Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

รัฐ-เอกชน ผนึกกำลัง เปิดมหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์แห่งปี “BIDC 2017”

Published

on

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB พร้อมกับ 5 สมาคมทางด้านดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ประกอบด้วย สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) , สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) , สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย (e-LAT) , สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) และ สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BASA) เปิดมหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์แห่งปี BIDC 2017” ปรับยุทธศาสตร์โฟกัส B2B หวังกระตุ้นเม็ดเงินและหนุนการส่งออกของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น พร้อมจัดแสดงผลงานจากบริษัททางด้านดิจิทัลชั้นนำของไทยทั้งด้าน Animation Game E-learning Computer Graphics และ Visual Effect การจับคู่เจรจาทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทยและเทศ นอกจากนี้ยังจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลระดับโลก ที่พร้อมใจกันตบเท้าเข้าร่วมงานและถ่ายทอดความรู้กันอย่างคับคั่ง

DEPA ดันดิจิทัลคอนเทนต์เป็นกลไกหลักในยุทธศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

คุณมีธรรม ณ ระนอง รักษาการผู้เชี่ยวชาญพิเศษปฎิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า DEPA มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลเทคโนโลยีในมิติต่าง ๆ และหนึ่งในภารกิจสำคัญคือ การพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการนำไปใช้ในเชิง ยุทธศาสาตร์การพัฒนาประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลรอบด้านได้อย่างสมบูรณ์ โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาบุคลากร การเข้าหาแหล่งเงินทุน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเสริมศักยภาพทำให้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้แข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับ และสามารถการสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้

ล่าสุดเปิดมหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ Bangkok International Digital Content Festival 2017” (BIDC 2017) ด้วยแนวคิด Digital Wonderland” ความมหัศจรรย์ของดิจิทัลคอนเทนต์ ที่เทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศของทุกๆ อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรม จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 4 และใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมฯ เพื่อแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการทางด้านดิจิทัลของไทยด้าน Animation Game E-learning Computer Graphics และ Visual Effect ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในศักยภาพจากนานาประเทศ โดยในปีนี้ได้ปรับกลยุทธ์ในการจัดงานโฟกัส Business to Business (B2B) ในสัดส่วนที่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแตกต่างจาก 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์มีการขยายตัวและเติบโต และมีบทบาทต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น ซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการทั้งในการจัดงานที่ดึงนานาชาติเข้าร่วม เพื่อจะได้พบปะ เจรจาทางธุรกิจและตระหนักถึงศักยภาพดิจิทัลคอนเทนต์ไทยที่พร้อมจะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ด้วยความพร้อมทางด้านฝีมือ บุคลากรและการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง นอกจากนี้ผลการสำรวจพบว่าในปี 2558 มีมูลค่าตลาดรวมสูงกว่า 12,000 ล้านบาท และมีข้อมูลการส่งออกคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท

ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างเช่น ก้านกล้วย ของกลุ่มบริษัท กันตนา แอนนิเมชั่น สตูดิโอ จำกัด และยังมีของ กลุ่มบริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายการ์ตูนขายหัวเราะ ตัวการ์ตูนปังปอนด์และหนูหิ่น ส่วนกลุ่มเกม ได้นำเกมมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นส่วนหนึ่งของการทำตลาดของแบรนด์สินค้าหรือบริการ โดยใช้ความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่สนุกหรือเสมือนจริงจากการสร้างเกมมาช่วยเหลือภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น การใช้เทคโนโลยี VR เข้ามาสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมแฟชั่นการให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศที่พักจริง และในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ สามารถชมบ้านตัวอย่างผ่านออนไลน์ เป็นต้น ทางด้าน e-LAT ซึ่งสนับสนุนนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น การเรียนรู้ด้านกฏหมายผ่านสื่อ e-Learning ทางด้าน TACGA ที่นำแอนิเมชันทั้ง Feature Films, TV Series, Short Animation ที่เป็นการ์ตูนของไทยละผลิตผลงานให้กับต่างประเทศ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Final Fantasy และ XV: Kingsglaives เป็นต้น ซึ่งทุกกลุ่มประสบผลสำเร็จเป็นที่รู้จักของตลาดทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดทางธุรกิจด้วยคุณมีธรรม ณ ระนอง กล่าว

