Connect with us

อื่นๆ

Sentinel ชนเผ่าที่ตัดขาดโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ ใครบุกรุกเข้าเกาะ “โดนปลิดชีพสถานเดียว”

จากเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันวัย 27 ปี ถูกชนเผ่าที่อาศัยอยู่บนเกาะเซนทิเนลเหนือ “สังหารด้วยการยิงธนูใส่เพียงเพราะเขามีความต้องการจะเผยแผ่ศาสนาคริสต์” ทำให้เรารับได้รู้ว่ากลุ่มคนที่ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์บนโลกใบนี้ยังคงมีอยู่และพวกเขาสามารถสร้างอันตรายให้เราได้ถึงขั้นแก่ชีวิต แบไต๋ของเราจึงอยากที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับชนเผ่าดังกล่าวเพื่อทั้งเป็นการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจและทั้งเป็นการเตือนภัยให้ระมัดระวังภ้ยจากการท่องเที่ยวไปยังหมู่เกาะต่างๆ ไปในตัวครับ

เซนทิเนลหรือชาวเกาะเซนทิเนลเหนือ (Sentinel) คือชื่อของชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะชื่อเดียวกันอย่างเซนทิเนลเหนืออันเป็นพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวเบงกอลประเทศอินเดีย ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่แบบรุ่นสู่รุ่นมานานกว่า 60,000 ปี ไร้ซึ่งการติดต่อสื่อสารใดๆ จากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง จนส่งผลให้พวกเขาก้าวร้าวดุดันต่อคนภายนอกเป็นอย่างมาก และนั่นอาจหมายถึงการสังหารผู้คนแปลกหน้าโดยไม่สนกฎหมายโลก

แต่จริงๆ แล้วการเสียชีวิตล่าสุดของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันนั้น ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2006 ก็ได้มีเหตุการณ์ที่ชาวประมง 2 คนได้ถูกสังหารเพียงเพราะบุกเข้าไปหาปลาใกล้เกาะเซนทิเนลเหนือ ในขณะที่ปี 1974 ก็ได้หนึ่งในกลุ่มคนทำสารคดีถูกลูกศรยิงที่ขาในระหว่างที่เขาพยายามเก็บภาพโดยรอบของหมู่เกาะ ฯลฯ

ปัจจุบันชนเผ่าเซนทิเนลมีประชากรโดยเฉลี่ยเหลืออยู่ที่ 50 – 150 คน ซึ่งจำนวนดังกล่าวเป็นตัวเลขที่น่าเป็นกังวลเพราะเพียงไวรัสธรรมดาๆ ชนิดหนึ่งจากสิ่งมีชีวิตภายนอก (คน, สัตว์ ฯลฯ) ก็อาจจะทำให้คนทั้งเผ่าซึ่งไม่มีภูมิคุ้มกันตายได้ในทันที ทางกระทรวงชนเผ่าของประเทศอินเดียจึงได้ออกกฎหมายห้ามผู้ใดบุกรุกเข้าไป

ที่มา: BBCThai, Wikipedia

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

News

ชมฟรี!! “งานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561” งานเดียวที่รวบรวมแสตมป์และสิ่งสะสมหายากจากทั่วโลก

Published

on

28 พฤศจิกายน 2561 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี เปิด “งานแสดงตราไปรษณียากร โลก พ.ศ. 2561 (Thailand 2018 World Stamp Exhibition)” จัดโดยสมาคม นักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศ ไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด พร้อมด้วย พันธมิตรจากหลายภาคส่วน จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยววิถีไทย ในยุคดิจิทัล 4.0” โชว์ไฮไลท์การจัดแสดงไปรษณียบัตรส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานให้นํามาจัดแสดงจํานวน 191 ชิ้น ซึ่งยังไม่เคยนําไปจัดแสดงที่ไหนมาก่อน และร่วมเรียนรู้ประวัติศาตร์ไทยในโซนการจัดแสดง “จดหมาย 3 แผ่นดิน” ชมแสตมป์และสิ่งสะสมหายากที่รวบรวมมาจากทั่วทุกมุมโลก มูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน – วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นิทรรศการต่าง ๆ ในงาน

This slideshow requires JavaScript.

ไปรษณียบัตรลายพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ

ไปรษณียบัตรส่วนพระองค์” ในสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวนกว่า 200 รายการ ในชุดตราไปรษณียากรวันอนุรักษ์มรดกไทย และชุดสะสม “จดหมายเหตุการณ์เดินทาง” (Record of Journey) ที่ทรงลงลายพระหัตถ์ ส่งถึงพระองค์เอง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ ประกอบด้วย ไปรษณียบัตรส่วนพระองค์ จำนวน 191 ใบ และไปรษณียบัตรที่พระราชทานเป็นพิเศษสำหรับจัดแสดงภายในงานฯ เป็นครั้งแรก จำนวน 20 ใบ

จดหมาย 3 แผ่นดิน สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระนารายณ์

ต้นฉบับจดหมาย 3 แผ่นดิน

จดหมายโบราณที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย ใน 3  ยุคสมัย ที่บอกเล่าเรื่องราวในสมัยอยุธยา ธนบุรี และช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งในมิติการเจริญไมตรีทางการทูตระหว่างจีนและสยาม พระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ ด้านการใช้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสนธิสัญญาระหว่างสยามกับเดนมาร์ก เป็นต้น

ชุดสะสมนานาชาติจากทั่วทุกมุมโลก

ชุดสะสมจากนักสะสมทั่วโลกกว่า 90 ประเทศ ที่ส่งผลงานเข้าประกวด อาทิ ชุดสะสมตราไปรษณียากรภาพพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 (แสตมป์ในหลวง ร.9)  ชุดสะสมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ชุดสะสมตราไปรษณียากรที่ระลึก พ.ศ. 2514 – 2515 แสตมป์ภาพวาดที่มีสีสันสวยงาม และสะท้อนถึงเอกลักษณ์และสิ่งที่สำคัญของไทยในหลากหลายมิติ ฯลฯ โดยภายในงานฯ จะได้พบกับวิธีการเก็บรวบรวมสิ่งสะสมจากประเทศต่างๆ ว่ามีการเก็บสะสมในลักษณะใด ซึ่งจะเป็นแนวทางเพื่อต่อยอดกับการสะสมของนักสะสมชาวไทยต่อไป

ภาพจดหมายสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 1

สิ่งสะสมผลงานชิ้นโบว์แดง

“ชิ้นเดียวในโลก” สิ่งสะสมผลงานชิ้นโบว์แดงของนักสะสมผู้มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก ที่ปัจจุบันเหลือเพียงชิ้นเดียวในโลกและมีมูลค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ อาทิ ต้นแบบแสตมป์พระบรมรูปทรงม้าในสมัยรัชกาลที่ 5 จดหมายในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 ที่ยืนยันว่าประเทศสยามได้เข้าร่วมสงครามตราประทับไปรษณีย์รถไฟ ที่มีการใช้งานกันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และ จดหมายที่ส่งจากประเทศสยามก่อนที่จะเริ่มมีกิจการไปรษณีย์ เป็นต้น

นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานในพิธี กล่าวว่า งานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561 หรือ Thailand 2018 World Stamp Exhibition ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่แห่งปีอีกงานหนึ่ง ที่รวบรวมแสตมป์และสิ่งสะสมหายากจากทั่วโลกมาไว้ในงานเดียว ซึ่งจะช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ประชาชน นักเรียน/นักศึกษา ที่เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี โดยหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่กําลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศกําลังหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย โดยงานนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาร่วมงาน และสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี

ดร.ประกอบ จิรกิติ นายกสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ดร.ประกอบ จิรกิติ นายกสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า ด้วยความร่วมมืออันดีจากทุกภาคส่วนทําให้เกิดงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่รวบรวมแสตมป์และสิ่งสะสมหายากจากทั่วโลกที่หาชมที่ไหนไม่ได้ มาจัดแสดงไว้ในงานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561 (Thailand 2018 World Stamp Exhibition) ซึ่งเป็นงานที่จะช่วยเผยแพร่และยกระดับการสะสมตราไปรษณียากรให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากล ทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย แสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยให้ต่างชาติได้รู้จักใน ระดับโลกมากยิ่งขึ้น

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด กล่าวว่า ทางไปรษณีย์ไทย ได้ออกแบบแสตมป์ที่ระลึก “ชุดงานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. 2561” ทั้งหมด 5 แบบ นําเสนอเรื่องราวการ ท่องเที่ยวเมืองรอง ตามโครงการเที่ยว 55 เมืองรองของ ททท. โดยคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยว 5 จังหวัด ใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ 1. สะพานขาวทาชมพู จ.ลําพูน 2. อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร 3. หาดทรายดํา จ.ตราด 4. หมู่บ้านทํากลอง จ.อ่างทอง และ 5. ซุ้มประตูหิน จ.สตูล โดยแสตมป์ทั้ง 5 แบบ กําหนดวันแรกจําหน่าย 28 พฤศจิกายน 2561 ในราคาดวงละ 3 บาท และ 15 บาท

ภายในงานมีกิจกรรมการสะสมตราประทับประจำวัน และตราที่ระลึกที่จัดทำขึ้นพิเศษ สำหรับงานแสตมป์โลกครั้งนี้โดยเฉพาะ และสะสมตราไปรษณีย์ที่ระลึกของงานที่มีทั้งหมด 5 แบบ 5 จังหวัด 5 ภูมิภาค โดยคัดเลือกจากเมืองรองตามโครงการเที่ยว 55 เมืองรองของ ททท.

