Connect with us

เพลง

Paradox ฤดูฝน: ภาคต่อ “ฤดูร้อน” เพลงใหม่จากอัลบั้ม 6.2 BEFORE SUNRISE/AFTER SUNSET

หลังห่างหายไปจากการออกอัลบั้มมานานกว่า 5 ปี (แต่ออกซิงเกิ้ลมาเรื่อยๆนะ 55) ในที่สุดวงร๊อกสุดแนวที่มาสาวกพันธุ์แท้อยู่มากมายอย่าง PARADOX ก็ได้ประกาศอัลบั้มทางการ อัลบั้มที่ 6.2 ออกมาแล้วในชื่อ Before Sunrise/After Sunset ครับ (อัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Daydreammer นับเป็น 6.1) และแน่นอน นอกจากให้เหล่าสาวกได้พรีออร์เดอร์อัลบั้มลิมิเต็ดที่ทำออกมาเพียง 3,500 ชุดแล้ว ทางวงยังได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่มาช่วยปลุกกระแสด้วย กับเพลง ฤดูฝน

หลังห่างหายไปจากการออกอัลบั้มมานานกว่า 5 ปี (แต่ออกซิงเกิ้ลมาเรื่อยๆนะ 55) ในที่สุดวงร๊อกสุดแนวที่มาสาวกพันธุ์แท้อยู่มากมายอย่าง PARADOX ก็ได้ประกาศอัลบั้มทางการ อัลบั้มที่ 6.2 ออกมาแล้วในชื่อ Before Sunrise/After Sunset ครับ (อัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Daydreammer นับเป็น 6.1) และแน่นอน นอกจากให้เหล่าสาวกได้พรีออร์เดอร์อัลบั้มลิมิเต็ดที่ทำออกมาเพียง 3,500 ชุดแล้ว ทางวงยังได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่มาช่วยปลุกกระแสด้วย กับเพลง ฤดูฝน 

14102506_10154415394615890_5076953593964261331_n

ความพิเศษของเพลงนี้คงเป็นการที่ปล่อยเอ็มวีออกมาถึง 2 เวอร์ชั่นพร้อมกัน คือ ฤดูฝน (ของเขา) และ ฤดูฝน (ของเธอ) โดยเปลี่ยนมุมมองการเล่าผ่านสายตาของผู้ชาย และผู้หญิงต่างกันไป งานนี้ได้ผู้กำกับเอ็มวีอย่าง เสือ – พิชย จรัสบุญประชา ที่ร่วมกำกับ ฮอร์โมน เดอะซีรีส์ ในซีซั่น 2 และ 3 มาคุมการสร้าง ซึ่งก็ได้งานภาพที่แปลกตาจากงานไทยหลายๆตัวครับ ออกจะไปคล้ายงานที่ใช้แสงนีออนเฉดสีตรงข้ามตัดกันฉูดฉาดของ Nicolas Winding Refn ผู้กำกับมากฝีมือเจ้าของงานอย่าง Drive, Only God Forgives และล่าสุด Neon Demon ด้วย ด้านการเล่าเรื่องของทั้งสองเวอร์ชั่นก็ค่อนข้างออกไปทางความรู้สึกนามธรรม เน้นอารมณ์มากกว่าการเล่าเรื่องตรงตัว ซึ่งก็ทำได้สวยงามครับ โดยเฉพาะพวกพี่ๆวงพาราด็อกซ์ที่เล่นดนตรีกลางฝนนี่อย่างเท่เลย

14736931691473693416l

ส่วนด้านตัวเพลงนั้น ทั้งสองเวอร์ชั่นเหมือนกันครับ เพลงนี้ออกเป็นเพลงร๊อกช้าๆที่มีจังหวะเร้า แสดงถึงความโดดเดี่ยว และเหงาจนอยากตะโกนเรียกใครสักคน อารมณ์สมกับฤดูฝนตามชื่อเพลงเลยครับ ซึ่งทางพี่ต้าได้บอกว่าเป็นภาคต่ออย่างเป็นทางการของเพลง ฤดูร้อน ด้วย (เหลือแค่ฤดูหนาวแล้ว แต่อาจต้องรออีก 5 ปีหรือเปล่าไม่ทราบได้ 55) แม้ดนตรีออกจะไปคล้ายๆเพลงในอัลบั้มเดียวกันนี้ที่ปล่อยออกมาก่อนนานแล้วอย่าง รถไฟขบวนแห่งความฝัน อยู่ค่อนข้างมากก็ตาม แต่ด้วยเนื้อหาเพลงก็เรียกว่าดึงความหม่นของฟ้าฝนออกมาได้เต็มที่ครับ

ฝนซัดสาด ให้มันเปียกปอนไปพร้อมน้ำตา ในวันที่มองดูฟ้าคำราม ในวันที่เธอไม่อยู่ดังเดิม

สำหรับอัลบั้มตัวลิมิเต็ดที่ออกมาให้จองนั้นมีราคา 599 บาท ในชุดจะประกอบด้วย แผ่นเพลง 3 แผ่น แผ่นแรกคือ 6.1 เป็นอัลบั้ม Daydreammer จำนวน 18 เพลง ที่มีเพลงฮิตอย่าง คนบนฟ้า และ ปลายสายรุ้ง  ส่วนแผ่นที่สองคือ 6.2 เป็นอัลบั้มใหม่ Before Sunrise/After Sunset จำนวน 20 เพลง ซึ่งมีเพลงให่ที่รวมถึง ฤดูฝน อยู่ในนั้นด้วย สำหรับแผ่นสุดท้ายคือ 6.25 เป็นโบนัสพิเศษจำนวน 14 เพลง โดยรวมเพลงเก่าของวงที่เอามาทำใหม่พร้อมศิลปินรับเชิญมากมาย อย่าง ยิปโซ, เฟรม The Star และ แฟนพันธ์แท้ Paradox เป็นต้นครับ ซึ่งในแพ็กเกจยังจะให้ที่ใส่แผ่นว่างมาอีก 1 ถาดครับ เพื่อรอใส่อัลบั้ม 6.3 ที่จะมาแนวอะคูสติก โดยจะตามออกมาในเดือนตุลาคมปีหน้า (อ่านดีๆนะครับไม่ใช่ตุลาคมนี้ ต้องรออีก 1 ปีเลย) รวมทั้งสิ้นในแพ็กเกจนี้ 52 เพลงเต็มๆจุใจไปเลย

