Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

LINE เผยวิสัยทัศน์ปี 2017 สู่การเป็น MOBILE PORTAL เต็มรูปแบบ

Published

on

LINE ผู้นำด้าน Platform แชทบนมือถือยอดนิยมระดับโลก เผยตัวเลขความสำเร็จพร้อมประกาศวิสัยทัศน์ปี 2017 ก้าวสู่การเป็น “Mobile Portal” หรือระบบการเชื่อมต่อเข้ากับทุกสิ่งโดยเน้นการให้บริการที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านดังนี้

  • ด้านการติดต่อสื่อสาร (Communication)
  • ด้านคอนเทนต์ (Content)
  • ด้านบริการ (Services)
  • ด้านบริการ (Commerce)

คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย

ซึ่งปัจจุบันทุก ๆ คนต่างก็ใช้มือถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันกันไปแล้ว และแอปแรก ๆ ที่เราโหลดนั้นก็คงไม่พ้นแอปฯ แชทเจ้าประจำอย่าง LINE ซึ่งทางคุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าวไว้ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญมาก ๆ สำหรับ LINE ซึ่งทั่วโลกมีผู้ใช้งานทั้งสิ้นกว่า 216 ล้านคน และประเทศไทนก็เป็นอันดับ 2 ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด และปัจจุบันก็มี Mascot ต่าง ๆ ออกมามากมาย ซึ่งในงานนี้เขาก็ได้พามาทั้งหมด 4 ตัวคือ Cony, Brown, Choco และ Pangyo ซึ่งเป็นแพนด้า Mascot ตัวล่าสุดนั่นเอง

ซึ่งในปีที่ผ่านมาทาง LINE ก็ได้ตั้งเป้าเอาไว้และทำได้สำเร็จไปแล้วเช่น

  • LINE TV สร้างการเติบโตด้วยยอดรับชมที่สูงขึ้นกว่า 136% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและมีซีรี่ส์ต่าง ๆ ชื่อดังออกมาเป็นกระแสในโซเชียลมากมายเช่น บันทึกของตุ๊ด เป็นต้น
  • LINE MAN บริการน้องใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยบริการสั่งซื้ออาหารและของสะดวกซื้อ รวมไปถึงบริการรับส่งพัสดุต่าง ๆ ที่เปิดตัวไปเมื่อพฤษภาคมปี 2559 ที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผู้ใช้งานแล้วสูงถึง 400,000 คนพร้อมจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมแล้วกว่า 20,000 ร้าน ซึ่งเข้าสู่อันดับ 1 บริการส่งอาหารภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีเต็ม
  • LINE GAME ครองอันดับ 1 ในตลาดเกมมือถือของไทยด้วยเกมที่ฮิตติดลมบนอย่าง เกมเศรษฐี หรือ LINE Cookie Run สร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานให้ผู้เล่นได้ทุกเพศทุกวัย
  • LINE STICKERS ได้รับความนิยมมาก ๆ ด้วยจำนวนยอดดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 500 ล้าน Set ซึ่งบ่งบอกถึงความนิยมการใช้สติกเกอร์บอกความรู้สึกของคนไทยได้เป็นอย่างดี

ซึ่งเขาก็ได้พูดถึงการใช้งานแอปที่น้อยลงเรื่อย ๆ ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับยุคแรกเริ่มของ Smartphone ซึ่งเฉลี่ยเพียง 32 แอปเท่านั้นที่ถูกโหลดจากจำนวนแอปบน Store กว่า 2.2 – 2.6 ล้านแอป เนื่องจากพื้นที่ในเครื่องที่ไม่ค่อยจะเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน รวมไปถึงหลาย ๆ แอปนั้นไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ดังนั้น LINE ก็จะเป็น 1 ในตัวกลางที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องโหลดแอปอื่น ๆ เพิ่มลงไปให้เปลืองพื้นที่ โดยจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น Portal หรือแหล่งรวมรวมทุกสิ่งอย่างเข้ามาไว้ด้วยกันทั้งหมดจนเรียกได้ว่า แค่เข้าแอป LINE ก็สามารถทำได้ทุกอย่างที่คุณต้องการดังนี้

ด้านการติดต่อสื่อสาร (Communication)