พร้อมชมการประกวดแสตมป์ระดับโลก โดยผู้ชนะจะได้รับ 3 รางวัลใหญ่ ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงกิจกรรมการประมูลของสะสมหายาก โดยมีนักสะสมแสตมป์จากทั่วโลกนําผลงานมาร่วมแสดงและร่วมเข้าประกวดกว่า 600 ผลงาน รวมมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยมีประเทศสมาชิกของสหพันธ์ตราไปรษณียากรระหว่างประเทศ (EP) จํานวน 95 ประเทศทั่วโลก  นอกจากนี้ยังมีโซน Grand Prix Club, Special Prize ให้ร่วมเข้าชม พร้อมด้วยกิจกรรมการเสวนาให้ความรู้บนเวที ซึ่งผู้ที่เข้าชมงานในครั้งนี้จะได้รับทั้ง ความรู้ ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่หาชมที่ได้ไม่ได้ ที่สําคัญยังสามารถเข้าชมงานได้ฟรี โดยไม่ เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

พร้อมกันนี้ยังได้จัดแสตมป์นิทรรศน์ “Stamp Journey” เที่ยวทุกที่วิถีไทย นิทรรศการแสตมป์ที่ย่อส่วนเมืองไทย ให้สามารถเที่ยวทั่วได้ในอึดใจเดียว และกิจกรรม interactive มากมาย อาทิ ขุดซากฟอสซิลค้นหาไดโนเสาร์ในโซนภาคอีสาน เสี่ยงเซียมซีอ่านคําทํานายจากวัดไตรมิตรในโซนภาคกลาง พร้อมเก็บ RC ตามจุดต่างๆ ลงในพาสปอร์ตที่ระลึกเพื่อรับของ รางวัล

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้ร่วมออกบูธให้บริการไปรษณีย์ จําหน่ายแสตมป์และสิ่งสะสม รวมถึงสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ และบริการทํา iStamp ดีไซน์เก๋ โดยสามารถนําภาพของคุณไปเป็นแสตมป์จริงได้ พิเศษสุด!! วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2561 พบกับ เต – ตะวัน และ นิว ฐิติภูมิ 2 นักแสดงชื่อดังร่วมสร้างสีสันในงาน

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

News

Ride Explorer จับมือ กรมอุทยานฯ ททท. พัทยา อาสาฯ เข้าป่าสิริเจริญวรรษ ร่วมเก็บขยะ รณรงค์ใช้ถุงผ้า ลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง บนเกาะล้าน (พัทยา)

Published

on

Ride Explorer ร่วมมือ กรมอุทยานฯ – ททท. พัทยา – อาสาฯ – ทุกภาคส่วน เข้าป่าสิริเจริญวรรษ เรียนรู้ศาสตร์พระราชา ปลูกป่าในใจคน การมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน  ร่วมเก็บขยะ – รณรงค์ใช้ถุงผ้า – ลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง บนเกาะล้าน (พัทยา)

Ride Explorer แพลทฟอร์มการเดินทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจ ได้จัดกิจกรรมตอบโจทย์ผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใน Explore Your Life Save The Wild Protect The Sea : Pattaya ร่วมปลุกจิตสำนึกการท่องเที่ยวอย่างไรให้ยั่งยืน

 

ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยได้รับเกียรติจาก น. สพ. ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ ประจำกรมอุทยานฯ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออก โดย ผอ. ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช , ททท. สำนักงาน พัทยา โดย ผอ. ปิ่นนาถ เจริญผล พร้อมด้วย รอง ผอ. นายวัชรพล สารสอน พร้อมด้วยผู้ประกอบการในพื้นที่ วัชรมารีน นำทีมโดย คุณธเนศ เสถียรพันธ์ กรรมการผู้จัดการ , คุณณัฐวรรณ เสถียรพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับผู้ประกอบการกลุ่มเจทสกี , ชุมชนเกาะล้าน , กลุ่มอาสาฯ นักท่องเที่ยว และคนดังหลากหลายวงการเข้าร่วมอาสาฯ ในกิจกรรมครั้งนี้ รวมถึงช่างภาพอันดับต้นของเมืองไทย 13 MAYSA สงกรานต์ วีระพงษ์ , เดอะกุ่ย ยุทธพงษ์ ชัชวาลวรรณ พิงค์แพนเตอร์ไทยแลนด์ , โอ ศุทธวีร์ กาญจนภัคพงค์ พิธีกรรายการ Bike Finder พร้อมด้วยกลุ่มจักรยานมิตรภาพสร้างสรรค์ Bike Finder , พี่ๆ สื่อมวลชน เมืองพัทยา และอาสาฯ อีกหลายกลุ่ม ที่มาร่วมจุดประกายการมีส่วนร่วมและร่วมกันรักษ์ธรรมชาติ รักษาสิ่งแวดล้อม รักษ์ป่า รักษ์ทะเลร่วมกัน พร้อมปลุกจิตสำนึกให้กับนักท่องเที่ยวในการทิ้งขยะ การลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง พร้อมรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้า- ขวดน้ำ – หลอดดูดน้ำ และพลาสติกแบบ Multiple Use อีกด้วย