นอกจากแผ่นเพลงแล้วในชุดขนาด 12 x 12 นิ้วนี้ยังจะมี บัตรเข้าชมคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ที่ Gmm Studio ชั้น 1 เวลา 18.00 น. มาด้วย และยังให้ Photo Book 12 x 12 นิ้ว 16 หน้า แผ่น Filter สีไว้เป็นลูกเล่นกับปกอัลบั้มทำให้คราบเลือดหายไป Poster 1 แผ่น Card พลังไว้สะสมที่ออกแบบโดยพี่ๆวงพาราด็อกซ์เองเลย รวมถึงเลข Run No. 3,500 ชุด (LIMITED EDITION) ที่ทำให้อัลบั้มพิเศษนี้ของคุณทรงคุณค่าสุดๆด้วยครับ ตอนนี้โควต้าของทางเว็บขายของ จีนี่เมิร์ช ได้ถูกจองเกลี้ยงไปแล้ว เหลือที่ร้านบูมเมอร์แรงเท่านั้น ต้องรีบจองกันหน่อยสำหรับสาวกครับ

ขอบคุณภาพจาก: เฟซบุคแฟนเพจ PARADOX

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

Distant World : Music From Final Fantasy ความประทับใจในโลกแห่งเสียงเพลงของไฟนอล แฟนตาซี

Published

on

จบไปแล้วกับคอนเสิร์ตครั้งสำคัญที่มอบความประทับใจกลับบ้านให้กับแฟนๆ เกมไฟนอล แฟนตาซี กับคอนเสิร์ต Distant World : Music From Final Fantasy ที่จัดขึ้นในวันที่ 1 และ 2 ธันวาคม 2018   หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล

Photo by Manaswin Kamolwat

โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการจัดคอนเสิร์ต DISTANT WORLDS: music from FINAL FANTASY ขึ้นในประเทศไทย โดยคอนดักเตอร์ชื่อดัง Arnie Roth ได้นำบทเพลงของเกม FINAL FANTASY ภาคต่างๆ มากมายที่ประพันธ์โดยคุณ โนบุโอะ อุเอมัตสึ นักประพันธ์เพลงผู้สร้างบทเพลงอันเป็นตำนานให้ Final Fantasy  และเหล่านักประพันธ์บทเพลงประกอบเกม Final Fantasy เช่นคุณ โยโกะ ชิโมมูระ มาร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตร้า THAILAND PHILHAMONIC ORCHESTRA นอกจากนี้ยังมี Susan Calloway นักร้องและนักแต่งเพลงหญิงจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับรางวัลมากมาย มาร่วมขับขานบทเพลงสุดไพเราะจากไฟนอล แฟนตาซี ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์

 

 

Thailand Philharmonic Orchestra

Photo by Manaswin Kamolwat

ในงานมีแฟนๆเกมไฟนอล แฟนตาซีมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้กันอย่างคับคั่ง หายคนก็แต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครในเกม สร้างสีสันและบรรยากาศประหนึ่งว่าเรากำลังอยู่ในโลกแห่งเกมได้ไม่น้อยเลย นอกจากนี้ในงานยังมีบูธขายของที่ระลึก CD และแผ่นเสียงจากไฟนอล แฟนตาซีอีกด้วย

แฟนๆไฟนอล แฟนตาซีมาร่วมคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างคับคั่ง

 

Photo by Manaswin Kamolwat

Photo by Manaswin Kamolwat

Photo by Manaswin Kamolwat

แฟนๆ Final Fantasy ที่คอสเพลย์เป็นตัวละครในเกม มาร่วมชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ Photo by Manaswin Kamolwat

 

แผ่นไวนิล Distant Worlds สามชุด

 

ของที่ระลึกที่ขายในงาน

งานคอนเสิร์ตเริ่มตรงเวลา พอ 4 โมงนิดๆ วาทยากรและคณะนักดนตรีก็ขึ้นมาปรากฏตัวบนเวทีโดยพร้อมเพรียง เสียงดนตรีเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ก็ได้เริ่มบรรเลงขึ้น

จากนั้นบทเพลงแรก “Prelude” โหมโรงสรรพเสียงแห่งโลกไฟนอล แฟนตาซีก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ไม่รอช้าเพลงที่สอง Liberia Fatali จาก Final Fantasy VIII ก็บรรเพลงขึ้นเป็นเพลงต่อม  รู้สึกตื่นเต้นพลางหึกเหิมขึ้นมา คิดในใจว่าโอ้โหนี่หรือความรู้สึกเมื่อได้ฟังเพลงจากเกมที่รักและเล่นมาแต่เด็ก มันช่างยิ่งใหญ่จริงๆเลย

พบจบเพลงนี้อาร์นีย์ รอธ ก็กล่าวทักทายแฟนๆ สร้างบรรยากาศความเป็นกันเอง ก่อนที่จะตบมุขด้วยเพลง “Victory Theme” บทเพลงอันเป็นมงคลที่ทำให้ดีใจทุกครั้งที่ได้ยิน เพราะมันแสดงถึงชัยชนะและเลเวลที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

ไม่รอช้าบทเพลงสุดเร้าใจจาก Final Fantasy XV “Apocalypsis Noctis” ก็บรรเลงต่อมาเลย ต่อด้วยเพลงร้องเพลงแรกในงานนี้กับเสียงร้องอันทรงพลังแต่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไมของ ซูซาน คัลโลเวย์ กับบทเพลงที่มีชื่อว่า  Melodies of Life จาก Final Fantasy IX

มาฮึกเหิมกันต่อกับ Cosmo Canyon บทเพลงที่มีท่วงทำนองแบบอินเดียน เพลง theme ของเจ้าหมาป่า RED XIII แห่ง Final Fantasy VII

แล้วเพลง Terra’s Theme จาก Final Fantasy VI ก็ถูกบรรเพลงเป็นเพลงต่อมา ภาคนี้ก็เป็นอีกหนึ่งภาคที่หลายๆคนคิดถึง  จากนั้นก็มามันกันต่อกับ Blinded by Light จาก Final Fantasy XIII