กรมส่งเสริมฯ เปิดโต๊ะเจรจาดันดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่อินเตอร์

คุณวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) คือส่วนสำคัญของงาน Bangkok International Digital Content Festival 2017” ที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยโดยเฉพาะตลาดส่งออกซึ่งจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์นโยบายของรัฐบาลและการจัดงาน BIDC 2017 ปีนี้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใหม่ ๆ ได้จับคู่ธุรกิจกับบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน และเกาหลี รวมกว่า 40 ราย เช่น CARTOON NETWORK STUDIOS จากประเทศสหรัฐอเมริกา CCTV ANIMATION CO จากประเทศจีน MIXI INC (XFLAG STUDIO) จากประเทศญี่ปุ่น และบริษัทในประเทศไทยอีก 60 รายเข้าร่วมกิจกรรม และงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ Japan External Trade Organization (JETRO) ที่ได้เชิญวิทยากรจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงจาก TV Tokyo Communications Corporation มาร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในส่วนนี้จะเป็นอีกกลไกสำคัญหนึ่งในการผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

กลุ่มอุตสาหกรรมฯ พร้อมดันเป็นไทยเป็นฮับ

คุณธิดารัธ ธนภรรคภวิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) และ ผู้แทนสมาคมผู้จัดงานฯ กล่าวว่า การจัดงาน Bangkok International Digital Content Festival 2017” เกิดจากการผนึกกำลังของภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางด้านดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนและมีเป้าหมายขยายสู่ระดับโลก รวมถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมดิจิทัลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับบทบาทของกลุ่มสมาคมได้ดำเนินการสนับสนุน ช่วยเหลือด้านธุรกิจการค้าและการพัฒนาสินค้าแก่สมาชิก รวมถึงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการในการเชื่อมโยงทั้งสองส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเติบโต สอดรับกับนโยบายประเทศที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศโดยเฉพาะตลาดส่งออกดิจิทัล คอนเทนต์

TCEB โชว์ศักยภาพประเทศจัดเมกะอีเว้นท์คับคั่ง

คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงาน Bangkok Entertainment Fest 2017 และประธานกรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กล่าวว่า “Bangkok International Digital Content Festival 2017” หนึ่งในงานภายใต้ Bangkok Entertainment Fest 2017 นับเป็นการแสดงศักยภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศไทยที่จะเผยแพร่ให้ต่างประเทศได้รับรู้และเข้ามาร่วมทำธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย TCEB ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทในการจัดประชุมและนิทรรศการระดับประเทศ รวมถึงการพัฒนาเมกะอีเวนท์ขนาดใหญ่ของประเทศ เชื่อมั่นว่าการผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนและกระตุ้นให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเติบโตยิ่งขึ้น เนื่องจากในงานนี้มีการรวมตัวของผู้ประกอบการชั้นนำมาจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้มั่นใจว่าประเทศไทยจะก้าวเป็นผู้นำ การจัดงานระดับโลกสำคัญๆ อีกมากมาย

คุณมีธรรม ณ ระนอง รักษาการผู้เชี่ยวชาญพิเศษปฎิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเสริมปิดท้ายว่า ในงาน Bangkok International Digital Content Festival 2017” ครั้งนี้ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 24 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

  • การแสดงศักยภาพและผลงานทางด้านดิจิทัลของผู้ประกอบการไทย พร้อมการมอบรางวัลในสาขา ต่าง ๆ BIDC Awards 2017” ให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปี เพื่อเป็นต้นแบบในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยและดิจิทัล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดความสำเร็จในอนาคต
  • กิจกรรมการเจรจาธุรกิจ กับผู้ประกอบการรายสำคัญในธุรกิจดิจิทัลจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ จีนและเกาหลี รวมกว่า 40 ราย เข้าร่วมการเจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจไทย 60 ราย
  • งานสัมมนาและประชุมเชิงปฏิบิตการ (Seminar & Workshop) รวมกว่า 20 หัวข้อ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลก

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวจอ OLED ยักษ์ 77 นิ้ว พร้อมขายในราคาครึ่งล้าน!