โดยเริ่มสตาร์ทการเดินทางครั้งสำคัญ ในการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ ผ่านรูปแบบคาราวานรถยนต์ ณ SHOW ROOM MGD Driving Experience โดยใช้รถยนต์ MG ZS พร้อมกับนำจักรยานบรรทุกขึ้นหลังคารถ ไปร่วมอนุรักษ์ป่าแห่งความรัก Save The Wild เรียนรู้ศาสตร์พระราชา ปลูกป่าในใจคน ณ โครงการป่าสิริเจริญวรรษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมกันยิงลูกยาง – สำรวจป่าต้นน้ำ โดยการเป็นส่วนร่วมของทีมอาสาปั่นจักรยานในการสำรวจความปลอดภัยให้กับชาวจักรยานที่จะเข้ามาปั่นเส้นทางอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่าของพ่อที่จะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้ โดยได้รับเกียรติจากหัวหน้ามีชัย ลีลาเชี่ยวชาญกุล หัวหน้าโครงการป่าฯ ให้การต้อนรับและสำรวจแหล่งเรียนรู้ ณ โครงการป่าสิริเจริญวรรษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ป่าของในหลวง ร. ๙ มอบให้ พระราชินี ใน ร. ๙ โดยเรียกอีกชื่อว่า เป็นแห่งความรัก เป็นป่าปลูกด้วยฝีมือคน และเป็นป่าต้นน้ำ ของ คนชลบุรีอีกด้วย ก่อนที่จะไปสัมผัส วิถีชุมชนอนุรักษ์ ชุมชนจีนโบราณซากแง้ว สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว – ไร่สุขสมบูรณ์ (พัทยา) ที่เตรียมทำโคกหนองนา ตามศาสตร์พระราชา และวัดญาณสังวราราม
พร้อมเรียนรู้ระบบการ Safety ทางทะเล กับทาง วัชรมารีน ก่อนจะลงเรือโดยสารของชุมชนเกาะล้านไปร่วมกิจกรรม Protect The sea พร้อมสำรวจ 7 หาด หาดตาแหวน, หาดสังวาล, หาดแสม , หาดเทียน , หาดตายาย, หาดนวล , หาดทองหลาง และร่วมกันเก็บขยะ ระหว่าง หาดแสม – หาดเทียน ร่วมกับเมืองพัทยา ชุมชน ผู้ประกอบการเกาะล้าน กลุ่มอาสาฯ กลุ่มเด็กๆ ในพื้นที่พัทยา – เกาะล้าน ร่วมเก็บขยะ ก่อนจะพาไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนในเกาะล้าน และร่วมกันรณรงค์ให้กับนักท่องเที่ยว เรื่องการทิ้งขยะ การนำขยะกลับไปทิ้งที่บ้าน ไม่นำมาทิ้งบนเกาะล้าน พร้อมรณรงค์ใช้ถุงผ้า – ลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง กันก่อนกลับ พร้อมปลุกจิตสำนึกร่วมกัน “เรามาเที่ยวเราได้ความสุข เราควรคืนอะไรกลับให้ชุมชนและธรรมชาติ คงอยู่อย่างยั่งยืน” ควรรักษาธรรมชาติ ก่อนที่ธรรมชาติจะลงโทษเรา ด้วยความปรารถนาดีจาก “โลกใบเดียว” ของเรา
“ธรรมชาติสร้างสรรค์ ถ้าเราไม่ทำลาย”
“เราทิ้งขยะที่กรุงเทพ แต่เราไปเก็บขยะที่ทะเล”
Explore Your Life : Save The Wild Protect The Sea

 

ที่มา : Ride Explorer

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ที่สุดแห่งสายเปย์! รีวิว BNK48 Founder Member Box ละเอียดยิบ คุ้มไหมโดนไปสองหมื่น!

Published

on

ผ่านไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการแสดงรอบปฐมทัศน์ของ BNK48 ณ โรงละครใน BNK48 The Campus เมื่อวันที่ 5 และ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเราได้รับบัตรชมการแสดงรอบปฐมทัศน์ของวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 17.00 น.