Photo by Manaswin Kamolwat

และช่วงเวลาที่หลายๆคนรอคอยก็มาถึง เมื่อซูซาน คัลโลเวย์ขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง พร้อมบทเพลงร้องที่โรแมนติคที่สุดแห่งโลกไฟนอล แฟนตาซี “EYES ON ME” จากไฟนอล แฟนตาซี ภาค 8 พอเพลงนี้ขึ้นเท่านั้นล่ะแฟนๆก็ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความดีใจ ผมนี่ถึงกับน้ำตารื้นไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ฟังเพลงโปรดแบบสดๆในชีวิตนี้ มันตื้นตันใจจริงๆ

ซูซาน คัลโลเวย์และบทเพลงสุดโรแมนติคจาก Final Fantasy 8 “EYES ON ME” Photo by Manaswin Kamolwat

จากนั้นอาร์นีย์ก็บอกว่า เราเดินทางมาถึงช่วงพักแล้ว แต่ก่อนที่จะพัก จะบรรเลงเพลงอีกชุดหนึ่งเป็นบทเพลงแด่เจ้าสัตว์น้อยน่ารักที่พวกเราทุกคน มักจะหัวเราะให้กับความเปิ่นและซุกซนของมัน นั่นคือเจ้าโชโคโบะตัวเหลืองจอมซน กับบทเพลง Chocobo Medley นั่นเอง

แล้วก็มาสู่ช่วง INTERMEDIATE พัก 20 นาที

เข้าสู่ช่วงที่สอง เปิดด้วย Opening  bombing mission  บทเพลงอันฮึกเหิมจาก Final Fantasy VII พร้อมภาพประกอบที่เป็นเวอร์ชั่นรีเมคของเกมในภาคนี้ ดูแล้วยิ่งกระตุ้นให้อยากเล่นมากๆ อ๊าาากกก!!!

จากนั้นมาสลับด้วยเพลงช้า อารมณ์ซึ้งจาก Somnus จาก Final Fantasy XV ก่อนที่จะมามันสุดอลังกันต่อกับ Jenova Complete อีกหนึ่งบทเพลงทรงพลังจาก Final Fantasy VII

บู๊แล้วก็มาเปลี่ยนอารมณ์ด้วยเพลงซึ้งอีกครั้งจาก  Theme of Love จาก Final Fantasy IV อีกหนึ่งบทเพลงสุดโรแมนติคจากโลกไฟนอล แฟนตาซี หลายๆคนรอคอยที่จะฟังเพลงนี้ พอขึ้นมาเท่านั้นล่ะก็เฮเลย

เพลงต่อมาคือ Not Alone จาก Final Fantasy IX อีกหนึ่งเพลงเพราะๆจากเกมภาคนี้ และแล้วก็ถึงเวลาของภาค 14 แล้วกับสองบทเพลงจากเกมภาคนี้  A Realm Reborn และ Heavensward จาก Final Fantasy XIV

ต่อด้วยอีกภาคที่ทุกคนรอคอย To Zanarkland จาก Final Fantasy X และต่อด้วยเพลงร้องอีกหนึ่งบทเพลง  Dragon Song จาก Final Fantasy XIV

ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยชุด Medley จากไฟนอล แฟนตาซี

ในที่สุดช่วงสุดท้ายของงาน END CREDIT ก็ขึ้นมา ต่อมาด้วยการเชิญคุณ โยโกะ ชิโมมูระ (Yoko Shimomura) ผู้ประพันธ์เพลงหลักให้กับ Final Fantasy XV  ซึ่งมาฟังคอนเสิร์ตในวันนี้ด้วย เธอได้ขึ้นมากล่าวทักทายแฟนๆด้วยความเป็นกันเอง และบอกว่า ขอให้พวกเรามีความสุขกับการเล่นเกมไฟนอล แฟนตาซีต่อไป ส่วนเธอเองก็จะพยายามให้เต็มที่ในส่วนของเธอ ซาบซึ้งจริงๆครับ

Yoko Shimomura , Photo by Manaswin Kamolwat

ดูเหมือนว่าแฟนๆยังมีพลังไฟพลังฝันอยากปลดปล่อยมันไปกับบทเพลงจากไฟนอล แฟนตาซีอยู่  อาร์นีย์  จึงเอาใจแฟนๆด้วยการแถมให้อีกหนึ่งเพลง โดยก่อนเริ่มเพลง อาร์นีย์บอกว่าในวงเรามีนักร้องประสานเสียงคุณภาพอยู่ แต่ที่พิเศษคือตอนนี้เรามีนักร้องประสานเสียงกว่า 2,000 คน มันคงวิเศษหากเราร้องมันไปพร้อมๆกัน  มันไม่อยากเลยแค่ร้องคำเดียว แฟนๆหลายคนพอรู้แล้วว่าเพลงที่กำลังจะเล่นคือเพลงอะไร ยิ่งมันใจขึ้นเมื่อมือเปียโนเล่นโน้ตสามตัวให้แฟนๆได้เทียบเสียง  ตื้อ ตื้อ ตือ   และทันใดแฟนๆก็เปล่งเสียงพร้อมกันว่า “เซฟิรอธ”  ใช่แล้วครับเพลงส่งท้ายความประทับใจในวันนี้กับบทเพลง ENCORE ที่ชวนขนลุกกับเพลงธีมของตัวละครตัวร้ายในตำนานที่น่าเกรงขามที่สุดแห่งโลกไฟนอล แฟนตาซี “เซฟิรอธ” กับบทเพลงที่มีชื่อว่า “One Winged Angle”

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่อย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่านี่จะเป็นงานเลี้ยงครั้งสุดท้าย เราเชื่อว่าเมื่อมีครั้งแรกแล้วย่อมมีครั้งต่อๆไป ด้วยการต้อนรับและสนับสนุนจากแฟนๆอย่างคับคั่ง ผมเชื่อว่าในคราวหน้าจะต้องมีคอนเสิร์ต Distant World : Music From Final Fantasy เกิดขึ้นในบ้านเราอีกอย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะมาแสดงพลังกันอีกครั้ง ดื่มด่ำไปสู่โลกแห่งความฝันและความทรงจำ โลกแห่งไฟนอล แฟนตาซี

แฟนๆยืนปรบมือให้อย่างยาวนาน Photo by Manaswin Kamolwat

Photo by Manaswin Kamolwat

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางผู้จัด Five Four Records ที่ทำให้คอนเสิร์ตสุดเซอร์ไพรส์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในบ้านเราครับ