Published

on

สมาชิกแบไต๋คงจำ Sony Bravia A1 ทีวี OLED รุ่นท็อปที่เราเคยรีวิวกันไปได้นะครับ ตอนนี้โซนี่เปิดตัว Bravia A1 ในขนาดใหม่ใหญ่ที่สุด 77 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่รักจอใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชม Home Theater

ที่ผ่านมาแนวโน้มตลาดในกลุ่มจอใหญ่นั้นเติบโตมากมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่ม 55 นิ้วขึ้นไปนั้นเติบโตมาก ซึ่งสวนทางกับกลุ่มจอขนาด 44 นิ้วลงไปที่เติบโตลดลง นอกจากนี้ตลาดทีวี OLED แม้จะยังมีมูลค่าตลาดไม่สูงนัก แต่ก็เดิบโตมากขึ้นตลอด ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 283 ล้านบาทแล้ว ในปี 2017 โตขึ้นกว่า 2016 ถึง 66% โซนี่จึงเปิดตัว Bravia 77A1 เพื่อตอบโจทย์ตลาดนี้

การเติบโตของตลาดทีวีจอใหญ่

Sony Bravia 77A1 นั้นนำเอาจุดเด่นของรุ่น A1 มาครบถ้วน ทั้งหน้าจอแบบ OLED ที่แต่ละพิกเซลแสดงสีสันได้อย่างอิสระ สามารถปิดพิกเซลเพื่อแสดงสีดำสนิทได้ พร้อมชิป Sony 4K HDR X1 Extream ช่วยประมวลผลภาพให้การไล่เฉดสีนุ่มนวล เคลื่อนไหวได้ไม่สะดุด พร้อมระบบเสียง Acoustic Surface ที่เปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นลำโพงโดยไม่ต้องมีดอกลำโพงด้านหน้าทีวี เสียงที่ออกจาก Bravia A1 จึงเหมือนกับออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงในภาพโดยตรง

Sony Bravia A1 ขนาด 55, 77 และ 65 นิ้ว

Sony Bravia KD-77A1 เปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคมในราคา 499,990 บาท และวางขนาดจริงในช่วงเดือนมีนาคม 2561 โดยผู้สั่งจองล่วงหน้าสามารถเลือกรับของแถมได้ 1 ใน 4 ชุดนี้คือ

  1. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และเครื่อง PlayStation 4 Pro รวมมูลค่า 32,870 บาท
  2. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และกล้อง Sony a6000 รวมมูลค่า 40,980 บาท
  3. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และสมาร์ทโฟน Sony Xperia XZ Premium รวมมูลค่า 38,980 บาท
  4. ทีวี Sony Bravia KD-55X8000E มูลค่า 34,990 บาท

ซ้ายภาพจาก Sony Bravia A1 ขนาด 75 นิ้ว ส่วนขวาเป็นภาพจาก Sony Projector 4K แน่นอนโปรเจกเตอร์ภาพสู้ทีวี OLED ไม่ได้ แต่เด่นที่สามารถขยายจอได้เป็น 100 นิ้ว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Hitachi Social Innovation Forum มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลและ IoT

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด และบริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัดจัดการประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทยโดยนำเสนอและจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น ระบบรถไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิวางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการOne Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีและศักยภาพด้านการพัฒนาล่าสุด การประชุมครั้งนี้จะเป็นเครื่องเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของฮิตาชิในการมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ฮิตาชิ จัดงาน Hitachi Social Innovation Forum ประจำปี 61 ครั้งที่ 2 ในไทย

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (TSE: 6501, “Hitachi”) และ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัด จะจัด การประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ วันที่ 23 กุมภาพันธ์

ในการประชุมนี้ จะมีการนำเสนอและการจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก การประชุมที่จะใช้ระยะเวลาหนึ่งวันนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

นายยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับ ฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น

  • ระบบรถไฟฟ้า
  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน

ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการ ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิ วางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้ เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของการประชุมครั้งนี้ บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลของประเทศไทย ด้วยการทำข้อตกลงกับ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)  ในปี 2560 ในการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอล รวมทั้งเทคโนโลยี IoT และความพร้อมในด้านการพัฒนาเชิงนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนา โครงการ EEC และประเทศไทย

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับ โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!