จากผลสำรวจของ Nielsen พบว่าคนไทยใช้เวลาเฉลี่ยกว่า 234 นาทีต่อคนต่อวันในดูมือถือเพื่อทำงาน ติดต่อสื่อสารหรือพูดคุยกับคนอื่น ซึ่งกว่า 70 นาทีนั้นคือผู้ที่ใช้งานแอป LINE ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่ง LINE ก็จะพยายามหาสิ่งต่าง ๆ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ให้ผู้ใช้งานอยากใช้งานบนแอป LINE มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีการพัฒนาบริการต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ Lifestyle ของผู้ใช้งานทุกคนอยู่ตลอดเวลา

ด้านคอนเทนต์ (Content)

เรียกได้ว่าสื่อ ณ ปัจจุบันได้ถูกย้ายฐานจาก TV มาสู่ดิจิทัลหรือ Online มากขึ้นเรื่อย ๆ LINE TV จึงถือได้ว่าเป็นอีก 1 สถานที่ ที่ช่วนยให้ผู้ผลิตรายการ Content ต่าง ๆ ดี ๆ มากมายสามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กันได้อย่างยั่งยืน โดย LINE TV ก็จะมี Content ต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ความสวยงาม( Beauty) ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากละคร, เพลง, การ์ตูน และการถ่ายทอดสด (LIVE) นั่นเอง โดยปีนี้จะเริ่มมีการจับมือกับพันธมิตรช่องดัง ๆ เพื่อผลิต Content พิเศษสุด Exclusive บน LINE TV ขึ้นมาอีกด้วย

รวมไปถึงด้านการข่าว LINE ก็มีบริการ LINE Today ซึ่งเป็นบริการกระจายข่าวที่จะมีข่าวเด่น ๆ ทุกวันให้กับผู้อ่านได้ติดตามอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาโดยเป็นข่าวจาก Partner ต่าง ๆ มากมายซึ่งแน่นอนว่า 1 ในนั้นคือแบไต๋เรานั่นเอง (หรือจะติดตามผ่านช่องทาง @beartai ก็ได้เช่นกันนะครับ อิอิ)

ด้านบริการ (Services)

LINE ก็ได้แนะนำในส่วนของ Chatbot ซึ่งเป็นอีก 1 Feature หลักที่จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการ LINE Official ของคุณได้อย่างง่ายดายและช่วยให้ลูกค้าของคุณโต้ตอบกับคุณได้เพื่อเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งปัจจุบัน Chatbot นั้นสามารถทำได้แทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร ดูหุ้น เช็คยอดบัตรเครดิต เรียก Uber หรือแม้แต่การเช็คสินค้า(ผ่านทาง Lazada) ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

 

ด้านการขายสินค้าและบริการ (Commerce)

เรียกได้ว่าปัจจุบันการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทาง E-commerce ในประเทศไทยยังคงมีสัดส่วนที่ไม่โตมากเพียง 3.8% ของมูลค่าการค้าปลีกทั้งหมด LINE จึงอยากเชื่อมบริการบนโลก Offline เข้ากับโลก Online ให้กับคุณซึ่งเป็นบริการในรูปแบบ O2O (Offline to Online) โดยมีการนำเสนอ Beacon ที่จะช่วยให้ลูกค้าที่เดินเข้ามาในบริเวณร้านของเราสามารถรับ Promotion หรือรับแจ้งกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไปใน LINE ได้โดยผ่าน Bluetooth ซึ่งเขาก็ได้ทดสอบให้ดูโดยการแสดงหน้าจอผู้เข้าร่วมในงาน รวมไปถึงตรวจสอบคนที่เข้าไปถ่ายรูปหรืออยู่ใกล้กับเหล่า Mascot ได้อีกด้วย

รวมไปถึงบริการ LINE MAN ซึ่งเป็นบริการช่วยในการส่งพัสดุหรือสินค้าที่ถูกปรับเปลี่ยนจากบริการสั่งซื้ออาหารและของสะดวกซื้อไปสู่บริการรับส่งพัสดุเต็มรูปแบบ โดยการจับมือกับ Alpha ซึ่งเป็น 1 ในผู้ให้บริการนี้อยู่แล้วในปัจจุบันเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง

ในฐานะที่ LINE เป็นผู้นำด้าน Platform มือถือและเป้าหมายการเป็น Mobile Portal นั้น พวกเขาก็จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนา Services ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบ Digital Economy ของประเทศไทยต่อไป

…แล้วคุณล่ะ พร้อมจะเปลี่ยนหรือยัง?