 

Source

ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก คุณ Manaswin Kamolwat และ Five Four Records

ภาพวีดิโอจากคอนเสิร์ต Distant Worlds Music From Final Fantasy The Celebration FINAL FANTASY 25th Anniversary 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

อัพเดท 11 MV เด็ดประจำเดือนพฤศจิกายน 2561

Published

on

เดือนพฤศจิกากำลังล่วงเลยไป ปีใหม่ก็ยิ่งใกล้เข้ามาทุกที ในช่วงปลายปีนี้ศิลปินไทยก็ออกผลงานใหม่ๆมามากมาย ทั้งที่เป็นซิงเกิ้ลและที่เป็นอัลบั้มก็มีอีกเยอะให้ฟังกันไม่หวาดไม่ไหว ซึ่งวันนี้ผมก็ได้คัดมาส่วนหนึ่งที่ได้ปล่อย MV ออกมาแล้วมีความน่าสนใจไม่ควรพลาด คัดมาทั้งหมด 11 เพลงด้วยกัน จะมีเพลงใดจากศิลปินคนไหนบ้างนั้นไปชมกันเลยครับ


TATTOO COLOUR – NO.1

No.1 เพลงรักหมายเลขหนึ่งจากอัลบั้ม “สัตว์จริง” จากวงป็อปอารมณ์ดี Tattoo Colour ที่คราวนี้ปล่อย MV ออกมาได้ทั้งฮาและน่ารักท่ามกลางบรรยากาศฟุ้งๆ อุ่นๆสีสันสดใส นำแสดงโดย นักร้องนำของวง “ดิม” และนักแสดงสาวหน้าใส  “เบลล์ เขมิศรา พลเดชที่มารับบทสติ” (เป็นสติที่น่ารักที่สุด ช่างบันดาลใจให้เราอยากมีสติอยู่ตลอดเวลา) ซึ่งคอยมาเตือนพระเอกเราตลอด เวลาที่จะกระทำการเสื่อมทรามใดๆ แต่ก็ไม่วายทำเรื่องป่วงๆ ได้ในที่สุด จะฮา บ้า น่ารักแค่ไหนไปชมกันนะครับ


SOMKIAT – 1-100

ซิงเกิ้ลที่สองจากวงร็อกมาดกวนชวนทะเล้น สมเกียรติ Somkiat หลังจากที่ได้จีน คำขวัญ ดวงมณี ผู้กำกับ MV หญิงแห่งยุค มาสร้างเสียงฮาพากวนไปแล้วใน MV เพลง “คิดถึงขนาด” คราวนี้ จีน คำขวัญ เจ้าเก่าก็ยังคงรับบทผู้กำกับอยู่เหมือนเดิมแต่ได้ ตุลย์ ณัฐดนัย มาร่วมแจมด้วยยิ่งเพิ่มดีกรีความสุดเข้าไปใหญ่

โดยเนื้อหาของ MV เล่าเรื่องของแม่สาวนางหนึ่งที่รูปงามและทรงพลานุภาพน่าเกรงขาม ซึ่งมีชายหนุ่มหน้าตามึนๆ (สมาชิกวงสมเกียรตินั่นเอง) อยู่รายล้อม คอยปรนนิบัติ พัดวีเอาใจ แต่หากทำให้เธอไม่สบอารมณ์เมื่อไหร่ สาวเจ้าก็พร้อมจะแสดงอภินิหารสั่งการลงโทษบรรดาชายหนุ่มใต้อาณัติทันที จะฮาอะไรขนาดนี้ และที่เยี่ยมไปกว่านั้นก็คงเป็นการที่ได้ “คิตตี้ ชิชา อมาตยกุล” ที่เพิ่งแจ้งเกิดจากบท “แนนโน๊ะ”สาวร้ายผู้ลึกลัยจากซีรีย์ “เด็กใหม่ Girl From Nowhere” มารับบทเจ้าแม่สาวนางนี้นั่นเอง


POLYCAT – ดูดี | Pretty …good

ที่สุดเลยเว้ยแก

ใครได้ฟังเพลงนี้ ผมเชื่อว่าประโยคนี้จะวนอยู่ในหัวตลอด มันช่างเป็นคำที่เด็ดดวง เป็นธรรมชาติ จริงใจ และแปลกใหม่สำหรับเนื้อเพลงไทยในบ้านเรา ต้องชื่นชม Polycat ที่ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่และหาอะไรใหม่ๆมาปรนเปรอโสตสัมผัสเราอยู่เสมอ

ดูดีซิงเกิ้ลที่สองจากอัลบั้มใหม่ของ Polycat ยังตอกย้ำแนวทางที่ชัดเจนต่อจาก “อาวรณ์” ที่เป็น R&B ยุค 90s ส่วน MV ก็ได้นักแสดงผิวสีมาเล่น ให้บรรยากาศของความเป็นอเมริกันที่เป็นรากทางดนตรีและวัฒนธรรมของงานเพลงแนวนี้ได้เป็นอย่างดีแบบ ที่สุดเลยเว้ยแก” 

ตัว MV เล่าถึงชายหนุ่มที่พยายามตัดชุดให้กับเพื่อนสาวคนสนิท ไว้ใช้ในวันสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนคนนี้น่ะ รักเธอ ที่สุดเลยเว้ยแก   


PENGUIN VILLA – ลำพัง

ห่างหายจากงานเพลงตัวเองไปนานเลยกับ เจ เจตมนต์ มละโยธาหรือPENGUIN VILLA ที่คราวนี้ได้ปล่อย “ลำพัง” เพลงเศร้าแบบเหงาๆ ออกมาเป็นซิงเกิ้ลที่สองต่อจาก “ร้อยล้านวิว” ที่เป็นเพลงรักอารมณ์สุข

“ลำพัง” ของ PENGUIN VILLA  ทำให้เราได้รู้ว่า ลำพังแค่กีตาร์ตัวเดียวกับเสียงร้องเปลี่ยวๆก็ทำให้เราเหงาเศร้าไปถึงกลางใจ ส่วน MV นั้นก็ได้ ตาล ปทุมวรรณ กุลปรียาวัฒน์ (The Face Thailand)” และนายแบบมาดเซอร์บ็อบ วรุตม์ บราวน์มาถ่ายทอดอารมณ์เหงาเมื่อคนรักจากไป และการต้องอยู่กับความเหงาที่ไม่เคยได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน 


The Parkinson – ไปเถอะ (Just Go.)

