได้เก็บไปฝัน เคลิ้มๆได้อยู่ด้วยกันในนั้น แล้วค่อยตื่นมาเจอกันก็ได้

อินเลิฟ น่ารักใสๆได้ใจไปเลย !


Summer or Raining

อินโทรเท่มาก มาแบบซินธ์ป็อปเลย ทำนองเมโลดี้งามมาก ฟังง่ายติดหูเลย เนื้อหาของเพลงพูดถึงการที่มีเธออยู่ใกล้ๆ ไม่ว่าจะร้อนหรือฝนก็ไม่หวั่นไหว จะดีจะร้ายก็ไม่เป็นไร มีเธอก็สบายใจแล้วเป็นพอ

“Summer is coming

Or raining is coming

ฉันก็ไม่หวั่นเท่าไหร่”


ทางลัด

เพลงนี้เมโลดี้มีความป็อป 90 อยู่ ฟังแล้วรู้สึกคุ้นเคยๆ ไลน์ดนตรีก็มาแบบเท่ดีอีกแล้ว ไลน์กีตาร์ซิงเกิ้ลโน้ตเท่ๆกับ บีทกลองและเบสที่ผสานกันไปอย่างกำลังดี กับเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องการหา “ทางลัดทางใหม่” หรือเส้นทางที่ยังไม่เคยมีใครลองไป แล้วลองดุ่มไปดูว่าเราจะไปได้แค่ไหน ไกลเท่าไหร่และจะเจออะไรรอเราอยู่ข้างหน้า

“ขับรถล่องไปตามเส้นทางที่ไม่มีใครเคยผ่านข้ามไป

นั่งรถไฟไปตามเส้นรางที่ไม่มีใครเคยได้เข้าไป

หัวเราะร่าเริงในวิถีทางของเรา และมองว่าจะไปได้แค่ไหน

แล้วนั่งรอ มุ่งมั่นไป ว่าจะได้เจออะไร”

แถมช่วงท้ายเพลงยังมีการเติมท่อนร้องกึ่งแร็ปเข้ามาด้วย เก๋ไปอีก


ไม่ต้อง

เพลงนี้เป็นอิเล็คโทคป็อป ที่มีการใส่บีทแบบฮิปฮอป เสียงแร็ปเปอร์ที่ตอดๆอยู่ด้านหลัง กับเสียงแครชแผ่นลงไป โทนของเพลงดูหม่นๆลงกว่าเพลงก่อนหน้า ด้วยเนื้อหามีแววเจ็บช้ำเล็กๆ พูดถึงการที่คนรักเปลี่ยนไป ซึ่งเราเข้าใจและเธอไม่ต้องมาฝืนใจทำอะไรต่อมิอะไรอีกเลย

“บอกให้เธอรู้ ว่าเธอไม่ต้องมาคอยต่อรองเรื่องราวแบบนี้

บอกให้เธอรู้ ว่าเธอไม่ต้องมาไลน์ หากัน อยู่แทบทุกนาที

บอกให้เธอรู้ ว่าเธอไม่ต้องมาตาม ขอโทษกันเลยแบบนี้

ที่เราได้เห็น มันก็ชัดเจนอยู่ ฉันเข้าใจเธอดี”


สัญญาณ

เพลงนี้มีกลิ่นอายของความเซ็กซี่ ฟังแล้วชวนให้นึกถึงเพลงของ Men I Trust อยู่ในที ทั้งเท่ เซ็กซี่และเพราะดีเลย เข้ากันได้ดีกับเนื้อหาที่พูดถึงการส่ง “สัญญาณ” ให้กับคนที่เราชอบ เพื่อให้เค้ารู้ตัว

“มองฉันมอง เธอมีฉันที่มองอยู่ อย่าได้เหงาใจ

มองฉันมอง มีฉันอีกคนติดตามอยู่ คอยส่องสัญญาณอยู่ข้างใน” 


สายไหม

ชอบในความที่เพลงนี้พูดถึงวิถีชีวิตของคนในเมืองออกมาผ่านมุมมองใสๆของ PARIM เหมือนเอาความใสมาใส่เมืองที่วุ่นวาย ดีไปอีก !