เอาเป็นว่าเราจะไม่เล่าละกันว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงละครบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าสปอยล์ แต่รับประกันได้ว่าการแสดงของสาว ๆ ควรค่าแก่การรับชมอย่างยิ่ง ยิ่งถ้าคุณชื่นชอบชื่นชมสาว ๆ BNK48 เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยล่ะก็ รับรองว่ายิ่งคุ้มค่า โรงละครขนาดเล็กความจุ 350 ที่นั่งทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่ห่างจากเวทีเกินไป เพราะไม่ว่าจะนั่งตรงไหนก็เห็นสาว ๆ ได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือดูแล้วต้องอยากดูซ้ำอีกแน่นอน เอ้า ขายของมาขนาดนี้ รอช้าอยู่ใย รีบเข้าไปจับจองที่นั่งกันเลย เว็บไซต์เปิดให้ทุกท่านเข้าไปสุ่มสิทธิ์โดยพร้อมเพรียงกันแล้วครับ

แล้วเราได้สิทธิ์ในการเข้าชมการแสดงรอบปฐมทัศน์มายังไง สิทธิ์ในการเข้าชมการแสดงรอบปฐมทัศน์นั้นเป็นสิทธิ์ของ Founder Member ซึ่งก็คือผู้ที่สั่งซื้อ Founder Member Box นั่นเอง

Founder Member Box คืออะไร มายังไง

BNK48 ได้ทำการแสดงต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 BNK48 ได้สั่งสมพลังและผลงานมาเรื่อย ๆ จนมีชื่อเสียงถล่มทลายและเป็นปรากฏการณ์เช่นในปัจจุบัน แต่ปี 2560 นั้นเป็นช่วงเวลาที่ BNK48 ยังไม่แข็งแรงนัก สาว ๆ ยังเข้าถึงสื่อกระแสหลักได้อย่างจำกัด ซิงเกิ้ลแรกไม่มี MV เป็นของตัวเอง อีกทั้งสาว ๆ ยังไม่มีงานพรีเซ็นเตอร์ใด ๆ (ผิดกับปัจจุบันที่บริษัทห้างร้านเรียกใช้บริการสาว ๆ จนแฟน ๆ อุดหนุนกันแทบไม่ไหว) แต่ที่เห็นจะเป็นข้อจำกัดที่สุดก็คือ รูปแบบธุรกิจของ BNK48 นั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทย ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่สะดวกสบายเหมือนธุรกิจอื่น ๆ

ตามแผนธุรกิจในช่วงเวลานั้น BNK48 จะมีรายได้จาก 3 ทาง ได้แก่ 1.สินค้า 2.งานอีเวนต์ และ 3.มีเดีย ประมาณอย่างละเท่า ๆ กัน แต่เห็นได้ชัดว่าในช่วงแรก แหล่งรายได้หลักมาจากสินค้าที่แฟน ๆ รวมพลังกันเปย์แทบทั้งสิ้น (ยกตัวอย่างเช่น มีรายงานว่า BNK48 ไม่ได้รับค่าตอบแทนโดยตรงจากผู้จัดงาน Japan Expo in Thailand 2017 แต่ได้รับสิทธิ์ให้จัดงานจับมือกลุ่มในบริเวณงาน เข็มกลัด+บัตรจับมือกลุ่มราคาชุดละ 200 บาทจำนวน 3,000 ชุดขายหมดเกลี้ยง คิดเป็นรายได้ 600,000 บาท)

ดังนั้น เมื่อ BNK48 มีแผนที่จะสร้าง BNK48 The Campus บ้านหลังที่สองและสถานที่ในฝัน BNK48 จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้พลังของแฟน ๆ ในการช่วยกันสร้างฝันนี้ให้เป็นจริง จึงมีการออกผลิตภัณฑ์ Founder Member Box ราคา 20,000 บาท จำนวน 1,000 ชุด รวมมูลค่า 20 ล้านบาท เพื่อเป็นการหาทุนสร้าง BNK48 The Campus นั่นเอง โดย BNK48 ใช้คำว่า Founder Member (สมาชิกผู้ก่อตั้ง) เพื่อเป็นเกียรติแก่แฟน ๆ ที่ยอมควักเงินจำนวนไม่น้อยในการนี้ (อนึ่ง ในการแสดงรอบปฐมทัศน์ สมาชิก BNK48 ได้กล่าวคำขอบคุณอย่างซาบซึ้งต่อเหล่า Founder Member และยังกล่าวติดตลกด้วยว่ามีชื่อของ Founder Member ทุกคนฝังอยู่ในเสาของโรงละครเป็นที่เรียบร้อย)