ตั้งแต่ “คนชั่ว 2018” มาจนถึง MV นี้เรียกได้ว่า MV ของ The Parkinson วงโซลไทยสไตล์สากลที่ทำเพลงได้ดีถึงจิตถึงใจ นั้นกรุ่นกลิ่นอายความอีโรติคมากๆ มาคราวนี้เล่าเรื่องราวของหญิงสาวงามเปี่ยมเสน่ห์เก๋เซ็กซี่ ที่หากมองภายนอกแล้วดูเหมือนว่าเธอคงจะไม่ต้องบอบช้ำจากเรื่องความรัก เนื่องจากความงามอันล้นเหลือของเธอ แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะชายหนุ่มคนรักของเธอกำลังจะจากไป ส่วนเธอนั้นคงทำได้แค่… (ต้องไปติดตามต่อใน MV เองนะครับ)

ส่วนตัวเพลงนั้นเป็นเพลงช้าอารมณ์เศร้าบอกเล่าเรื่องราวของคนที่กำลังจะถูกทิ้ง ที่ทำได้เพียงแต่เอ่ยคำลาว่า​“ไปเถอะ” เมื่อไม่อาจจะรั้งเธอไว้ นี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้เธอได้ ส่วนตัวฉันนั้นก็อยู่ได้อยู่แล้ว แค่ “ทรมาน” (ประชดประชันสุดๆ)” ส่วนในภาคดนตรียังคงถึงซึ่งอารมณ์ โซล ที่คราวนี้มีบลูส์มาเจือด้วยอย่างลงตัว ถ่ายทอดอารมณ์อัดอั้น บีบคั้นเจ็บปวดได้อย่างสาสมใจ


Plastic Plastic – Summer Hibernation

ได้เวลากลับมาอีกครั้งกับวงดนตรีอินดี้สองศรีพี่น้อง ปกป้อง-ต้องตา จิตดีในนาม Plastic Plastic ที่คราวนี้มาพร้อมงานเพลงสดใสเช่นเคย และ MV ที่สดใสไม่แพ้กันกับเรื่องราวความรักแบบแอบรักๆ น่ารักๆ ของหนุ่มสาวที่มาในลุคของนักเรียนญี่ปุ่นกับภาพฟุ้งๆ ฝันๆ

ส่วนตัวดนตรีนั้นก็มีกลิ่นอายอินดี้ป็อปญี่ปุ่นกับเสียงคีย์บอร์ดใสๆ เสียงกีตาร์และแซมป์กลองเท่ๆ ผสานเสียงร้องสดใสของเพลง-ต้องตา กับเนื้อหาของเพลงที่พูดถึงการแอบรักใครสักคน ที่หากมันเป็นได้แค่เพียงในฝันเราก็คงอยากพักผ่อนยาวไป คล้ายกับการจำศีล หรือ Hibernation นั่นเอง ส่วนฤดูร้อนนั้นก็เป็นสัญลักษณ์ของความสดใส ความรุ่มร้อนของวัยหนุ่มสาวในแบบฉบับของญี่ปุ่น ซึ่งแทนที่มันจะเป็นช่วงแห่งความรุ่มร้อนในรัก แต่เพราะรู้สึกเหนื่อยจึงอยากหลบร้อนหลบรักมาพักยาวๆ แบบ Summer Hibernation นั่นเอง


Grow Old – Sqweez Animal 

จากบทเพลงที่ ‘สิงห์ มุสิกพงศ์’ ได้ทิ้งเอาไว้ มาสู่ซิงเกิ้ลใหม่จาก Sqweez Animal บทเพลงที่เรียงร้อยเนื้อร้องและทำนองโดยสิงห์ 

สิงห์ส่งเพลงนี้ให้กับวินใน 7 โมงเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2014  จากเนื้อหาของเพลงวินคาดว่าเพลง Grow Old สิงห์น่าจะแต่งขึ้นเพื่อให้กำลังใจแก่ตัวเอง หรือไม่มันก็กลั่นมาจากเรื่องราวของคนรอบตัวที่สิงห์ได้พูดคุยด้วยตลอดมา

ซาวด์ที่เท่และสวยงามกับเนื้อเพลงที่ช่วยเติมไฟฝันให้กับใครหลายๆคนคือสิ่งที่มีงดงามและมีคุณค่าของบทเพลงนี้ ที่เป็นดั่งของขวัยที่สิงห์ได้ทิ้งไว้ให้กับทุกๆคน

ตัวเพลงสมบูรณ์ที่ได้ฟังนี้เกิดจากการต่อเติมของ อายุ (อดีตมือกลอง Cocktail แต่เป็นมือกลองคนปัจจุบันของ KOBE) ที่ตีกลองออกมาตามแบบที่สิงห์ทำไว้ ส่วนวินก็ร้องประสานในบางท่อนและต่อเติมในส่วนที่คิดว่ามันควรจะเป็นไปในแบบที่สิงห์คิดไว้

ส่วน MV นั้นก็ทำออกมาในรูปแบบของแอนิเมชั่นลายเส้นวาดมือที่สวยงาม มีความเคลื่อนไหวที่ไปกันได้ดีกับบทเพลง


temp. – Ring Ring

temp. เป็นวงดนตรีป็อปไทยที่ทำงานดนตรีได้มีความสากลมากๆ ริง ริง เป็นซิงเกิ้ลใหม่จาก EP ที่สองของวงที่ชื่อว่า Soi Cowboy (ซอยคาวบอย) โดยในอัลบั้มนี้จะมีทั้งหมด 4 เพลงให้ได้ฟังกัน

เนื้อหาของเพลงนี้พูดถึง การบอกเลิกสาวทางโทรศัพท์ (อันเป็นที่มาของชื่อเพลง) ที่ดูเหมือนว่าจะพาเศร้าน่าดู แต่ตัว MV กลับทำออกมาได้ฮา ได้กวนมากๆ สามารถเพลินใจไปกับงานเพลงงานภาพดีๆกับลีลากวนๆได้เลยครับ