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

กสทช. สั่งให้ TrueMove H มีมาตรการเยียวยาลูกค้า รับผิดชอบลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

Published

on

By

กสทช. สั่งให้ TrueMove H มีมาตรการเยียวยาลูกค้า รับผิดชอบลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแล้ว

โดยมีหนังสือถึงทาง TrueMove H มีเนื้อหาว่า

  1. จัดให้มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางด้านเทคนิคและการจัดการภายในองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสมกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยอย่างน้อยต้องปรับระดับรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตามการพัฒนาทางเทคโนโลยี และให้มีการตรวจสอบระบบการรักษาความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของข้อมูล
  2. จัดให้มีช่องทางการตรวจสอบจากประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  3. ให้ บจ.เรียล มูฟฯ รับผิดชอบ และเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นในทางแพ่งและทางอาญา
  4. ให้รายงานผลการดำเนินการตามคำสั่งตามข้อ 1-3 มายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นระยะๆ ทุก 15 วัน

นอกจากนี้ทาง กสทช. ก็ได้ส่งหนังสือถึงผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายอื่นๆ ให้เป็นแนวทางเพื่อป้องกันข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล

ทางด้าน TrueMove H รับทราบ พร้อมรับผิดชอบลูกค้า

ที่มา: ฝ่ายสื่อสารองค์กร True Corp, ThaiPBS, ช่อง 3 รายการเรื่องเล่าเช้านี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการเกม

God of War Midnight Launch เปิดตัวเกมเทพสุดยิ่งใหญ่

Published

on

งานเปิดตัวสุดยอดเกมดัง Exclusive บน Playstation 4 กับ God of War ซึ่งเป็นภาคที่จะดำเนินเรื่องราวต่อจากภาค 3 ซึ่งเรื่องราวจะเริ่มต้นดำเนินไปพร้อมกับลูกของเรา Atreus ในรูปแบบการเล่นใหม่แบบ 3rd Person ตลอดทั้งเกม ซึ่งทาง NGIN ก็ได้จัดงาน God of War Midnight Launch ซึ่งเป็น 1 ในงานเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ ในฝั่ง ASEAN โดยได้รับความร่วมมือกับ Sony Entertainment ประเทศญี่ปุ่นในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งภายในงานก็ได้มีทั้งการเปิดตัวภาพ Trailer ล่าสุด รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจจากทีมงานผู้สร้างเกมนี้อีกด้วย

โดยคุณ Arata Naito Head of Product Management, South East Asia Region Sony Computer Entertainment Inc.  ก็ได้เดินทางมาจัดงานที่ไทยโดยเฉพาะ โดยเขาก็ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศที่รักในเกม PS4 มาก มีผู้เล่นอยู่จำนวนมากจนทำให้ทาง Sony ได้มองเห็นถึงศักยภาพ เพราะก่อนหน้านี้ทาง Sony ก็ได้มีการเปิดตัวเกม Final Fantasy 15 และเกม Uncharted อย่างยิ่งใหญ่ไปแล้ว และครั้งนี้ก็ไม่พ้นสุดยอดเกมแห่งปีกับ God of War ซึ่งถือว่าเป็นเกมระดับ Bigest A ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งประเทศไทยเรียกได้ว่าเป็นประเทศแรกในกลุ่มอาเซียนที่จะได้สัมผัสเกม God of War นี้ก่อนใคร !! และเขายืนยันว่า ถ้าประเทศไทยยังอุดหนุนเกมลิขสิทธิ์แท้อย่างต่อเนื่อง ก็จะมีงานเปิดตัวใหญ่ ๆ แบบนี้จัดขึ้นอีกอย่างแน่นอน

จากกระแสตอบรับของเกม God of War ภาคนี้ค่อนข้างสูงมากในต่างประเทศ คะแนนเฉลี่ยจากหลาย ๆ เว็บไซต์อยู่ที่ 95 ซึ่งแทบจะเรียกว่าเป็น 1 ในระดับคะแนนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเกม PS4  ซึ่งภาคล่าสุดของ GoW จะถูกพัฒนามาเป็นในรูปแบบของ RPG มากขึ้น ไม่ได้เป็นเกม Action เพียงอย่างเดียว สามารถคราฟของ อัปเกรดตัวละครได้ และด้านเรื่องราวก็ไม่ได้ถูกพูดเพียวด้านเครโทสเพียงคนเดียว แต่จะมีเรื่องราวของฝั่งลูกชายผู้ซึ่งทำให้มุมมองของเครโทสเปลี่ยนไปจากภาคก่อน ๆ โดยสิ้นเชิง

คุณนัทจาก NGIN เชื่อมั่นว่าเกมนี้จะทำลายสถิติเกม PS4 ที่เคยขายมา โดยคุณไนโตะก็ได้แอบสปอยว่า แค่ชั่วโมงแรกของเกมก็จะมอบประสบการณ์สุดยอดให้อย่างแน่นอน งานนี้ใครซื้อไประวังเปิดวาปไม่รู้ตัว เพราะบอกเลยว่าเกมนี้เขาทำมาดีจริง ๆ !!