อย่างไรก็ตาม การขาย Founder Member Box ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นเท่าไหร่ ด้วยความที่ขณะนั้นวงยังไม่แข็งแรงและมีความไม่แน่นอนหลายอย่าง ปริมาณการสั่งซื้อจึงเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ถึงแม้ตัวสินค้าและสิทธิพิเศษจะยั่วยวนใจแค่ไหนก็ตาม แต่การจ่ายเงิน 20,000 บาทโดยที่ยังไม่มีอะไรให้จับต้องได้ก็ต้องใช้ความกล้าพอสมควร (ซึ่งที่สุดแล้วก็ต้องรอกันไปถึงเกือบ 6 เดือนสำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อในวันแรก) อย่าลืมว่าวันที่เปิดขาย Founder Member Box วันแรกนั้นคือวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งก็คือวันที่เปิด MV เพลงคุกกี้เสี่ยงทายเป็นครั้งแรก ในเวลานั้นเพลงสร้างชื่อของ BNK48 เพลงนี้ต้องใช้เวลาถึง 7 วันจึงจะได้ยอดวิว MV 1 ล้านวิว เทียบกับ MV ล่าสุด (RIVER) ที่ใช้เวลาเพียง 14 ชั่วโมง

แต่ในที่สุด Founder Member Box ก็จำหน่ายหมดครบ 1,000 ชุด โดยมีรายงานว่าจำหน่ายหมดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 เบ็ดเสร็จใช้เวลาเกือบ 4 เดือน

และหลังจากที่เราได้ไปชมการแสดงรอบปฐมทัศน์มา ขณะนี้ Founder Member Box ก็ได้มาอยู่ในมือเราแล้วเป็นที่เรียบร้อย

หน้าตาของ Founder Member Box

ตัวกล่องของ Founder Member Box นั้นเป็นทรงสี่เหลี่ยม กว้างและยาวประมาณ 21.5 เซนติเมตร สูงประมาณ 9.5 เซนติเมตร (ขนาดใกล้เคียงกับกล่องเค้ก 2 ปอนด์) แน่นอนว่าด้วยขนาดกล่องเท่านี้ เสื้อโปโลจึงแยกออกมาต่างหาก

1. เสื้อโปโล

ในส่วนของเสื้อโปโลนั้นก็เป็นเสื้อโปโลสีดำที่มีปักตรา BNK48 The Campus ที่หน้าอกข้างซ้าย คำว่า Founder Member ที่แขนขวาและคำว่า BNK48 Founder ที่กลางหลัง เสื้อโปโลที่เราได้รับมานั้นมีตำหนิที่สาบเสื้อบริเวณคอที่ค่อนข้างเด่นชัด

2. ซองพร้อมสายคล้องคอ

เมื่อเลื่อนลิ้นชักของกล่องออกมา ก็จะพบกับซองพร้อมสายคล้องคอ ด้านหนึ่งของซองสามารถใช้ใส่รูปขนาด 3.5 นิ้ว x 5 นิ้วได้และอีกด้านหนึ่งสามารถใส่บัตรได้ เชื่อว่าน่าจะออกแบบมาสำหรับใส่รูปถ่ายและบัตรสมาชิกที่มาในกล่องนี้เอง ตัวซองมีความแข็งแรงพอสมควร สามารถป้องกันการหัก การกระแทก การบิดงอและของเหลวที่กระเซ็นใส่ได้

3. เข็มกลัดโลหะ

เมื่อหยิบซองพร้อมสายคล้องคอออก ก็จะพบกับซองกระดาษ BNK48 Founder Member และเข็มกลัดโลหะ เข็มกลัดโลหะเป็นเข็มกลัดแบบยาวไม่ซ่อนปลาย ทำให้ติดได้สะดวกไม่ต้องกังวลกับการสูญหาย

เมื่อเปิดซองกระดาษขึ้นมาก็จะพบกับข้อความจากจ๊อบซัง ผู้จัดการวง BNK48 ที่ขอบคุณการสนับสนุนของ Founder Member มาตั้งแต่เริ่มต้น (the beginning) ซึ่งคำว่า the beginning ของจ๊อบซังในที่นี้น่าจะหมายถึงจุดเริ่มต้นของ BNK48 The Campus นั่นเอง

4. บัตรสมาชิก

และที่อยู่ด้านล่างของซองกระดาษก็คือบัตรสมาชิก ที่มีชื่อและนามสกุลของตัว Founder Member อยู่ที่บรรทัดบนและหมายเลขสมาชิกอยู่ที่บรรทัดล่าง เลข 4 ตัวสุดท้ายคือเลขประจำตัวของสมาชิกแต่ละคน ส่วนเลข 11 ตัวแรกนั้น น่าจะมีความหมายว่า เมื่อแยก 21411 เป็น 2-14-11 ก็จะกลายเป็นลำดับตัวอักษรในภาษาอังกฤษของ B N และ K ตามลำดับ 48 ก็หมายถึงเลข 48 ในชื่อวง BNK48 และ 2018 ก็หมายถึงปีที่ก่อตั้ง BNK48 The Campus