จริงๆ l ภูมิจิต

เป็นวงอินดี้ที่เขียนเพลงได้คมคาย และทำงานดนตรีได้มีกลิ่นอายความเป็นไทยอันมีเอกลักษณ์มากๆ คราวนี้ “ภูมิจิต” ย้ายบ้านมาทำงานกับ “สนามหลวง มิวสิค” แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตนอันเข้มข้น

“จริงๆ” เป็นบทเพลงที่วิพากษ์แก่นแกท้ของความจริง ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ อะไรคือความจริง อะไรคือความไม่จริง ผ่านงานดนตรีแบบอีสานไซไฟ ที่กลิ่นอายของดนตรีอีสานลอยเข้มอยู่ในกระแสดนตรีที่มีความเข้มข้น

“ลิง” หลอกเจ้าในบทเพลงถูกนำมาตีความให้กลายเป็นพระเอกของ MV โดยได้ ลิงในหนังเรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ หนังปาล์มทองของพี่เจ้ย อภิชาติพงศ์มานำแสดงนั่นเอง

กำกับโดย NARA แห่ง Hello Filmmaker สามารถอ่านแนวคิดผู้กำกับได้เต็มๆ ที่นี่ ครับ


ความลับมีในโลก [ SECRET ] – INK WARUNTORN

การกลับมาอีกครั้งของ อิงค์ วรันธร ศิลปิน synth pop สาว ที่มาในลุคใหม่ที่ดูไฉไลและมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น งานดนตรีมีการขยับพัฒนาจาก synth pop แบบยุค 80 ,90 ใน EP Bliss มาสู่งานเพลงที่ก็ยังป็อปอยู่และมีซินธ์อยู่แต่มีความร่วมสมัยมากขึ้นรายละเอียดมีความน้อยแต่แน่นมากขึ้น

ความลับมีในโลก” เป็นผลงานจากการร่วมงานกันของอิงค์ แทน ลิปตา และข้าว  Fellow Fellow ที่กลั่นออกมาเป็นมุมมองของความลับในแง่มุมของคนแอบรัก ที่เลือกที่จะไม่เศร้า ไม่บอกไปแต่ขอแค่อยู่ใกล้แล้วสบายใจดีกว่า ดังนั้นงานดนตรีที่ออกมาจึงมีความสนุกชวนโยกตามไปนิดๆด้วยได้ ส่วน MV นั้นก็ได้ความสดใสของอิงค์มาเติมรสชาติได้อย่างชุ่มชื่น


fellow fellow – แพ้ทุกที (LOOPER)

ออกอัลบั้มมาก็แล้ว ทำเพลงให้ศิลปินคนอื่นดังก็แล้ว รู้สึกว่าการพูดถึง fellow fellow ได้บ้านเรายังดูน้อยไปนัก หากเทียบกับฝีมือและงานเพลงคุณภาพที่สองหนุ่มดูโอ ที-ข้าว fellow fellow ออก MV ใหม่มาคราวนี้เลยอยากจะเชียร์ซะหน่อย

“แพ้ทุกที (LOOPER)” เป็นซิงเกิ้ลใหม่จากสองหนุ่มที่ฟังสบายในสไตล์มินิมอลซินธ์ป็อป ผ่านเสียงดนตรีที่เรียบเรียงมาได้อย่างไพเราะและการร้องสอดประสานกันไปของทั้งคู่ที่มีรสชาติของความเป็น R&B แซมมาอย่างพออร่อยลงตัว บอกเล่าเรื่องราวของเบลบอยที่ดันไปแอบชอบแขกที่มาพักในโรงแรม ซึ่งสาวเจ้าก็มีเจ้าของแล้ว ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้  แต่อย่างน้อยเบลบอยหนุ่มก็จอแอบฝัน แอบมโนในความสัมพันธ์นี้สักหน่อยก็ยังดี นำแสดงโดย บิลลี่-สมประสิทธิ์ และ เบลล์-ณัชวลัญชุ์  ลองฟังลองชมกันดูนะครับ แล้วจะติดใจในความไพเราะในบทเพลงของ fellow fellow 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

เพลง

ล่องไปในอวกาศ รวบรวม 13 ราศีไปกับ BNK48 ใน BNK Festival

Published

on

ภาพจาก 【MV Full】BNK Festival / BNK48

เดือนพฤศจิกายนจัดได้ว่าเป็นเดือนที่พีกอีกหนึ่งเดือนของ BNK48 มีเหตุการณ์สำคัญมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้เป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ดครั้งที่ 11 Dream Journey คอนเสิร์ตระดับตำนานของประเทศไทยของเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ซุเปอร์สตาร์ตลอดกาลของเมืองไทย อีกทั้งยังได้แสดงต่อเบื้องพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เฌอปราง BNK48 ฝันอยากจะขึ้นเวทีกับเบิร์ด ธงไชยมาตั้งแต่เด็ก

หรือจะเป็นการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึครั้งแรกของ BNK48 ที่ได้ปล่อยออกมาแล้วทั้งวิดีโอ appeal comment (คลิปหาเสียงเลือกตั้ง) และโปสเตอร์แสดงตัวตน (ป้ายหาเสียงเลือกตั้ง) ก็เชิญเข้าไปดูไปชมกันให้บันเทิงเต็มที่ได้เลย

เป็นอันว่าแฟน ๆ BNK48 จะได้เลือกตั้งก่อนแฟน ๆ ลุ… เอ่อ เราข้ามเรื่องนี้ไปดีกว่า!