อย่างในเนื้อร้องท่อนแรก

“จะมองไปทางไหน เห็นสายไฟ โยงใยเมือนสายไหมสีดำ”

จะมีสักที่คนกันที่มองเห็นสายไฟระโยงระยางเป็นสายไหม

“ชีวิตก็แบบนี้ เธอคงเจออย่างนี้

ยังไงเราคงไม่ต่างกัน

หากมองมันแบบนี้ มองมันในแง่ดี

เพราะพรหมลิขิตสร้างเรามาด้วยกัน”

เป็นการมองหลายสิ่งที่อาจสร้างความไม่พอใจ เช่น สายไฟ ควันมอร์เตอร์ไซต์ คนเดินเล่นโทรศัพท์กันขวักไขว่ในแง่ดีว่าเธอและฉันก็คงเจอแบบนี้ คงไม่ต่างกัน พรหมลิขิตคงสร้างเรามาด้วยกัน ดึงเข้าเรื่องรักไปอีก เยี่ยมจริงๆ


กาลครั้งหนึ่ง

เพลงนี้มีเลเยอร์เสียงที่แตกต่างออกไปจากเพลงอื่น มันจะฟังดูพันๆกันนัวร์ๆจมๆหน่อย ทั้งเสียงซินธ์ที่บิดวนอยู่เป็นบรรยากาศตลอด และเสียงร้องที่เกาะกลืนกันไปกับเสียงดนตรี กับเนื้อหาที่มีความเป็นนิทาน เป็นกวี ที่เล่าเรื่องของการเชื่อมั่นในรัก ของฉันและเธอ โดยพาร์ทแรกเล่าเรื่องของเธอที่ไม่เคยจะเอ่ยสิ่งใด หากแต่เธอยังไม่ลืมฉันและยังคงรักอยู่เสมออย่างนั้น

พาร์ทต่อมาก็เล่าฝั่งของฉันที่ไม่เคยเชื่อว่ารักเป็นสิ่งลวงและทุ่มเททำอยู่อย่างตามใจที่เชื่อมั่น นั่นคือยังคงรักและเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไว้ โดยไม่เคยลืมมันไปเลย


La La La La (ลาล่ะ ลาล่ะ)

ตั้งชื่อเพลงได้เท่ดี เล่นคำว่า La La La La ในภาษาอังกฤษให้เป็นคำไทยว่า ลาล่ะ ลาล่ะ เพลงนี้เติมกลิ่นอายความเป็นอาร์ แอนด์ บีลงไป มีความสวยและกลิ่นอายความเซ็กซี่ในท่วงทำนอง เนื้อหาพูดถึงการลาแล้วซึ่งความสัมพันธ์ที่ไม่โอเค ตอนนี้ได้เวลาที่จะลืมและลา แล้วล่ะ

“ลาล่ะ ลาล่ะ ลาล่ะ ฉันขอลานะ ไปจะ ไปจะ ไปจะ ต้องไปฮอลิเดย์

ลืมจะลืมจะลืม เธอแล้วตอนนี้ ไม่ขอให้เจออีกแล้วคนนี้”


ดาวโลกกับดวงจันทร์

เป็นอีกเพลงที่มีลักษณะของการเล่าเป็นนิทาน อาจด้วยความที่ พริมเป็นคนที่ทำงานกับเด็กจึงชอบที่จะเล่าเรื่องผ่านนิทาน ซึ่งเพลงนี้ทำออกมาได้น่ารักดี เหมือนเพลงเด็กเลย มีท่วงทำนองวอลซ์ กับการเรียบเรียงดนตรีที่มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดที่ซาวด์เหมือนของเล่นเด็ก หลับตาฟังแล้วเห็นภาพดวงจันทร์กำลังเดินเต้นรำไปรอบดาวโลกเลย นอกจากนี้ยังมีการเติมเสียงพูดเล่าเรื่องใส่ลงไปด้วยทั้งในตอนต้น ตอนกลางที่ดวงจันทร์ตัดพ้อดาวโลกที่ไม่สนใจ และตอนลงท้ายกับเสียงน่ารักๆเหมือนพี่สาวใจดีที่กำลังเล่านิทานให้เด็กๆฟัง

ลองดู live เพลงนี้จากงาน CATEXPO ดูแล้วคุณจะหลงรักศิลปินคนนี้มากขึ้น

ติดตามข่าวสารของ PARIM ได้ทาง Parim Prim

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!