ด้านหลังของบัตรมีระบุเงื่อนไขการใช้บัตร บัตรนี้ไม่มีชิปการ์ดหรือแถบแม่เหล็กใด ๆ เชื่อว่าต่อจากนี้ไป เมื่อ Founder Member ต้องการใช้สิทธิ์ใด ๆ ก็คงต้องแสดงบัตรนี้พร้อมกับหลักฐานยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ์กับเจ้าหน้าที่

และที่อยู่ในซองกระดาษก็คือของอีก 4 ชิ้น ได้แก่รูปถ่ายพร้อมลายเซ็น รูปถ่ายไม่พร้อมลายเซ็น activation code และ Cheki ticket

5. รูปถ่ายพร้อมลายเซ็น

เป็นรูปถ่ายของสมาชิก BNK48 ที่ Founder Member เลือกไว้และมีลายเซ็นที่สมาชิกคนนั้นเซ็นด้วยมือ ซึ่งรูปที่มากับ Founder Member Box นี้เป็นรูปของเฌอปราง

เชื่อได้ว่าเฌอปรางคงจะได้เซ็นรูปไปหลายรูปจนเหนื่อย เพราะคำว่า Thank you ดูย่อหดสั้นเหลือเกิน

และด้านหลังของรูปมีลายน้ำคำว่า BNK48 Founder Member อยู่ด้วย

6. รูปถ่ายไม่พร้อมลายเซ็น

แต่เดิมรูปถ่ายไม่พร้อมลายเซ็นนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ Founder Member Box แต่ทาง BNK48 ได้เพิ่มมาให้ทีหลังเพื่อแทนคำขอโทษที่มีการเลื่อนกำหนดการรับสินค้า ด้านหลังของรูปนี้ก็มีลายน้ำคำว่า BNK48 Founder Member อยู่ด้วยเช่นกัน

7. Activation code

Activation code คือรหัสที่ใช้ในการ “จ่าย” ค่าบัตรเข้าชมการแสดงในโรงละคร โดยสามารถจองได้ทั้งสิ้น 50 ที่นั่งและจองได้รอบละไม่เกิน 2 ที่นั่ง อนึ่ง Founder Member ต้องสุ่มสิทธิ์เช่นเดียวกับผู้ที่การเข้าชมการแสดงทุกคน และ 50 ที่นั่งนี้สามารถใช้ได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น ซึ่งก็แปลว่ามีเวลาประมาณ 3 ปีในการใช้ 50 ที่นั่งนี้

8. Cheki ticket

บัตรสำหรับใช้ถ่ายรูปโพลารอยด์คู่กับสมาชิก BNK48 ที่เลือกไว้เมื่อตอนสั่งซื้อ Founder Member Box บนบัตรจะมีทั้งชื่อของ Founder Member และชื่อของสมาชิก BNK48 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มีการป้องกันการปลอมแปลงด้วยการพิมพ์นูน Founder Member สามารถใช้บัตรนี้ได้ในวันที่ Founder Member มาชมการแสดงที่มีสมาชิก BNK48 คนนั้นขึ้นทำการแสดงหรือในอีเวนต์ที่กำหนด และสามารถใช้บัตรนี้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 แต่ Founder Member จำนวนมากก็ได้ใช้บัตรนี้ไปเรียบร้อยแล้วในวันที่ทำการแสดงรอบปฐมทัศน์

และเมื่อยกถาดโฟมที่วางซองกระดาษ BNK48 Founder Member และเข็มกลัดโลหะออก ก็จะพบกับสูจิบัตรในซองพลาสติก

9. สูจิบัตร

สูจิบัตรของ PARTY ga Hajimaru yo สเตจแรกและสเตจปัจจุบันของ BNK48 ทีม BIII (อ่านว่า บีทรี) ด้านในประกอบไปด้วยข้อมูลต่าง ๆ เช่นข้อมูลเกี่ยวกับ BNK48 The Campus ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิก BNK48 และเนื้อเพลงที่ทำการแสดง ถึงแม้สูจิบัตรจะดูเรียบหรูขนาดไหน แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นประปราย เช่นชื่อของสมาชิก (จาก Kaew เป็น Keaw จาก Namneung เป็น Namnueng) หรือท่อนหนึ่งของเนื้อเพลง 365 วันกับเครื่องบินกระดาษที่มีคำตกหล่น