และไฮไลต์ของเดือนนี้เห็นจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการแสดงเพลง BNK Festival และ Mata Anata no Koto wo Kangaeteta เป็นครั้งแรกในงาน TOYOTA MASTER CS:GO BANGKOK 2018 เมื่อวันที่ 24 และ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองเพลงจะอยู่ในซิงเกิ้ลที่ 5 ของ BNK48 (ท่านสามารถชมภาพบรรยากาศได้ที่นี่ครับ)

ในส่วนของ MV เพลง BNK Festival ซึ่งเป็นเพลงหลักในซิงเกิ้ลที่ 5 ก็ได้เผยแพร่ครั้งแรกทาง BNK48 Digital Live Studio (ตู้ปลา) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน และทาง Youtube ในวันเดียวกัน

มาไล่เรียงกันดีกว่าว่า MV นี้มีอะไรแจ่มบ้าง

1. ภารกิจตามล่าเครื่องหมายกลุ่มดาวจักรราศี

หลังจากที่สาว ๆ BNK48 ได้ไปสวนสยาม สนามฟุตบอลและสนามแข่งรถใน MV ที่ผ่าน ๆ มามาแล้ว คราวนี้สาว ๆ เซ็มบัตสึ BNK48 ได้แบ่งออกเป็น 3 ทีม ออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศจากสถานีอวกาศ BNK48 เพื่อออกไปตามหาเครื่องหมายกลุ่มดาวจักรราศีให้ครบ เพื่อ “อัญเชิญ” เวทีการแสดงสุดแสนอลังการออกมา

ตอนแรกสาว ๆ BNK48 คิดว่ารวบรวมเครื่องหมายได้ครบ 12 ราศีแล้วแต่กลับไม่สามารถอัญเชิญได้ จนกระทั่งปัญนำเครื่องหมายของราศีที่ 13 มาจึงสามารถอัญเชิญได้สำเร็จ นั่นก็เป็นเพราะว่าในทางโหราศาสตร์ตะวันตก (ซึ่งไม่เป็นวิทยาศาสตร์) อาณาเขตที่ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ (ที่เรียกกันว่าจักรราศี) นั้นแบ่งออกเป็น 12 ส่วนเท่า ๆ กัน (ที่เรียกกันว่าราศี) แต่ในทางดาราศาสตร์ (ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์) เส้นการเดินทางของดวงอาทิตย์ (จากจุดสังเกตบนโลก) พาดผ่านกลุ่มดาว 13 กลุ่ม แต่เนื่องจากปฏิทินของชาวบาบิโลนแบ่ง 1 ปีเป็น 12 เดือน กลุ่มดาวคนแบกงู ที่อยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนโก่งธนู จึงถูกตัดออกไปนั่นเอง

ภาพถ่ายกลุ่มดาวคนแบกงู (ซ้าย) และภาพวาดคนแบกงูโดยโยฮันเนส เคปเลอร์ (ขวา) ภาพจาก Wikipedia

2. เม็มเบอร์ BNK48 ในชุดนักบินอวกาศ

นอกจากสาว ๆ BNK48 จะมาในคอสตูมแสนสวยและออกท่าเต้นอันแสนร่าเริงให้เราชมกันแล้ว สาว ๆ ยังมาในชุดแขนยาวขายาวสีน้ำเงินติดสารพัดเครื่องหมายตั้งแต่ธงชาติ 3 ชาติ เครื่องหมายนาซา (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา) จนถึงเครื่องหมายสถานีอวกาศนานาชาติเลยทีเดียว

ภารกิจตามหาเครื่องหมายจักรราศีนี่ยิ่งใหญ่มากจริง ๆ !

ซึ่งชุดแขนยาวขายาวสีน้ำเงินที่สาว ๆ ใส่นี้คือชุดบินของนักบินอวกาศ (astronaut flight suit) แต่สำหรับชุดบินสีน้ำเงินนี้ นักบินอวกาศจะใส่เฉพาะยามฝึกซ้อมหรือยามปรากฏตัวต่อสาธารณะเท่านั้น และที่สำคัญคือ ชุดนี้ใส่ออกไปเดินในอวกาศไม่ได้!

ภาพนักบินอวกาศให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน (ภาพจาก nasa.gov)

ถึงจะใส่ไปเดินในอวกาศไม่ได้ แต่ใส่มาเข้าตู้ปลาได้นะเออ (ภาพจาก BNK48 Digital Live Studio วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561)

สำหรับใครที่อยากมีชุดบินแบบสาว ๆ BNK48 ล่ะก็ เข้าไปสั่งซื้อกันที่ร้านออนไลน์ของนาซากันได้เลยที่นี่ครับ

3. เม็มเบอร์ BNK48 มากันครบ 51 คน

ถึงแม้เซ็มบัตสีของเพลง BNK Festival นี้จะมีเพียง 16 คน แต่เม็มเบอร์ทั้ง 51 คนของ BNK48 ปรากฏตัวใน MV นี้ (ถึงแม้บางคนจะหาตัวยากสักหน่อย) นับเป็น MV แรกของ BNK48 ที่มีสมาชิก BNK48 ครบทุกคน

นับโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ครบ 51 คนแน่นอนจ้า

ซึ่งในไอดอลกรุ๊ปตระกูล 48 นั้น เคยมี MV ที่มีเม็มเบอร์ทุกคนปรากฏตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น MV เพลง BINGO! เพลงหลักจากเมเจอร์ซิงเกิ้ลที่ 4 ของ AKB48

หรือ MV เพลง Sakura no Shiori เพลงหลักจากเมเจอร์ซิงเกิ้ลที่ 15 ของ AKB48 ที่มีเม็มเบอร์ AKB48 ทุกคนและมัตสึอิ จูรินะและมัตสึอิ เรนะ สมาชิกแถวหน้าของ SKE48 อยู่ใน MV

หรือล่าสุดกับ MV เพลง Boku Datte Naichau yo เพลงหลักจากซิงเกิ้ลที่ 19 ของ NMB48 ก็มีเม็มเบอร์ของ NMB48 ทุกคนอยู่ใน MV เช่นกัน

4. รัฐ Tattoo Colour ผู้ประพันธ์คำร้องภาษาไทย

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ BNK48 จะใช้บริการศิลปินไทยยอดฝีมือในการประพันธ์เนื้อเพลงภาษาไทย ไม่ว่าจะเป็นว่าน-ธนกฤต บอย-ตรัย และอีกหลาย ๆ คน และสำหรับเนื้อเพลงภาษาไทยของเพลง BNK Festival นี้ก็เป็นผลงานของรัฐ พิฆาตไพรี หรือรัฐ Tattoo Colour นั่นเอง รัฐ Tattoo Colour มีผลงานในยุทธจักรเพลงไทยมากว่าสิบปี คุณภาพของเพลงและความสำเร็จของวง Tattoo Colour การันตีความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี เพลงดัง ๆ มากมายของ Tattoo Colour มาจากปลายปากกาของเขาทั้งสิ้น (ท่านสามารถอ่านบทสัมภาษณ์รัฐ Tattoo Colour โดยแบไต๋ได้ที่นี่ครับ)

5. มายิงมิกซ์กันเถอะ!