นอกจากนั้นภายในงานยังมีการแจกของรางวัลพิเศษเป็นเครื่อง PS4 ลาย God of War อิีกด้วย

ข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ชาวไทยเพราะเขามีแคมเปญ Trip to Island สุดพิเศษ เป็นแคมเปญที่แค่คุณแค่กด Like กดติดตาม Playstation Asia ไว้ แล้วทำยังไงก็ได้ให้คุณกลายเป็นเครโทสที่โดนใจที่สุด แล้วส่งภาพเข้าไปร่วมสนุก ซึ่งผู้โชคดี 1 ท่านจะได้ตั๋วคู่สำหรับไปเยี่ยมชมสถานที่ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของฉากภายในเกม God of War เกมนี้อย่างแน่นอน

อ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

[รีวิวเกม] God OF War บน PS4 เมื่อเกมฆ่าเทพถึงคราวเปลี่ยนแปลง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

“ไทยจับมืออาลีบาบากรุ๊ป” ร่วมขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0

Published

on

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี , ท่านลวี่ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และ นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอาลีบาบา พร้อมด้วยรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ของ ไทยกับบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ป เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยภายใต้ ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมีความร่วมมือในหลากหลายมิติ อาทิ

  • การส่งเสริม SMEs ทุกระดับเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ
  • การพัฒนาของดาวเด่นหรือ Talents ของไทยในด้านดิจิทัล
  • การยกระดับระบบโลจิสติกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีชั้นนำของอาลีบาบา
  • และการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล

รัฐบาลไทย แสดงความตั้งใจที่จะร่วมมือกับ อาลีบาบา โดยทำหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกันเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2559 และพิธีการในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประกาศความร่วมมือดังกล่าวที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยและบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ปที่มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และผลักดันให้สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ในเวทีโลกผ่านนวัตกรรมด้านดิจิทัลต่าง ๆ ได้

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “อาลีบาบา ได้ทำการศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบในระดับภูมิภาคและตัดสินใจที่จะลงทุนสร้าง ดิจิทัลฮับ (Smart Digital Hub) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในนโยบายประเทศไทย 4.0 และอนาคตที่สดใสของเศรษฐกิจไทย โดยดิจิทัลฮับที่จะสร้างขึ้นนี้ นับเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยง SMEs ไทยในทุกระดับ ทุกท้องถิ่น รวมถึง กลุ่ม OTOP และ กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงตลาดจีนและตลาดโลก ความร่วมมือกับอาลีบาบาที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ SMEs และเกษตรกรของไทย ซึ่งจะขยายไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่นๆ ในขณะเดียวกันยังจะเป็นแรงเสริมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยด้วย”

นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มอาลีบาบา กล่าวว่า “จีน กำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยการขยายตัวของกำลังซื้อของคนชั้นกลางที่มีจำนวนมากกว่า 300 ล้านคนในปัจจุบัน ประกอบกับนโยบายเปิดการค้าเสรีของจีน คงไม่มีเวลาที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ที่ประเทศต่าง ๆ จะใช้โอกาสนี้ในการส่งสินค้าไปยังตลาดจีน ที่สำคัญคือผลิตผลทางการเกษตรของไทย ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ ทุเรียน หรือผลไม้ต่าง ๆ ล้วนเป็นสินค้าที่ชาวจีนชื่นชอบ” ทั้งนี้ แจ็ค หม่า ยังกล่าวต่อด้วยว่า “ด้วยจุดแข็งในเรื่องผู้คนและวัฒนธรรมของไทย ประกอบกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ทำให้เรามั่นใจในอนาคตและศักยภาพการเติบโตของไทย ทั้งนี้ กลุ่มอาลีบาบายืนยันที่จะเป็นพันธมิตรในระยะยาวกับประเทศไทยในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โลกดิจิทัล”

ทั้งนี้ความร่วมมือในโครงการหลักที่จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ประกอบด้วย