10. สิทธิพิเศษอื่น ๆ

นอกจากวัตถุที่จับต้องได้ที่มากับ Founder Member Box แล้ว Founder Member ยังได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ทาง BNK48 จะคอยประกาศให้ทราบเรื่อย ๆ ซึ่งสิทธิพิเศษที่ผ่านมาก็เช่นสิทธิ์ในการเข้าชมการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 5 และ 6 พฤษภาคม 2561 สิทธิ์ในการเป็นผู้โชคดีได้ร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพในบริเวณที่นั่งเดียวกับสมาชิก BNK48 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 (วันนั้นเป็นวันที่ BNK48 ทำการแสดงเพลงวันแรกเป็นครั้งแรก)

หรือในวันที่ 10 มีนาคม 2561 Founder Member สามารถเข้าร่วมการประมูลเลขประจำตัวพิเศษ 3 หมายเลข ได้แก่ 0001 0999 และ 0048 โดยผลการประมูลออกมาดังนี้

หมายเลข 0001 ชนะที่ราคา 300,000 บาท (ราคาที่สอง 290,000 บาท) ชำระจริงที่ 304,800 บาท
หมายเลข 0999 ชนะที่ราคา 120,000 บาท (ราคาที่สอง 110,000 บาท) ชำระจริงที่ 148,000 บาท
หมายเลข 0048 ชนะที่ราคา 310,000 บาท (ราคาที่สอง 300,000 บาท) ชำระจริงที่ 314,800 บาท

ซึ่งเงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมด BNK48 ได้เติมเงินเข้าไปจนครบ 800,000 บาทและนำไปบริจาคให้องค์กรการกุศล และผู้ชนะการประมูลเลขประจำตัวพิเศษทั้ง 3 หมายเลขได้สิทธิ์ในการระบุข้อความที่ต้องการให้สมาชิก BNK48 เขียนในรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นที่มาใน Founder Member Box ของตัวเอง

คุ้มไหมโดนไปสองหมื่น?

“ไม่มีอะไรแพงถ้าคุณพอใจและไม่มีอะไรฟุ่มเฟือยถ้าคุณมีเงินมากพอ” ถ้ายึดตามคำพูดนี้ก็คงไม่ต้องพิจารณาความคุ้มค่าให้เสียเวลา จากการพูดคุยกับ Founder Member หลาย ๆ คน เราได้ทราบว่า Founder Member บางคนซื้อ Founder Member Box มากกว่า 1 ชุด (แปลว่ามี Founder Member ไม่ถึง 1,000 คน) และบางคนไม่ได้สนใจของใด ๆ ด้วยซ้ำ คิดว่าแค่ได้จ่ายเงิน 20,000 บาทเพื่อให้ BNK48 มีโรงละครใช้ทำการแสดงก็สุขใจแล้ว

แต่ถ้าจะหาตัวเลขมาอ้างอิง เราก็สามารถพิจารณาได้ว่า บัตรเข้าชมการแสดงในโรงละครของ BNK48 นั้นมีราคาปกติอยู่ที่ 400 บาท Founder Member Box มาพร้อมกับ “บัตร” 50 ใบ ซึ่ง 400 คูณ 50 เท่ากับ 20,000 บาท ถ้าคิดตามนี้ก็ต้องถือว่าของอย่างอื่นที่มากับ Founder Member Box นอกจาก activation code เป็นของแถมทั้งสิ้น ก็น่าจะจัดได้ว่าคุ้มมาก ๆ แต่ถ้าจะพิจารณารายละเอียดปลีกย่อย ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะใช้สิทธิ์เข้าชมการแสดงครบ 50 ที่นั่งใน 3 ปี (เชื่อว่าความเป็นไปได้จะมากขึ้นเมื่อมีการเพิ่มรอบการแสดงในอนาคต) และช่วงเวลาที่จ่ายเงิน 20,000 บาทไปโดยยังไม่ได้สิ่งใดกลับมาเป็นเวลาหลายเดือนนั้นคิดเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสมากน้อยแค่ไหน

จะมี Founder Member Box ออกมาอีกไหม?

การพูดคุยกับจ๊อบซัง ผู้จัดการวงทำให้เราทราบว่า Founder Member Box จะไม่มีออกมาวางจำหน่ายอีกแล้ว เนื่องจากการขาย Founder Member Box จำนวน 1,000 ชุดได้บรรลุวัตถุประสงค์ของมันเป็นที่เรียบร้อย (หลักฐานคือ BNK48 The Campus) แต่ในอนาคตจะมี Box Set อะไรออกมาวางจำหน่ายอีกก็ต้องคอยติดตามกันต่อไป แต่เราเชื่อว่าคงต้องรอไปอีกพักใหญ่ เพราะขณะนี้ BNK48 มีรายได้เป็นหลักแหล่งเข้ามาหลายทางแล้ว การออกผลิตภัณฑ์ราคาสูงจึงน่าจะยังไม่จำเป็น เว้นเสียแต่จะมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อะไรขึ้นมาอีก

ขอให้ทุกคนสนุกและสุขใจกับการเชียร์ BNK48 ครับ ^_^

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!