ในท่อนฮุกที่ 2 ของเพลง BNK Festival นี้ สาว ๆ ร้องว่า “มาสิ ยิงมิกซ์ไปด้วยกัน” ทำเอาหลาย ๆ คนสงสัยว่ามิกซ์และการยิงมิกซ์คืออะไร สำหรับหลาย ๆ ท่านที่เคยเห็นแฟน ๆ ไอดอลตะโกนอะไรบางอย่างโดยพร้อมเพรียงกันในระหว่างที่ไอดอลทำการแสดง นั่นแหละครับคือการยิงมิกซ์

มิกซ์ (MIX) เป็น “บทสวด” ที่แฟน ๆ ไอดอล (ไม่จำกัดเฉพาะ BNK48 หรือไอดอลกรุ๊ปตระกูล 48) ใช้ตะโกน (ยิง) โดยพร้อมเพรียงกันเพื่อส่งกำลังใจให้ไอดอลระหว่างการแสดง เพื่อแสดงออกว่าตัวแฟน ๆ มีส่วนร่วมและสนุกกับการแสดงของไอดอล การยิงมิกซ์มักเกิดขึ้นในเพลงเร็วที่มีจังหวะสนุกสนานปลุกเร้าอารมณ์คนดู และมักเกิดขึ้นในท่อนเพลงที่ไม่มีเสียงร้อง

ที่ท่านได้ยินแฟน ๆ ตะโกนว่า “ไทก้า! ไฟย่า! ไซบ้า! ไฟบ้า! ไดบ้า! ไบบ้า! จ้าจ้า!” นั่นแหละครับคือการยิงมิกซ์

มิกซ์มีหลายบทหลายรูปแบบ การยิงมิกซ์ไม่มีกฎหรือข้อบังคับตายตัว แต่โดยมากแล้วมักยิงเหมือน ๆ กันตาม ๆ กันมาโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ (สำหรับเพลงใดเพลงหนึ่ง) เราจึงได้เห็นแฟน ๆ ไอดอลยิงมิกซ์โดยพร้อมเพรียงกันได้เป็นเรื่องปกติ สำหรับแฟน ๆ ที่ยังยิงมิกซ์ไม่เป็นหรือไม่คล่องก็ไม่ต้องกังวลใจไป ไม่มีข้อบังคับใด ๆ ว่าคุณต้องยิงมิกซ์เป็นจึงจะเป็นแฟนไอดอลได้ แต่ถ้ายิงมิกซ์เป็นก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้การชมการแสดงของไอดอลสนุกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งไอดอลยังชอบการยิงมิกซ์ของแฟน ๆ อีกด้วยครับ

เฌอปราง BNK48 สนุกกับการที่คนดูเชียร์เธอยามอยู่บนเวที

ภาพจากบทสัมภาษณ์เจนนิษฐ์ BNK48 โดยผู้จัดการออนไลน์

สำหรับแฟน ๆ ที่ไม่เคยยิงมิกซ์มาก่อนแล้วสนใจอยากจะหัดยิงมิกซ์ ก็สามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย โดยอาจเริ่มจากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้ครับ

ว่าด้วยเพลง AKB Festival

เพลง BNK Festival ของ BNK48 นั้นมีต้นฉบับคือเพลง AKB Festival ของ AKB48

AKB Festival คือเพลงจาก Team Surprise 1st Stage ซึ่งเป็นสเตจของ Team Surprise โปรเจ็กต์ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่าง AKB48 กับบริษัทเคียวรากุ ผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครื่องเล่นปาจิงโกะ (ตู้เกมประเภทหนึ่ง) ในประเทศญี่ปุ่น เครื่องเล่นปาจิงโกะเหล่านี้จะมีจอภาพที่แสดงภาพวิดีโอของสาว ๆ AKB48 เป็นการเชิญชวนให้ผู้เล่นเข้ามาเล่นและนั่งเล่นนาน ๆ นั่นเอง

ถึงแม้เพลง AKB Festival นี้จะเป็นเพลงในเครื่องเล่นปาจิงโกะ ไม่ใช่เพลงหลักในซิงเกิ้ลของ AKB48 แต่ด้วยเนื้อหาที่สนุกสนานและมีความเชื่อมโยงกับแฟน ๆ เพลงนี้จึงถูกนำมาใช้เพื่อปลุกเร้าอารมณ์สนุกสนานของแฟน ๆ โดยเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงเปิด (หลัง Overture) ในคอนเสิร์ต AKB48 Super Festival at Nissan Stadium เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2556

คอนเสิร์ตครั้งนั้นเป็นคอนเสิร์ตที่จัดในวันเดียวกับงานประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึครั้งที่ 5 ของ AKB48 (ครั้งที่ซาชิฮาระ ริโนะชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นเซ็นเตอร์เพลง Koi Suru Fortune Cookie) และจัดใน Nissan Stadium สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ความจุ 72,327 ที่นั่ง (ราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีความจุ 49,722 ที่นั่ง)

นอกจากเพลง AKB Festival จะอยู่ใน Team Surprise 1st Stage แล้ว บริษัทเคียวรากุยังได้นำเพลงนี้มาใช้ในแคมเปญของปี 2560 อีกครั้ง โดยเวอร์ชันนี้มีเม็มเบอร์ AKB48 Group ถึง 100 คน

โอคุโบะ มิโอริ (ขวามือสุดในภาพ) เม็มเบอร์ BNK48 ใส่คอสตูมเพลง AKB Festival ในคอนเสิร์ตก่อนงานประกาศผลการเลือกตั้งครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2561 (ภาพจาก BSスカパー!)

มาถึงตรงนี้ สำหรับท่านใดที่สนใจเพลง BNK Festival ขึ้นมาแล้วและอยากสั่งซื้อซีดีซิงเกิ้ลนี้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เนื่องจากซีดีซิงเกิ้ลจำนวน 300,000 แผ่นถูกสั่งจองหมดไปแล้วภายในระยะเวลาแค่ 2 วันเท่านั้น แต่ท่านยังสามารถสั่งซื้อ music card ที่จะมาพร้อมกับ code ลงคะแนนในการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึที่กำลังจะมาถึงครับผม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!