โครงการจัดตั้งศูนย์ Smart Digital Hub ใน พื้นที่อีอีซีเพื่อส่งเสริมการค้ากับจีนและกลุ่ม CLMV

โครงการลงทุนจัดตั้งศูนย์ Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC นี้จะอาศัยเทคโนโลยีระดับโลกของอาลีบาบาในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ ผ่าน ไช่เหนี่ยว (Cainiao Network) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบา เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) และไปยังที่อื่นทั่วโลก มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานกับกรมศุลกากรในการยกระดับพิธีการทางศุลกากรให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย ซึ่งการตั้งศูนย์ Smart Digital Hub นี้ จะเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาดิจิทัล ซึ่งสำนักงาน EEC จะเชื่อมประสาน Smart Digital Hub กับ เขตนวัตกรรมดิจิทัล หรือดิจิทัลพาร์ค (EECd) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ด้วย ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้าง Smart Digital Hub ได้ภายในปี พ.ศ. 2561 และคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2562 ต่อไป

โครงการร่วมส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย

อาลีบาบา ได้เสนอให้วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา หรือ Alibaba Business School (ABS) ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนาบุคลากรของอาลีบาบา ที่ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซของ SMEs ไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศ รวมถึง SMEs ในชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อย โดยเน้นให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจ ได้เรียนรู้และเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีไทยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์  และเข้าถึงตลาดจีนที่มีผู้บริโภคอยู่ไม่น้อยกว่า 500 ล้านคน รวมถึงตลาดในภูมิภาคและตลาดสากลได้ตามลำดับ (Regional and Global Value Chain) โดยอาลีบาบาจะจัดทีมงานร่วมลงพื้นที่กับทีมงานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยอาศัยเครือข่าย ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC) ในระดับภาคและจังหวัดของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงหน่วยงานภูมิภาคของกระทรวงพาณิชย์ทั่วประเทศ

  • โครงการอบรมพัฒนาดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent)

นอกจากการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ผ่านอีคอมเมิร์ซแล้ว Alibaba Business School ยังจะร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการพัฒนากลุ่มคนเก่งหรือดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาหลายหลักสูตร โดยเปิดโอกาส ให้นักศึกษา นักวิจัย อาจารย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐไปร่วมเข้าโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งสร้างเครือข่าย (Networking) กับ ดาวเด่น หรือ Talents ทั่วโลกที่ประเทศจีน

การเปิดตัว Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall.com

ภายในงาน กระทรวงพาณิชย์ และ อาลีบาบา ยังได้ร่วมกันเปิดตัว Thai Rice Flagship Store บน เว็บไซต์ Tmall.com ซึ่งเป็นเว็บซื้อขายออนไลน์ระดับโลกที่เน้นร้านค้าแบรนด์ชั้นนำหรือร้านค้าตัวแทนที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายผลิตผลทางการเกษตรเริ่มต้นจากข้าว และขยายผลไปถึงผลไม้ต่าง ๆ ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์และอาลีบาบาจะร่วมกันผลักดันการส่งออกข้าวไทยและผลิตผลทางการเกษตรของไทย โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกหรือ Insight ในเรื่องตลาดผู้บริโภคที่อาลีบาบามีความเชี่ยวชาญ

โครงการความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวดิจิทัล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะร่วมมือกับ อาลีบาบา และ ฟลิกกี้ (Fliggy) บริษัทด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของจีน ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวดิจิทัลและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวรายย่อยในไทย โดย Fliggy คู่ร่วมลงนามกับ ททท. จะใช้ประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดจัดทำ Thailand Tourism Platform ให้กับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกในด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น คู่มือไกด์ออนไลน์ ระบบจำหน่ายตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในการเจียระไนแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีที่ถูกซ่อนเร้นให้ส่องประกายเตะตานักท่องเที่ยวชาวจีน

ทั้งนี้ Fliggy และ Ant Financial ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการ ระบบขำระเงิน Alipay ในเครือของอาลีบาบาอยู่ในระหว่างการเจรจากับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลแบบครบวงจรต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย เริ่มตั้งแต่กระบวนการทางวีซ่า บริการหลังเดินทางแบบดิจิทัล ด้วยการคืนเงินภาษีนักท่องเที่ยวผ่านระบบ Alipay ซึ่งความร่วมมือกันในด้านการท่องเที่ยวนี้ คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน และยังช่วยเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยได้มากยิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!